Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
O มีเจ้า .. O









ลาวคำหอม best version



O บริบทงดงาม .. แห่งยามเช้า-
ค่อยทอดเงาเคียงหมู่ท่านผู้ขอ
ศรัทธาชนในธรรม ราวร่ำรอ-
การเติมต่อ .. แต่งหวังอยู่ทั้งเป็น
O ฝ่าแสงยามตรู่สาง .. ท่านย่างเหยียบ-
ยอธรรมเทียบทุกข์สรรพ .. ช่วยดับเข็ญ
เพื่อหัวใจปรุงปองได้ผ่องเพ็ญ
ข่มสร้อยโศกหลีกเว้น .. บีบเค้นใจ
O ผ่านแสงตรู่ยามเช้า .. กลิ่นข้าวหอม
ย่อมอบอวลอยู่พร้อม .. การน้อมไหว้
ฝ่าแสงเงาตรู่สาง .. เหยียบย่างไป
ล่มโศกไข้ทุกข์เขลา .. ให้เบาบาง
O บริบทยามเช้า ตรู่เช้านั่น
ก่อน-ค่อยผันผ่านเลย .. ก็เผยร่าง-
เรียวรูปผู้เยาว์วัย .. อยู่ในทาง
เหมือนคอยขวาง .. ฝากรูป .. โลมลูบใจ
O นิ้วเรียวรูปเคลื่อนขยับ .. หยิบจับลง-
ใส่บาตรสงฆ์ .. จากรูป .. สู่รูป .. ให้-
ห้วงจิตรู้รมยา .. เกินกว่าใคร-
อาจพรากสุขแจ่มใส .. จากนัยน์ตา !
O บริบทยามเช้า ตรู่เช้านั่น
กอปร-รูปนาม .. เบญจขันธ์ .. กลางพรรษา
สบ .. สัมผัส .. เป็นเหตุ .. ดลเวทนา
จวบ-ตัณหา .. อุปาทาน .. ละลานล้อม !
O ตั้งขึ้นเป็น .. ภพ .. ชาติ - แรงปรารถนา
โดยแววตาพริ้มพรับ .. คอย-ขับกล่อม
ที่เหมือนทั้งเจตจินต์ .. คล้ายยินยอม-
เข้าแนบน้อม .. มธุรส เป็นบทเดียว !
O หลังกรุ่นหอมกลิ่นข้าว .. ตรู่เช้านั่น
มีดวงขวัญตื่นตอบ .. การลอบเหลียว
พร้อมดวงใจปลิดปลิวด้วยนิ้วเรียว-
ที่-ใครเหนี่ยวโน้มวางลงกลางมือ !
O ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. ก้าว
หาก-ตาวาว-วามอยู่ .. อาจรู้หรือ ?
ว่า-ทุกการเคลื่อนขยับ .. พริ้มพรับ-คือ-
แรงยุดยื้อไขว่คว้า .. อีก-อารมณ์ !
O แถบแพรขาวบางนุ่ม .. ห่มคลุมไหล่
เสียบแซมกลีบช่อไม้ที่ปลายผม
สังวาลย์เพชรวางสาย .. ให้หมายชม-
หรือ-เพื่อข่มขับมืด .. ให้จืดจาง ?
O ดู-ข้าทาสหญิงชาย .. ที่รายล้อม-
แสนนอบน้อม .. นั่ง, ลุก และทุกย่าง-
ที่-คอ, หลัง .. ค้อมรับ-หยิบ .. จับ .. วาง-
ข้าวของกลางแวดล้อม .. อยู่พร้อมเพรียง
O ในท่ามกลางสายตา, รูปหน้านั้น-
ค่อยค่อยสั่นโยกใจ .. จนให้เสียง
รูปนามแห่งยามเช้าทอดเงาเคียง-
การร้อยเรียงธรรมบทลงจดใจ
O ในคาบยามบรรจบ .. แห่งภพชาติ-
เหมือนเพรงวาสน์พาดช่วงเกินหน่วงไหว
จับจูงเอา .. อิริยา .. รูปหน้าใคร-
จำหลักไว้ตรึงมั่น .. ลงสัญญา
O แล้วรูปนามพริ้มเพราแห่งเช้าวัน
ค่อยค่อยผันรูปกลับ .. จนลับหน้า
แวบเดียว .. ที่เหลือบคล้ายจะชายตา-
ปรารถนาก็ช่วงในห้วงใจชาย
O สวยปีกผีเสื้อบินกลางถิ่นทุ่ง
ขณะรุ้งทินกรเริ่มชอนฉาย
ลมเช้าพลิ้วแผ่วร่ำ .. ล้อมรำบาย
แตะร่องรอยความหมายขึ้นว่าย-วน
O แดดใสแผ่นฟ้าคราม .. ในยามนี้
เหลื่อมแสงสีอบอุ่นแทนฝุ่นฝน
เมฆขาวแทนมืดดำฟ้าคำรน
วิหคบนแทนวิชชุที่คุไฟ
O งามเงื่อนหางยูงฟ้าในป่าแดด
ทอดลงแวดล้อมอยู่ .. จนรู้ได้-
ว่า .. อ่อนหวานโลมทั่วทั้งหัวใจ-
ด้วยรูปใคร .. เผยองค์ขึ้นบงการ
O ระยับแดดเหลื่อมแล้วที่แววขน
พร้อมตาคนวาบแล้วด้วยแววหวาน
ที่ช่วงใจเต้นรับอยู่นับนาน
จนสุดหาญฝ่าบ่วงให้ล่วงพ้น
O งามปีกผีเสื้อลาย .. ระบายป่า
กระหยับทาทิวเถื่อนอยู่เกลื่อนกล่น
ปีกแห่งรักพลิ้วพรายลอยว่ายวน
ด้วยหัวใจดิ้นรน .. คิดวนเวียน
O โลมแดดอุ่นแอบลมไว้ข่มรื่น
เมื่อใจตื่นนิรมิตเกินปลิด .. เปลี่ยน
จำหลักรอยแฝงฝาก .. ให้พากเพียร-
ว่า-เนื้อเนียนกลิ่นร่ำ .. คือ-จำนง !
O สวยปีกผีเสื้อลาย .. พลิ้วพราย .. ร่อน
เมื่ออาวรณ์พิสวาดิด้วยชาติหงส์-
ค่อยหลอมรวมหวานหอม .. รอน้อมลง-
จบ .. บรรจง .. เสพรับชั่วกัปกัลป์




