Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

O ใจเอย .. ! O







ลาวม่านแก้ว เปียโน


O จนถึงยามหลับนอน-คงซ่อนยิ้ม
ยามตาพริ้มหลับลง..ก็คงเห็น-
ว่า-วงหน้า, แก้มอิ่มและยิ้มเย็น
ค่อยเผยความซ่อนเร้น..ที่เป็นมา
O อยู่ท่ามกลางบรรจถรณ์และหมอนหนุน
กับอาวรณ์อบอุ่นเต็มคุณค่า-
คอยห้อมห่มให้สนิทในนิทรา
เพื่อสืบช่วงถวิลหา..ข้ามราตรี
O แฝงเร้นต่อไปเถิด..อย่าเปิดเลย
เกรงว่าเอ่ยออกมา-แล้วราศี-
จะหมองมัวรูปเงา..ไม่เข้าที
เป็นอย่างนี้เหมาะควร..ทุกส่วนแล้ว
O พวงกลีบก้านกุสุมา..ค่อยปร่าโปรย-
กลิ่นหอม-ผ่านลมโชย..อย่างโผยแผ่ว
รับรู้ว่า-อ่อนหวานคงผ่านแวว-
ตา-ซาบซึ้ง-ผ่องแผ้ว..ไม่แล้ว-เลือน
O เก็บไว้เถิดหัวใจ..รอไขว่หา
เมื่ออีกใจเหว่ว้า..เริ่มล้าเลื่อน-
กับร่างเหงาเงียบงัน..ที่พลันเลือน-
จากใจ-เหมือนมือเรียว..ใคร-เหนี่ยวดึง
O เก็บเถิด-รอยหัวใจ..เก็บไว้ก่อน
อย่าเพิ่งเผยช่วงตอน..อาวรณ์ถึง
เก็บเอาไว้อบร่ำในคำนึง
ด้วยหวานซึ้งโอบไล้..หัวใจตน
O ขอเพียงทุกหลับฝัน..จงฝันว่า-
ปรารถนาซ่อนเร้นอาจเป็นผล-
จากการเต้นแกว่งไกวของใจคน
ร่วม-อึงอลภาวะจังหวะเดียว
O เมื่อถึงยามหลับนอน-จะซ่อนยิ้ม-
ตาหลับพริ้มหรือว่า-เหลือบตาเหลียว
ความซับซ้อนวุ่นวายจะคลายเกลียว
บอกทุกเสี้ยวส่วนใจ..นั้นให้รู้
O คงไม่ต้องเผยออก..เพื่อบอกใคร
กับอาลัยอ่อนหวาน..เมื่อผ่านสู่
แฝงเร้นให้อารมณ์ ได้ชม-ชู
กับนัยชู้ชื่นล้ำ..หยอดย้ำใจ
O แนบหน้ากับหมอนหนุนให้อุ่นแก้ม
แล้วค่อยแย้มยิ้มรับการขับไข-
รติกาลหวานล้ำ..แสนร่ำไร
จงแอบนัยแฝงเร้น..อยู่เช่นนั้น
O หลับตาลงปล่อยให้หัวใจล่อง
กับพร่ำพร้องความนัย..จากใจนั่น
อ่อนหวานทั้งอ่อนไหวมีให้กัน
ฝากแสงจันทร์โน้มนำสู่คำนึง
O ให้บรรดาซ่อนเร้นที่เป็นอยู่
ได้เผยความผ่านสู่..ให้รู้ถึง-
อีกใจที่ปรารถนา..ได้ตราตรึง-
รอบความซึ้งหวานหอม..ลงพร้อมกัน
O ให้บรรดาซ่อนเร้น..เคยเร้นแฝง
ผ่านรอบแรงอาลัย-จากใจฝัน
กลบขัดเขินรูปการณ์..จากนานวัน-
ร่วมบีบคั้นรูปรอยให้พลอยชม
O จากนี้จนรุ่งราง..แห่งสางตรู่
อ่อนหวานย่อมผ่านสู่..ให้รู้สม
กลางหมอนหนุน, เสน่หาแห่งอารมณ์-
จะห้อมห่มรอบชู้..ให้รู้นัย
O จนใกล้ยามตื่นนอน-อาจซ่อนยิ้ม
ทั้งดวงตาหลับพริ้ม..คงยิ้มให้-
กับรูปรอยซ่อนเร้นที่เป็นไป
เถิด...อย่าหมายว่าใคร..จะได้รู้ !
O จึงแม้นมีถ้อยซึ้งรำพึงผ่าน
กอปรความหมายอ่อนหวาน-เผยผ่านสู่
จะยังคงแฝงรอย..เถิด-คอยดู-
คงยิ้มอยู่ในหน้า..อย่างท้าทาย..!
O แฝงเร้นเถิดหัวใจ..อย่าได้เผย
ให้ล่วงเลยกันไปอย่างใจหมาย
พึงอิ่มเอมเขษมอยู่อย่ารู้คลาย
ทั้งใจกายอย่าเผย..เดี๋ยว-เคยตัว !





