Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

O ในห้วงคำนึง .. O






เพลง .. ลาวสวยรวย คุณพระช่วย


O เรื่อยรี้คีตะกานท์ .. ค่อยผ่านแว่ว
เมื่อลมแผ่วผ่านริ้ว .. น้ำพลิ้วผืน
กรุ่นกลิ่นแก้วอบร่ำ .. รอค่ำคืน-
คลี่ลงโอบกอดคลื่น .. ที่ตื่นฟอง
O เจื้อยแจ้วเสียงสูงต่ำ .. คล้ายรำพัน-
กล่อมดวงขวัญทอนโศกแห่งโลกผอง
มีจังหวะใจย้ำเร่งทำนอง-
เสียงพร่ำพร้องแห่งชู้ .. ให้รู้นัย
O ร้างเดือนดาวกลางพลบ, หรือ-หลบซ่อน-
จากแววตาออดอ้อน .. แสนอ่อนไหว
รื่นเย็นลมร่ำหา, แววตาใคร-
ก็ช่างแสนร่ำไร .. ล้อใจคน
O แม้น-เหมือนจันทร์ซ่อนแสงจากแหล่งที่
ทั้งราศีดาวช่วง .. ลับห้วงหน
หากแววตาหวั่นสะทก .. ยังวก-วน-
ทอดทอแสงอำพน .. เข้าดลใจ
O โบกโบยลมเย็นรื่น .. ล้อมผืนน้ำ
เมื่อคืนค่ำปรากฏความสดใส
โดยความซึ้งซ่านล้ำ, แก้มก่ำใคร-
ก็เรื่อสีแต้มใส่ .. ทุกนัยน์ตา
O ระริกสายน้ำตื่นพลิ้วผืนระลอก-
เข้ายั่วหยอกโลมหลั่ง .. ริมฝั่งท่า
รูปละม่อมเนียนแก้มยั่วแย้มมา
ปรารถนาอาวรณ์ – ฤๅถอนพ้น ?
O อ้อยอิ่งเสียงสังคีตแว่วหวีดผ่าน
พาหอมหวานทั้งปวงให้ร่วงหล่น-
ลงสู่ห้วงคำนึง .. ของหนึ่งคน-
เลื่อนระดับเอ่อล้นท่วมท้นใจ
O รูปนามเอย .. เผยลักษณ์มาดักขวาง-
หรือเพื่อรอก้าวย่างทุกย่างให้-
ย่ำเหยียบลงกลางบ่วง .. ความห่วงใย-
แล้วอาลัยเสน่หา .. ไม่ล้าเลือน ?
O พร่างพรายน้ำเหลื่อมรับอยู่วับไหว
เมื่อหัวใจคำนึง .. ซาบซึ้งเหมือน-
ว่า .. รูปนามตามติด .. คอยพิศเบือน-
สายตาเลื่อนแววชู้ .. ให้รู้การณ์
O สูงต่ำแห่งสังคีตแว่วหวีดเสียง
ยังแว่วเพียงขับกล่อมพาหอมหวาน-
เข้าโอบไล้โลมสิ้นจิตวิญญาณ
ให้สะท้านสะเทื้อนอยู่ .. แต่ผู้เดียว
O วิกาลคล้อยน้ำค้างพรายพร่างเม็ด
ดั่งแพรเพชรลอยผืนในคืนเปลี่ยว
สรวงย่อมมืดหม่นครัน .. เพราะจันทร์เรียว-
เร้นส่วนเสี้ยวเลื่อนดวงจนล่วงรอย
O ป่านฉะนี้ .. รูปแพงจักแฝงร่าง-
ในท่ามกลางเย็นเยียบและเงียบหงอย
หรือ .. หัวใจพร่ำพ้อเฝ้ารอคอย-
อกแขนอ้อยสร้อยโอบให้แอบอิง ?
O คิดถึงกันมากไหม .. หัวใจนั่น
แล้ว .. ไหวสั่นเพียงไหนหนอ .. ใจหญิง ?
แทน-เตียงนุ่ม .. เนื้ออ่อนเจ้าผ่อนพิง-
หมาย .. เกลือกกลิ้งก่ายร่างที่กลางทรวง
O รอคอยเถิด .. รูปละม่อมในอ้อมแขน-
จักโอบรูปไว้แน่น .. อย่างแหนหวง-
เพียงเพื่อแววหวามไหวที่ในดวง-
ตาคู่ช่วงโชนความออกล่ามพัน !
