Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
O เพียงหนึ่งคำ .. O






O รูปเอย .. รูปแพงเจ้า
ค่ำจดเช้าแต่ละห้อยเฝ้าคอยเห็น
ในดวงจิตเหงาเงียบก็เพียบเพ็ญ-
ความเอื้อเอ็นดูล้ำ .. คอยค้ำคา
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง
หยุดซาบซึ้งความวอน .. ออดอ้อนหา
ทุกหลับฝัน .. คำนึงก็ตรึงตรา-
แต่รูปหน้าท่าที .. ผู้มีใจ
O แต่บัดนั้นจนบัดนี้อย่างที่เห็น
สุดเลือนเร้นรูปรอย .. ทุกรอยให้-
ถอยเคลื่อนจากเจตจินต์จนสิ้นไป
กลับสดใสขึ้นขจ่างที่กลางทรวง
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
อาวรณ์วูบวาบรุก .. ไปทุกห้วง-
ลมหายใจผ่าวร้อน .. ก็ย้อนดวง-
ใจ, ทาบทวงปฏิพัทธ์เต็มอัตรา
O เคยหรือใจ-หยุดคิด-แม้นิดหนึ่ง-
หยุด-ซาบซึ้งละเมียดละมุน .. กับคุณค่า-
ของรูปแพงรูปฝัน .. จากสัญญา-
แต่เพรงกาละขันธ์ .. ถึงบรรลัย
O เมื่อมีรูป .. มีใจ-หวั่นไหวรูป
เหมือนอารมณ์ถูกสูบ .. จนวูบไหว
ละห้อยหา, แหนหวง .. ความห่วงใย-
ก็โถมนัยสำทับให้รับรู้
O อาวรณ์ในสำนึก .. อันลึกล้ำ
ค่อยเผยความดื่มด่ำ .. ออกย้ำสู่
หมายเนตรผู้อาทร .. เมื่อย้อนดู-
เสพทราบอยู่ด้วยใจ .. จักไหวตาม
O เติบเต็มด้วยคุณค่าจนปรากฏ-
เป็นรูปรสประณีตลักษณ์ .. สุดหักห้าม
หนึ่งคน .. หนึ่งดวงใจก็ไหววาม-
ไหวอยู่กลางบทนิยามแห่งความรัก
O เวิ้งว้างห้วงมหรรณพ .. ภาคภพนี้
พรหมขีดชี้ .. ดวงชะตาเกินฝ่าหัก
แต่รูปหนึ่งเลื่อนเลยมาเผยพักตร์
ก็จำหลักอาวรณ์ .. เกินซ่อนนัย
O จากฝน .. หนาว .. ร้อนผ่าว .. จนเข้าฝน-
ต้องรายล้อมเวียนวน .. สุดพ้นได้
หลบฤๅพ้น .. บาศก์บ่วง .. หนอดวงใจ-
เมื่อสายใยผูกพัน .. แสนมั่นคง
O สดับเถิดความแสดง .. เจ้าแพงเอย
ความเอื้อนเอ่ยแต่งเติม .. เพื่อเสริมส่ง-
ให้อาวรณ์เสน่หา .. ไหลบ่าลง-
ร่วมจำนงเสกมนต์มาดลใจ ..
O .. ว่าอ้อมอก .. อาทร .. รออ้อนซบ-
แนบหน้าอบอุ่นขวัญ .. ทอนหวั่นไหว
รอกล่อมเกล้าโอบกาย .. คลี่สายใย
รัดพันไว้ .. สุดวิถีแห่งชีวัน
O หาก-เมินเฉยซ่อนเร้น .. ไม่เห็นหน้า
ใคร .. อาจท่วมทรมาถึงอาสัญ
หากรอคอย .. ละห้อยเห็น .. ไม่เห็นกัน
จักโศกศัลย์สุดเทวษทวีทรวง
O รับรู้เถิด .. รอถนอมละม่อมพักตร์
รอโอบกอดกุมกัก .. ด้วย..รัก-หวง
เพียงหนึ่งรูปรอยหวัง .. ที่ทั้งดวง-
ใจ, คอยหน่วงเหนี่ยวรับแนบกับใจ
O ขวัญเอย .. ดวงขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมอก .. สองแขนหวง, พร้อมห่วงใย-
รอโอบให้นิ่งสนิท .. กลางนิทรา

O อธิษฐานุเทศสิ้น - - - สามภพ เพ็ญแฮ
โจมจู่อาวรณ์จบ - - - จิตน้อง
รอนหนาวเร่งนำอบ- - - - อุ่นสู่ อกเนอ
ดลวาบหวามผ่านต้อง - - - เตรียบซึ้งตรึงทรวง ฯ





Create Date : 23 ธันวาคม 2555
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2562 8:50:52 น. 6 comments
Counter : 1848 Pageviews.

 

ดายุ..

"O ขวัญเอย .. ดวงขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
อ้อมอก .. สองแขนหวง, พร้อมห่วงใย-
รอโอบให้นิ่งสนิท .. กลางนิทรา"

ความอบอุ่นก่อน นิทรา..มิน่าล่ะคืนนี้หิมะละลายเกือบหมด


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.196.240 วันที่: 23 ธันวาคม 2555 เวลา:22:57:35 น.  

 
มินตรา ..

