Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
O ใจเอย .. ! O









ลาวสองคอน-ขิมสปา



O ระหว่างความอ่อนไหว .. ของใจนั้น
ย่อมยึดเหนี่ยวผูกพันเกินกั้นขวาง
ความคิดถึงซึ้งอยู่สุด .. รู้วาง
ฤๅ .. รู้ร้างรู้ลา-แม้นาที
O ระหว่างความอ่อนไหว .. ดวงใจนั้น-
จะไหวสั่นรัวเต้น .. ฤๅ-เร้นหนี ?
รอเงียบเหงาเหว่ว้าแห่งราตรี
เมื่อคลายคลี่คลุมครอง – สุดป้องกัน
O ระหว่างความอาวรณ์ .. แสนอ่อนไหว
ฤๅ-ต่างไฟร้อนสุมเร้ารุมขวัญ
ถวิลหา, ละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นวัน
หลับก็ฝัน, ตื่นตา - ก็อาลัย
O ชั่ว-สายลมผ่านริ้ว .. โลมผิวน้ำ
ก็ชั่วคร่ำครวญการณ์ .. หมุนด้านให้-
รู้, รับรองอ่อนหวาน .. ที่ด้านใน-
ของจิตใจอาวรณ์แสนอ่อนโยน
O รับรู้ถึงคุณค่า .. บางอารมณ์-
เคย-กดข่มเหนี่ยวรั้ง-ค่อยพังโค่น
พร้อมอาวรณ์ในทรวงที่ช่วงโชน-
ขึ้นผาดโผนพร่างแล้วที่แววตา
O ด้วยศักดิ์และด้วยสิทธิ์ .. ด้วยจิตรู้-
รับ .. อ่อนหวานผ่านสู่อย่างรู้ค่า
ต่อแต่นี้ใจหนึ่งจะถึงครา-
พ้นความว้าเหว่เหงา .. เคยเข้าครอง
O งามเอย .. แววระยับเมื่อรับรู้
ผ่านแววสู่ .. สำหรับให้จับจ้อง
ขังวิญญาณจองจำ .. ในทำนอง-
การพร่ำพร้องร่วมในน้ำใจเดียว
O ละครั้งรอบเสน่หา .. เมื่อถาโถม
ย่อมลูบโลมเงียบเหงาทอนเปล่าเปลี่ยว
ละครั้งความคร่ำครวญเมื่อม้วนเกลียว
ย่อมแทรกขวัญรัดเหนี่ยวทุกเสี้ยวใจ
O ชั่วที่ความอาลัยคอยให้เสียง
ย่อมพอเพียงสำหรับตอบรับให้-
เสน่หาแปรปลายเป็นสายใย
โอบรัดไว้เยียวยา .. ด้วยอาทร
O หมาย-คืนค่ำเย็นเยียบแสนเงียบเหงา
จงรุมเร้าแรงชู้ .. อย่ารู้ถอน
บทเพลงรักแผ่วเบา .. แทนเว้าวอน
จักออดอ้อนคำ, ความ .. เอาตามใจ
O สดับเถิดพร้องพร่ำ .. แห่งคำถ้อย
แล้วร่วมร้อยรำพัน .. ช่วงหวั่นไหว
หมุนรอบเถิดหวั่นวิตก .. ของอกใคร
หากทำให้อาวรณ์ได้ย้อนคืน
O แว่วยินไหม .. สุ้มเสียงกระซิบสั่ง
เมื่อสุดรั้งแววระยิบ .. ที่หยิบยื่น-
รอบอารมณ์ปฏิพัทธ์ .. ให้หยัดยืน-
อยู่ทั่วผืนใจแล้ว .. ไม่แล้วลา
O แว่วยินไหม .. คำพลอดแสนออดอ้อน
แฝงอาวรณ์อาลัยผู้ใฝ่หา
กลางดวงวันโชนแสง .. ที่แฝงมา-
เหมือน-แววตาตอบเต้น .. เกินเร้นแล้ว
O งดงามเอย .. แรงถวิลและจินตภาพ
หอมกำซาบอารมณ์, หวัง-ลมแผ่ว-
จะพรมหอมหวานกลั้วไปทั่วแนว-
เนตรวามแวว, เผยเห็น .. ความเป็นใจ
O รอรับเถิด .. นิรมิตแห่งพิสวาดิ
แทนมวลมาศร้อยประดับ, สำหรับให้-
เป็นเส้นสายเสน่หาความอาลัย
ร้อยรัดใครอบร่ำ .. รอ - จำนน !





Create Date : 17 กันยายน 2555
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 11:30:39 น. 5 comments
Counter : 1666 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสดายุ
ตั้งใจมาอ่านกลอนหวานฉ่ำค่ะ เสียงขิม ปนกับเสียงน้ำฝน เพราะไปอีกแบบ พอดีฝนกำลังตกปรอยๆค่ะ

ฝันดีนะคะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 20 กันยายน 2555 เวลา:23:10:17 น.  

 
สวัสดีครับคุณวลี

บทเก่าครับ .. เอามาวน
ช่วงนี้ไม่มีเวลาเขียนใหม่ ..

ลำปางฝนมาก .. และไม่เป็นเวลา ..
ดูแลสุขภาพครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:19:33:41 น.  

 
ละครั้งรอบเสน่หา .. เมื่อถาโถม
ย่อมลูบโลมเงียบเหงาทอนเปล่าเปลี่ยว
ละครั้งความคร่ำครวญเมื่อม้วนเกลียว
ย่อมแทรกขวัญรัดเหนี่ยวทุกเสี้ยวใจ

จึงสำทับถ้อยผ่านเดือนย้ำเตือนสู่
อีกสายลมเกรียวกรูที่รู้ไหว
ให้พัดพาคิดถึงของหนึ่งใจ
ส่งถึงอีกหนึ่งใครในคำนึง

วนใหม่ก็ยังไพเราะเหมือนเดิม
และบทที่เลื่อนทางด้านขวา ก็เพราะมาก
สวัสดีค่ะ


โดย: มาย IP: 171.96.40.24 วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:22:37:47 น.  

 
มาย

เขียนกลอนดีกว่าที่เห็นเขียนๆกันในหลายกระดานกลอนนะ .. ใช้ชื่ออื่นอยู่ที่ไหนรึเปล่า

เขาเรียกว่า มีแววมยุรา 55

บทที่เลื่อนทางขวามือ .. เป็นบริบทที่ชอบมากในความคิดคำนึง แต่หารูปที่ถูกใจไม่ได้เลย .. ต้องสวยสัก ใหม่ดาวิกา ถึงจะเข้ากับกลอน

หากมีรูปประมาณนั้น .. ช่วยเอามาฝากหน่อยสินะขอรับ




โดย: สดายุ... วันที่: 22 กันยายน 2555 เวลา:22:31:44 น.  

 
เข้ามาหลบฝนค่ะ อ่านกี่ครั้งก็รู้สึกดีมากๆ


โดย: สายน้ำร้องเพลง IP: 58.11.152.35 วันที่: 28 กันยายน 2555 เวลา:17:18:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.