O แม้นจันทร์แรมเร้นดวง .. เลือนช่วงแสง
หากที่แฝงฝากช่วงในห้วงฝัน-
กลับเจิดจ้าโชนช่วงเยี่ยงดวงวัน-
เมื่อแรกผันเรือนรุ้งทาบคุ้งฟ้า
O เก็บงำแวววับวามแห่งยามเช้า-
พร้อมเหลื่อมเงาสายน้ำที่หลามบ่า
ก่อรูปนามพร่างพรายในสายตา
ให้แต่ปรารมภ์ชู้ .. ไม่รู้แล้ว
O ค่ำนี้ .. แววตาระยับเกินขับข่ม
แก้วกรุ่นกลิ่นรื่นฉม, สายลมแผ่ว-
ก็รำบัดรำบายปัดป่ายแนว
ลูบโลมความผ่องแผ้ว .. ล้อมแววตา
O ฟากฟ้า .. เมฆหม่นดำ, เสียงคำรน-
ก้องกาหลครึกโครม, ลมโหมหา
บนโลกต่ำ-รูปนาม .. ก็ล่ามคา-
ปรารถนาอาลัย .. ที่ในตน
O มีใจ .. พร้อมรูปเงา-รุมเร้าอยู่-
เมื่อรอบชู้โหมช่วง, กลางห้วงหน-
สายวิชชุเฟื้อยเส้น .. แล้วเต้น .. วน
แข่งใจคนรัวเต้นไม่เว้นยาม
O ถวิลถึง .. รูปสล้างที่กลางหมอน-
จักทอดถอนใจทราบ - รสวาบหวาม
อ้อมแขน .. อกอุ่นเอื้อ .. นิ่มเนื้องาม-
หรืออาจห้ามใจข่ม .. การสมยอม ?
O ลมลูบน้ำกระเพื่อมผิวเป็นริ้วตื่น
เสียงโอดอื้นพร่ำพ้อ .. ร่ำรอ-ถนอม-
ก็แผ่วผ่านตอกย้ำ .. ให้ด่ำดอม-
รสหวานหอมรูปนามแห่งยามนั้น
O เรื่อยรี้ .. คีตะกานท์ยังผ่านแว่ว-
ก็เมื่อแววในตา .. ค่อยพร่าสั่น
ระทึก .. ระทวยใจ .. ของใครกัน-
คงแว่วอยู่เช่นนั้น .. เสียง-สั่นเครือ
O คงแว่วอยู่ในโสต .. เสียงโอดอื้น
รัญจวนตื่น .. ในยามก็งามเหลือ
ร้างเหน็บหนาวทุกรอย .. จะคอยเจือ-
จางช่วงเชื้ออุ่นร้อน .. ให้ผ่อนแรง
O ราวเสียงแผ่วไกลลิบ .. กระซิบกระซาบ
ก่อนนัยน์ตาสบทราบ .. แล้ววาบแสง
ออดอ้อนผ่านรูปคำ .. ก็สำแดง-
นัยฝากแฝงอาวรณ์ .. อันร้อนรน
O วูบวับความอ่อนไหว .. ผ่านนัยน์ตา
ที่เหมือนว่าไหวสั่นนับพันหน-
จากอาวรณ์สั่นสะทก .. ในอกคน-
ผู้วกวนเวียนหอมไม่ยอมร้าง
O คะเนนึก .. รูปพรรณในบรรจถรณ์-
จักออดอ้อนแวดล้อมไม่ยอมห่าง
ช่วงแขนเรียว, ดวงขวัญ, รูปสรรพางค์-
จักร่วมวางชาติภพบรรจบลง
O คะเนนึก .. เนื้อนวลคร่ำครวญถวิล
เมื่อกรุ่นกลิ่นหอมระรุม .. ให้ลุ่มหลง-
ค่อยผ่านรสรื่นล้ำ .. ร่วมจำนง-
การรับส่งหวานหอม .. รายล้อมใจ
O เรื่อยรี้คีตาพร้องทำนองประณีต
ดังแว่วหวีดโลมรุกผ่านยุคสมัย
เสียงสั่นเครือคร่ำครวญ, เนื้อนวลใย-
ค่อยพลิ้วไหวตอบรู้ .. แรงชู้นั้น
O พร้อมคีตาพร่ำพร้องทำนองประณีต
เสียงแว่วหวีดก้องรัว, เนื้อตัวสั่น-
ก็เผยผ่านแขนเรียว .. โอบเหนี่ยวพัน-
ธนา-ความใฝ่ฝัน .. บัดนั้นเอง !