 

Create Date : 12 ธันวาคม 2555
4 comments
Last Update : 12 พฤษภาคม 2562 18:47:06 น.
Counter : 1728 Pageviews.

 


ดายุคะ


เห็นฉันท์ปุ๊ป..มินตราวางตนเป็น"นางในฉันท์"เลยค่ะ


วสันตดิลกฉัน๑๔

O คงบุญะหนุนรติพิจิตร
สุจริตะรับรอง
คงบาป ณ คาบนิระสนอง
มนะสองก็สืบสาน

O ร่วมบาตร ณ ชาติบุพะประภพ
ดละภพะร่วมพาล
เติมแต่งเพราะแรงอธิษฐาน
อุปการะร่วมกรรม"

ทำได้ยังไงนะ.. ดูท่าจะหลับตาเขียน..ง่ายง่าย
คนอ่านก็อ่านได้ง่ายง่าย ไม่สะดุดคำใดคำหนึ่งเลย..
เด็กวัดแหง๋..วัดบวรฯ ด้วย เพราะเป็นวัดที่จ้าวจ้าวไปบวชกัน...ฮึ..ฮึ..


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 79.205.200.109 12 ธันวาคม 2555 16:02:35 น.  

 

มินตรา ..

อะไรที่เราทำบ่อย เราจะคุ้นเคย และกลายเป็นความรู้สึกที่ "เรียกใช้ความคุ้นเคยนั้น" มาได้ง่ายๆ

เหมือนคนขี่จักรยาน ..
ตอนหัดและเพิ่งขี่ได้ใหม่ๆ จะระมัดระวังจนเกร็งไปทั้งตัว
แต่พอขี่ไปสัก 5-6 ปี จะคุ้นเคยจนปล่อย 2 มือได้ .. ฉันใดฉันนั้น

หากเรามองว่า ฉันท์ ก็ใช้คำเช่นเดียวกับกลอน คือเป็นคำที่หาความหมายได้ในพจนานุกรมได้เช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรต่างกันเลย .. เราก็จะไม่ต้องกลัว

ฉันทลักษณ์ก็แค่นั้น ..

พอดีกับว่า ผมฝึกเขียนฉันท์พร้อมๆกับเขียนกลอน .. ฉันท์ที่เขียนไว้ตอนฝึกใหม่ เอามาอ่านตอนนี้ก็เอาไม่ลงเลยเหมือนกัน - 55

ลองไปดูงานเก่าดู .. เห็นแล้วยังต้องส่ายหัวเรยยย . . . 55

//topicstock.pantip.com/writer/topicstock/W2039500/W2039500.html

 

โดย: สดายุ... 12 ธันวาคม 2555 17:06:17 น.  

 



ใครคะ? แฝงเร้น ... เดาได้เองค่ะไม่ต้องตอบก็ได้...

อากาศเย็นดูแลสุขภาพด้วนะคะ

 

โดย: น้องเล็ก IP: 118.172.108.211 12 ธันวาคม 2555 19:38:07 น.  

 

น้องเล็ก

ตอนเขียนนั้นไม่รู้หรอกว่าใคร .. มารู้ทีหลังค่ะ ..ว่าใคร ..
รู้แล้วก็รู้สึกดีจริงๆ .. อิๆๆ

พอดีว่าเนื้อหามันไปกับเพลงได้ก็เลยเอามาลง ..
เพราะมีคนชอบเพลงนี้ ไงคะ

 

โดย: สดายุ... 12 ธันวาคม 2555 20:08:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.