Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
30 กันยายน 2557
 
All Blogs
 

O ปีกนก และ อกคน .. O








นางครวญ ขิม



O ปักษีเสาวเลขล้วน .. เสียงครวญคร่ำ
กลางลมร่ำเย็นรื่นโลมผืนสินธุ์
ปลายปีกกางเย้ยโลกขึ้นโบกบิน
เมื่อกรุ่นกลิ่นกุสุมาลย์หอมซ่านมา
O อบอุ่นด้วยรูปแพงเจ้าแฝงเลศ-
โดยแววเนตรปริบปรอย .. เฝ้าคอยท่า
เผยรูป-พฤติ .. งดงามลงล่ามคา-
จิตวิญญาณปรารถนา .. ให้อาลัย
O ลมพลิ้วจบริ้วขน .. ที่บนฟ้า
พร้อมแววตาจบรูป .. แล้ววูบไหว
ล่องลอยช่วงชีวาผ่านฟ้าไกล
ต่าง-ฤๅ .. การล่องไหลของใจคน
O รับรู้ความอาวรณ์แสนอ่อนโยน
คอยถ่ายโอนมอบกันหมื่นพันหน
เยี่ยงไรหนอแรงถวิล .. จึงดิ้นรน-
เฝ้าแต่ขวนขวายชู้ .. ไม่รู้พอ ?
O ปีกนกโบกเบียดฟ้า .. แววตานั้น-
ก็ไหวสั่นรูปรอย .. ขึ้นคอยล่อ-
หลอก-หัวใจ .. ยั่วเย้าพะเน้าพะนอ
อยู่แอบออกล่อมขวัญ .. ค่ำยันเช้า
O ชั่ว-ผ่านหวานแต้มเติมลงเพิ่มพูน
ความผ่องแผ้วดวงกูณฑ์ก็สูญเปล่า
ชั่ว-แววตาทอดทับอยู่กับเงา
พรายแสงเพรางายผอง ฤๅ-ต้องการ ?
O ถ้วนสิ้นความผ่องแผ้ว .. ในแววตา
ก็คล้ายว่ารายล้อมด้วยหอมหวาน
ทั้งเนียนแก้มเอิบอิ่ม .. รอยยิ้มพาน-
เหมือนกลีบมาลย์ช้อยรอ .. ภู่ออรส
O หลบได้หรือแววชม้อยชม้ายยั่ว
เมื่อเผยความสั่นรัว .. อยู่ทั่วบท
เนตรวาวน้ำวามอยู่ .. ไม่รู้ลด-
ทอน-หวานอด-ออมแววให้แล้วเลือน
O หลบได้หรือรูปลออ .. เมื่อคลอเคล้า-
แววตาเร้ารุมหมายลงป่ายเปื้อน
อิริยารูปจริตเมื่อติดเตือน-
จะแล่นเลื่อนล่วงไปอย่างไรพ้น
O ชั่วเพียงตาจบจูบด้วยรูปเงา-
ความว่างเปล่าในทรวงก็ร่วงป่น
รอบอาวรณ์อาลัย .. จึงไหววน-
เวียน-อยู่บนคาบยาม .. งดงามนั้น
O อยู่ในรอบวงวัฏฏ์ของสัตว์โลก
ผ่านสุขโศก .. ขวาง-ขวาก .. ต้องบากบั่น
ย่อมเพื่อรอบันลือความดื้อรั้น
ก่อรูปฝันแฝงเร้นให้เป็นจริง
O ปีกนกยังโบกบินกลางถิ่นสรวง
แววนัยน์ตาแหนหวงก็ช่วงยิ่ง
ดูเถิดความอาวรณ์ .. ราวอ้อน-อิง-
แอบแววกลิ้งเกลือกชู้ .. ให้รู้การ
O โล้ลมล่องลอยร่างอยู่กลางหาว
เนตรวับวาวออดอ้อน, ความอ่อนหวาน-
ก็เผยแววหยอกเอินอยู่เนิ่นนาน
โลมความซ่านซึ้งทั่วทั้งหัวใจ
O ปลายปีกบางคว้างลิ่ว .. ล้อริ้วลม
เมื่อสุดข่มอาวรณ์ .. ออดอ้อนไหว
จำต้องยอมให้งามรุกลามนัย
เข้าโลมไล้ถ้วนสิ้นจิตวิญญาณ
O เจ้าเอยรู้ไหมว่าใครอาวรณ์ ?
กับท่วงทีออดอ้อนแสนอ่อนหวาน
รู้หรือไม่ .. รูปลออเจ้า-ทรมาน-
อกชายชาญรุมร้อนยากผ่อนลง
O แต่เมื่อวางชาติภพ .. บรรจบช่วง
เหมือนเงื่อนบ่วงทอด-วาง .. ให้ย่างหลง-
เพื่อรัดรึงผูกพันจนมั่นคง
สองปลายลงเงื่อนตาย .. ยากคลายคลอน
O แต่เมื่อวางภพชาติลงพาดช่วง
ความแหนหวงนัยชู้ .. เกินรู้ซ่อน
เสน่หาทั้งปวง .. ทุกช่วงตอน-
ก็สุมซ้อนทอดทับให้รับรอง
O โอนงดงามนามรูป .. เข้าสูบสิ้น-
ทั้งเจตจินต์ทุกข์โศกแห่งโลกผอง
จึงเหลือความหวานล้ำ .. เร่งทำนอง-
ร่วมพร่ำพร้องเสน่หา .. แรงอาลัย
O ปีกบอบบางกางว่อนช่วงตอนฟ้า
แววนัยน์ตารื่นชู้ก็รู้ไหว-
วาบผกายดื่มด่ำ .. แห่งน้ำใจ
กระเพื่อมไหลล่องแววไม่แล้วลา
O เพียงถ้อยคำรำบาย .. เข้ารายล้อม
หมายหล่อหลอมอบอุ่นก่อคุณค่า-
ตรึงติดแนบดวงขวัญ .. คอยบัญชา-
เสน่หาให้ช่วง .. กลางห้วงใจ
O เพียงรำพันรำบายลงป่ายเปื้อน
เพื่อแล่นเลื่อนนัยชู้จนรู้ได้-
ว่ามีเพียงแต่เจ้า .. รูปเยาว์วัย
พี่อาลัยเกินจิตจักบิดเบือน
O ปักษีเสาวเลขหวน .. เสียงครวญคร่ำ
ลมยังร่ำรินสาย .. จนคล้ายเหมือน-
ว่ารอกล่อมรื่นเย็น .. จนเห็นเดือน-
ดาว-ลอยเลื่อนทอแสงแต้มแต่งฟ้า
O พร้อมเกสรกุสุมาลย์หอมซ่านกลิ่น
รอบถวิลหอมหวานยิ่งซ่านกว่า
หมายจดรูปแหนหวงในดวงตา-
ก่อนเอื้อมคว้าโอบกอด .. เอวคอด .. ประคอง !