 

Create Date : 14 ธันวาคม 2555
15 comments
Last Update : 11 พฤษภาคม 2562 14:20:07 น.
Counter : 1935 Pageviews.

 


ต๊าย..ดายุ..

"O คิดถึงกันมากไหม .. หัวใจนั่น
แล้ว .. ไหวสั่นเพียงไหนหนอ .. ใจหญิง ?
แทน-เตียงนุ่ม .. เนื้ออ่อนเจ้าผ่อนพิง-
หมาย .. เกลือกกลิ้งก่ายร่างที่กลางทรวง"

กลอนนี้ อายุต่ำกว่า แปดสิบ อ่านได้ไหมนี่..
แม่บอกว่า โคลงฉันท์กาพย์กลอนนั้น ต้องเลือกอ่าน
..เดี๋ยวจะใจแตก...ฮึ..ฮึ..
ชักจะsexy !

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.155 15 ธันวาคม 2555 1:03:22 น.  

 


สวัสดืค่ะ...

โห... No comment อิอิ

อากาศเย็นนะคะวันนี้ ดูแลสุขภาพนะคะ

 

โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.114.111 15 ธันวาคม 2555 8:06:44 น.  

 



มินตรา ..

ธรรมชาติ ของหนุ่มสาวที่มีใจให้กัน ย่อมต้องการ-การเอาใจใส่ดูแลกันและกัน รวมทั้งการได้อยู่ใกล้ชิดกัน .. และนั่นเป็นธรรมชาติฝ่ายนามธรรม ..

หากเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกันแล้ว .. ธรรมชาติฝ่ายรูปธรรมอันมีความจำเริญตามวัยย่อมดึงดูดกันและกันและเป็นเรื่องที่ยากต่อต้าน ..

มันย่อมเป็นสิ่งสวยงาม เมื่อจิตใจและเวลาเหมาะพร้อมที่คนสองคนจะแบ่งปันธรรมชาติทั้งฝ่ายรูปและฝ่ายนามหลอมรวมกัน .. อันเป็นที่สุด .. ของปฏิสัมพันธ์คู่ หญิง-ชาย

เจตนาของความ คำ ย่อมเพื่อน้อมนำ ให้จินตนาการของผู้อ่านโลดแล่นต่อเอาเอง .. ตามความสมัครใจ






น้องเล็ก ..
สวัสดีค่ะ ..
บทนี้ เป็นการ "คะเนนึก .. " ของคนเขียนคำ .. ที่ในยามค่ำคืนนั้น .. บ้างก็แว่วเสียง บ้างก็เห็นภาพ บ้างก็อบอวลด้วยความหอมหวานแห่งมายาคติ

ทั้งสิ้นทั้งปวงเกิดเพราะ "อากาศเย็น" ค่ะ ..

ดังนั้น คนที่คอยมาเตือนนี่ต้องดูแลสุขภาพเช่นเดียวกันนะคะ

 

โดย: สดายุ... 15 ธันวาคม 2555 10:31:07 น.  

 


ดายุคะ

ทราบไหมว่า เยอรมันต้องส่งนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งไปเกาะกรีนแลนด์ในโครงการ
"Greenland Ice Core Project ( GRIP)" เพื่อเจาะ..ใจกลางน้ำแข็ง..ซึ่งมีอายุมากกว่า200.000 ปี..เพื่อดูว่าเมื่อเวลานั้น เกิดอะไรกับภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม..ขึ้น..

เหตุมาจาก การละลายมากกว่า50%ของภูเขาน้ำแข็งทางขั้วโลกเหนือขณะนี้

ทั้งทั้งที่ความจริงน่ะ"เจตนาของความ คำ ย่อมเพื่อน้อมนำ ให้จินตนาการของผู้อ่านโลดแล่นต่อเอาเอง .. ตามความสมัครใจ .."

"ผู้อ่าน"ว่า"เจตนาของความ คำ" คือสาเหตุที่ "ภูเขาน้ำแข็ง"ละลาย..ว่ามะ..ฮึ.. ฮึ..

วันนี้อากาศที่แถวแบร์ลีนก็อุ่นขึ้นเหลือ 5องศาC
จาก-5C นะคะ..หิมะที่เพิ่งตกกำลังละลายกลายเป็นน้ำแข็ง..เดินยาก..ลื่นมากเสมือนเดินบนน้ำแข็ง..ต้องใช้สเกต อย่างเดียว..มินตราไม่มีหรอก.. เลยเดินเฉพาะทางเดินที่โรยเกลือไว้..เพราะน้ำแข็งไม่มี...

นึกว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบซะอีก..



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.143 15 ธันวาคม 2555 13:54:23 น.  

 

มินตรา

แปลว่า .. โลกกำลังร้อนขึ้นอย่างมีอัตราเร่ง ?
และอีกไม่นาน .. คนผิวขาวจะหายไปจากโลกนี้ .. เหลือแต่สีเกรียมแดดสีเดียว ?

