Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
O ข้าวร่วมขัน .. O







เพลง .. ลาวคำหอม ชัยภัค ภัทรจินดา


-1-
O แต่ .. ร่วมบุญตักบาตร .. อาวาสเหนือ
เพ่งจิตเพื่อรอบกุศลแต่หนหลัง
ได้สืบสานตอกย้ำเสริมกำลัง
ลงหยัดหยั่งทอนค่า .. อัตตาตน
O ลงสองเข่ากรประนม .. คอก้มต่ำ
บำบวงธรรมตรึกตรองครรลองผล
แว่วคำพระกล่าวกล่อม .. เข้าล้อมลน
ก็แช่มชื่นเหลือล้นอยู่บนใจ
O เรียวนิ้วงามจับของประคองถวาย
แล้วหมอบกายหน้าก้ม, น้ำพรมใส่
เป็นน้ำมนต์บริกรรมพากย์ธรรมนัย
ป้องอาลัยอาวรณ์ให้ทอนแรง
O ราวหอมรื่นพัสตร์ห่ม .. บังบ่มผิว
ร่ำลมริ้วผ่าวแนบ .. เข้าแอบแฝง
นาสิกใกล้หอมอยู่ .. ฤๅรู้แปลง-
เปลี่ยนจากแหล่งพักตร์ละม่อม .. กรุ่นหอมนั้น
O กลิ่นธูปและควันเทียน .. ไหวเวียนอยู่
เมื่อตารู้ .. งามพิไลเริ่มไหวสั่น
ประกายวับวามอยู่เกินรู้-กัน
จนกราบพระคล้อยหัน .. ก็พลันพบ
O งดงามนักเจ้าเอย .. เมื่อเผยสู่
สบเนตรนิ่งงันอยู่เกินรู้หลบ
เกศินีนวลปรางสะอางครบ
จะเลือนลบจากใจอย่างไรพ้น
O แว่วพระสวดธรรมบท .. ปรากฎเสียง
ความเรื่อยเรียงให้สดับ .. อยู่สับสน
วงพักตร์หวาน, ธรรมนัย-แว่วไหววน
พร้อมอกหนึ่งอึงอล .. อยู่บนยาม

-2-
O มาไหว้พระทำบุญ .. เพื่อหนุนชาติ
หวังบำราศทุกข์โศกแห่งโลกสาม
ให้นัยธรรมหลอมเหลว .. ส่วนเลวทราม
พาข่มข้ามขวากขวางที่วางรอ
O ด้วยศักดิ์ศรีชายผู้ .. ไม่คู้ต่ำ
ไม่อาจย่ำทางสู่ .. ท่านผู้ขอ
ตรองข้อธรรมร้อยเรียงย่อมเพียงพอ
จักเติมต่อวิชชาเป็นอาภรณ์
O มาทำบุญถวายพระ .. สังฆทาน
ให้พระผ่านนัยธรรมขึ้นย้ำสอน
แจ่มกระจ่างโศกสุขไปทุกตอน
แล้วรับพรรื่นล้ำ .. พร้อมน้ำมนต์
O หอมกรุ่นรูปพัสตรา .. เบื้องหน้านั้น
ก่อนค่อยผันพักตร์เหลียว .. มาเกี่ยวผล-
จากรูปเผยสบต้อง .. ตาของคน
ลุกลามอลวนไหวที่ในทรวง
O โพธิ์ยังคงระบัดใบ .. เมื่อใจล่อง-
สู่พักตร์ผ่องเนตรวามที่ลามล่วง-
มาจับจองนัยคำ .. ถ้อยบำบวง-
ให้โชนช่วงรอบกรรม .. มุ่งบำเพ็ญ
O ศักดิ์สิทธิ์เสียจริงหนอ .. คำขอนี้
จึงมือที่ผู้ใดมองไม่เห็น
คล้ายจับจูงชาติภพ .. บรรจบ-เป็น-
นัยแฝงเร้นจดจ่อ .. เฝ้ารอคอย