 

Create Date : 30 กันยายน 2557
11 comments
Last Update : 3 เมษายน 2562 18:24:18 น.
Counter : 1509 Pageviews.

 

สดายุ..

"O พร้อมเกสรกุสุมาลย์หอมซ่านกลิ่น
รอบถวิลหอมหวานยิ่งซ่านกว่า
หมายจดรูปแหนหวงในดวงตา-
ก่อนเอื้อมคว้าโอบกอด .. เอวคอด .. ประคอง ! "

ไปดู "งามรูปกาย" ก่อน สักพัก..
จะได้มี "เอวคอด" ให้ใคร..
มา"..เอื้อมคว้าโอบกอด .. เอวคอด .. ประคอง ! " บ้าง

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 1 ตุลาคม 2557 13:52:18 น.  

 

มินตรา

ต้องรูปนี้ อกเป็นอก เอวเป็นเอว
ในทรวดทรงองค์เอว Perfect Body 170

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=09-2014&date=26&group=137&gblog=1074

งามมาก ..

เดี๋ยวเย็นนี้ว่าจะไป Apple Store ดูสักหน่อย ..
ไปดูว่า Mc รุ่นไหนน่าลิ้มลอง 55

 

โดย: สดายุ... 1 ตุลาคม 2557 14:02:38 น.  

 

ดายุ...

จำได้ว่าสมัยเด็กเด็ก เคยถามแม่ว่า ..
"เอว"น่ะคือส่วนไหนของร่างกาย
แม่ตอบว่า หากแนบแขนกับตัว ตรงปลายข้อศอกน่ะ คือเอว...

