Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
O กลางฝุ่นฝน .. O







Song From a Secret Garden


O ฉับพลัน .. บนฟ้าล้วนห่าฝน
ร่วงลิ่วหล่นล้อลมที่พรมผ่าน
ก่อนเกลือกเม็ดไหลรินแทรกดินดาน
รวมเป็นธารกรากเชี่ยวแห่งเกลียวน้ำ
O ลมต้นฝนแผ่วพลิ้วเป็นริ้วรื่น
กลางแสงคลื่นส่ายเส้น .. รับเย็นฉ่ำ
กิ่งก้านไม้โยกต้นรับฝนพรำ
แทนแดดกรำเกรียมกรอบอยู่รอบใบ
O ต้องฝน .. ไม้ย่อมตื่นรับคลื่นฝน
เช่นแววในตาคนเมื่อวนไหว
ต้องงาม .. ย่อมรับรู้ .. ว่าผู้ใด-
พกพาความสดใส .. แทรกนัยน์ตา !
O พอไม้ต้องฝนลูบ .. ลมวูบผ่าน
ความอ่อนหวานอ่อนโยนก็โชนค่า
โซ่ตรวนแสนงดงามก็ล่ามคา-
อิริยารูปละม่อม .. ที่ล้อม .. รับ
O ในแววตา ..
รอยความว้าเหว่ปวงคอยล่วงดับ
พร้อมฝั่งฟ้าพืดดาวพร่างพราวระยับ
งามก็จู่ลงจับกระชับพร้อม
O หลังห่าฝนหล่นสายรำบายรื่น
โลกก็ตื่นขึ้นรับการขับกล่อม
แววในตาปรากฎ .. ฤๅอดออม-
ความหวานหอมรึงรัด แต่บัดนั้น
O สิ้นฝน, แผ่นฟ้ามืด .. ล้วนพืดดาว-
ยอแสงวาวไกลลิบ .. กระพริบสั่น
เช่นแววตาตื่นดำ .. พร้องรำพัน-
ความอ่อนหวานโอบขวัญ .. ล้อม-พันธนา
O ก็คงอีกไม่นานนัก ..
การล้อมกักกุมใจ .. คอยใฝ่หา-
คงเร่งแรงเร้ารุกไปทุกครา-
ที่แววตามีรูปเข้าลูบโลม
O และเมื่อความอ่อนหวาน .. นั้นหวานกว่า-
หวานบรรดารูปเคยผ่านเผยโฉม
งามย่อมเช่นแสงช่วงแห่งดวงโคม
รอ .. เอื้อมโน้มเหนี่ยวตระกองด้วยสองมือ !
O ตาที่สบเสพงาม .. เมื่อ-ลามล่วง-
เป็นบาศก์บ่วงเงื่อนตาย .. อาจคลายหรือ ?
ใจที่แกว่งเต้นสั่น จักบันลือ-
ดังจนสื่อให้รู้ .. ว่า-ผู้ใด ?
O สายลมร่ำในค่ำนี้
ช่างเรื่อยรี้ .. ออดอ้อนพาอ่อนไหว
แสงดาวที่กระพริบอยู่ลิบไกล
ราวขับไขแสงช่วง .. แข่งดวงตา !
O และแล้วห้วงคำนึง .. ก็รึงรัด-
กับความขัดเขินมี .. ในทีท่า
ดาวสองดวงช่วงอยู่ไม่รู้ลา
เมื่อแจ่มจ้าอยู่ในหัวใจคน
O เมียงเมิน .. เขินหลบ .. แล้วสบอีก
ด้วยสุดหลีกสุดเลี่ยง .. แม้เพียงหน
รูปนามเอยเผยอยู่ ให้รู้ทน-
การสั่นอลเวงทั่วทั้งหัวใจ
O หรือผุดเผยรูปนาม .. เพื่อล่ามพัน-
รัดรึงรอบดวงขวัญ คอยฝันใฝ่
เร่งจังหวะละห้อยเห็นให้เป็นไป-
ตามอาลัยเวียนวกในอกนี้ ?
O เผยรูป .. มาสูบสิ้นห้วงจินตนา
ปรารถนาในคน .. ก็ล้นปรี่
ก่อนฝน .. ลมอ้อมเข้าล้อมตี
แววตาที่มองเบือน - ก็เหมือนลม
O ตระหลบแววตาตะล่อมรายล้อมอยู่
เลศนัยชู้ปลาบปลั่งคอยถั่งถม
กอปรจริตอิริยา .. ล้ออารมณ์
รับ - หัวใจจ่อมจมรู้ .. รมยา
O ดูเอาเถิด .. รูปละม่อม .. เหมือนล้อมอยู่-
รอสายตาสบสู่ .. รับรู้ว่า-
งามนั้น .. เมื่อโชนฉายต่อสายตา
ถ้วนคุณค่างามซึ้ง .. ย่อมตรึงใจ
O งามจึงเผยรูปขวางในทางเที่ยว
ล่มเปล่าเปลี่ยวทั้งสิ้นจนสิ้นได้
ก้าวย่างที่รออยู่ .. ของผู้ใด-
อยู่รอให้ก้อยเกี่ยว .. ร่วมเที่ยวทาง ?
O รู้หรือไม่ .. ว่างามเจ้าลามรุก
แล้วแทรกซุก .. อกใจของใครบ้าง ?
รู้หรือไม่ .. อาวรณ์ .. เร้นซ่อน .. พราง
ยามเลือดซับเนื้อปราง .. จักพรางฤๅ ?
O ฟ้ามืด .. ลมล่อง .. จันทร์ผ่องแผ้ว
รูปพักตร์, แววตาพร้อม.. ยินยอมสื่อ-
ตอบรับร่วมผูกพัน .. ว่านั่นคือ-
ร่วมยุดยื้อ .. งามนั้น .. ตราบวันวาย !





