Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

O ผืนทรายและปลายฟ้า .. O







๑.
O ที่ขอบฟ้าลิบไกล ..
จักอยู่ดีอย่างไร .. หนอใจนั่น
จักมีไหมคำนึง .. ส่งถึงกัน
ถวิลด้วยผูกพัน .. นะขวัญน้อย
O ที่ขอบฟ้าสูงส่ง ..
ฤๅจำนงจะอาจคืบเข้าสืบสอย
ลิบไกลดาวเดือน .. ดูเลื่อนลอย
เกินจะคล้อยเคลื่อนให้ .. เอื้อม-ไขว่คว้า
O ที่ขอบฟ้าไกลพู้น ..
เหลื่อมจำรูญรอบพิไล .. รอไขว่หา
กระพริบคอยแต่งหวัง .. ทุกครั้งครา-
ที่อ่อนล้าเร้ารุมเกาะกุมใจ
O โปรดอย่าได้ลับเลือน ..
หากจงเบือนบ่ายโฉม .. เพื่อโลมให้-
ความซาบซึ้งวนว่าย ณ ภายใน-
ห้วงดวงใจแอบออ .. ร่ำรอคอย
O เมตตากันบ้างไหม ..
กับหัวใจเย็นเยียบแสนเงียบหงอย
แต่เมื่อกาลเริดร้าง .. ของร่างรอย
ให้ละห้อยถึงเงา .. ทั้งเช้า-เย็น
O ลืมเสียเถิดการเก็บงำ ..
แต่นี้คำจักพร้อง .. ให้มองเห็น-
อ่อนโยนเนื้อความนัย .. ด้วยใจเอ็น-
ดู-รูปผู้งามเพ็ญ .. รอ-เห็นใจ
O ลืมเสียเถิดความจ่อมเจียม ..
เมื่อเต็มเปี่ยมปรารถนา .. เกินกว่าให้-
เพชรมงกุฏยอดเรือน .. คล้อยเคลื่อนไป
จะยึดยื้อเอาไว้ด้วยใจทะนง
O รอเถิดรูปงามทรามสวาท ..
รอชายชาติก้าวย่างเคียงร่างหงส์
จับมือจูงก้าวนำด้วยจำนง-
ร่วมเสริมส่งสองใจ .. ด้วยนัยเดียว
O คลื่นใหญ่น้อยวนวิ่ง .. แอบอิงฝั่ง
เมื่อแก้มปลั่งผุดผ่อง .. รอข้องเกี่ยว
คลื่นต้องลมผันผวน .. ก็ม้วนเกลียว
เข้าโน้มเหนี่ยวสายตา .. ไม่ล้าเลย

