Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 

O ร่ำร้อย .. พจีเรียง .. O







ลาวสองคอน-ขิมสปา



O ผองภุมรินผัสะพะบู
นิระรู้ประจาคบิน
สมเสพวิเลปนะถวิล
ตฤปะพินทุเกสร

O รุ่งสางที่ .. เย็นฉ่ำหยาดน้ำค้าง
ภาพปีกลายบอบบางลอยร่างร่อน
แสงแรกวันจากสรวงเผยช่วงตอน-
โอบโลกให้รู้ร้อนอย่างอ่อนโยน
O เช่นรูปโอบสายตา .. เพ-ลานั้น
เหงา-เงียบงัน อีกครั้ง-ที่พังโค่น
ความอ่อนหวานในทรวงย่อมช่วงโชน-
เช่นน้ำโตนตบฝั่ง .. ล้อวังเวง
O ฤๅ-เผยรูป .. เผยร่างในทางเที่ยว
เพื่อก้อยเกี่ยวก้อยฉุดกันรุดเร่ง ?
ให้ลมร่ำโอบขวัญ .. ล้อมบรรเลง
รำพันเพลงรักซึ้งติดตรึงใจ ?
O หลัง-แววตา .. โอบกอด-รูป .. ออดอ้อน
อีกแววตาเร้น-ซ่อนความอ่อนไหว
ความหมายที่ผ่านย้ำ .. ย่อมร่ำไร-
รอโอบรัดอาลัยแนบใจแล้ว !
O เจ้าอ่อนเอย ..
เมื่อรำเพยลมริ้วโรย .. พลิ้ว .. แผ่ว
รู้เถิดว่า .. ตาชายย่อมฉายแวว-
โดยรูปพักตร์ผ่องแผ้ว - ตรึงแววตา
O เอ็นดู-ความขัดเขิน .. เมียงเมิน .. สบ
ทั้ง-เหลือบ, หลบ, ชำเลือง-อยู่เบื้องหน้า
รื่นรมย์ย่อมลามรุก .. อยู่ทุกครา-
ที่-ทีท่าสะทกสะเทิ้นจำเริญรอย
O แดดยามสายส่องระยับ .. ตาพรับพริ้ม-
คล้ายผ่านยิ้มหวานล้ำ .. แทน-คำ .. ถ้อย
เรณูฟุ้งฟายละออง, ปีกล่องลอย-
โบกแผ่วค่อยรายรอบ .. รอ-มอบตัว
O งาม-ครั้นเผยงามขึ้นลามล้อม-
รัดใจพร้อม-กลีบดอกที่หยอกยั่ว-
ผึ้ง, ภู่ .. รู้หวานหอมแล้วยอมตัว-
เข้าเกลือกกลั้วด้วยหวานที่หวานนัก !
O ลมยังพลิ้วอ่อยเอื่อยอย่างเหนื่อยอ่อน
เมื่อแววตาเหลือบค้อน .. คล้ายศรปัก-
หัวใจ, เต็มอยู่พร้อมละม่อมพักตร์ –
คอยล้อมกักคำนึง .. ตอกตรึงไว้ !
O รับรู้เมื่อ-ลมรินอวลกลิ่นผ่าน
ว่า-หอมหวานโกสุม .. เร้ารุมใส่
รับรู้เมื่อ-แก้มเนียน .. สี เปลี่ยนไป-
ว่า-ความในห้วงอก .. สะทกสะท้อน !
O เจ้าอ่อนเอย ..
แต่ผุดเผยรูปล้อม .. ไม่ยอมผ่อน
เหลือทางเลือกทางเดียว .. คือเหนี่ยวกร-
จับจูง .. ฟังคำวอน .. ออดอ้อนนั้น
O เมื่อเผยรูปแทรกตา .. อีกคราครั้ง
แววปลาบปลั่งในตา .. คล้าย-พร่าสั่น-
พร่ำเพรียกจินตนาการแห่งวานวัน
ว่า-ไหวหวั่นลามทั่วทั้งหัวใจ
O งาม-เมื่อเผยรูปรอยขึ้นคอยตา
แรงฉันทาเร่งรุด .. ฤๅหยุดไหว ?
ที่พริ้มพรับอยู่นั้น .. ต้องฉันใด-
จึงอาจลบเลือนได้จากนัยน์ตา
O โอ หนอ .. รอบรมยาล้วนปรากฎ-
เพียงเพื่อจดจ่อคอยละห้อยหา
ยิ่งหอมหวานโกสุม .. เย้ยภุมรา
แต่รูปหน้าเนียนตรูเจ้า – จู่โจม !
O แววตา, พักตร์ผุดผาด .. ดลชาติภพ-
รับรู้หวานหอมครบ แต่สบโฉม
ดวงตา, อกอึกทึก .. แสนครึกโครม
หลังรูปโหมเข้าใส่ ท่วมใจคน
O ผีเสื้อปีกบอบบาง .. ลอยร่างร่อน
กลางอัมพรแดดอุ่น .. ใช่ฝุ่นฝน
รูปหน้างาม, ห้วงอกเฝ้าวก-วน
หวานก็ล้นเอ่อแล้ว .. ทั่วแววตา
O ผีเสื้อปีกลวดลายยามบ่ายคล้อย-
บินล่องลอยเย้ยแดดที่แผดจ้า
รูปงามในคำนึง .. แทรกตรึงตรา
ให้แต่อาวรณ์อยู่ไม่รู้วัน
O เย็นย่ำที่ .. โคมสรวงใกล้ล่วงลับ
พระลบล้อมสำทับลงรับขวัญ
สายใยจากรูปนามก็ล่ามพัน
ก่อนแปรผันคุณค่า .. เป็นอาลัย !

