Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
28 กันยายน 2557
 
All Blogs
 

O จันทร์เจ้า .. O








Song From A Secret Garden



O แล้วผืนฟ้ามืดดำก็รำบาย-
ด้วยเดือนเพ็ญผ่องผายกำจายแสง
เลื่อนโลกันต์หมุนเวียน .. รับเปลี่ยนแปลง
เผยงดงามสำแดง .. ในแหล่งชล
O ปล่อยริ้วเรื้องเปลื้องสู่ .. สินธูผืน
ให้-ลม, คลื่น .. ห้อมเห่ห้วงเวหน
ทุกส่วนเสี้ยวเลือนลางทั้งล่าง-บน
จึงปลาบปนริ้วพรายสู่สายตา
O แจ้งเมื่อกาลดวงวันพรากชั้นสรวง
พร้อมคาบช่วงเนตรชม้ายเหลือบชายหา
ความรู้สึกแฝงเร้นวาบ .. เต้น .. มา-
ซ้อนผ่านท่าทีหลบ .. เมิน .. สบนัยน์
O สบงามแต่ราตรี .. เริ่มลีลา
เมื่อแววตาตอบรับ .. เริ่ม-วับ .. ไหว
สบสะเทิ้นสั่นรัว .. ทั้งหัวใจ
โอ .. เยี่ยงไร จึงระส่ำ .. อยู่ล้ำลึก ?
O ฤๅ .. โคมสรวงอ้อยอิ่ง .. ลอยนิ่งอยู่
หวังเหลื่อมแสง .. ย้อนสู่ให้รู้สึก
แข่งน้ำใจหวานซึ้ง .. คำนึง .. นึก-
ว่า-ค่ำดึกคล้อยหลังแล้ว .. ยังคอย
O จวบปลายค่ำอำลาขอบฟ้า .. พ้น
ข่มมืดหม่นถ้วนบท .. ให้ถดถอย
ภาพคำนึงของใคร .. กลับไหว-ลอย
และคล้ายอ้อยอิ่งอยู่ .. ไม่รู้เลือน
O สิ้นจันทร์สิ้นคืนค่ำ .. ลมร่ำ-หนาว
เมื่อเนตรวาวรำบาย .. ความ .. ป่ายเปื้อน-
ลงบนช่วงรอคอย .. ดั่งคอยเตือน-
ว่า-หอมหวานเริ่มเขยื้อน .. ขยับตัว
O สิ้นจวงจันทร์บนฟ้า .. เมื่อหล้าต่ำ-
มีอีกจันทร์งามล้ำ .. ครอง .. ค่ำ .. หลัว
ไม่มีหรอกเวหน .. ที่หม่นมัว
แต่ทุกชั่วคาบยาม .. กลับงามนัก
O เมื่ออารมณ์จมจ่อม .. พรั่งพร้อมอยู่-
ด้วยสุดกู้ .. กลับยอม - ถูกล้อมกัก
มีหรือความอาวรณ์ .. อาจผ่อนพัก-
เพียงชั่วพักตร์รูปละม่อม .. เจ้าล้อมลน
O กุมเหงนั่นเพียบพร้อม .. ละม่อมหน้า
โหมคุณค่าเติมเต็ม .. อย่างเข้มข้น
ฤๅ-อาจทนทานไหว .. หัวใจคน
ย่อมเอ่อล้นอาลัย .. เท่าใจมี
O ใครเล่าต้องควรคิด .. รับผิดชอบ
รองรับตอบ อาลัย .. หัวใจที่-
ถูกกักกุมล้อมให้ .. คอยใยดี-
อันขีดชี้นิรมิตจากฤทธิ์พรหม ?
O ใครเล่าควรต้องคิด .. ส่งจิตถึง
กอปรคำนึงเหนี่ยวรั้ง .. ร่วมสั่งสม-
แรงถวิลปรารถนา .. ถ้วนปรารมภ์
เพื่อกุมเก็บรื่นรมย์ .. ไว้ชมเชย
O พร่างพรายจันทร์อีกดวงในทรวงนี้
จนสุดลี้หลบแล้วนะแก้วเอ๋ย
กุสุมาหอมร่ำ .. ลมรำเพย-
ช่วยผ่านเผยอาวรณ์ .. เจ้าย้อนคืน
O พร่างพรายแล้วจวงจันทร์ .. ในฝันพี่
เรื้องราศีงามพิสุทธิ์ .. ก็สุดขืน
แม้นทุกข์ทนเจ็บช้ำ .. ยอมกล้ำกลืน-
รอเจ้าย่ำเหยียบยืน .. ทั่วผืนใจ !
.
.
O ใกล้รุ่งแล้ว .. จวงจันทร์จะพลันลับ-
เหลือเนตรพรับพริ้มแต้มความแจ่มใส-
ทอดทอความอ่อนหวานที่หวานใด-
หา-เถิดในปฐพี .. ยากมีเทียม !





