Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
O หอมเสน่หา .. O







Song From A Secret Garden


O โกสุมช้อยกลีบล้อ - - - ลมโรย
พากลิ่นหอมรื่นโชย - - - ผ่านเช้า
พร้อมภู่ว่อนล้อม-โหย - - - หารส นั้นนา
อีกรูปหอมกลับเร้า - - - เร่งให้ถวิลหอม ฯ

O ลมเหนื่อยอ่อนผ่านริ้ว .. ไม้พลิ้วรูป
เพียงแววตาเหม่อวูบ ก็รูปเจ้า-
ที่ผุดเผยเพรียกฝันจากวันเยาว์-
ค่ำจดเช้าพริ้มพรับแนบกับ .. ใจ
O จึงต้องมีช่วงตอน .. รูปอ่อนเนื้อ-
ผ่านมาเชื้อเชิญขวัญ .. ร่วมฝันใฝ่
ด้วยอารมณ์เสน่หา .. ด้วยอาลัย-
กอปรสุมใส่ไว้แล้ว ผ่านแววตา
O คิดถึง คะนึงหา ก็ถาโถม-
ลงจู่โจม เกื้อหนุน ตอบคุณค่า
แต้มหัวใจหวานซึ้ง ให้ตรึงตรา-
แต่รูปน้อยปรารถนา .. ผู้ปรารมภ์
O แต่ .. พระลบทอดทับผู้หลับใหล
จน .. อำไพภาสระยับค่อยทับถม
ยังรอคอยรูปละม่อม .. ไว้จ่อมจม-
อาวรณ์ที่เกินข่ม .. เกินล่มล้าง
O โกสุมหอม .. ลมรื่น .. ใจตื่นรู้-
ว่าแรงชู้ แรงชื่น เกินฝืน .. ห่าง
เรณูช่อช้อยงามอยู่ท่ามกลาง-
กลีบดอกพรางกลิ่นไว้ .. เปิดให้แล้ว
O ตฤปคันธารสล้ำ .. อบร่ำกลิ่น
เมื่อลมรินรุมเร้าอย่างเบาแผ่ว
ถ้วนรูปรอยในตา .. ก็บ่าแวว-
ความผ่องแผ้วรื่นล้ำ .. ออกกล้ำกราย
O เมื่อความรื่นรมยาในตานั้น
ค่อยร้อยรัดล่ามพันเกินบั่นสลาย
รูปละม่อม, เสน่หา, นัยน์ตาชาย-
ก็สืบสายใยรักเกินหักลง
O มีหรือวิหคใดที่ในหล้า
อาจเทียบค่าด้วยยูงอันสูงส่ง
อันขนเขียวเรียวปลายลวดลาย .. รงค์-
เหมือนบรรจงให้วิจิตร .. ด้วยฤทธา
O มองเห็นไหมวิหคเหิน .. จำเริญรูป
เพียงปีกวูบกรรพือก็ลือค่า
ปลายปีกคลี่กางอยู่ .. เย้ยหมู่กา
เพื่อโลกหล้ารู้ระหว่าง .. ความต่างกัน
O ยอคุณค่าเกื้อหนุนด้วยคุณค่า
ปรารถนา-เต็มพร้อม .. คอยกล่อมขวัญ
เพื่อจับจูงฝ่าช่วงแสงดวงวัน
ทั้งฝ่าจันทร์แสงช่วงในห้วงพลบ
O เพื่อเชื่อมใจสองดวงด้วยห่วงหา
เชื่อมสองปรารมภ์ขวัญให้บรรจบ
เชื่อมห่วงใย, ผูกพัน-ให้ครันครบ
แล้วซ้อนทบเป็นเท่าทวีคูณ
O ลมเหนื่อยอ่อนแผ่วพลิ้ว .. ผ่านริ้วลูบ-
เกสรรูปเหลืองแดง .. ล้อแสงสูรย์
ลมร่ำหอม, งันเงียบก็เพียบพูน-
รับจำรูญจำรัส .. โลมปัถวี
O คะเนนึกคะนึงหา .. เพ-ลานั้น
ย่อมเพียงขวัญกลางพุ่มโกสุมสี-
เบิกบานกลีบดอกอยู่ .. ให้รู้ที-
รู้ท่าความใยดี .. ผู้มีใจ
O จนรับรู้ช่วงตอน .. รูปอ่อนเนื้อ-
รออุ่นเอื้อโอบขวัญ .. รับหวั่นไหว
อ่อนโยนด้วยแววตา .. แสนอาลัย-
สำหรับให้ .. หทยางค์ได้วางลง