Create Date : 21 สิงหาคม 2558
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 15:59:52 น. 2 comments
Counter : 1379 Pageviews.

 
สดายุ..

" O หลังกรุ่นหอมกลิ่นข้าว .. ตรู่เช้านั่น
มีดวงขวัญตื่นตอบ .. การลอบเหลียว
พร้อมดวงใจปลิดปลิวด้วยนิ้วเรียว-
ที่-ใครเหนี่ยวโน้มวางลงกลางมือ ! "

สาวไทยน่ะหอมกลิ่น แป้งกระแจะจันทร์ นะ
ส่วนมินตราน่ะหอมกลิ่นแป้ง baby johnson
สาวของสดายุนี่ มีแต่.. "กรุ่นหอมกลิ่นข้าว .."


โดย: บุษบามินตรา IP: 37.59.6.32 วันที่: 23 สิงหาคม 2558 เวลา:2:29:09 น.  

 
มินตรา ..

พอดีว่าพูดถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว .. สมัยนั้นน่าจะยังไม่มี ดิออร์ หรือ ชาแนล หรือ อิเซ่ มิยาเกะ 55

รู้ไหม สังคมพุทธที่ผู้คนมักคิดริเริ่มอะไรไม่ค่อยเป็น ผมยังหารูป สาวงามกำลังใส่บาตรพระ พร้อมการแต่งกายแบบไทยๆ กิริยาแบบไทยๆ อย่างที่ต้องการไม่ได้เลย

สิ่งที่กองประกวดนางสาวไทยทำได้ทุกปีคือ มีเบอร์ติดข้อมือ อกเสื้อ ผมทรงเดียวมา 50 ปีแล้วคือเกล้าเป็นพุ่ม เหมือนกันไปหมด แป้งพอกหน้าหนาเตอะ .. อย่างที่ไม่สามารถเอามาลงได้เลย .. มันไร้รสนิยม

แล้วหน้าตา มุมกล้อง เหลี่ยมกล้อง หาไม่ได้ที่ถูกใจเลย .. ไม่แม้แต่จะใกล้เคียง

ไม่รู้เรียนอะไรกันมา ที่มาทำหน้าที่ถ่ายทอดความงามเผยแพร่สู่สาธารณะ นิเทศ สื่อสารมวลชน ? ..

หรือแม้แต่ภาพวาด ก็ยังไม่ไมี !

มันไม่ได้เรื่องไปเสียทุกเรื่อง .. สงสัยผมจะเป็นพวก perfectionist .. 55


โดย: สดายุ... วันที่: 23 สิงหาคม 2558 เวลา:16:19:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.