ผมรู้สึกภูมิใจแทนคนเยอรมัน ในความเข้มแข็ง มีวินัย ฉลาด อดทน .. ที่ตอนนี้ต้องมาแบกรับภาระของยูโรโซนบนบ่า .. เพราะดีกว่าใครหมด .. ไม่เคยเลยสักครั้งที่เยอรมันจะด้อยกว่าอังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส ส่วนอิตาลีนั้นมิพักต้องพูดถึง - 55

ทำนองเดียวกับญี่ปุ่นฝั่งเอเชีย .. ไม่ต่างกัน .. เพียงแต่เยอรมันมีมาตรฐานงานอุตสาหกรรมสูงมาก (รู้ได้ดีเพราะเรียนจบมาด้วยหลักสูตรเยอรมัน .. Deutsches Institut für Normung .. หรือ DIN standard นี่แสนจะคุ้นเคย .. )

ยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสไปอีกเลยหลังจากไปมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว .. ตอนนั้นไป แฟรงค์เฟิรต เดือนนึง

มินตราโชคดี ที่ได้ไปอยู่กับชนชาติที่เก่งที่สุดในโลก ในหลายๆด้าน - รวมทั้งฟุตบอล

เข้าใจว่า หลัง WW2 หากรัสเซียไม่กวาดต้อนนักวิทยาศาสตร์เยอรมันไปเป็นเชลยและทำงานให้ .. อาวุธร้ายแรงในยุคสงครามเย็นอาจไม่ทันสมัยพอจะสู้อเมริกาได้ .. หรือระเบิดนิวเคลียร์อาจทำไม่สำเร็จ ..

เผ่าพันธุ์สลาฟ ยังไงก็สู้พวกอารยันไม่ได้จริงไหม ?
.
.
อ้อ อีกเรื่อง .. อยากรู้มานาน

iPhone 5 ที่เยอรมันมีขายแบบเครื่องเปล่าหรือไม่ .. หากมีราคาคิดเป็นเงินไทยสักเท่าไร ?

เพราะที่ออสเตรเลีย ไม่มีเครื่องเปล่าขาย .. เขาขายพร้อม contract หมด

 

โดย: สดายุ... 15 ธันวาคม 2555 14:36:41 น.  

 


ดายุคะ

"iPhone 5 ที่เยอรมันมีขายแบบเครื่องเปล่าหรือไม่ "

มีค่ะ..ตรงจากร้านของ Apple Store ...
ราคา
16GB= 679.00 Euro
32GB= 789.00Euro
64GB= 899.00Euro
จะเป็นราคาเดียวกันทั่วโลกนะคะ มิว่าจะแปลเป็นค่าเงินใด
ตามนโยบายที่วางไว้น่ะค่ะ
ที่Telekom เยอรมันจะมีให้ซื้อพร้อมสัญญาตั้งแต่9,95€
แต่เนื่องจาก"การตั้งระบบคลื่นรับที่ติดตั้งในเครื่อง"( Apple integrierten Frequenzen )จึงใช้กับคลื่นของ Deutschen Telekom ที่1800 Megahertz ซึ่งจะมีเฉพาะในเขตเมืองที่มีผู้อาศัย20.000 คน
ส่วนในเขตที่มีLTE-Systemที่คลื่น 800 Megahertzจะใช้ไม่ได้ ..
นี่รายการ"ท่านว่า"..มินตราไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ ไปอ่านผู้เชี่ยวชาญที่ใช้แล้ววิจารณ์มา...

แสดงว่าLTE (Long Term Evolution)System
ของบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับเรา ก็สำคัญ ใช่ไหมคะ

นี่ไปหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญมาให้นะคะ..มินตราไม่มีความรู้เลย..ไม่รักกันจริงไม่หาให้หรอกนะ (ทวงบุญคุณนะจ๊ะ!)

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.143 15 ธันวาคม 2555 18:05:58 น.  

 


ดายุคะ..

"ไม่เคยเลยสักครั้งที่เยอรมันจะด้อยกว่าอังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส ส่วนอิตาลีนั้นมิพักต้องพูดถึง - 55"

ค่ะ""อิตาลีนี่ร้ายกาจ..ประธานาธิบดีคนปัจจุบันนี้ ไปชวนสเปญ..ให้มาร่วม "ต่างคนต่างกู้"เงินธนาคารกลางยุโรปเองตามสิทธิที่ต่างพึงมี..แถมยังชิงออกข่าวแสดงความเก่งกาจอีกว่าจะแก้ปัญหาระบบการเงินตนเองเอง ไม่ขึ้นกับเยอรมัน..
ในขณะที่นายกหญิงเยอรมันลงไปรับภาระหนี้กรีกเต็มตัว..กำลังเจรจากับประธานธนาคารกลาง(EZB=Europäische Zentralbank.)ให้ยอมแก้ปัญหาการเงินตามวิธีเยอรมันนะ แล้วสัญญาว่า จะช่วยจ่ายหนี้ให้หมด...แล้ววิ่งไปเจรจากับประธาน
Deutsche Bundesbankให้ยอมรับหนี้..
แล้วโทรไปปลุกประธาน Deutsche Bankสามสี่ครั้ง ระหว่างตี3 ถึงตี5ในวันที่ประชุมตกลงกับประธานธนาคารกลางEZB..เพื่อให้ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นให้ "ตัดยอดหนี้สิน"ให้กรีก