๑๔
O หอมนั้นนิรันดระสมัย
ขณะไหนก็จำนงค์
เพ็ญนันทินั้นก็จะผจง
กระแหนะลง ณ ดวงมาน
O ขวัญพี่ ฤดี ผิวะจะหมาย
จิตะชายจะเคียงคราญ
คำนึงและซึ้ง .. ฤ จะประมาณ
ขณะผ่านประโลมลง
O หนึ่งเดียวเพราะเหนี่ยวจิตะกระหวัด
ปฎิพัทธะจำนงค์
หนึ่งผู้เหมาะคู่ .. เฉพาะจะสง-
เคราะหะวงศะไพศาล
O รอคอยละห้อยถวิละถึง
รติซึ้งก็ตรึงมาน
เยี่ยงหอมพะยอมขณะประสาร-
รสะผ่านระรุมพร้อม !






Create Date : 14 กรกฎาคม 2557
Last Update : 17 พฤษภาคม 2562 9:53:57 น. 11 comments
Counter : 1523 Pageviews.

 
..
คอยนั้นนิรันดรจะหมาย
นิระหน่ายกะจำนงค์
คอยใจและใจสมะประสงค์
กะอนงคะนับนาน
..
คอยพี่ฤดีนุชะก็หมาย
จิตะชายจะเคียงคราญ
ด้วยรักฉลักบทะผสาน
ประจุมานะมั่นคง
หนึ่งเดียวเพราะเหนี่ยวจิตะกระหวัด
ปฎิพัทธะดำรง
หนึ่งผู้เหมาะคู่สกุละหงส์
สมะวงศะไพศาล
รอคอยละห้อยถวิละถึง
บทะซึ้งก็ตรึงมาน
เยี่ยงภู่เสาะสู่ฉมะสถาน
กุสุมาลยะกรุ่นล้อม !



โดย: สดายุ IP: 171.4.112.202 วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:31:42 น.  

 

ต๊าย..ดายุ..
ละลายเลยค่ะ
ขอหนีตามด้วยได้ไหมเอ่ย..
เป็นโรคแพ้ฉันท์ ค่ะ

"หนึ่งเดียวเพราะเหนี่ยวจิตะกระหวัด
ปฎิพัทธะดำรง
หนึ่งผู้เหมาะคู่สกุละหงส์
สมะวงศะไพศาล"

ปล. สีนี้ โพสยากนะ มองแล้วมืด สีที่ใช้ก่อนหน้านี้ เวลาโพสจะชัดเจน


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:14:26:01 น.  

 
มินตรา ..

ผมใช้ "Spark Browser" เห็นตัวหนังสือสีขาวและพื้นหลังสีเขียวเข้มชัดเจนที่สุด แต่ตอนพิมพ์ตัวหนังสือจะสีดำ .. แถมมีโปรแกรม download ในตัวที่ดีกว่าง่ายกว่า IDM

มินตราควรมี web browser สัก 3-4 โปรแกรมไว้เลือกใช้ ..

IE เคยเหมาะสม ตอนนี้เวลาแก้ไขบล็อคทำได้ยากมากเพราะเหลือตัวหนังสือเล็กนิดเดียวอ่านไม่ออก

Crome พอถูไถ เล่น fb จะดีแต่ไม่ค่อยดีเวลาดูคลิปต่างๆ เพราะมันจะให้ download อยู่เรื่อย

firefox ดู bloggang ไม่ค่อยดี เล่น fb ตัวหนังสือไม่ชัด

ลองถามผู้รู้ดู

ฉันท์บทนี้สำหรับ "สกุละหงส์" คนหนึ่ง
คล้าย swan lake ของ ไชคอฟสกี้ ไหม 555



โดย: สดายุ... วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:00:21 น.  

 
ดายุ

เห็นภาพสาวที่ประกอบกลอน ละม้ายสตรี สกุลบุนนาค
ที่ใกล้ใกล้ตัว สองสามคน ..
เพิ่งทราบว่า หมายถึงสาวสาวของพวก "หงสกุล" 555

เรื่องเทคโนโลยี่ น่ะ รู้แต่ทฤษฎี หลักหลัก และแนวคิดเท่านั้นค่ะ..
รู้ไปซะทุกอย่าง ก็ไม่มีสิทธิจะไปตีสนิทกับหนุ่มวิศวะ ซิคะ







โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:28:49 น.  

 
มินตรา ..

