Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 เมษายน 2561
 
All Blogs
 
O เช้านี้ .. O








O เมื่อแสงเรื่อรองงามแห่งยามรุ่ง
ค่อยค่อยฟุ้งฟายอณูเพรียกตรู่สาง
คลี่ปลายปีกปักษินล้อมถิ่นทาง
โลกเบื้องล่างก็ค่อยฟื้นขึ้นตื่นตัว
O ดอกดวงมวลน้ำค้าง .. หยาด-วางเม็ด
ดั่งพลอยเพชร-พรึบบน .. ความหม่นหลัว
ลมโรยริ้วเรียวใบ, ดอก-ไหวรัว
รับรื่นเย็นเกลือกกลั้วอยู่ทั่วใบ
O ริ้วลมและคมเนตรกอปรเลศนั้น
เหมือนรอรับรองขวัญก่อนสั่นไหว
ที่แวววามวับนั้นเหมือนมั่นใจ-
ว่าสายใยเหนี่ยวกระหวัด .. ต้องรัดรึง
O แทนหมอก-ยามอรุณ, แดดอุ่นร้อน
แววออดอ้อนชม้ายอยู่ .. ก็จู่ถึง
ลอบเหลือบ .. เช่นนิ้วเรียวคอยเหนี่ยวดึง-
เอา-หวานซึ้งประโลมทั่วเนื้อหัวใจ
O พร้อมหมอก-คือรูปหน้า, แววตาวับ
และทุกพรับพริ้มนั่น .. คล้ายสั่นไหว-
หรือเพื่อเร้าเสน่หาแรงอาลัย
โถมเข้าใส่จิตชาย .. ให้ว่าย-วน ?
O แสงเรื่อรองงดงามเคยวามวับ
บัดนี้ลับจากแหล่งทุกแห่งหน
จักขุต้องรูปคราญ .. เหมือนหวานปน-
หอมหลั่งล้นลอบเร้น .. ล้อมเส้นทาง
O วาดหวัง-แววในตาจักว้าวุ่น
เอื้อ-อบอุ่นทุกอณูแห่งตรู่สาง-
เข้าโอบรูปโอบขวัญโอบสรรพางค์
ร่นช่วงห่างด้วยคะนึงจดถึงกัน
O คิดถึงถวิลอยู่ .. อย่ารู้แล้ว
อย่างพลิ้วแผ่วห้วงใจ .. จงไหวสั่น
เพิ่มอาวรณ์ล่วงล้ำ แนบรำพัน
กล่อมทรวงนั้นให้สะทกอยู่วกวน
O ให้ละห้อยคอยเห็นอย่าเว้นว่าง
แม้นข่มวางฝืนขวัญนับพันหน
อย่าผ่อนพัก .. อาลัยที่ใจคน
ให้แต่อลวนอยู่ .. อย่างรู้คอย
O ถึงที่ความถวิลหา .. เผย-ปรากฎ
รำพันพจน์แทรกแล้ว .. จากแผ่วค่อย-
จักลูบใจรึงเร้าให้เฝ้าคอย
เต็มละห้อยห่วงเห็น .. อย่าเว้นวัน
O ที่อาวรณ์เริ่มบท .. ปรากฎค่า
ปรารถนา, อาลัย, ความไหวหวั่น
พึงอุบัติรายล้อม .. ขึ้นพร้อมกัน
เพื่อผูกขวัญผูกสวาดิ - รองชาติภพ !
O ลมเช้าเคย .. ผ่านช่วงโอบทรวงร้าว
ความเหน็บหนาวที่เผชิญ .. ก็เกินหลบ
มาบัดนี้หอมนั้นพร้อมครันครบ-
หวานสมทบ .. เหน็บหนาว ย่อมร้าวราน
O ด้วยหัวใจใฝ่คอยละห้อยห่วง
ความแหนหวงอาลัยก็ไพศาล
ริ้วลมร่ำเริงระลอก .. โอบดอกมาลย์-
ส่งหอมหวานซ่านบ่มอารมณ์ชู้
O ช้อยเรียวกลีบชูช่อ .. ให้รอชม-
สี, กลิ่นฉม .. ลมชาย .. กำจายสู่
อิริยาแฝงเร้นให้เอ็นดู-
ก็ไหวอยู่ด้วยสุมาลย์กลีบบานนั้น
O ละม่อมพักตร์แก้มอิ่ม .. ตาพริ้มหลบ
เมื่อบรรจบด้วยใจ .. ย่อมไหวสั่น
ด้วยความหอมหวานซึ้งที่ดึงดัน-
สร้างรูปฝันลงแฝงในแหล่งทรวง
O คาบหนาวนี้ลมร่ำ .. อยู่ค่ำเช้า
ความเปลี่ยวเปล่าห้วงใจ .. เคยใหญ่หลวง-
ก็ลับเลือนภาพหลังเสียทั้งปวง
จากความห่วงใยล้น .. ใครคนนั้น
O จากตรู่สาง .. เช้าสายจนบ่ายค่ำ
ลมคงร่ำฝ่าหาว, ความหนาวสั่น-
กลับลบเลือนเร้นหายที่ปลายวัน
จากอบอุ่นโอบขวัญ .. อย่างมั่นคง
O แดดแจ่มจ้า .. ฟ้าคราม .. เนตรวามแสง-
ค่อยเร้นแฝงเร้ารุมให้ลุ่มหลง
ดูเถิดแววเนตรดำ .. เหมือนจำนง-
ขอร่วมวงวัฏฏะชู้ .. ด้วยผู้เดียว
.
.
ดูเถิดเนตรหวานล้ำ .. เหมือนจำนง-
ขอเฝ้าบงการอยู่ .. แต่ผู้เดียว !