เห็นไหมว่า อิตาลีนี่ร้ายกาจเพียงใด ที่แอบชวนสเปนให้แตกแถว แล้วประกาศตนเป็นอิสระจากเยอรมัน..
"จนคนทั้งโลกคิดว่า..ระบบการเงินในยุโรปแก้ไขไม่ได้.."..นี่แหละความร้ายกาจ..ในการประชุมแก้ปัญหาการเงินกัน

ปัญญาชนชาวกรีกบอกว่า หากใช้"ระบบการเงิน แก้ปัญหาการเงิน.." มิใช่" ระบบการเมืองแก้ปัญหาการเงิน"...กรีกและประเทศยุโรปใต้ ซึ่งเป็นเกษตรกรรม..ก็จะพัฒนาไปเท่าคนยุโรปจริงจริง..
เป็นคนยุโรปสักที! ว่างั้นเถอะ..

"หากรัสเซียไม่กวาดต้อนนักวิทยาศาสตร์เยอรมันไปเป็นเชลยและทำงานให้ "

ค่ะ ทั้งคนรัสเซีย..ฝรั่งเศส..อเมริกา..เป็น"พวกช่างคิด"..แต่พอมาถึงบทจะทำ ก็มาลงวิศวะเยอรมันทุกที
ทั้งระบบเทคโนโลยี่แบบรัสเซีย..และ ระบบเทคโนโลยี่อเมริกัน..ฝรั่งเศส
ที่ทราบเพราะโพรเฟสเซอร์เยอรมันที่อยู่ในทีม"ทำงาน"ท่านเล่าให้ฟัง..เมื่อถามว่าทำไมท่านรู้จักเทคโนโลยี่ของทั้งสามระบบ 555




 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.143 15 ธันวาคม 2555 18:35:53 น.  

 

มินตรา ..
ราคาแพงกว่าไทย ! .. จบข่าว 55

อิตาลี .. ปกติเราเรียกกันว่า เจ๊กยุโรป !
เนื่องจากลักษณะการพูดจาค่อนข้างเอะอะมะเทิ่ง .. เสียงดัง .. สมัยก่อนWW2 จนกรอบเพราะไม่ค่อยมีทรัพยากรอะไรมากนัก .. จนต้องไปขายแรงงานในเยอรมัน คงเหมือนคนพม่าปัจจุบันที่มาทำงานระดับกรรมกรในเมืองไทย ..

รู้สึกว่าจะเด่นเรื่องงาน ศิลปะ .. ทำรถ super car .. และอดีตที่เคยรุ่งเรืองอันเป็นขุมทรัพย์เรื่องท่องเที่ยวนะ .. อ้อ แฟชั่นอีกเรื่อง ไล่บี้กับฝรั่งเศส

สมัยหนึ่ง ภาพมหาอำนาจในยุโรปเป็นว่า
เยอรมัน .. อุตสาหกรรม
ฝรั่งเศส .. เกษตรกรรม
อังกฤษ .. การเงิน

ใช่ไหม ?

ไวน์เยอรมัน หรือ ไวน์อังกฤษ ไม่เป็นที่ต้องการเท่าไวน์ฝรั่งเศส ..
รถอังกฤษ รถฝรั่งเศส ไม่เป็นที่ต้องการเท่ารถเยอรมัน .. แต่อังกฤษนี่นึกไม่ออกว่ามีอะไรให้คนอยากครอบครองบ้าง .. นอกจากอยากรู้นักว่า เคท ท้องรึยัง จนถึงกับทำให้ต้องแขวนคอตายไปศพนึง .. 55

 

โดย: สดายุ... 15 ธันวาคม 2555 20:56:07 น.  

 


ดายุคะ

หากย้อนไปถึงกำเนิดของอังกฤษ จะทราบว่า คนทางเหนือของเยอรมัน พวก Angeln ตำบลหนึ่งในแคว้น Schleswig-Holsteinย้ายไปอยู่กัน ในศตวรรษที่5-6แล้วตอนหลังก็มีพวกSachsenแคว้นใกล้ แบร์ลีนนี่แหละไปปกครอง..ควีนก็ทรงมีเชื้อสายSachsen-Coburg und Gotha มาจากแคว้นนี้

เจ้าชายจากเยอรมันAlbert von Sachsen-Coburg und Gotha ทรงอภิเษกควีน Victoria
..เป็นคู่รักที่รักกันมาก เขียนจดหมายถึงกันทุกวัน..ทีเดียว..
เนื่องจากอังกฤษและตอนเหนือยุโรปกลุ่มสแกนดิเนเวียใช้กฎหมาย ของพ่อค้าเยอรมัน(Hansa)ฉะนั้นระบบการเงินจึงถูกวางมาจากการค้าระหว่างประเทศมาตั้งแต่สมัยเดินเรือ..เป็นที่มาแห่งระบบการเงิน..
การปกครองทางกลุ่มสแกนดิเนเวียจึงไม่มีระบบขุนนางแบบบน"ผืนแผ่นดินใหญ่"(continent)