ทฤษฏีนี้ มินตรายังใช้หา"เอว" ตัวเองได้อยู่ค่ะ..555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 1 ตุลาคม 2557 17:37:38 น.  

 

มินตรา ..

แม่ .. อีกแล้ว !
นี่ผมกำลังพูดกับเด็กติดแม่แน่เลย .. โตป่านนี้แล้วยังเรียกแม่ทุกเรื่อง - 55

ญ ที่ไม่มีเอว ลำตัวตรงๆ สำนวนโก้วเล้งว่า "เอวหนาหยาบใหญ่" มักไม่ดึงดูดสายตาชาย .. แต่เข้าใจว่าจะเป็นเรื่องของพันธุกรรมมาจากพ่อแม่นะ มิใช่เรื่องจะมาบริหารกันได้ ..

คนที่มีรูปทรงองค์เอว 36-23-36 ทรงขวดแชมเปญ จึงเป็นเรื่องธรรมชาติล้วนๆ ถือว่าโชคดีไป

ซึ่งส่วนมากจะเห็นในสาวละตินอเมริกา เวเนซูเอลา จึงมีนางงามจักรวาลมากสุด ดังนี้แล

 

โดย: สดายุ... 2 ตุลาคม 2557 6:12:25 น.  

 

สดายุ...

คน"มีแม่มีครู "แม้จะไม่มีความรู้ทางศาสนา
ก็ยังมีปัญญาจะตอบได้ว่า พระภิกษุรุ่นแรกของพุทธคือ ปัญจวัคคีย์
และภิกษุไทยองค์แรกไทยคือ พระปุณณเถระ
มีใช่ฝนตกน้ำไหลหน่อไผ่จึงโผล่มา !

พันธุกรรม" เอวหนาหยาบใหญ่" ไซด์ 38-26-38 น่ะ
เพราะความเจริญวัยไปลง..สมอง...

ในแดนเยอรมันที่ อ้วนเตี้ย ไม่ต้องหัดเต้นแซมบ้า
ก็คว้าบอลโลกมาด้วย "ระบบและระเบียบ"

ในภาษาเยอรมัน ใช้คำว่า Flasche (ขวด)
เรียกคนที่.. สมองกลวง ขาดความสามารถ..
ฉะนั้น อ้วนเตี้ยพอประมาณ แต่ฉาดฉานทางวิชา..
จึงน่าอภิรมย์ !

พันธุกรรมที่เกิดมา และเวลาที่ใช้ในเยอรมัน...
จึงเป็นโชคมหาศาล เกินจะประมาณได้..
หากผู้ใดฝักใฝ่ในความรู้..ความสามารถ..

ไม่ต้องไปประกวดแข่งขันกับใครให้เสียเวลา
เพราะคุณค่ามีอยู่ในตนเพรียบพร้อม..

ปีกนก และ อกคน .. !

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 2 ตุลาคม 2557 8:00:39 น.  

 

มินตรา

เห็นด้วยกับความโชคดีที่ได้ไปอยู่เยอรมัน แทนเมืองสยามที่ยังตามอวยเจว็ดกันไม่เสร็จ

เห็นด้วยกับความภูมิใจในรากเหง้าตนเอง

เห็นด้วยกับเรื่องสมอง ที่เรามักมอบคุณค่าให้เหนือความงามรูปกายตลอดมา เราจึงควรบังคับให้ถ่ายทอดงานประกาศรางวัลโนเบิล มากกว่างานประกวดนางงามจักรวาล

ช่วยกันหาสปอนเซอรดีไหม ?

 

โดย: สดายุ IP: 49.230.116.189 2 ตุลาคม 2557 12:30:55 น.  

 

สดายุ...

ชายไทยอย่างสดายุ นี่แหละ ที่เป็นบ่อเกิดของ ...
มิสไทยแลนด์ และการตบตีในละครช่อง ๓..๗..๕..
แล้วจะมาโวยวายว่า คนไทยโง่เขลาเต่าตุ่นได้อย่างไร..
ในเมื่อ ยังไม่ละเมียดละมัยพอที่จะมองเห็น ..
คุณค่า ของ คุณค่า....

เคยถามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งมีผลงานด้านวิวัฒนาการมากมายว่า ทำไมจึงไม่ติดอันดับโลกซักที !

