Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
O ในค่ำหนาว .. O







เพลง .. ลาวสวยรวย
(คุณพระช่วย ออร์เคสตร้า)



O โหยแผ่วพาทย์พร่ำพร้องทำนองเสียง
ค่อยเรื่อยเรียงอ่อนหวาน .. พลิ้วผ่านหา
อ่อนละมุนรูปพิไล .. วาบไหวมา-
ราวยั่วเย้ยปรารถนา .. ในอารมณ์
O แต่ละช่วงรอบประณีตสังคีตครวญ
บางเสี้ยวส่วนความหลัง .. ที่สั่งสม-
ค่อยเคลื่อนภาพออกเผยให้เชยชม
เข้าห้อมห่มทุกช่วงของดวงใจ
O โอ .. ร่องรอยซ่อนยิ้ม .. เนตรพริ้มหลบ
หลังเหลือบสบคล้ายดั่งเกินหยั่งได้
ย่อมแฝงเร้นความหมายอยู่ภายใน
จึงวาบไหวปริศนาทุกคราครั้ง
O เถิด .. เก็บไว้ให้อยู่ความรู้สึก
ซ่อนไว้ในส่วนลึก .. ให้นึกหวัง-
ว่า-ความนัยดวงจิตเฝ้าปิดบัง-
ยากจักแว่วเสียงดัง .. ให้ฟังความ
O หวงไว้เถิดอารมณ์ .. กดข่มไว้
จงอย่าให้รับทราบ .. แรงวาบหวาม-
จากอาวรณ์พิสวาดิที่อาจลาม-
เข้าคุกคามโลมทั่ว .. เนื้อหัวใจ
O จักเฝ้ารอรับรู้ .. ความรู้สึก
ด้วยสำนึกเพียงพอ .. ว่ารอไหว
เพื่อเฝ้ารอให้รู้ .. ว่าผู้ใด-
จักเผยนัยอาวรณ์ .. ขึ้นก่อนกัน
O เพื่อคอยร่วมสืบสาน .. ความหวานหอม
ร่วมแนบน้อมด้วยใจ .. ร่วมใฝ่ฝัน
ร่วมรับส่งนัยคำ .. ร่วมรำพัน-
นัยแห่งความหมายมั่น .. ลงสัญญา
O เพื่อรองรับหวานละมุน .. อบอุ่นนั้น
ผ่านถึงกันเกื้อหนุนเป็นคุณค่า
เพื่อเปลี่ยนแปรซาบซึ้งลงตรึงตรา-
ในดวงจิตปรารถนา .. เร้าอาวรณ์
O ฝากลมร่ำคำถ้อย .. เรียงร้อยสู่
หวังรับรู้พร่ำพลอด .. ความออดอ้อน
และเสพรสครวญคร่ำ .. แห่งคำวอน
พาแทรกซ้อนเหนี่ยวนำแนบคำนึง
O ในค่ำคืนศศิธร .. กำจรแสง
จงกวัดแกว่งดวงจิต .. แต่คิดถึง
ในทุกพากย์พจน์พร่ำ .. พี่รำพึง
จงซ่านซึ้งละห้อยอยู่อย่ารู้เลือน
O ในค่ำดึกลมรื่น .. แห่งคืนหนาว
ทั้งเดือนดาวพราวอยู่ .. จงดูเหมือน-
ว่าใจผู้รู้แต่จะแชเชือน-
สุดคล้อยเคลื่อนฝืนฝ่า .. แรงอาลัย
O ทั้งสิ้นคือถ้อยคำ .. พี่บำบวง-
ต่อหกช่วงสรวงฟ้า .. ขออาศัย-
ฤทธิ์เดชช่วยนฤมิต .. บางจิตใจ-
เฝ้าอาลัยมอบขวัญ .. ผูก-พันธนา
O โสตสดับบทเพลง .. บรรเลงสู่
เสียงอ้อยอิ่งแว่วอยู่ จงรู้ว่า-
หัวใจที่เสพรส .. แห่งพจนา
จงถวิลละห้อยหา .. ทั้งราตรี
O เพื่ออ่อนหวานอ่อนไหว .. ที่ใฝ่เฝ้า
จักเร่งเร้าเสน่หา .. รูปราศี-
เติมแต่งใจแหนหวงทุกท่วงที
เผยใยดีส่งมอบ .. รับตอบกัน
O รื่นรื่นแรงลมร่ำ .. ในค่ำหนาว
พึงฝ่าหาวพาหอมเข้าล้อมขวัญ
ทุกค่ำคืนร่ำรอ .. เฝ้ารอวัน-
ผูกเชื่อมสองใฝ่ฝัน .. เป็นฝันเดียว
O โอ .. แก้มเนียนซ่อนยิ้ม .. ตาพริ้มหลบ
หลังเหลือบสบ .. มองตอบ .. เฝ้าลอบเหลียว
การเร้นแฝง .. ซ่อนหมาย .. ย่อมคลายเกลียว-
ความเปล่าเปลี่ยว .. บัดนั้น .. ก็-อันตรธาน !
.
.
การเร้นซ่อน .. ความหมาย .. แต่ถ่ายเดียว-
ถูกรั้งเหนี่ยวสิ้นรอย .. ด้วยรอยยิ้ม !