O แสงอัสดงคตะอะเคื้อ
วรรณะเนื้อก็งามใน-
คำนึง .. เพราะตรึงกะพิสมัย
อุปมัย ฤ อาจเหมือน ?




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2555
18 comments
Last Update : 16 มีนาคม 2562 8:01:35 น.
Counter : 2626 Pageviews.

 



อืมๆ

ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: witch IP: 118.172.111.50 16 สิงหาคม 2555 10:34:53 น.  

 


ปวดฟัน ทั้งวัน
เลยไม่ค่อยมีความสุข อย่างที่อวยพร ขอรับ

 

โดย: สดายุ... 17 สิงหาคม 2555 15:24:36 น.  

 


สดายุ..

ปวดฟันทั้งวัน อย่างนี้ จะ" ร่ำร้อย .. พจีเรียง .."
ได้อย่างไรกัน
ที่เยอรมัน หากปวดฟันแล้วไม่ชอบรับประทานยาแก้ปวดนี่
หมอจะแนะให้ อมน้ำแข็ง เพื่อให้เส้นประสาท สงบลง
และเหงือกที่จะ ปวม ก็ไม่บวมนะ..มินตราทำประจำ..
พยายามนอนให้หลับ..ตื่นขึ้นมาจะหายปวด..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.30.59 17 สิงหาคม 2555 16:04:34 น.  

 


ค่ะ ไปหาหมอที่แม่มดบอกนะคะ เรื่องฟันสำคัญค่ะมีผลต่อสุขภาพด้านอื่นๆ คุณนายที่บ้านท่านว่างี๊...

นัดคุณหมอเลยว่าจะเช็คฟันทุก 6 เดือน เอาวันนัดมาเลย หมอท่านนี้ใจดี น่ารัก พูดจาไพเราะด้วย อิอิ

เพี้ยงงงงงง หายค่ะ ^^

 

โดย: witch IP: 118.172.109.53 17 สิงหาคม 2555 17:15:40 น.  

 

ระบำผีเสื้อ

ปีกอ่อนบางพลิ้วไหวอยู่ในเช้า
ร่อนคลอเคล้าลงลิ้มดื่มชิมหวาน
จู่จบอยู่แนบชิดสนิทนาน
จนรสตาลจางสิ้นจึงผินไกล....

สวัสดีค่ะ คุณสดายุ
แวะมาอ่านกลอนหวานที่หวานกว่า

รักษาสุขภาพนะคะ

 

โดย: วลีลักษณา 18 สิงหาคม 2555 11:50:55 น.  

 




มินตรา ..

บทนี้คงแช่นาน .. รับรองการป่วยไข้ทางกายภาคของคนสองคน
คนหนึ่งที่ในปาก .. อีกคนที่ในหัว .. ใจ ..

ไปหาหมอมาแล้ว .. ได้ยามาแล้ว .. เรื่องทานยาไม่เคยมีปัญหา
คงหายได้ภายในไม่เกิน 2 วัน





แม่มดตัวน้อย
ขอบคุณนะขอรับที่เอื้อเฟื้อข้อมูล .. คุณหมอ”พูดเก่ง” มาก 55
แถวคลีนิคคุณหมอ มีร้านอาหารอร่อยด้วย .. ถนนโล่งกว้างดีมาก

อีก 6 เดือนคุณหมอจะส่งเสียงตามสายมานัดหมายขะรับ
ขอให้ .. น้ำหมากแม่มดที่เป่า เพี้ยงมาเต็มหน้า จงศักดิ์สิทธิ์ทีเถิด จะได้หายเร็วๆ .. 55






สวัสดีครับ..คุณวลี

เว้นกลอนนารีปราโมชไปหลาย เพ-ลา
กลัวแฟนๆในที่แอบซ่อน จะรอนานเกินไป
ก็เลยเขียนอีก .. อิๆ

เขียนไปยิ้มไป เพราะนึกถึงวัยสดใสแบบในภาพประกอบขึ้นมา
ว่า - วัยที่อารมณ์เหมือนอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกานี่ .. ร้าย .. แต่ .. น่ารัก
นะครับ

 

โดย: สดายุ... 18 สิงหาคม 2555 21:33:59 น.  