Create Date : 02 กันยายน 2557
Last Update : 20 พฤษภาคม 2562 16:52:48 น. 8 comments
Counter : 1349 Pageviews.

 

ไพเราะค่ะ...

เหนื่อยรึเปล่า? ปัญหาเรื่องคนงาน ค่อยๆแก้ไขไปนะคะ

เล็กเข้ามาให้กำลังใจออกสื่อค่ะ ถึงแม้จะเพิ่งวางสายไปก็เถอะค่ะ ...



โดย: น้องเล็ก IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:12:22:05 น.  

 
สดายุ..

"O ก็คงอีกไม่นานนัก ..
การล้อมกักกุมใจ .. คอยใฝ่หา-
คงเร่งแรงเร้ารุกไปทุกครา-
ที่แววตามีรูปเข้าลูบโลม"

"ก็คงอีกไม่นานนัก .. " ตอนนี้ เห็นตามเวปไซด์ และตามเฟสบุ๊ค ต่างต่าง มากมาย..บ่อยบ่อย..
เสมือนใครใครกำลังคอย...เวลา...
เวลาแห่งความเปลี่ยนแปลง..

สดายุ ก็คงคอยบางสิ่งบางอย่างที่จะเกิดขึ้น..ใช่ไหมเอ่ย..
สาวสาวทางสวีเดน .." "ก็คงอีกไม่นานนัก .. " นี่นะ..
(ไปอ่านเวปสวีเดน มาน่ะค่ะ)



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:14:14:43 น.  

 
ตัวน้อย ..

ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจ .. ปัญหาเรื่องคนงานไม่มีวันจบตราบที่ยังต้องอาศัยแรงงานพวกต่างด้าว .. พอดีที่กลุ่มค้าปลีกรายใหย่มาเปิดใกล้ๆ แย่งคนงานกันน่าปวดหัว

ตกลงพี่พาไปทานยำถั่วพูนะคะ














โดย: สดายุ... วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:20:14:51 น.  

 
มินตรา ..
ที่ยกมาน่ะถูกแค่ครึ่งเดียว .. ที่ถูกต้องครบถ้วนคือสองบทรวมกัน ..!

O ก็คงอีกไม่นานนัก ..
การล้อมกักกุมใจ .. คอยใฝ่หา-
คงเร่งแรงเร้ารุกไปทุกครา-
ที่แววตามีรูปเข้าลูบโลม

O และเมื่อความอ่อนหวาน .. นั้นหวานกว่า-
หวานบรรดารูปเคยผ่านเผยโฉม
งามย่อมเช่นแสงช่วงแห่งดวงโคม
รอ .. เอื้อมโน้มเหนี่ยวตระกองด้วยสองมือ !

ส่วนเรื่อง ความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังจะมาถึง เขียนไว้ล่วงหน้าแล้ว ..เมื่อสองปีที่แล้ว

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=17-07-2012&group=41&gblog=39


โดย: สดายุ... วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:20:27:02 น.  

 
สดายุ..

แปลกนะ เวลาสดายุคุยกับ "คนในหัวใจ" นี่..
จะไม่หวาน..ทั้งทั้งที่ใช้คำหวาน..

แต่เวลาคุยกับมินตรานี่ ทั้งทั้งที่เราคุยเรื่องวิชาการ หรือการเมือง..ศาสนา หนักหนักนี่
คล้ายจะมีอะไรระหว่างบันทัดที่อ่อนโยนนะ..ว่าไหม..

ที่แน่แน่คือ"ชายเดียว"ของมินตรา มิได้ชื่อ สดายุ นะ..

ต้องทำ ..ความทรงจำในความเข้าใจให้ตรงกันก่อน..
Memorandum of Understanding (MOU) 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:2:52:35 น.  

 
มินตรา ..