-3-
O อารามวัดเรือนไม้ที่ริมน้ำ
อีกครั้งที่รอบกรรมและคำถ้อย
พาบรรจบรูปแพงผู้แฝงรอย
ให้คนพลอยถวิลเห็นไม่เว้นวาย
O ใกล้เจดีย์โบสถ์เก่า .. อันเก่าคร่ำ
คือคลื่นน้ำลมพลิ้วเป็นริ้วสาย
บนเรือนไม้นัยธรรม .. แว่วรำบาย
ความมุ่งหมายพิสมัยแห่งใจคน
O รูปอดีตเจ้าหลวงนั้นตั้งเด่น
ที่บวงเซ่นเถ้าปวง .. เริ่มร่วงหล่น
คือวัดโกษาวาส .. ที่ชาติชน
เคยสืบผลธรรมพุทธโดยดุษณี
O ก้มกราบรูปองค์พระ .. รูปพระพุทธ
เหลื่อมทองผุดผ่องตา .. เรื้องราศี
พักตร์สงบงันอยู่ .. ช่วยชูชี-
วาตม์ คนที่รุมร้อน .. ได้ผ่อนลง
O ใกล้ใกล้ที่นั่งสงฆ์ .. ใกล้องค์พระ
แว่ววาทะกล่อมจิตให้คิดบ่ง-
เอาเสี้ยนแหลมแซมจิต .. พาปลิดปลง
แล้วเสริมส่งรอบกรรมในสัมมา
O กราบองค์พระลมรื่นใจตื่นพร้อม
เมื่อคล้ายกรุ่นกลิ่นหอม .. ละม่อมหน้า-
จะวาบไหวบริบทออกจดตา
ใจเอยแต่ละล้าเหลียวหาเงา
O เกษินีนวลปราง .. หันข้างอยู่
คล้ายรอกู้ส่วนเสี้ยว .. ความเปลี่ยวเหงา-
แห่งอาวรณ์รูปนั้นให้บรรเทา
ดูเถิด .. คำพระเจ้า-ยืดยาวจริง
O แล้วก้มกราบรูปสงฆ์..บรรจงน้อม
ผมหล่นล้อมวงหน้า .. จบหน้านิ่ง
เพียงชั่วยามรูปพิไล .. หยุดไหวติง
กลับนานยิ่งในคะนึงของหนึ่งคน
O มาด้วยเพื่อนอีกสอง .. ผู้ปองธรรม
เพื่อขัดค้ำครอบจิตจากพิษฉล
งามรูปลักษณ์กิริยาก็น่ายล
คล้าย-งามล้นล้ำล่วงถึงดวงใจ
O เงยหน้าเจ้า .. หันหน้าเข้าหาเพื่อน
เนตรคล้อยเบือนสบกัน .. ก็พลันไหว-
วาบหวามละลามล่วงสู่ทรวงใน
โอ้อกใครระทึกก้องดั่งกลองตี
O สบแล้วเมินเมียงหลบ .. แล้วสบอีก
ด้วยสุดตาจะอาจปลีก .. หลบหลีกหนี
ชั่วเงียบงันหัวใจ .. กลับไหววี
ราวมือที่แฝงเร้น .. บีบเค้นลง
O ช่างอ้อยสร้อยอ้อยอิ่ง .. เสียยิ่งแล้ว
เนตรผ่องแผ้ว .. แก้มคางเรียวร่างหงส์
ราวแทรกรูปดิ่งด่ำ .. ให้ดำรง
แนบจำนงพาใจพลอยไขว่คว้า
O ใกล้ใกล้ที่นั่งสงฆ์ .. ใกล้องค์พระ
คล้าย-พันธะกุมกัก .. รอหัก .. ฝ่า
ภาพหนึ่งแต่ปางบรรพ์ .. ในสัญญา-
ค่อยแจ่มจ้าโชนช่วงกลางห้วงใจ

-4-
.... มีร่มบังกันให้พ้นไอแดด
ท่ามกลางแวดล้อมก้าวของบ่าวไพร่
ตาดแพรทองงามควรห่มนวลใย
จึงผ่องใสหยัดอยู่ไม่รู้จาง ....
.... มาร่วมบุญงานบวชฟังสวดพระ
หวังลดละ..ทุกข์ผองสิ้นหมองหมาง
แต่กราบก้มงามควรทุกส่วนนาง
ตราบเยื้องย่างสง่าล้วนให้ควรมอง ....