ฝ่ายต่างประเทศของมหาวิทยาลัยตอบว่า เราได้รับแบบฟอร์มที่ให้กรอกทุกปี เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยดีเด่น..
แต่เราไม่เคยสนใจว่า เราจะเป็นอันดับที่เท่าไหร่ ในเมื่อเรามีหน้าที่ผลิตนิสิตที่มีคุณภาพออกมาทำงานให้ประเทศ
จึงมิกรอกแบบฟอร์มส่งไป...

ความคิดนี้เป็นเช่นเดียวกับหลายมหาวิทยาลัยในยุโรป..

ฉะนั้น จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยเยอรมันที่ติดอันดับจะเป็น มหาวิทยาลัย ระดับ มหาวิทยาลัยครูราชภัฎ มหาวิทยาลัยเทคนิคราชมงคล
ในไทยก็จะมีมหาวิทยาลัยใหม่ใหม่เช่นมหิดล สงขลานครินทร์ ที่ติดอันดับ..

ในวงวิชาการระดับโลก เคยหวั่นไหวเรื่อง การจัดระดับการศึกษาของ พีซ่า...
จนเยอรมันตั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ออกมาศึกษาวิธี คัดเลือกของพีซ่า..
จึงเห็น จุดอ่อนจุดแข็งของการจัดอันดับ...
พีซ่าจึงเงียบเงียบไป..

ฉะนั้น รางวัลโนเบล อาจจะมีเงินน้อยกว่า การรับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส ...

เงิน หรือรางวัล มิใช่ มาตร ในการวัด สติปัญญาความสามารถและ คุณธรรมของมนุษย์

หากเข้าใจในเรื่องนี้ การ "เปลี่ยนแปลงในไทย"จึงจะเกิดขึ้นมาได้..






 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 2 ตุลาคม 2557 17:02:38 น.  

 

มินตรา ..

นี่คือผลประกอบการณ์ของช่อง 3 BEC


ROE คือ Return on Equity .. ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
วอเรนต์ บัฟเฟต กล่าวไว้ว่า บริษัทใดมี %ROE เกิน 20% ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี .. นั่นคือสิ่งบ่งชี้ว่าธุรกิจนั้นมีสถานภาพการเงินแข็งแกร่ง .. ควรแก่ VI จะลงทุน !

ทำไมช่อง 3 ถึงมีผลประกอบการณ์ดีเลิศ ?

ผลกำไรของธุรกิจมาจากไหน ?
ตอบว่า ธุรกิจทีวี มีรายได้หลักจากค่าโฆษณา .. และเหตุที่โฆษณาเข้ามาจาก rating รายการสูง คือคนดูเยอะ ..

ทำไมคนดูเยอะ ?
เพราะรายการที่มีมันเป็นที่บันเทิงใจของคนที่ ไร้ความหวังในชีวิต สื่อทีวีฟรี จึงเป็นความบันเทิงราคาถูก และละคอนน้ำเน่ามันเป็นสิ่งสร้างจินตนาการลมๆแล้งๆ แบบเดียวกับหวยรัฐบาล .. คือเสพความหวังลมๆแล้งๆไปวันๆ

มันไม่ใช่ สดายุ หรอก !
ที่จะทำให้คนหันมาดูช่อง 3 จนเจ้าของรวยสะดือปลิ้น
หรือทำให้รากหญ้าอันมากปริมาณชอบละคอนตบตีแย่งผู้ชายกัน !

แต่มันเพราะ สองผัวเมียรายได้ไม่เกิน 1 พันบาทต่อวันดันอยากมีลูกขึ้นมาให้เป็นภาระต่อสังคม นั่นต่างหาก ..และสองผัวเมียที่ว่ามีจำนวนมากมายเกินครึ่งประเทศ

เวลาทุ่มถึงสองทุ่ม ของทุกวันนั้นหากเอาเวลามาทำรายการแก้ปัญหาสังคมแบบบังคับดู บังคับฟัง เพื่อแก้ความโง่เขลาที่คิดไม่ได้ของ สิบล้านคู่ผัวเมียแทน มันน่าจะได้ประโยชน์มากกว่านักหนา

ไม่ใช่เพราะสดายุหรอก 555

สังคมที่ผู้คนอ่านหนังสือไม่เกินสิบบรรทัดแล้วรีบร้อนออกความเห็น มันเป็นสังคมอุดมปัญญาไปไม่ได้หรอก ..