๒.
O จันทร์บนสรวงดวงใหญ่ .. แจ้งใจอยู่
เมื่ออารมณ์รับรู้ .. ยากอยู่เฉย
คลื่นทะเลครวญคร่ำ .. ลมรำเพย
ราวยั่วเย้ยปรารถนา .. แห่งอาวรณ์
O ย่ำค่ำ .. ลมทะเลเริ่มเห่กล่อม
เมื่อหวานหอมรอบชู้ .. ยากรู้ถอน
คลื่นแล่นริ้ว .. ลมร่ำ .. และคำวอน-
คล้ายดั่งอ้อนแอบอยู่ .. ไม่รู้ลา
O ค่ำนี้ .. ลมทะเล คอยเห่กล่อม
อยู่แวดล้อม-ภพ .. ชาติ .. แรงปรารถนา
โคมบนสรวงทอดแสง .. ลงแจ้งตา
เมื่อห้วงอารมณ์นั้น .. เริ่มสั่นรัว
O เกลียวคลื่นน้อยยังวิ่ง .. แอบอิงฝั่ง
ความเปล่งปลั่งนวลแก้ม .. ก็แย้มยั่ว
ระลอกคลื่นลมหวน .. ก็ม้วนตัว-
เข้าโลมทั่วผืนทรายที่ปลายคืน
O จันทร์บนสรวงอำไพ .. แจ้งใจอยู่
เมื่อแรงชู้ลอดเลี้ยวล้อเกลียวคลื่น
กลางลมร่ำปฏิพัทธก็หยัดยืน-
อยู่บนการพลิกผืนของพื้นน้ำ
O ระลอกน้ำโตนตื่น .. ครึกครื้นแล่น
โยนยกแผ่นน้ำป่วน .. ก่อนม้วนคว่ำ
มีอาวรณ์ .. อาลัย .. และนัยคำ-
แข่งเสียงคร่ำครวญคลื่นทั้งคืน .. วัน
O แว่ว .. ดนตรีพากย์เพลง ..เร้า-เร่งเสียง
ผ่านสำเนียงยวนยั่ว .. เร้า-รัวขวัญ
ที่เพ่งรูปคราญอยู่ .. ฤๅรู้ทัน-
การกีดกั้นแอบออ .. ด้วยทรมา
O โลกหนอไย .. เคลื่อนผ่านเข้าหว่านล้อม
ด้วยหวานพร้อมพรั่งปวงแรงห่วงหา
แทรกลงจิตวิญญาณ .. นับนานมา
และทุกคราทุกครั้ง .. สุดรั้งลง
O ค้างรูปในนิรมิต .. ให้คิดครวญ
ทุกเสี้ยวส่วนซอกหลืบ .. คอยสืบส่ง
หยัดหยั่งอ่อนหวานล้ำ .. ให้ดำรง-
เป็นจำนงอยู่ล้อ .. ให้ต่อกร
O ค่ำนี้ .. ลมทะเลยังเห่กล่อม
ใจหวงหอมหวานอยู่ .. ฤๅรู้ถอน
เสียงคลื่นถั่ง .. ลมร่ำ .. และคำวอน-
คล้ายดั่งอ้อนคลออยู่ .. ไม่รู้ลา
O ค่ำนี้ .. ลมทะเลโลมเห่น้ำ
เมื่อใจคร่ำครวญคอยละห้อยหา
ระลอกคลื่นซาบฝั่ง .. ฟองยังคา
รูปเอย .. รูปปรารถนา .. ย่อมคาใจ
O เพลงสังคีตพ้นผ่านไปนานแล้ว
จันทร์ผ่องแผ้ว .. ล่มล่อง .. คนผ่องใส
วาบวับสองดวงตา .. เหมือนว่าใคร-
เผยอ่อนไหวอ่อนหวาน .. หันด้านมา
O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายรอบ
เนตรตื่นตอบค่อยชม้อยชม้ายหา
โลกในกายเงียบงันลงทันตา-
เมื่อเรียวปากเบื้องหน้า .. เหมือนว่า .. ยิ้ม !





 

Create Date : 08 ธันวาคม 2555
12 comments
Last Update : 17 ตุลาคม 2562 17:22:54 น.
Counter : 1534 Pageviews.

 


สดายุ..

"O ท่ามกลางเสียงหลากหลายที่รายรอบ
เนตรตื่นตอบค่อยชม้อยชม้ายหา
โลกในกายเงียบงันลงทันตา-
เมื่อเรียวปากเบื้องหน้า .. เหมือนว่า .. ยิ้ม !"

มีคำไทยอีกคำนะคะ ที่เราจะใช้ ..
"เมื่อเรียวปากเบื้องหน้า .. เหมือนว่า .. ยิ้ม !"นั้น
เราจะใช้คำว่า..แย้ม.. ยิ้มแย้ม น่ะค่ะ
สตรีนั้น ผู้ใหญ่จะสอนกิริยามารยาทว่า เป็นสาวเป็นนางน่ะ จะเดินจะเหินจะยิ้มจะแย้ม อย่าให้มันโฉ่งฉ่างนัก ..ค่อยค่อยทำ...
คือหากสาวใด" ยิ้มแฉ่ง" นี่ เรียกว่า.."เปิดประตูอ้าซ่า"ทีเดียว
ฉะนั้น หากจะ"พอใจ"ก็จะต้อง"พอใจแต่ในหน้า"
เพียง..แย้มแย้ม..ให้เห็นว่า พอใจนะ รักนะ ชอบนะ (แต่ยังไม่จัดกระเป๋า หนีตาม...) น่ะค่ะ

นี่ล่ะคือความเป็นอารยันในสายเลือดไทยที่ยังหลงเหลืออยู่..นอกเหนือไปจากสัจจะทางอารยันทั้งสี่ (อริยะสัจจสี่)..เท่าที่ทราบนี่ศาสนาพุทธจะสอน"วิธีสำรวมตน" ไว้ให้ปฎิบัติด้วย..ใช่ไหมคะ ..หลวงพี่


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.198.113 8 ธันวาคม 2555 9:15:32 น.  

 


ดายุ..
"อยู่เคียงข้างเธอ..
ใจไม่ไหวเอน..
และยังคงชัดเจน อย่างนั้น.."

