Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 

O น้ำปลายฝน .. O









เพลง .. เขมรไทรโยค
เปียโน



O น้ำปลายฝนกรากเชี่ยวเป็นเกลียวระลอก
กระเพื่อมผิวพลิ้วกระฉอกคล้ายบอกว่า
ดินสีโคลนขุ่นข้นที่ปนมา
คือร่องรอยอันยากยาที่ป่าบน
O จะกี่รอบเดือนปีในที่นั้น
แม่น้ำพร้องจำนรรจ์กี่พันหน
จึงอาจผ่านความนัยสู่ใจคน
จึงอาจหยุดขุ่นข้นสายชลนั้น
O ปริ่มพื้นก่อระลอกยั่วหยอกฝั่ง
พร้อมเนตรปลั่งปลาบฉาย..ค่อย-ส่ายสั่น
เมื่ออารมณ์ก่อระลอกยั่วหยอกกัน
ผ่านรำพันพากย์ล้อม..เข้ากล่อมใจ
O จะกี่รอบเดือนปีจากนี้..หนอ ?
จึงเพียงพอสุมซ้อนความอ่อนไหว
ต้องกี่คาบปีเดือนคล้อยเคลื่อนไป
จึงอาจให้รูปละม่อมได้น้อมอิง
O น้ำปลายฝนหลากเชี่ยวเป็นเกลียวคลื่น
ใจตอบตื่นก็เร่งรุด..เกินหยุดนิ่ง
จดจ่อรอบอาวรณ์หมายผ่อนพิง
เพื่อถ่ายทิ้งทรมานที่ผ่านมา
O ลมแผ่วเบาลูบไล้..ล้อใบข้าว
รวงเม็ดราวลู่ค้อมลงน้อมหา
ใจเมื่อต้องรูปละม่อม..ก็น้อมคา-
เช่นรวงข้าวในนา..น้อมหาโคน
O คำนึงกลางลมเลี้ยวเลาะเรียวรวง
ท่ามกลางช่วงแสงระยิบ..ไกลลิบโน่น
อบอุ่นรอบอาวรณ์แสนอ่อนโยน-
ก็ถ่ายโอนอุ่นวาบกำซาบทรวง
O เมื่อลมล่องอ่อนแรง..แล้วแพงเอ๋ย
อ้อมอกเคย, สองแขน, ใจแหนหวง-
จักบรรจงโอบรูป..จบจูบพวง-
แก้มเนียน-หน่วงอาลัยสู่ใจคน
O ท่ามกลางสายวารีเป็นสีโคลน
แววอ่อนโยนอ่อนหวานก็ปานฝน-
ล่องเม็ดเป็นเกล็ดควง..จากสรวงบน
คว้างคว้างหล่น..เผยงามให้จำนง
O ปลายฝน..ต้นหนาว..ทุกก้าวย่าง
หวัง-ก้าวอยู่เคียงข้างด้วยร่างหงส์
ร่วมน้อมแนบรมยา, รูปอ่าองค์-
จักล้อมลงเอาหวานผันผ่านประโลม
O จะสิ้นฝน..เข้าหนาวอีกคราวแล้ว
หอมกลิ่นแก้ว..ลมลูบ, หนึ่งรูปโฉม-
ก็ดาลรอบแรงชู้..เข้าจู่โจม
ก่อรูปโสมนัสแพร้ว..ผ่านแววตา
O เผยความหมายตอบรับ..อยู่กับลม
จนสุดข่มขับละห้อย..เฝ้าคอยหา
คล้ายเงื่อนบ่วงผูกมั่น..ตรึงสัญญา
จนไขว่คว้าถวิลอยู่แต่ผู้เดียว
O แม้นเคยอยู่ไกลห่าง..อีกฝั่งฟ้า
วาสนากลับพ้องมาข้องเกี่ยว
เยื่อใยเอยสองเส้นพันเป็นเกลียว
จงรัดเหนี่ยวเสน่หา..จนกว่าวาย





 

Create Date : 16 สิงหาคม 2558
1 comments
Last Update : 5 มีนาคม 2562 6:26:48 น.
Counter : 1480 Pageviews.

 

สดายุ...

ชอบบทสุดท้าย...นะ

"O แม้นเคยอยู่ไกลห่าง..อีกฝั่งฟ้า
วาสนากลับพ้องมาข้องเกี่ยว
เยื่อใยเอยสองเส้นพันเป็นเกลียว
จงรัดเหนี่ยวเสน่หา..จนกว่าวาย"

เยื่อใยเอย.....

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 16 สิงหาคม 2558 23:34:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.