เดียนา ลิโป .. คือนามของรูปข้างบนที่ผมเอามาลงบ่อยในช่วงหลัง บังเอิญภาพนี้เพิ่งเห็นทั้งสวยงามด้วยการแต่งกาย และความคมชัดของภาพ .. ไม่ได้นึกถึงพวก บุนนาค อะไรเลย

อยากมีลูกหลานหน้าตาดี ต้องมีคู่ครองเป็นพวกผิวขาว คอเคซอยด์ แล้วจะสวยงามหล่อเหลากันเกิน 50%

อีกเรื่องที่เคยคุยกัน ..
ผู้ชายส่วนใหญ่ จะระวังที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับหญิงที่เขาไม่แน่ใจว่ามีคู่ครองหรือคนรักแล้วหรือไม่ (แล้วแอบมาเล่นเนต) .. มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี

และส่วนมาก ผู้หญิงมัก "ไม่ยอมแสดงความชัดเจน" ให้ปรากฎ .. นี่จึงเป็นปัญหาของความแปลกหน้าที่ไม่อาจคุ้นเคยกันได้มากกว่าแค่ตัวหนังสือ

55


โดย: สดายุ IP: 171.97.13.8 วันที่: 16 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:10:30 น.  

 

สดายุ..

เดือนเมษายน ปี 1793 เมื่อ ทนายความนักปฎิวัติฝรั่งเศส Robespierre ( 1758 -1794 )
ประกาศความเท่าเทียมกันของชาวฝรั่งเศส(Égalité) นั้น มิใช่ความเท่าเทียมกันในทางทรัพย์สิน
แต่หมายถึงความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย และ โอกาสที่เท่าเทียมกัน
ซึ่ง มิได้หมายรวมไปถึงคนฝรั่งเศสทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย

นักปฎิวัติหญิง Olympe de Gouges (1748 - 1793 )
จึงถูกจับในปี 1793
และต้องขึ้นกิโยตินที่ไปคัดค้าน โรเบสชเปียร์

เนื่องจากได้ต่อสู้เพื่อสิทธิที่ เท่าเทียม กันของสตรีที่ปฎิวัติร่วมกันมา
ด้วยการประกาศ "สิทธิสตรีและประชาชนหญิง( Déclaration des droits de la femme et de la citoyenne) )ซึ่งกล่าวถึงความเท่าเทียมกันทั้งสองเพศใน ทางกฎหมาย ทางการเมือง และ ทางสังคม

ตัวอย่าง: [link] ชายไทยในสังคมไทย ภาพจริงที่เห็นอยู่..นอกเหนือไปจาก ถอดเสื้อ กระชากผม ข่มขืนhttps://www.facebook.com/photo.php?v=1375428752682473&set=vb.147265735433006&type=2&theater


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 16 กรกฎาคม 2557 เวลา:17:42:05 น.  

 
มินตรา ..

ในลิงค์นั่นมันเด็กไร้สมอง .. ตัวอย่างของเด็กไทยที่เฮฮาไร้สาระไปวันๆ ..

เพราะเรามีระบอบปกครองที่ ..
.. การกระจายที่ดินทำกินไม่เป็นธรรม ..
.. การกระจายรายได้แย่มาก ..
.. การรวบอำนาจไว้ที่กลุ่มคนที่ไร้วิสัยทัศน์และความสามารถมาอย่างยาวนาน ..
.. การมีจารีตนิยมที่ฟุ่มเฟือย ไม่เป็นแก่นสาร ไร้เหตุผล ..
.. การมีระบอบอุปถัมภ์ที่เริ่มจากอภิสิทธิ์ชนรุ่นแรกๆ ทำให้ได้คนไร้ความสามารถขึ้นมามีอำนาจในบ้านเมือง และ ไปไม่ถึงไหน หรือพูดง่าย ไม่เคยได้คนอย่าง ลี กวนยู ที่เป็นนักวางกลยุทธของชาติ ..

ผลจึงทำให้ ..
.. คนจำนวนมากยากจน จึงโหยหาวัตถุ กลายเป็นสังคมวัตถุนิยม .. เมื่อหาได้ไม่พออยากได้เพราะค่าแรงต่ำมาก ก็จำต้องแย่งชิง เป็นที่มาของอาชญากรรม ทั้งปล้นฆ่า ค้ายาเสพติด ตั้งแต่ยุคผงขาวตราสิงห์โตคู่เหยียบลูกโลก จนมาถึงยุคยาบ้าในนาทีนี้
.. ระบบการศึกษามุ่งเน้นความมั่นคงของสถานภาพผู้มีอำนาจ มากกว่าความกินดีอยู่ดีของประชาชน .. สนับสนุนระบบการศึกษาแบบท่องจำให้ชนในชาติโง่เขลาเพื่อไม่ให้มีกำลังปัญญาต่อต้านอำนาจโฆษณาชวนเชื่อที่เฝ้ากรอกหูเช้ายันค่ำ .. จึงคิดอะไรไม่เป็นกราบไหว้เจว็ดกันไปวันๆ
.. ความยากจน ต้องดิ้นรนหากิน ทำให้ไม่มีเวลาอบรมทั้งตนเองและลูกหลาน

จึงเป็นที่มาของพฤติกรรมแบบในคลิป หนึ่งในความสามานย์ในบ้านเมือง .. ที่นอกเหนือจาก ฆ่า ข่มขืนแล้วโยนศพออกนอกรถไฟ

เอวัง


โดย: สดายุ... วันที่: 16 กรกฎาคม 2557 เวลา:20:06:14 น.  