เพลง ทรายกับทะเล
ศิลปิน นันทิดา แก้วบัวสาย
(แต่ไม่ยักกะบอกว่าใครเป็นผู้ประพันธ์เพลง)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.198.113 8 ธันวาคม 2555 9:24:53 น.  

 

มินตรา ..

รู้ไหมว่า ทั้งๆที่ชอบรูปหน้าคมเข้มแบบสาวละติน
อย่างในรูปลิงค์นี้ก็ตาม .. (ที่ไม่ใช่ทั้งแบบฝรั่งและแบบแขก .. แต่เป็นอเมริกากลาง - ที่เข้าใจว่ามาจาก สเปน-โปรตุเกส ยุคล่าอาณานิคม)

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=20-11-2012&group=107&gblog=478

แต่เรารู้ได้ว่า .. อิริยาบท แบบอ่อนช้อยแบบไทยผู้ดีมันไม่มีอยู่ในสาวต่างชาติพวกนี้ .. จินตนาการจึงลงกันไม่ได้ .. อาการ "ชม้อยชม้าย" สายตานี้ แม้แต่เอเชียด้วยกันอย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็ไม่มี !

ขณะเดียวกัน .. หากมีแต่อาการ แต่รูปหน้า"ไม่ใช่"ก็เขียนต่อ .. บรรยายต่อไม่ไหว - 55

ความงามของรูปหน้า และ กิริยาอาการที่พึงใจ จึงจำต้องพบกันให้ได้ไม่ว่าจะในจินตนาการส่วนไหน

ส่วนในทางศาสนา .. ศีล คือ การควบคุมทั้งกายและใจ ไม่ให้ไปกระทบกระทั่งผู้อื่น โดยเจตนาเท่านั้น .. มิได้มีความหมายในการปรุงแต่งจริตให้งดงาม รอการชื่นชมแต่อย่างใด ..

คนเขียนเนื้อเพลง หาเอาใน google มินตรา ง่ายกว่าปอกกล้วย หากอยากรู้ - 55

 

โดย: สดายุ... 8 ธันวาคม 2555 11:58:37 น.  

 


ไพเราะค่ะ... :'))

 

โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.107.40 8 ธันวาคม 2555 17:33:24 น.  

 


ดายุ..

"คนเขียนเนื้อเพลง หาเอาใน google มินตรา ง่ายกว่าปอกกล้วย หากอยากรู้ - 55"

โอย..ไม่มีเวลาสำหรับเปิดหาเพลง หรือ ดาราหรอกค่ะ..และการใช้google สำหรับมินตรานั้น..หากไม่มี"ความรู้พื้นฐาน"ติดตัว..ก็หาข้อมูลได้อย่างไม่ถูกต้อง เพราะ"ไม่มีแนวทฤษฎีที่จะเป็น..แนวคิด"
ฉะนั้น การปอกกล้วยเข้าปากของมินตราง่ายกว่า เร็วด้วย..ยิ่งหากเป็นกล้วยน้ำว้านี่ ต้องสองลูกติดกันทีเดียว...

ทราบไหมว่า เวลาไปเชียงใหม่ จะชอบพักที่ รอยัลพรินเซส ของท่านผู้หญิงชนัตถ์..เพราะมีกล้วยน้ำว้า งามมาก รสหวานอร่อยไว้ในเมนูผลไม้เสมอ
ทั้งที่โรงแรมเล็ก..แต่มีสิ่งที่โรงแรมดีกว่านั้น ไม่มี..
นี่คือ"รสนิยม" และ "คุณค่า"ของ life style

"อิริยาบท แบบอ่อนช้อยแบบไทยผู้ดีมันไม่มีอยู่ในสาวต่างชาติพวกนี้ .. จินตนาการจึงลงกันไม่ได้ .. อาการ "ชม้อยชม้าย" สายตานี้ แม้แต่เอเชียด้วยกันอย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็ไม่มี !"

ผู้เชี่ยวชาญ นะ !..หลวงพี่..!

มินตรารู้จักอยู่ "ชายเดียว" ที่อเมริกากลาง
Che ..Che .. Che Guevara !
555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.207.51 8 ธันวาคม 2555 17:36:08 น.  

 

ตัวน้อย ..

ไพเราะสิคะ .. บางคนเขาชอบเพลงนี้ และมีพี่อยู่ในบางคนนั้นด้วย .. เสียงผู้ชายอาจฟังไม่รื่นหูเหมือนนันทิดา .. แต่ไม่เป็นไรวันหลังจะร้อง"วันคอย"ให้ฟังใหม่ ค่ะ

อากาศเริ่มหนาว .. ห่มผ้า .. แล้วหลับตานึกถึงใครสักคน เพื่อจะหลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม !








มินตรา ..
เครือดุสิต ปกติจะค่อนข้างแพงสำหรับคนไทยระดับกลางๆ .. เพราะคืนหนึ่ง 4-5,000 บาท ซึ่งไปหานอนเอาสัก 5-600 แล้วเอาที่เหลือ กิน เที่ยว ม่วนกว่า 555

เวลาขึ้นเหนือสมัยก่อนก็จะเอาเต้นท์ไปนอนตามลานกางเต้นท์บนยอดดอย ..

ส่วนในเมืองจะไม่เหลือบตาแลแม้สักน้อย .. เพราะจะมาเที่ยวธรรมชาติ .. มิได้เพื่อมา"เที่ยวดูตัวอำเภอเมืองของบ้านนอก" .. 55

ยังไงเสียเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่เองยังห่างชั้นจากกรุงเทพเป็นสิบเท่า ในทุกด้าน ..


คนมาจากเมืองหลวงจึงมักตะกายไป ปาย แม่ฮ่องสอน เชียงคาน .. ที่ๆจะได้สัมผัสธรรมชาติมากหน่อย

(ตามฝรั่งไปเที่ยว .. เพราะมันดูเงียบดี .. แต่พักเดียวพอคนไทยเริ่มแห่ตามมาเยอะๆ .. ฝรั่งก็จะหนีไปที่อื่นต่อไป ..

อย่างตอนนี้ ปาย เริ่มหมดเสน่ห์เพราะความแออัดของพวก .. "ไทยพูดดัง กินเคี้ยวเสียงดังจั๊บๆ..พูดจาจ๊อกแจ๊ก จอแจ งี่เง่า น่ารำคาญ" ... ฝรั่งจึงหนีไปเชียงคานกันมากแล้ว ..55)

.
.
ส่วน เช กูวาร่า นั้นมีไว้ให้พวกเทิดทูน บูชา เอกชนวีรชน ได้สูดดมอุดมการณ์เผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ(ตอนพวกนี้ท้องเสีย - 55) ..สามเวลาหลังอาหาร ..

เพราะการปฏวัติที่สำเร็จแล้วได้เจ้านายกลุ่มใหม่นั่งเมือง .. และจะนั่งจนตายคาเก้าอี้ .. หากป่วยหนักก็เอาน้องมา"สำเร็จราชการแทน" ไปก่อน .. อุดมการณ์ปฏิวัติของ เช + ฟิเดล คาสโตร จึงเหมือนผายลมดีๆนี่เอง .. 55

 

โดย: สดายุ... 8 ธันวาคม 2555 20:53:25 น.  

 

.


คำว่า "น้อยๆหน่อย" มักติดปากบางคนอยู่เสมอ
จึงต้องจัดให้ "มากมากหน่อย" .. อิๆๆ


O แต่เมื่อเดินเข้ามาให้ตาเห็น
ก็บีบเค้นอารมณ์เกินข่มไหว
โลกตรงหน้าพลิกผันขึ้นทันใด
เมื่อรูปคราญสดใส..ล้อมนัยน์ตา

O หรือหัตถ์พรหมลอบเร้น..จัดเส้นทาง
ให้ยกย่างเหยียดก้าวมุ่งเข้าหา
แล้วรอการสัมผัส..รูป-ทัศนา
ก่อคุณค่าจับวางลงกลางใจ

O แต่บัดนั้น..รุ้งเรื้องที่เบื้องหน้า-
ก็เหมือนว่าทอดโค้งยึดโยงให้-
ความขัดเขินอ่อนหวานที่ด้านใน-
อกทรวงใคร..กับผกายแห่งสายตา

O ยิ้มรับความสดใสแห่งวัยเยาว์
เช่นยามเช้าสุมาลย์ช้อย..ช่อ-คอยท่า-
ภุมรินผึ้งภู่..จะรู้มา-
ตฤปรสผาณิตหอม..อย่างยอมตน

O ยิ้มรับความอ่อนไหว..ของใครนั้น
กับแวววามไหวสั่นนับพันหน
เอ็นดูความขัดเขินหยอกเอินคน
หวามที่ล้นเอ่อแล้ว..ผ่านแววตา !