Create Date : 15 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2559 19:51:56 น. 6 comments
Counter : 1479 Pageviews.

 
สดายุ...

"O จักเฝ้ารอรับรู้ .. ความรู้สึก
ด้วยสำนึกเพียงพอ .. ว่ารอไหว
เพื่อเฝ้ารอให้รู้ .. ว่าผู้ใด-
จักเผยนัยอาวรณ์ .. ขึ้นก่อนกัน"

มีการท้าดวล กันเลยนะ 555


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:4:20:15 น.  

 


มินตรา ..

ผู้หญิงเป็นเพศที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่ายนะ
และสามารถเปลี่ยนใจได้ไม่ยาก .. หากผู้ชาย
.. ใจกว้างและหนักแน่นเพียงพอ
.. รอคอยอย่างเยือกเย็นเพียงพอ
.. เป็นผู้ใหญ่เพียงพอ

อาการหึงหวงกันและกันของคู่รัก มีลักษณาการทำนองเดียวกับเด็กหวงของเล่น .. เป็นอาการของความที่มีจิตใจคับแคบและยังไม่เติบโตทางจิตวิญญาณเพียงพอ

ความอ่อนไหวเปรียบเหมือนไม้เลื้อยจำพวกเถาวัลย์
ที่จำต้องเกาะเกี่ยวกับไม้ยืนต้นที่เข้มแข็ง หนักแน่น และยืนหยัดเสมอไป

ผู้ชายควรแก่การเป็นไม้ยืนต้นมิใช่หรือ ?





โดย: สดายุ... วันที่: 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:02:44 น.  

 
สดายุ..

"การเร้นซ่อน .. ความหมาย .. แต่ถ่ายเดียว-
ถูกรั้งเหนี่ยวสิ้นรอย .. ด้วยรอยยิ้ม ! "

เห็นภาพประกอบในรูป"อันเป็นที่รัก"ของสดายุ
ด้วยดวงตาละห้อย เสียดายนี่
ก็คงบอก"ความ"ทุกอย่างนะ 555
ใครเห็นใครก็ "ด้วยรอยยิ้ม ! "


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.201.164 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:39:29 น.  

 


มินตรา ..

รูปเค้าโครงหน้าที่ผสมผสานกันได้ลงตัวระหว่าง คอเคซอยด์ กับ มองโกลอยด์ งามนักหนา ..

แต่มิใช่จะงามลงตัวไปซะทุกคน .. อาจเป็นเพียง 50-60% ที่งามได้อย่างใจชอบ

รูปหน้า พร้อมดวงตาละห้อยหาแบบนี้ ..
เป็นสำนวนโก้วเล้งก็ต้องพูดว่า ..

เพิ่มเข้าไปเพียงนิดเดียวก็อ้วนเกิน
เอาออกเพียงนิดเดียวก็ผอมเกิน

55


โดย: สดายุ... วันที่: 25 พฤศจิกายน 2559 เวลา:19:14:22 น.  

 
สดายุ..

"อันเป็นที่รัก " ของสดายุ
หน้าตาและคุณสมบัติเหมือนคนอ่านบางคนนะ
หลายครั้งที่ คนอ่านต้องสะดุ้งเสมือนจะเป็นใครที่รู้จักแน่ะ ทราบไหม


โดย: บุษบามินตรา IP: 188.165.240.145 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2559 เวลา:17:10:22 น.  

 


มินตรา ..

ผมไม่ทราบหรอกครับ

รู้แต่ว่าบล็อคนี้มีคนไทยในต่างแดนอ่านอยู่บ้าง .. และหากสร้างครอบครัวกับชาวผิวขาว และลูกหลานพออ่านไทยได้บ้าง ก็อาจเป็นไปได้ครับ ..

ที่สายเลือดผสมอันงดงามลงตัวจะเป็นตัวต้นเหตุของ"นารีปราโมช" ผู้นั้นในบทกลอน ..

ภาวนา !


โดย: สดายุ... วันที่: 27 พฤศจิกายน 2559 เวลา:16:23:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.