 

Create Date : 28 กันยายน 2557
14 comments
Last Update : 12 เมษายน 2562 16:52:21 น.
Counter : 1398 Pageviews.

 


สดายุ...

"O พร่างพรายแล้วจวงจันทร์ .. ในฝันพี่
เรื้องราศีงามพิสุทธิ์ .. ก็สุดขืน
แม้นทุกข์ทนเจ็บช้ำ .. ยอมกล้ำกลืน-
รอเจ้าย่ำเหยียบยืน .. ทั่วผืนใจ !"

....ปุณณะ !
เรากล่าวว่า "ความดับไม่มีเหลือของทุกข์มีได้ เพราะความดับไม่เหลือของความเพลิน" ดังนี้ แล......

555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 28 กันยายน 2557 9:03:29 น.  

 

มินตรา ..

ปุถุชนอย่างเราๆ คงคิดได้เป็นพักๆ
จึงยังต้องเป็นหนูถีบจักรกันอยู่ไม่รู้จบ .. เพราะธรรมชาติมันใส่อารมณ์ความรู้สึกมาให้ประจวบเหมาะเจาะกับปัจจัยคู่ของมันเสียเหลือเกิน ต่อต้านได้ยากมาก ..

เหมาะเจาะกับที่พอเห็น "รูปบางรูปล่่าสุด" แล้วก็หมดความสามารถที่จะต่อต้าน รอถูกเชือกเสน่หาคล้องคอเพียงอย่างเดียว .. และอย่างสมยอมพร้อมใจ !

 

โดย: สดายุ... 28 กันยายน 2557 9:42:01 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่กาย
สบายดีนะคะ นานๆๆได้เข้ามาทักทายเสียที ความไพเราะยังคงเดิม วนกลับไปอ่านผ่อนคลายไปเยอะเลยนะคะ แนะนำให้นักศึกษาเอกภาษาไทย เข้ามาอ่านBLog ของพี่ พากันเคลิ้มกันเป็นแถวเลยค่ะ

 

โดย: ม่านแพร IP: 202.29.178.32 28 กันยายน 2557 15:39:27 น.  

 

สดายุ..

พระปุณณะเถระ นี่ มินตรารู้จักมาตั้งแต่ มัธยม..

คุณครู เล่าให้ฟังเวลาทะเลาะกัน ในรายการฟ้องคุณครู เรื่อง"คนโน้นมาว่าหนู"...
คุณครูก็เลยยกเนื้อความใน "ปุณโณวาทสูตร "มาให้ฟัง..

และจำได้ว่ามีพระปุณณะสององค์
๑. พระปุณณะ เป็นบุตรของนางมันตานีพราหมณี...เป็นหลานของพระอัญญาโกณฑัญญะ
และได้แสดงธรรมถวาย พระอานนท์ จนพระอานนท์ได้บรรลุพระโสดาปัตติผล
๒. พระปุณณะผู้เป็นคนไทย (ชาวสระบุรี) คนแรกที่ได้บวชในพระพุทธศาสนา

แล้ว เราก็จำ "ปุณโณวาทสูตร " มาล้อเลียนกันว่า
เค้าด่า ดีกว่า ตบตี 555
จำได้แต่เรื่องซนซน นะ..ว่าไหม..


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 28 กันยายน 2557 17:51:00 น.  

 

ม่าน

ตกลงตอนนี้สอนระดับไหนนี่ .. มัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัย ..

แล้วยังอยู่ราชบุรีหรือเปล่า ?
หลังๆ พี่ไม่ค่อยได้เขียนใหม่เท่าไร .. เอาของเก่ามาเปลี่ยน .. เปลี่ยนรูป เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเพลง เติมใหม่สักบทสองบท .. แค่นั้นเอง

สบายดีแน่เลยใช่ไหม ?
มีแฟนรึยัง ?








มินตรา ..
ชื่อพระสาวกในสมัยพุทธกาลมีมาก จำไม่ไหว ส่วนใหย่จะจำได้เฉพาะที่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญ เป็นต้นว่า ภิกษุ สาติ เกวัตตบุตร ที่แสดงมิจฉาทิฏฐิออกมาเรื่องวิญญาณล่องลอยหลังการตายแบบพรามหณ์จนพระพุทธเจ้าต้องเรียก "โมฆะบุรุษ"

และแนวคิดโมฆะบุรุษนี้กลับแพร่หลายไปทั่วเมืองไทยอย่างน่าหัวร่อ

หรือกรณี กาลามสูตร ที่ตรัสแก่ชาวกาลามะ เรื่อง ความที่ยังไม่ควรเชื่อ 10 ประการ

เริ่มเท้าความหลังไปยังวัยเด็กบ่อยขึ้น ทำให้มองเห็นภาพรวมๆ ชัดเจนขึ้น .. ที่ว่า ..
.. กินของร้อน
.. นอนตื่นเช้า
.. เล่าความหลัง

ขอคารวะท่านผู้อาวุโสขอรับ

555

 

โดย: สดายุ... 29 กันยายน 2557 5:24:32 น.  