Create Date : 01 เมษายน 2561
Last Update : 17 พฤษภาคม 2562 9:13:55 น. 25 comments
Counter : 986 Pageviews.

 
พื้นภพภาพอาบชื้นดูชื่นเช้า
ริ้วลมสายบางเบาชโลมไหว
ก้านกมุท โมก แก้ว กุหลาบ ไซ
กล้วยไม้ไทยเอนออรอแสงวัน

หางนกยูงเวียนว่ายอยู่ตุ่มน้ำ
เจ้าแมวเหมียวตัวดำเหยียบย่ำขัน
แล้วไต่กิ่งแมกไม้หูชูชัน
ทีท่าสงสัยนั้นไม่วางตา

มองปีกงามขยับจับตาอยู่
จนจู่จู่ พรึบหนี ในทีท่า
ตัวเจ้าเหมียวเหลียวมองอย่างสงกา
ว่าปีกบางนั้นหนาไปไหนแล้ว

ลองดูค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.47.98.107 วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:0:49:32 น.  

 


แส้พระอินทร์ ..
เข้าใจตั้งชื่อ .. 55

แม้จะวางเพียง 3 บท
แต่ก็เขียนได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง

ลองอีกก็ได้ ครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:10:32:28 น.  

 
พอดีเช้าวันนั้น แส้พระอินทร์ หรือเอื้องมะลิ ออกดอกบานพอดีค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.34.84 วันที่: 3 เมษายน 2561 เวลา:7:46:43 น.  

 


อ้อ เป็นชื่อดอกไม้นี่เอง ..
ชื่อแปลกดีครับ ..
เอื้อง นี่คงเป็นพวกกล้วยไม้ประเภทหนึ่ง

ชอบอ่าน หรือ ชอบเขียนกลอนครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 3 เมษายน 2561 เวลา:18:58:23 น.  

 
ชอบทั้ง 2 ค่ะ
ไล่ดูกลอนที่คุณเขียน มีสำนวนกลอนบุพเพสันนิวาสด้วย
เพราะค่ะ กลอนยาวอ่านไม่หมด แปลความหมายได้กระท่อนกระแท่นค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.102.136 วันที่: 3 เมษายน 2561 เวลา:22:47:38 น.  

 


กลอนยาวเป็นเรื่องราว เขียนแบบนิยายนั่นเอง
เพียงแต่การเขียนเป็นรูปแบบร้อยกรองมันท้าทายกว่า

กลอนบุพเพสันนิวาสนั่น เขียนนานแล้ว
ช่วงที่เขียนเยอะ เขียนเร็ว
เดี๋ยวนี้เขียนน้อยลงแล้วครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 4 เมษายน 2561 เวลา:6:56:06 น.  

 
โห เขียนนิยายด้วยร้อยกรอง

เป็นนิยายสองภพคล้ายละครบุพเพฯที่ออกอากาศตอนนี้มั้ยคะ
เห็นบทกลอนมีฉากเสียกรุงศรีอยุธยา แล้วตัดมาฉากตักบาตร (หากมองภาพผิดไปก็ขออภัยด้วยนะคะ)


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.106.114 วันที่: 5 เมษายน 2561 เวลา:20:30:01 น.  