ไวน์ฝรั่งเศส มีแสงแดดมากกว่า ไงคะ รสเลยกลมกล่อมดีกว่า
แต่ เจ้าของบริษัทแชมเปญน่ะ ขุนนางเยอรมันแทบทั้งนั้น ใครใครนึกว่าเป็นของฝรั่งเศส..
คนเยอรมันจะเป็นพวก"หยิบจับ"ไม่ยอมให้เวลาสูญหายไปมากกว่าคนฝรั่งเศสซึ่ง"มีความฝัน..มีจินตนาการ"..คือนั่งเฉยเฉย..แล้วคิด..

อิตาลีจะแปรสภาพหนังสัตว์และทำเครื่องหนัง เก่งนะ..
แฟชั่นผลิตในอิตาลีมากกว่าฝรั่งเศส
แล้วตลาดขายทำเงินมากมาอยู่ที่เมืองDuesseldorfสำหรับแฟชั่นสตรี ส่วนแฟชั่นชายจะอยู่เมืองโคโลญ ใกล้ใกล้กัน.ที่ผลิตน้ำหอม4711ใน เยอรมัน..ไม่ใช่ปารีส
คงเป็นเพราะสาวฝรั่งเศสช่างแต่งตัวกระมังคะ..คนเลยเรียกว่าเมืองแฟชั่น..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.143 15 ธันวาคม 2555 21:46:03 น.  

 


มินตรา ..

พูดกับคนไทยที่ไปอยู่เมืองนอก .. มีข้อน่าสังเกตุประการหนึ่งว่า .. มักมีความรู้รอบตัวมากหน่อย .. ไม่เหมือนพวกอยู่ในประเทศ - ที่ไม่ค่อยรูอะไร"ที่เป้นของตัว" มากนัก .. ไม่ว่า ศาสนา การเมือง ประวัติศาสตร์ .. 555

เคยสงสัยว่า .. ทำไมประเทศที่พัมนาแล้วทั้งหมด (ยกเว้นสิงคโปร์) ถึงอยู่ในเขตหนาว-อบอุ่น . .

เพราะแม้แต่เผ่าพันธ์เดียวกันมาก่อนอย่างพวก อารยัน .. เมื่อแยกไปอยู่เยอรมัน ก็เจริญก้าวหน้า มีระเบียบวินัย ฉลาด .. จนเหนือผิวขาวทั้งปวงไม่ว่าสลาฟ หรือ แองโกล โดยไม่ตองพูดถึงพวกสเปนและยุโรปใต้ทั้งมวลนะ ..

ผิดกับพวกที่อพยพไปอยู่เปอร์เชีย และ อินเดีย .. ซึ่งรกรุงรังดูไม่ได้เลย .. แถมหมกมุ่นอยู่กับลัทธิศาสนาจนไม่อาจพัฒนาประเทศได้เท่าที่ควร ..

มินตราอยุ่เยอรมันมากี่ปีแล้ว ?

 

โดย: สดายุ... 16 ธันวาคม 2555 12:15:05 น.  

 


ดายุคะ..

อยู่เยอรมันมาสามสิบกว่าปีแล้ว..
คนไทยที่ในเมืองไทยที่รู้เกี่ยวกับเรื่องตนเอง..
คงต้องมาจากพวกที่มี"รากแก้ว"กระมังคะ

ในยุโรปก็เช่นกัน..รากแก้ว..จะเป็นไม้ใหญ่
เมื่อไม้ใหญ่กับไม้ใหญ่มาอยู่ร่วมกันจึงต่อ ยุโรปกับอาเซียได้...
หากไปเจอ"รากแก้ว"ที่เปอร์เซียและอินเดีย..ก็จะเหมือนกัน..
สามัญสำนึกในการดูแลรักษา ศิลปวัฒนธรรมจึงต่างกัน..

ขึ้นกับว่า ดายุ ไปเจอใคร ไป ถามใคร มากกว่านะ

ประเทศไทยเป็นแหล่งวัฒนธรรมโลกทีเดียว..หากผู้เขียนประวัติศาสตร์" มีความรู้ของทุกชนชั้น.."
และสังคมไทย มิใช่"very Thai"อย่างสดายุคิด
ไทยมีเลือดผสมอยู่มาก คนไทยแท้แท้จึงค่อนข้างยอมรับผู้อื่นได้ง่ายกว่า ชนชาติอื่น..
หากนักประวัติศาสตร์ไทยมีความรู้มากกว่านี้ ทำงานร่วมกัน..มิใช่ นักประวัติศาสตร์ของแต่ละชนชั้น ซึ่งมี"ความรู้จำกัด"อยู่ในชนชั้นตนเอง..
แถม แทนที่จะยอมรับว่า ตนเองมีความรู้จำกัด..กลับเห็นแก่ตนคิดว่าตนเองน่ะเก่งกว่าผู้อื่น ชนชั้นอื่น..