 
สดายุ..

ที่เอ่ยมาทั้งหมดนั้นคือ ความต้องการทางวัตถุ ทางเศรษฐกิจ
มิใช่ ความต้องการประชาธิปไตย
และผู้มีความผิด คือคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าใช่ไหม

ความจน มิใช่สาเหตุแห่งความกร้าว..กระด้าง..

แต่การกดขี่ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า ทั้ง กาย วาจา ใจ..
เป็นสภาพจิตใจของคนผู้นั้นเองต่างหาก

ดังนั้น วาจาที่มิได้มาจากพื้นฐานทางจิตใจที่แท้จริง..
คือความเสแสร้ง ปั้นแต่งขึ้นมาเท่านั้นเอง...
เป็นเพียงกระพี้ หาใช่ แก่น ไม่...

เหมือนทนายความนักปฎิวัติฝรั่งเศส Robespierre
ซึ่งส่วนลึก ก็ยังต้องการกดขี่สตรี
หาใช่ผู้ที่เข้าใจประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่
ในที่สุด ก็โดนจับได้ และจบชีวิตลงที่กิโยตินเช่นกัน

ขณะนี้ โลกก้าวไปสนใจที่จะให้คน"ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย "
มีสิทธิในความเป็นคนผู้เท่าเทียมกัน

เยอรมัน จึงได้เปลี่ยนชื่อ กระทรวงยุติธรรม เป็น "กระทรวงยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน"

UN ได้เพิ่มหน่วยงานอีกแผนกขึ้น คือ
UN Women Watch เพื่อ
ดูแลมิให้เกิดการเอาเปรียบทางเพศ แก่ สตรีและเด็ก ได้





โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:2:45:30 น.  

 
มินตรา ..

ก่อนฝรั่งเศสจะมาถึงจุดนี้ก้ต้อง "ช่วยกันเปิดประตูคุกบาสเตียน" แล้วช่วยกันลาก"อำนาจอธรรม"ลงมาแล้วส่งขึ้นแท่นกิโยตินก่อน

ซึ่งนั่นมันเมื่อเราเริ่มสร้างกรุงเทพ ..
ระยะเปลี่ยนผ่านมักใช้เวลายาวนาน แต่ก็จะมั่นคง ตั้งมั่น จนมีพัฒนาการต่อมาเป็นสังคมที่มีวุฒิภาวะได้ ..

สังคมไทยชั่วโมงนี้ ยังไม่ได้
เพราะผู้มีจำนวนชั่วโมงนานในมหาวิทยาลัย ยังคิดไม่เป็น .. พวกเขายังมองเรื่องราวเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ออกด้วยตนเอง ต้องคอยฟังผู้แปลสถานการณ์มาพูดให้ฟะงอีกที

การมองไม่ออก คือการคิดไม่เป็น
การฟัง เขาว่า คือการเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อที่ไร้ภูมิปัญญาต่อต้าน ประกอบกับเป็นสังคมขาดเหตุผล .. ชนผู้มีจำนวนชั่วโมงในมหาวิทยาลัยจึงมีพฤติกรรมไม่ต่างกันมากนักกับผู้ไร้จำนวนชั่วโมงในมหาวิทยาลัย

คืองมงาย ไหว้เจว็ด รดน้ำมนต์ พ่นน้ำหมากเหมือนๆกัน

อีกนาน .. กว่าจะเป็นสังคมอุดมปัญญา

เรื่องเด็กและสตรี เป็น subset อยู่ในภาพใหญ่นี้


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:6:30:53 น.  

 
อีกอย่าง
ปัญหาของเมืองไทยเราต้องมองไปที่ระดับความอยู่ดีกินดีก่อน เหมือนจีนที่ต้องก้าวให้พ้นความยากจนก่อน
ซึ่งตอนนี้รายได้ต่อหัวแซงไทยไปแล้ว

จะเอาเผด็จการหน่อยๆแต่คนกินดีแบบจีน หรือ เสรีจ๋าแต่ยากจนแบบอินเดีย


เอามาตรฐานยุโรปมามองไม่ได้ เพราะนั่นเขาพ้นความยากจนไปแล้ว


โดย: สดายุ... วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:8:46:20 น.  

 
สดายุ..

เก่ง..ฉลาดที่จะตอบ..


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:10:27:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.