กับสาวน้อยของผม เราจะหวานกันยามอยู่กันลำพังเท่านั้น ขอรับ .. 555
.
.

ส่วน
" .. สาวสาวทางสวีเดน .." "ก็คงอีกไม่นานนัก .. "
นี่หมายถึงอะไรนะ ?

ไม่เข้าใจว่า ..
ใครคือ สาวๆทางสวีเดน ?
และ."อีกไม่นานนัก" .. จะเป็นอย่างไร ? จะทำอะไร ?







โดย: สดายุ... วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:6:01:38 น.  

 
สดายุ..

คืองี้นะคะ..
มินตราสนใจทฤษฎีที่ใช้ในทุกสาขาวิชาการในศตวรรษที่ 21 คือ Systems Theory อยู่
มิว่าจะใช้ในทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม ชีววิทยา การบริหารจัดการ ทุกสาขาวิชาชีพ ไปจนถึง...
องค์การที่ใหญ่โตส่งยานอวกาศไปนอกโลกเช่น NASA...

สาขาวิชาอื่นจะทดลองในแลป( Laboratory)ได้ นอกจาก สาขาสังคม การเมือง ซึ่ง แลปนั้นต้องใช้ รัฐ ใช้ประเทศที่มีคน เกี่ยวกับคน เป็นแลป..
และ คน คือ ตัวทดลอง

แผ่นดินไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นกำลังเกิดการปฎิวัติใหญ่ตามมา...
จากผลของ การค้นพบเทคโนโลยีในการสื่อสาร..
Medienrevolution

เหมือนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลังจากการค้นพบ แท่นพิมพ์
ชาวเยอรมัน Johannes Gensfleisch, ที่เรียกว่า Gutenberg ( ประมาณ 1400 - 1468 )เป็น ผู้ค้นพบ

ทำให้ไม่ต้องมานั่งวาดลายมือผลิตหนังสือทีละเล่มไว้ให้เฉพาะชนชั้นมีความรู้อ่าน..
ใครใครก็มีสิทธิจะอ่านเพราะซื้อหาง่ายขึ้น..Massmedia

World Wide Web (Web หรือ //www. ที่มีกำเนิดมาจาก แลปโครงการวิจัยทางนิวเคลียร์ของยุโรปในสวิส "CERN" ก็ เช่นเดียวกัน
ที่ทำให้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับ"แท่นพิมพ์"
เป็น Medienrevolution

มินตรา จึงสังเกตุ คนไทย ทั้งในและนอกประเทศ ด้วยการตาม ใน เวป น่ะ..
แล้วสดายุเองก็เคยบอกว่าสนใจจะอยู่ในประเทศ แถบสแกนดิเนเวีย..สวีเดน ก็มีเวปคนไทย..
ก็เลยจับมารวมกันในระบบเดียวกัน..555
เพราะเคยอ่านกลอนที่แต่งชมสาวนัยน์ตาสีเขียว ด้วย

เอวังก็มีด้วยประการะฉะนี้ แล....




โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:10:31:03 น.  

 
มินตรา ..

เหตุผลที่ผมชอบประเทศแถบสแกน มีว่า ..
1. ประเทศแถบสแกน พัฒนาแล้ว
2. ไม่มีวัฒนธรรมเก็บกด และ บังคับให้รัก คือจะรักใครก็รักเอง ไม่ต้องมาชี้นำ
3. ความเท็จ ตอแหล ดัดจริต ไม่ท่วมเมือง
4. ระบบสังคมเขา settle ดีแล้ว ไม่เสียเวลารอคอย
5. สาวๆ สูงยาวเข่าดี ไม่อ้วนใหญ่เป็นตึกแบบ เยอรมัน 55 แถมผมบรอนซ์ขนานแท้ไม่ต้องย้อมแบบยุโรปใต้ติดเมดิเตอเรเนียน

อัลเฟรด โนเบิล ผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบิล อันทรงเกียรติที่สุดในโลก ผู้คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ เป็นสวีเดน

ส่วนความรู้จากการสังเกตุคนไทยของมินตรา .. ผมเกรงว่าจะเสียเวลาเปล่านะ เพราะความจริงไม่เคยออกจากปากคนไทยภายใต้"การแสดง" เชิงโวหารภาพพจน์

ผมคิดว่าอีก 100 ปี ประเทศไทยก็ยังพัฒนาไม่เท่าสวีเดนชั่วโมงนี้นะ มองจากองค์ประกอบหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พฤติของ hyper royalist ที่ค่อนข้างประสานประโยชน์กันยึดครองอำนาจรัฐได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด .. ประเทศจึงจะยัง "ทันสมัยแต่ไม่พัฒนา" ไปตลอดกาล ..



โดย: สดายุ... วันที่: 3 กันยายน 2557 เวลา:20:23:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.