มนุษยชาติ ยังโชคดีนะ ที่อย่างน้อยมี ยูเนสโก ที่ตัดสินสรุปได้ว่า สมัยไหน รับความรู้อะไร..
แล้วก็แก้ไข ความรู้เปลี่ยนแปลงความรู้ออกไปตาม"หลักฐานโบราณคดี"ที่ขุดพบ..
และเราก็โชคดีที่เกิดมาในช่วงปลายศตวรรษที่20ต่อ 21
ซึ่งประวัติศาสตร์โลก ถูกแก้ไขใหม่" ตามหลักฐานโบราณคดีโดยวิธีวิทยาศาสตร์" และ "ความรู้จาก มุสลิม รวมทั้ง รัสเซีย..มารวมกับความรู้ทาง คริสต์และพุทธ"



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.195.245 16 ธันวาคม 2555 13:59:13 น.  

 


ดายุทราบไหม..

ว่าคนไทยตระกูลหนึ่งเคยเป็นเจ้าของ"ภูเขาทั้งลูก"ในสิงคโปร์ ตั้งแต่ก่อนสิงคโปร์จะสร้างชาติ
ภูเขาที่สิงคโปร์เวนคืนไปทำ "อ่างเก็บน้ำ"นั่นแหละ ตรงเขตสนามบินเก่าของสิงคโปร์..ไม่ยอมก็ไม่ได้เพราะ น้ำ เป็นเรื่อง "แห่งชาติ"ของสิงคโปร์ทีเดียว

คนสิงคโปร์ ค่อนข้างจะยกย่องให้เกียรติ์ คนไทยทีเดียวนะ

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.195.245 16 ธันวาคม 2555 14:07:43 น.  

 


"เกียรติ์" ต้องไม่มี ตัว การันต์ใช่ไหม
ที่ถูกต้องเขียนว่า ..เกียรติ ..ซินะ

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.195.245 16 ธันวาคม 2555 14:11:37 น.  

 

มินตรา

เกียรติ์ .. หากอ่านตามการสะกด เมื่อใส่การันต์ที่บน ติ ตัวนั้นก็ถูกแช่แข็ง(ทางภาษานะ ไม่ใช่การเมือง) ขาดสิทธิ์ที่เคยมี ก็เลยไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง - 55 ..

ก็จะอ่านว่า เกียน .. เช่น รามเกียน .. ไม่มีการอ่านว่า รามเกียด เลย .. ทั้งๆที่คำว่า เกียติ .. อ่านว่า เกียด คือ ยศ ชื่อเสียง ของแท้

พูดเรื่องคนไทย ..
มันก็น่าแปลกที่พอไปอยู่บ้านเมืองอื่นเป็นคนส่วนน้อย .. ก็ทำตามกฎเกณฑ์มีระเบียบวินัยได้เหมือนคนของเขา .. มีวัตร ปฏิบัติได้เหมือนคนของเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง .. แต่พอกลับมาเมืองไทย .. ก็อีหรอบเดิม

จึงประเมินว่า .. เพราะไม่มีเจ้าภาพที่จริงจังในการบังคับใช้กฎเกณฑ์จึงทำให้สังคมไร้ระเบียบ .. ก็มองต่อไปที่ระบบราชการและรากเหง้าของมัน .. มันไม่ work .. และเละเทะ เต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์ เส้นสาย ทุจริตคอรัปชั่น พวกพ้องนิยม ..

คงผ่านตา ranking เรื่องความโปร่งใส ธรรมาภิบาล เมื่อเร็วนี้นะ ที่ เดนมาร์ก คว้าอันดับ 1 และ กลุ่มสแกนดิเนเวียร์ ทั้งหมดติด top 10

อยู่เยอรมัน ก็อยู่ใกล้ๆกับกลุ่มนี้จริงไหม .. ?
และทั้ง 3 เดนมาร์ค สวีเดน นอเวย์ ก็ยังคงระบบศักดินาไว้ .. จริงไหม ?

มินตราว่า "อะไร" .. ที่ต่างกันมากกับไทย ?

 

โดย: สดายุ... 16 ธันวาคม 2555 15:26:38 น.  

 


ดายุคะ..

"ก็ทำตามกฎเกณฑ์มีระเบียบวินัยได้เหมือนคนของเขา .. มีวัตร ปฏิบัติได้เหมือนคนของเขาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง .. แต่พอกลับมาเมืองไทย .. ก็อีหรอบเดิม"

"กฎเกณฑ์มีระเบียบวินัย"ของเยอรมันน่ะ มี"ค่าธรรมเนียม"ค่ะ..เช่น ต้องจ่ายเงินเวลาจอดรถผิด
"เงิน"นี่แหละเป็นการลงโทษดีที่สุด..