 

สดายุ..

" แก่ก็แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน"

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 29 กันยายน 2557 5:33:23 น.  

 

อ้อ..

มินตรายังไม่นอน..
ใครที่ ".. กินของร้อน
.. นอนตื่นเช้า"...เชิญรับกลับไปนะ
return to sender 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 29 กันยายน 2557 5:37:48 น.  

 


สดายุ.. พวก "นอนตื่นเช้า"


"O ใกล้รุ่งแล้ว .. จวงจันทร์จะพลันลับ-"
...............
"หา-เถิดในปฐพี .. ยากมีเทียม !" 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 30 กันยายน 2557 2:37:24 น.  

 

มินตรา
โน๊ตบุ๊คเสีย ทำท่าจะต้องเสียเงินเปลี่ยนใหม่นะนี่
มินตราใช้รุ่นไหนอยู่

 

โดย: สดายุ IP: 171.100.147.200 30 กันยายน 2557 6:44:39 น.  

 

สดายุ..

11" MacBook Air ค่ะ
ใช้ติดกระเป๋าถือ
ไม่มีความรู้ทางเทคนิคเลย แต่ต้องทำงาน ต้องใช้
รำคาญ Ultrabook ของ Samsung เครื่องร้อน ง่าย
คนเยอรมัน ในวงวิชาการใช้ apple กัน ทนดี

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 30 กันยายน 2557 9:54:10 น.  

 

มินตรา ..
ถ้าซื้อหวยล่ะก็ ถูกเลยนะนี่ 55
สาวน้อยที่ โมนาช ก็ใช้ Mc Pro
ตัวน้อยที่ นครปฐม ก็ใช้ Mc Pro
และสาวเหลือน้อยที่เยอรมัน ใช้ Mc Air

ผมติดอยู่เรื่องเดียวหากจะย้ายไปเป็นสาวกนวัตกรรมอย่าง แอปเปิล คือ AutoCad ไม่แน่ใจว่าจะไปกันได้ดีแค่ไหนกับตระกูล Mc

ส่วนงานเสมียนอย่าง word excell คงมีคล้ายๆกันนะ
กำลังเช็คราคาที่เมลเบิร์นว่าจะถูกกว่าไทยไหม

ที่เยอรมันราคาเท่าไรครับ คิดเป็นเงินไทย

 

โดย: สดายุ... 30 กันยายน 2557 19:10:20 น.  

 

สดายุ..

ราคาแอปเปิ้ลนี่จะเท่ากันทั่วโลก นะ เท่าที่ทราบ
ประมาณพันยูโร

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 30 กันยายน 2557 20:51:58 น.  

 

สดายุ...

เท่าที่สังเกตุนี่ สดายุ ก็ใช้ แอปเปิ้ล เพราะ โปรแกรมภาษาไทยจะมีปัญหาเมื่อใส่สระสองตัวพร้อมกัน เช่น คำว่า "น้ำ " จะใช้สระ "ำ " และ สระ "้" จะคลาดเคลื่อนบ่อย

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 30 กันยายน 2557 20:58:10 น.  

 

มินตรา ..

ผมใช้ toshiba มาสองเครื่องแล้ว และลง window เพราะมีโปรแกรมรองรับเยอะกว่า ..

เพียงแต่เครื่องนี้ใช้มา 5 ปีแล้ว สเปคมันก็ไม่ได้ดีอะไรนัก แค่พอลงโปรแกรมเถื่อนได้ง่ายๆ เท่านั้น 55

เพิ่งไปดู DELL รุ่น i7 จอ touch screen มาราคายังพอๆกับ McAir เลย .. 3 หมื่นกลางๆ

แค่ไว้ ..
..ท่องเนต pantip facebook
..ทำตารางคำนวณใน excell รวมทั้ง data table
..เขียนทั่วไปด้วย word
..ออกแบบกลไกทาง mechanic ด้วย AutoCad
..ดูหนัง ฟังเพลง

ประมาณนี้
เรื่องภาษาไทย ไม่ค่อยมีปัญหาในหน้าจอผมนะ เครื่องมินตราอาจจะเห็นคลาดเคลื่อนเพราะเป็นเครื่องตระกูล Mcหรือเปล่า .. ผมไม่แน่ใจนะ

 

โดย: สดายุ... 30 กันยายน 2557 21:18:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.