 


ครับ ..
ซ้ายมือ ใต้คำว่า Group Blog เป็นหัวข้อหลัก ..
ในแต่ละหัวข้อหลัก ที่ใต้ปฏิทิน ใต้คำว่า All Blogs
มีหัวข้อย่อย ที่อยู่ในหัวข้อหลักนั้นๆ

ร้อยกรองเรื่องยาว เริ่มตั้งแต่ ..
นิราศลำปาง .. ไล่ลงมาจนถึง ชั่วฟ้าดินสลาย
มีกี่ตอน ก็มาดูที่ All Blogs ครับ ..

เรื่องยาวมีทั้ง .. โคลง กลอน ฉันท์ ที่บอกไว้
หลังชื่อเรื่องครับ

ส่วนใหญ่เขียนย้อน ข้ามภพ ข้ามชาติ
เรื่องประวัติศาสตร์ แทบทุกเรื่องครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 6 เมษายน 2561 เวลา:6:09:22 น.  

 
ขออนุญาตถามนะคะ

กลอนนิยายที่คุณเขียนเคยนำมาสร้างหนัง
หรือบทละครโทรทัศน์บ้างหรือไม่คะ

ประมาณกอบกู้อิสระภาพ / เอกราชน่ะค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.139.181 วันที่: 6 เมษายน 2561 เวลา:11:09:30 น.  

 


ยังไม่มีใครติดต่อมาครับ 55

ผมเขียนเป็นงานอดิเรกครับ ..
หลังจากเขียนบทสั้นๆมาเยอะแล้ว

บางเรื่องก็ได้เค้าโครงจากนิยายที่เคยอ่านครับ
เช่นเรื่อง "สองฝั่งฟ้า" ..
หากเป็นคอนิยาย น่าจะพอเดาได้ไม่ยาก

ส่วน "รัตนโกสินทร์" เป็นเรื่องจริงช่วงต้นกรุงเทพ
แต่เขียนเน้นไปทางฝ่ายสตรีแทนบุรุษครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 6 เมษายน 2561 เวลา:13:27:53 น.  

 
ไม่ได้เป็นคอนิยายหรอกค่ะ กลัวติด

โดยมากดูละคร ถ้าชอบก็จะตามอ่านนิยายต่อ
อย่างเรื่อง บุพเพสันนิวาสขณะนี้ แต่ปางก่อน
ทวิภพ สายโลหิต รัตนโกสินทร์
ส่วน สองฝั่งฟ้า ยังไม่เคยอ่าน เดี๋ยวลองอ่านดูค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.70.181 วันที่: 6 เมษายน 2561 เวลา:19:51:16 น.  

 


ดูๆจะชอบแนวย้อนเวลาหาอดีตนะครับ ..
จากรายชื่อเรื่องละคอนที่ยกมา

ผมดูมาหมด ยกเว้นบุพเพสันนิวาส .. เพราะ
เลิกดูละคอนไทยมาสัก 3-4 ปีแล้วครับ ..

มาดูแบบนี้แทน .. //www.kseries.co/misty/


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:8:52:37 น.  

 
อ้าว..ไหงเลิกดูละครไทยล่ะคะ

ปีกบางขยับไหวละไมภาพ
ภายใต้ฟ้าครามขาบ สายลมแผ่ว
เหมียวตัวดำเพียงมองจ้องอย่างแมว
ตะกุยแก้วกิ่งก้านก็ลาญโรย

ขออนุญาตเขียนอีกบทค่ะ



โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.47.104.62 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:12:45:52 น.  

 
ฉันท์ "ภุมรินและพินทุรส"
ตัวอักษรวิ่งทางขวามือ
เพราะมากค่ะ คำศัพท์แปลกตาดี



โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.47.104.62 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:13:27:30 น.  

 


ละคอนไทยยังวนอยู่กับ ..
..เรื่องที่มีพล๊อตเรื่องไม่น่าสนใจ คับแคบอยู่ในบริบท
ภายในครอบครัว ..
..บุคคลิกตัวละคอนที่การแสดงออก over acting .. ที่
ในชีวิตประจำวันไม่มีโอกาสได้เห็น

สังเกตุดูสิ ..
หนังฝรั่ง หนังจีน หนังเกาหลี ตัวละคอนมี แยกเขี้ยว
ยิงฟัน ทำสีหน้าเลศนัย เบ้มุมปาก ให้เห็นน้อยมาก
หรือแทบไม่มีเลย ..