มีนะคะ.. คนที่อยู่สวิสเขตติดสวิสเยอรมันที่"แต่พอกลับมาเมืองไทย .. ก็อีหรอบเดิม"
เพราะ คนกราบคนไหว้แถมให้เงินใช้อีกต่างหากนี่คะ..
ภาษาอังกฤษเค้าเรียก"สิทธิพิเศษ"( privilege)
ใครรึที่ไม่ต้องการจะเป็น"อีหรอบเดิม"..ฮึ..ฮึ..
เวปใครเวปมันนะ...555

ฉะนั้นวิธีที่จะปราบ..คนไทยเช่นนี้..ได้คือใช้คำว่า"เยอรมันนะจ๊ะ"..หยุดค่ะ..
นักเลงตามปากซอย กลัว ตำรวจ..โดยเฉพาะตำรวจโลก..
ตะนี้ต้องดูว่า ใครวางตนเป็น"ตำรวจโลก"..อเมริกา หรือ ยูเอ็น..

" เดนมาร์ค สวีเดน นอเวย์ ก็ยังคงระบบศักดินาไว้.."
ค่ะ..ระบบศักดินา ตามกฎหมาย"การค้าเยอรมัน"(Hansa)คือมี ศักดินา แต่ไม่มี"อำมาตย์" ไงคะ
เรียกว่า ใครใคร่ค้าค้า..น่ะค่ะ

ทราบไหมว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมาปีนี้
มีการสรุปว่าประเทศในยุโรปที่มีการ"โกงกิน"มากที่สุดในยุโรปคือ.. กรีก..
ที่สองคือ..เดนมาร์คและนอเวย์..
เดี๋ยวนี้น่ะจะดูเพชร ต้อง"ส่องกล้อง"ดูแล้วนะคะ

ที่"กรรมกร"ทั้งหลายแหล่ ชื่นชม นอรเวย์กันนัก เพราะ
นอรเวย์มีระบบว่า "ชนชั้นแรงงาน"มีสิทธิที่จะมีรายได้ดีกว่า "ชนชั้นมีปริญญา"..คือไม่มี"ค่าวิชา"แบบในนานาชาติ..เช่นเดียวกับในสวิสที่จะไม่ให้มีช่องว่างนี้"มากนัก"

แต่ไทยมีความแตกต่างระหว่าง"300บาทต่อเดือน" กับ
"หมื่นห้าต่อเดือน"ใช่ไหมคะ..
นี่ไง..ที่นอรเวย์จึงมี"เจ้าของถิ่น"ที่ทนไม่ได้เมื่อ"ชนชั้นแรงงานจากทั่วโลก"มาอาศัยในประเทศตนมาก..จนเกิด"เนโอนาซี"ผู้รักชาติ ลุกขึ้นมาไล่ยิงประชาชนกัน..
และ ยุโรปตอนเหนือ รวมทั้งเยอรมัน กำลังมีแนวโน้มนี้มาก..
รัฐบาลเยอรมันจึงต้องเข้าไป"ช่วยแก้ปัญหา"ในประเทศลิเบีย ทูนิเซีย อียิปต์..รวมทั้ง กรีก ..
ก่อนที่"ปัญหาเหล่านี้"จะไหลเข้ามาอาศัยอยู่ในเยอรมัน
เช่นเดียวกับ..กลุ่มยุโรปตะวันออก..โปแลนด์..รูมาเนีย..ที่มาเป็น"ปัญหาทางเศรษฐกิจ"อยู่..
มีเมืองเล็กเล็กเมืองหนึ่งในแคว้น บรันเดนบวร์ก(Brandenburg)แคว้นที่ล้อมรอบแบร์ลีน..จัดให้คนรูมาเนีย ที่เรียกว่า ยิปซี อยู่..ก็มีเนโอนาซี ตามไปทำร้ายไล่ที่..จน เยอรมันต้องจัดตำรวจให้ตรวจคนเข้าออกเมืองนี้ ..เกรงจะมีการวางเพลิงอีก..

นี่ปัญหาของ"คนมีฐานะ"เช่นเยอรมัน..
สู้ระบบ"มือใครยาวสาวได้สาวเอา"อย่างไทยไม่ได้นะ..
นี่หากแบ่งเขต เหนือใต้..ตะวันออกตะวันตก..ได้..
เมืองไทยก็คง "สงบ"..ใช่ไหมคะ555

กลับไปเปิดหน้า.."ภิกษุทั้งหลาย.." เถอะค่ะ 555



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.195.245 16 ธันวาคม 2555 16:39:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.