 


สวัสดีค่ะ...

เพิ่งลงจากรถไฟเหาะ 555+ ล้อเล่นค่ะ แม่มด ปีนี้ 52 แล้วค่ะ

แหมคุณสดายุพูดถึงหมากชักอยากเคี๊ยวแล้วสิคะ...

คุณหมออ้อยน่ารักค่ะ ดูแลฟันของครอบครัวเจ้านายแม่มดทั้งบ้านค่ะ คุณนายท่านละเอียดนักเรื่องนี้เลยเลือกหมอท่านนี้ท่านชายของบ้านนี้อายุ 55 ปีแล้ว ฟันยังดีอยู่เลยค่ะ เชื่อมือหมอเต๊อะน่า... แม่มดดิฟันหักหมดปากละ ... :'))

รออ่านกลอนต่อนะคะ

 

โดย: witch IP: 118.172.96.27 19 สิงหาคม 2555 20:03:55 น.  

 

สวัสดีค่ะ

สบายดีนะคะ แวะมาอ่านบทรัอยกรองของท่าน
งดงามและไพเราะเช่นเดิม
เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน ท่านว่าจริงไหม
ขอทักทายและสวัสดีทุจกท่านดัวยค่ะ

ทัังที่ไอพีเดียวชื่อเดียวและไอพีเดียวแต่หลายชื่อค่ะ




 

โดย: แสนไกล IP: 171.7.125.181 21 สิงหาคม 2555 13:36:34 น.  

 

แม่มดตัวน้อย ..

คุณหมอพูดเก่งขะรับ
และมือเบาทำฟันดีมาก
แถมร้านอาหารใกล้คลีนิกหมอ มีสุกี้แห้งอร่อยเหลือหลาย
นับว่าแม่มดน้อยมีความดีความชอบในการแนะนำหมอให้
ไว้ค่อยเลี้ยงสุกี้แล้วกัน เนาะ .. อิๆๆ

ส่วนน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แม่ถนอม .. ต้องลองชิมดูก่อนล่ะ
ของกินอร่อยของลำปางก็มีไม่น้อยนะนี่






แสนไกล
คนที่ผ่านตาพุทธธรรมมาบ้าง .. ย่อมรู้เรื่องไตรลักษณ์ดี
อนิจจัง .. เป็น 1ในไตรลักษณ์
คือ ความเปลี่ยนแปลง
คือ ความที่ไม่มีสิ่งใดจะอยู่คงที่ได้ ทั้งรูปและนาม
ใจคน ที่คิดปรุงแต่ง คือสังขาร ย่อมไม่พ้นไปจากกฎนี้
รวมทั้ง "พระเจ้า" ที่เกิดจากความคิดปรุงแต่งของคน



 

โดย: สดายุ... 21 สิงหาคม 2555 23:11:18 น.  

 



O แสงอัสดงคตะอะเคื้อ
วรรณะเนื้อก็งามใน-
คำนึง .. เพราะตรึงกะพิสมัย
อุปมัย ฤ อาจเหมือน ?

จบได้ไพเราะมาก สง่างาม..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.9.5 22 สิงหาคม 2555 1:19:00 น.  

 


มินตรา ..

วสันตดิลกฉันท์ 14 - ราชินีแห่งฉันท์นั้น จังหวะจะโคนไร้เทียมทาน .. ที่ย่อมไม่ต่างไปจากเพลงกระบี่ของคุณชายเล็กของหมู่บ้านกระบี่เทพเจ้า นาม"เจี่ยเฮียวฮง" แต่อย่างใด - 55

การซ้ำซากเขียนกันแต่กลอนแปด ของ เด็กรุ่นใหม่ บอกถึงอะไรรู้ไหม ?