O ราวว่าจินตภาพฟ้องให้มองเห็น
งามเกินเว้นตาพรับเมื่อจับจ้อง
กระโปรงผ้าสีพื้น, แพรผืนทอง-
คล้ายเหลื่อมสองภาพซ้อน .. แต่ตอนนั้น
O ในสายตา-ท่วงที .. ราศีรูป-
เหมือนคอยลูบโลมให้ห้วงใจสั่น
แพรผืนทองพาดบ่า, ภูษาพรรณ-
เบื้องหน้าพลันเหลื่อมเนื้อ .. เป็นเนื้อเดียว
O ภาพนั้น .. แววขัดเขินจำเริญรูป
เทียนควันธูป .. เปลวลอย .. คนคอยเหลียว
และเบื้องหน้าลมพลิ้ว .. เมื่อนิ้วเรียว-
คล้ายรอเหนี่ยวอกใจ .. พลอยไหวตาม
O ภาพนั้น .. แววอุทธัจเผยชัดแจ้ง
และเลศแฝงในตา .. เกินกว่าห้าม
เบื้องหน้านี้ธรรมบท, รูปงดงาม-
ค่อยลุกลาม .. เข้าล้อมให้ยอมตน !
O ภาพแววตาอ่อนละมุน .. คอยหนุนเสริม-
ให้อาวรณ์ฮึกเหิม .. ได้เริ่มต้น-
เร่งกำลังหวานหอมเข้าล้อมลน
พาหวานล้นเอ่อแล้ว .. ทั้งแววตา-
O เช่นภาพการเยื้องย่างของร่างหงส์-
เข้าทับซ้อนรูปองค์ที่ตรงหน้า
เลื่อนหัวใจเลื่อนขวัญรับบัญชา-
ตอบคุณค่าน้ำใจด้วยนัยเดียว
O แต่เมื่อเดินเข้ามาให้ตาเห็น
อย่างลอบเร้นใจละห้อยแต่คอยเหลียว
ตาสบรูป .. อารมณ์ก็กลมเกลียว-
เข้ากอดเกี่ยวรูปพรรณในสัญญา
O หรือหัตถ์พรหมลอบเร้น .. จัดเส้นทาง
ให้ยกย่างเหยียดก้าวมุ่งเข้าหา
แล้วรอการสัมผัส .. รูป-ทัศนา
ก่อคุณค่าจับวางลงกลางใจ
O แต่บัดนั้น .. รุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า-
ก็เหมือนว่าทอดโค้งยึดโยงให้-
ความขัดเขินอ่อนหวานที่ด้านใน-
ของอกใจ .. กับผกายแห่งสายตา
O ยิ้มรับความสดใสแห่งวัยเยาว์
เช่นยามเช้าสุมาลย์ช้อย .. ช่อ-คอยท่า-
ภุมรินผึ้งภู่ .. จะรู้มา-
ตฤปรสผาณิตหอม .. อย่างยอมตน
O ยิ้มรับความอ่อนไหว .. ของใครนั้น
กับแวววามไหวสั่นนับพันหน
เอ็นดูความขัดเขินหยอกเอินคน
หวามที่ล้นเอ่อแล้ว .. ผ่านแววตา !
O เหมือนว่างามลามรุกไปทุกบท
ชี้ .. กำหนด .. รูปรอยให้คอยหา
และเหมือนงามลามรุกไปทุกครา-
กับท่วงท่าเหลือบค้อน .. ตาซ่อนยิ้ม ..?




Create Date : 10 สิงหาคม 2557
Last Update : 30 มีนาคม 2562 19:42:48 น. 2 comments
Counter : 1228 Pageviews.

 

พี่กาย วันนี้พาคุณแม่ไปไหนคะ เล็กไปไหว้ สารทจีนมาเพิ่งกลับค่ะ


โดย: น้องเล็ก IP: 192.99.5.126 วันที่: 10 สิงหาคม 2557 เวลา:12:06:50 น.  

 
น้องเล็ก ..

พี่ไม่ได้ไปไหนค่ะ แม่พี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล
วันนี้คงไปออกกำลังค่ะ


โดย: สดายุ... วันที่: 10 สิงหาคม 2557 เวลา:12:43:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.