กับสาวน้อย ต้องคอยกล่อมในหลับ !
ไม่งั้นคนกล่อมจะนอนไม่ค่อยหลับ

ถึงต้องคอยเล่น weight อยู่นี่ไง เพื่อความพร้อมมวลทางกายภาพ .. และร่ำรอแก้มละอ่อนน้อยมาอ้อนซบ

วัย 25-30 นี่เป็นสาวเต็มตัว และ เป็นช่วงวัยที่สวยงามที่สุดสำหรับสาวไทย จริงไหม ?
(แต่สาวเยอรมันอาจต้องเปลี่ยนวัยเป็น .. 20-25 ? .. เพราะเป็นผู้ใหญ่เร็ว)
.
.
แว่วยินไหม-รำพัน .. นะขวัญพี่
ค่ำคืนนี้ .. ดาวดับเดือนหลับใหล
จะแทรกห้วงนิทรา .. เจ้า-ฝ่าไป-
กล่อมขวัญให้ .. รมยาทั้งราตรี !

ด้วยหวัง-แว่วรำพึงรำพันอ้อน-
ด้วยอาวรณ์อาลัยอยู่ในที่
เพรียก-รูป..รส .. ปรารถนาแห่งมาลี-
ให้คล้อยคลี่หวานหอม .. ลงน้อมรอ !

เมื่อประทิ่นกลิ่นสุคนธ์ .. ที่บนกิ่ง
ต้องลมวิ่งวนผ่านทั้งก้าน-ช่อ
หอมจักยิ่งรุมเร้า .. พะเน้าพะนอ-
ให้เคล้าคลอหอมล้ำ .. ทั้งค่ำคืน

(อันนี้ .. สำหรับบางคนที่มาแอบอ่าน .. ! อิๆ)


โดย: สดายุ... วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:8:45:29 น.  

 

สดายุ!

"ด้วยหวัง-"....
"ให้คล้อยคลี่หวานหอม .. ลงน้อมรอ !"...
"ให้เคล้าคลอหอมล้ำ .. ทั้งค่ำคืน"..
(อันนี้ .. สำหรับบางคนที่มาแอบอ่าน .. ! อิๆ)

อย่างนี้ ไม่รักค่ะ..เเม่ไม่ให้เล่นกับเด็กช่างโกง..
โน่นก็จะเอานี่ก็จะเอา..ตัดสินใจไม่ได้..เห็นเเก่ตัว..อย่างนี้ไม่รัก!

จะมา..พระพี่เลี้ยงเเล้วมา..พระเพื่อนนิด พระเเพงหน่อย นี่..เก็บไว้เป็น"วรรณคดี ล้านช้างล้านนา"..
มิใช่สาวใต้..

มินตราไม่เป็นเเล้ว..นางในวรรณคดี..!
คนเยอรมัน ไม่ชอบ!

รู้เเล้วล่ะ..จะพระลอผอมเเห้งเเรงน้อย..เอ๊ย เอวบางร่างน้อย..ขุนเเผนที่เป่าลมอมควัน..หรือ บุเรงนองนี่
เป็นการเเต่งวรรณคดีปลอบใจหญิงให้ยอมรับสภาพเมียน้อยเมียหลวง ใช่ไหม..ไม่ได้เรื่อง! ไม่อ่าน..
ไม่รัก..!โกรธ!




โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.58 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:14:16:05 น.  

 
มินตรา ..

ความจริงก็คือว่า .. นารีปราโมชที่เขียนมาทั้งหมดตั้งแต่สร้างบล็อคมา .. ให้สาววัยอ่อนน้อยปราโมชทั้งสิ้นทั้งปวง .. และอย่างไม่มีข้อยกเว้น - 55

ส่วนที่เกินวัยที่ระบุไว้ .. ต้องอ่านนี่ ..
ความดี คนดี ในอุดมคติ สำหรับจะได้ปกครองบ้านเมืองสืบไปชั่วกัลปาวสาน .. ที่จะค่อยๆ ออกกันมารับปีใหม่ !

วาทกรรม .. เลวทราม .. คุณความดี
ย่อมถูกยกโยงชี้ แต้มสีสัน
กล่อมวิญญาณเชื่อเชื่อง .. จากเบื้องบรรพ์-
บวง-รูปฝันสืบค้น .. กันอลเวง !

โอ-ความดี .. ความเลว ดั่งเปลวไฟ-
รอสาดใส่ .. สวมสิทธิ์ ให้พิศเพ่ง
วาทกรรม .. ดี-ทราม .. นิยามเอง-
ผ่านท่าทีขรึมเคร่ง .. คอยเร่งรัว

เมื่อ-ความดี ความชอบ ถูกครอบครอง
ผู้ขัดข้องสงสัย .. ชี้ให้-ชั่ว
จน-ความดีจับจองเป็นของตัว
การเย้ยยั่วเยาะหยัน .. ย่อมอันธพาล !

จากนั้น-ทิพรูปย่อมสูบสั่ง-
แขวนภพชาติคลุ้มคลั่ง .. กลางสังขาร
ครอบความดีกัดกิน จิตวิญญาณ-
รอกราบกรานเป็นทาส .. ทุกชาติไป !


555


โดย: สดายุ... วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:17:14:00 น.  

 

รายงานอากาศวันนี้
ที่รัสเซีย -40°Celsius
ที่ไซบีเรีย -57°Celsius

เป็นภูมิอากาศเย็นที่สุดในรอบร้อยปี !


โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.58 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:17:40:52 น.  

 

นี่ค่ะพี่...

//www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=d7lT4bBCJRI


โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.105.253 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:19:23:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.