บอกว่า สังคมนี้ มีผู้คนที่ ..
- ไม่ชอบความท้าทาย .. เป็นปกติ
- ไม่ชอบความซับซ้อนยุ่งยาก .. เป็นปกติ
- ชอบที่จะทำตามๆกันในสิ่งง่ายๆ .. เป็นปกติ
- ขาดความคิดริเริ่ม .. เป็นปกติ

จึงไม่สามารถค้นพบกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติอะไรได้เลย ไม่ว่า เคมี ชีวะ ฟิสิกซ์

ซึ่งไม่แต่เฉพาะคนไทยนะ แต่รวมทั้งทวีปเอเชียเลยก็ว่าได้ - น่าแปลกไหม ?

ลองสังเกตุดูให้ดีสิ ไม่ว่า ครุ หรือ ลหุ ก็เป็นคำที่หาได้ในพจนานุกรมทั้งนั้น - คือคำไทย .. และเสียงสั้นเสียงยาวก็แยกแยะง่ายกว่า เสียงหนักเสียงเบา แบบฉันท์โบราณมากมาย

มินตราลองสักบทสิ

 

โดย: สดายุ... 22 สิงหาคม 2555 8:20:23 น.  

 


จบแล้ว...ไพเราะมากค่ะสมกับที่รอเลย...

โห...เลี้ยงแค่สุกี้เองเหรอคะ คุณนายของแม่มดท่านทำหร่อยกว่าม้าง...

ขอแนะนำค่ะ แถวๆนั้นมีร้านอาหารชื่อ ครัวมุกดา มีอาหารให้ทานหลากหลายชนิด แหนมเนืองก็มี อาหารเวียดนามอื่นๆก็ได้ ที่ขึ้นชื่อหลักๆเลยคือ ขนมจีน มีทั้ง น้ำเงี๊ยว เขียวหวานยอดมะพร้าว น้ำยา น้ำพริก ฯลฯ อร่อยค่ะแม่มดชอบไปทานกับเพื่อนๆและเจ้านายที่บ้าน...

ถ้าชอบปอเปี๊ยสดอย่างแม่มด ต้องไป ร้านพรนารายณ์ค่ะรับรองไม่ผิดหวังแล้วจะติดใจ แล้วแม่มดจะไปรับไปทานด้วยกันค่ะบอกทางไปคงหาไม่เจอแน่...คุณเลี้ยงนะคะ อิอิ

 

โดย: witch IP: 118.172.103.253 22 สิงหาคม 2555 9:33:16 น.  

 



คุณชายเล็ก...

ข้า ..ผู้น้อยและด้อยทั้งปัญญา และวาจา..มิบังอาจ!

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.30.123 22 สิงหาคม 2555 10:55:50 น.  

 

แม่มดตัวน้อย ..

ที่จริงการเขียนกลอนบทหนึ่งๆ ควรเขียนรวดเดียวให้จบเพราะอยู่ในอารมณ์เดียว ความรู้สึกที่เป็นอยู่จะได้ต่อเนื่องกัน

แต่หากว่าบางคนสามารถจดจำอารมณ์เดิมได้ตลอด ก็อาจเขียนๆหยุดๆได้ ตามความพอใจของตน เหมือนกัน

อารมณ์แบบไหนที่เราคุ้นเคย อยู่กับมันบ่อย ก็ย่อมสั่งสมเป็นความชำนาญ เข้าออกได้ตามใจชอบ - จึงเชื่อมต่อจุดเดิมได้ง่าย จริงไหม ?

อ้อ มีร้านอาหารอร่อยมาแนะนำอีกแล้ว ?

ขอบคุณนะขอรับ จะจดจะจำไปชิมดู ว่าลิ้นแม่มดกับลิ้นคนธรรมดานี่จะไปทางเดียวกันไหม .. อิๆๆ





มินตรา ..
เล่าเรื่องอารยันในเยอรมันให้รู้หน่อยสิ

 

โดย: สดายุ... 22 สิงหาคม 2555 14:50:20 น.  

 




" ฟังเสียงฝน ในหอน้อย เพียงเดียวดาย "

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.29.16 23 สิงหาคม 2555 11:58:11 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่สดายุ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทักทาย แต่แวะมาเยี่ยมบ่อยนะคะ 555
จะมาบอกว่าถูกใจทรงผมนางแบบมาก หนูจะทำทรงนี้ล่ะ ^^

 

โดย: medkhanun IP: 202.28.45.10 24 สิงหาคม 2555 8:48:47 น.  

 

ทำผมทรงนี้เหรอ .. แล้วจะสวยแบบนี้ไหมนี่ .. 55

 

โดย: สดายุ... 29 สิงหาคม 2555 20:01:22 น.  

 

อิ่มเอม สุดซึ้ง
คืนนี้คงหลับฝันดี

 

โดย: สายน้ำ ร้องเพลง IP: 115.67.160.95 29 สิงหาคม 2555 23:33:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.