ดูๆ ว่าจะเขียนกลอนถ่ายทอดเรื่องที่ต้องการสื่อ
ได้อย่างชัดเจนนะครับ ..

ฉันท์ มีบางเรื่องที่คนห่างภาษาไทยเขียนได้ยาก เช่น
โมหะ เมาหะ มุหะ .. ความหลง นี้เขียนได้ทั้ง 3
รูปแบบ .. อยู่ที่ตำแหน่งที่จะวางในฉันทลักษณ์นั้นๆ

หากสนใจค่อยคุยต่อ ..


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:14:30:38 น.  

 
โห..บ่นยาวเลย

หนังไม่ว่าชาติไหนก็มีทั้งดี ไม่ดีปะปนกัน
แล้วแต่มุมมองค่ะ ส่วนที่ไม่ดีก็มองข้ามไป
หยิบเอาส่วนที่ดีมาใช้ มาสอนเด็กๆ

หนังไทยก็เหมือนหนังสือไทย
ถ้าคนไทยไม่เขียน ไม่ดู ไม่อ่าน
แล้วใครจะเขียน ใครจะอ่านให้ใครฟัง


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.140.108 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:15:15:09 น.  

 


มันไม่ถูกจริตผมเป็นการส่วนตัวครับ ..
ชอบดูดาราทำหน้านิ่งๆ มากกว่า
เพราะคนเราโดยทั่วไปก็เป็นอย่างนั้น
แต่ไม่ได้โทษดาราเพราะเขาต้องทำตามผู้กำกับ

ผู้กำกับ ก้ต้องทำตามผู้อำนวยการสร้าง ..
รสนิยม ที่เขาชอบ กับที่ผมมีอาจไม่เหมือนกัน
จึงไปหาดูแบบที่ชอบดีที่สุด ..

ที่จริงคนรุ่นใหม่ ที่จบนิเทศน์มาน่าจะรวมกลุ่มกัน
ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆบ้างนะครับ .. ในแวดวงละคอนไทย


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:17:56:49 น.  

 
ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ

น้องๆเขาอาจจะรวมตัวกันแล้วก็ได้ แต่ยังไม่เข้าตามั้งคะ

สะดุดคำว่า ละคอน กับ ละคร ค่ะ แตกต่างกันอย่างไร


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.66.63 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:18:43:26 น.  

 


ผมเขียนผิดเองครับ ..
ละคร ถูกแล้ว ..

เคยดูซีรีย์เกาหลีไหมครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:19:36:58 น.  

 
ดูอยู่บ้างค่ะ

ชีวิตนี้เพื่อชาติ รักนี้พื่อเธอ , แดจังกึม
full house
ชอบทุกเรื่องค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.66.63 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:20:42:57 น.  

 

ละคอน น่าจะมีความหมายป็นนัย
คุณไม่น่าจะเขียนผิดค่ะ


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.46.66.63 วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:20:50:12 น.  

 


"ละคอน" เป็นคำที่ค่อนข้างจะโบราณอยู่สักหน่อย
ที่ในปัจจุบันใน พจนานุกรมราชบัณฑิต ไม่มีอยู่อีกต่อไป

คนที่ไม่ได้เรียนภาษาไทยมาโดยตรง
บ่อยครั้งก็เขียนผิดเขียนถูกแบบนี้แหละครับ

เห็นผิดตรงไหนช่วยบอกด้วยนะขอรับ



โดย: สดายุ... วันที่: 9 เมษายน 2561 เวลา:8:03:25 น.  

 
ไม่ได้เก่งภาษาค่ะ
คำว่า ละคอน ดูเหมือนคุณตั้งใจเขียน
ให้เห็นความแตกต่างของคำมากกว่า


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.47.200.149 วันที่: 9 เมษายน 2561 เวลา:17:36:20 น.  

 
ดูจากบทกลอน ฉันท์ที่คุณเขียน


โดย: แส้พระอินทร์ IP: 1.47.200.149 วันที่: 9 เมษายน 2561 เวลา:17:39:19 น.  

 


ผมเคยเห็นมีการเขียนแบบนี้ ครับ
แต่จำไม่ได้แล้วว่าเห็นที่ไหน ..
แต่ในพจนานุกรมออนไลน์ ไม่มีแล้วครับ

หายไปหลายวัน ..
เที่ยวสงกรานต์ที่ไหนครับ


โดย: สดายุ... วันที่: 21 เมษายน 2561 เวลา:18:53:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.