O เหมือนว่างามลามรุกไปทุกบท
ชี้..กำหนด..รูปรอยให้คอยหา
และเหมือนงามลามรุกไปทุกครา-
กับท่วงท่าเหลือบค้อน..ตาซ่อนยิ้ม

 

โดย: สดายุ... 8 ธันวาคม 2555 21:18:52 น.  

 


ดายุ..

"O เหมือนว่างามลามรุกไปทุกบท
ชี้..กำหนด..รูปรอยให้คอยหา
และเหมือนงามลามรุกไปทุกครา-
กับท่วงท่าเหลือบค้อน..ตาซ่อนยิ้ม"

"งาม"ของดายุ นี่ จริตจะก้าน นะ..
แล้วคนที่"ต้องจัดให้ "มากมากหน่อย" " น่ะ..มากไป๊..

เห็นแล้วค่ะ ตั้งแต่..
"O ลืมเสียเถิดความจ่อมเจียม ..
เมื่อเต็มเปี่ยมปรารถนา .. เกินกว่าให้-
เพชรมงกุฏยอดเรือน .. คล้อยเคลื่อนไป
จะยึดยื้อเอาไว้ด้วยใจทะนง

O รอเถิดรูปงามทรามสวาท ..
รอชายชาติก้าวย่างเคียงร่างหงส์
จับมือจูงก้าวนำด้วยจำนง-
ร่วมเสริมส่งสองใจ .. ด้วยนัยเดียว "

ว่าจะ"ก้าวย่างเคียงร่างหงส์"

แล้วมินตราจะมีโอกาส ได้อ่านโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน อีกไหมนี่...
เพิ่งทราบว่า ราคากล้วยน้ำว้า ที่ ดุสิต แพงไป
แต่โรงแรมอื่นราคาแพงกว่า ไม่มีนะ..



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.207.51 9 ธันวาคม 2555 0:34:41 น.  

 

มินตรา ..

ผู้หญิงบางคนอาจมองเห็นจากภายนอกว่า"เอาเรื่อง" .. แต่แท้จริงแล้ว "ความอ่อนหวาน" ภายในจิตใจมีอยู่เต็มเปี่ยม .. อยู่ที่เขาจะแสดงออกยามอยู่ลำพังกับชายคนรักเท่านั้น ..

มินตราจะได้อ่านกลอนมากขึ้นด้วยซ้ำ กับช่วงเวลาที่สายลมหนาวพัดผ่านเมืองไทย .. เช่นนี้


ระยิบเอยแววตาใต้ฟ้าต่ำ
ผ่องผกายร่ายรำในค่ำหนาว
เหมือนคอยข่มแสงช่วงของปวงดาว
ให้เหลือวาววับอยู่ .. เพียงคู่เดียว !

 

โดย: สดายุ... 9 ธันวาคม 2555 5:16:44 น.  

 


ดายุ ขา..

"ให้เหลือวาววับอยู่ .. เพียงคู่เดียว !" น่ะ
มองเห็นภาพ สดายุ ซื้อกล้วยน้ำว้าแขวนไว้ให้ทั้งเครือเลย
เห็นไหมว่า หากขึ้นด้วย "ขา" ทีไร..จะลงด้วย ตาวาววับอยู่..เพราะได้ของต้องใจ..

เอ..หรือที่" วาววับอยู่ .. เพียงคู่เดียว !"น่ะ
ตุ้มหูเพชร จากทิฟฟานี่ หนึ่งคู่..
อย่าเลยค่ะ เกรงใจ..แค่ "ต๊อกกวง" เพียงคู่เดียว!
ก็ได้ค่ะ กากีนั้ง...555 (อย่าลืมนะ ว่า ขึ้นด้วย ดายุขา ! )


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.207.51 9 ธันวาคม 2555 6:53:37 น.  

 


สวัสดีค่ะ...

วันนี้เหงานิดนะคะ เล็กไปบ้านที่แม่ริม เอาคนไปทำความสะอาดน่ะค่ะ คุณย่าท่านจะมา...คงกลับเย็นๆค่ะ

เพลงนี้ไพเราะอยู่แล้ว ส่วนวันคอยของพ่อ ฟังตั้งแต่เกิดได้มังคะ :'))

ขอบคุณมากเจ้าค่ะ..

 

โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.107.40 9 ธันวาคม 2555 8:15:49 น.  

 

ตัวน้อย

ค่ะไม่เป็นไร .. ไปเถิด นานๆคุณย่ามาที
พี่รอได้

 

โดย: สดายุ... 9 ธันวาคม 2555 9:02:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.