เชื่อหัวไอ้เรือง

55

 

โดย: สดายุ... 2 ตุลาคม 2557 19:47:39 น.  

 

ดายุ...

มินตราขอโทษ...
ก็อยากมาว่ามินตราก่อนว่า ไม่สวย..
เลยท้าดวลเลย...555

ค่ะ ...ไม่ใช่สดายุ คนเดียว...

ผู้หญิงน่ะนะ หากรักใครก็ตามใจตะพึดตะพือ ..
ต้องการเอาใจคนที่ตนรัก...
สตรีไทยจึงตามใจจนชายไทยนิสัยเสีย...

แต่ มินตรา จะเลือกคนที่ เข้าใจกัน มีมันสมอง มีความสามารถ ก็ไม่ต้องมานั่งตามใจกันอีกแล้ว..
นอกจากจะอยู่เพื่อกันและกัน อ่อนโยนอ่อนหวานต่อกัน...

ขอโทษนะ ....ที่ตั้งใจจะพูดให้เจ็บ..
นิสัยไม่ดีอย่างนี้แหละ เลยไม่มีใครรัก.. 555




 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 2 ตุลาคม 2557 21:13:24 น.  

 

มินตรา ..

ผู้หญิงที่มีความรู้มากพอที่ผมจะคุยด้วยได้มีไม่มากนัก .. แต่มินตราเป็นคนหนึ่งในจำนวนนั้น หรืออย่างน้อยก็ไปค้นหาข้อมูลจาก กูเกิล มาคุยด้วยได้

ส่วนเรื่องสวยไม่สวย สำหรับมุมมองที่มีต่อ "นักวิชาการ" มันเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไร ..

ที่ผมพุดถึงส่วนใหญ่คือวัยประกวดนางงามหรือวัยเรียนมหาวิทยาลัยนั่นเอง มิได้หมายถึงวัยของ "ครูบาอาจารย์" ที่เลยวัยแห่งความสวยงามไปนานหนักหนาแล้ว 55

การสนใจเรื่องราวใหญ่ไม่กี่เรื่องจะทำให้คนเรา "รู้รอบด้าน" ได้ในความเห็นผมมีอยู่ 3 เรื่อง
.. ศาสนา หรือ ปรัชญา อันนี้เข้าใจจิตวิญญาณของคน
.. การเมือง สังคม อันนี้ทำให้เข้าใจความสัมพันธ์ของคน
.. ฟิสิกซ์ อันนี้ทำให้ความเข้าใจเรื่องศาสนามั่นคง ไม่กวัดแกว่ง และเข้าใจภาพรวมระดับมหาภาคของสรรพสิ่งและสามารถทุบทำลายความคลุมเครือเรื่อง ผู้สร้าง ผู้ทำลาย อะไรนั่นเสียโดยสิ้นเชิง

เรียนมาทาง นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ จะได้เรื่องการเมือง
เรียนมาทางวิศวกรรมจะได้เรื่อง ฟิสิกซ์
เรียนมาทาง มานุษยวิทยา จิตวิทยา จะได้ทาง สังคม ศาสนา

เรื่องพวกนี้มันจะประมวลเป็นองค์รู้ในตนทำให้มองโลกสภาพได้อย่างมีเหตุผล

ผมมองว่ามินตราพอจะเข้าใจโลกมากกว่า ญ ไทยส่วนใหญ่เพราะไปอยู่ในสังคมที่อุดมปัญญานะ ..

เยอรมัน คือ ประเทศที่ผมชอบมากที่สุดในยุโรป
และอารยันของฮิตเลอร์ก็เป็นชนชาติที่ผมเชื่อว่าเหนือกว่าเผ่าพันธุ์อืนใด ..

มินตราโชคดีแล้ว ..


 

โดย: สดายุ... 3 ตุลาคม 2557 6:25:50 น.  

 

สดายุ..

"O ลมพลิ้วจบริ้วขน .. ที่บนฟ้า
พร้อมแววตาจบรูป .. แล้ววูบไหว
ล่องลอยช่วงชีวาผ่านฟ้าไกล
ต่าง-ฤๅ .. การล่องไหลของใจคน"

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 3 ตุลาคม 2557 10:19:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.