Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 
O หวง .. O








เพลง .. น้ำตาแสงไต้ - ขิม



O ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง
พร้อมอาวรณ์ลึกล้ำ .. พร้อมคำนึง-
หอม, หวานซึ้งแทรกตัว .. อยู่ทั่วความ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นคาบ
แต่ตาสบใจทราบ .. รสวาบหวาม
เมื่อริ้วลมโลมลูบ, คือรูปนาม-
นั้นลุกลามโลมสิ้น .. จิตวิญญาณ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นช่วง
เมื่อเงื่อนบ่วงรายล้อม .. เกินอ้อมผ่าน
กักกุมให้ร่ำรอ .. แล้วทรมาน-
ด้วยหอมหวานซึ้งรส .. เข้าบดเบียน
O สายน้ำไหลอ่อยเอื่อย .. ลมเฉื่อยโชย
เมื่อใจโหยหาฝัน .. เริ่มผันเปลี่ยน
รูปรอยความหอมหวานเมื่อผ่านเวียน
ก็เช่นเทียนแสงพร่างที่กลางพลบ
O ไหวสายลมวาดวี .. ในที่นั้น
เช่นไหวสั่นใจนี้ .. สุดลี้-หลบ
หมอกอ้อยอิ่ง .. ลมลาด, อีกชาติภพ-
ก็ครันครบอาลัย .. ที่ไหววน
O ร่วม - ยอแสงโชนช่วงของดวงวัน
เพรียกสายน้ำจำนรรจ์ .. นับพันหน
ล้วน - แทนความสาธก .. ในอกคน-
ผู้ดิ้นรนถวิลชู้ไม่รู้วาย
O สูรย์พร่างแสงวับวาม .. ล้อมสามโลก
พร้อมลมเช้าพลิ้วโบกกรรโชกสาย
หมอกขาวขุ่นกรุ่นไอ .. เมื่อใจชาย-
แต่มุ่งหมายเรียวร่าง .. แนบกลางทรวง
O กำลังแรงอาวรณ์ .. ฤๅ-ซ่อนอยู่
เมื่อนัยชู้ลามรุก .. ไปทุกช่วง-
การรอคอยมุ่งหวัง, ใจทั้งดวง-
คล้ายจมบ่วงสวาดิน้อย .. ผู้กลอยใจ
O รื่นลมเช้าโรยละลอก .. โอบหมอกขาว
ทั้งเหน็บหนาว - เรียวรูป .. ก็วูบไหว-
ล้อ-หมอกหม่นขุ่นมัว .. ล้อมตัวใคร-
ด้วยอาลัยแทรกขวัญ .. จนสั่นรัว
O ทุกคำนึงไหววูบ .. เพียงรูปหน้า-
พร้อมแววตาป่ายแต้ม .. รอยแย้มยั่ว
ริ้วลมร่ำโรยระลอก .. ม่านหมอกมัว-
นั่น-แทนหัวใจคน .. ที่อลเวง
O ที่ฟ้าใสเมฆขาว .. น้ำพราวหยาด,
หอมดอกมาศ, อ่อนน้อยจักคอยเพ่ง-
ด้วยแววตาวับวาม .. จากยามเพรง-
จวบแสงเปล่งปลาบวัน .. ครองชั้นฟ้า
O หวังถึงความละห้อยเห็น .. เมื่อเย็นย่ำ-
จักผ่านรสหวานล้ำ .. ดุจน้ำบ่า
กระเพื่อมแววไหวช่วงในดวงตา
บ่งบอกความเสน่หา .. ผ่านท่าที
O สนธยาฟ้าแดง .. ด้วยแสงสูรย์
หวัง-อาวรณ์เพิ่มพูนในพู้นที่
ปรารถนาแห่งใจ .. ผู้ใยดี-
ฝากวารีแทรกความ .. เข้าลามทรวง
O หวังถึงการรอคอย .. ทุกรอยคำ
ค่อยตอกย้ำอกใจ .. อาลัยหวง
หวังถึงความอ่อนไหว .. ที่ในดวง-
ตา .. ที่หวงแหนชู้ .. แม้ครู่ยาม
O ครั้นคืนค่ำดาวพร่าง .. น้ำค้างหยาด
หมาย-ภพชาติเสพทราบรสวาบหวาม-
โดยเดียงสาแห่งวัย .. ก่อนไหลลาม-
แทรกใจทรามสวาดิชู้ .. ให้รู้รอ
O แว่วยินไหมความถวิล .. ในจินตนา
พร่ำฝากฟ้าผ่านช่วง .. บำบวงขอ-
เพื่อให้ความรุมเร้า .. คอยเคล้าคลอ-
อยู่แอบออ .. ออดอ้อนเจ้าอ่อนน้อย
O หวัง ถึงความอาวรณ์ .. คำอ้อนชู้-
ผ่านรับรู้เสียงแว่ว .. จากแผ่วค่อย-
หวัง สบแวววุ่นว้า .. นัยน์ตาปรอย
สองแขนร้อยวงเรียว .. ขึ้นเหนี่ยวคอ
O สู่ - ดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวคร่ำ-
หอบ ความ คำ ทุกบท .. ให้จดจ่อ
พร้อมอาวรณ์ดื่มด่ำ .. ที่ร่ำรอ-
การสืบต่อ .. รติรสเป็นบทเดียว
O กลางดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
หวัง-ใจคร่ำครวญสวาดิ .. ค่อย-กราดเกรี้ยว-
ขึ้นโหมแรงวนว่าย .. เป็นสายเกลียว-
รัดพันเหนี่ยวหัวใจ .. ด้วยใยดี
O รัตติกาลฟ้าค่ำร้างจำรูญ
หวัง-อาวรณ์เพิ่มพูนในพู้นที่
รออกแขนเอื้อมคว้า .. ผ่านราตรี
เลื่อนราศีแนบน้อมในอ้อมทรวง !
O เมิน .. ขุนเขา, สายธาร .. ดอกมาลย์หอม
รอ .. เพียงอ้อมอกแขน .. รูปแหนหวง-
จักโผเข้าโอบกาย .. อุ่นอายปวง-
ผ่านสู่ทรวง .. มอบอุ่นแนบหนุนอิง
O จึง .. ขุนเขา, สายธาร .. ดอกมาลย์หอม
บำราศพร้อม .. ร่างละมุนนอนหนุน-นิ่ง
ด้วยแววตาอาวรณ์ .. กายผ่อนพิง-
ค่อยวนวิ่งวาบแวว .. ไม่แล้วเลือน
O รอเถิดเจ้า .. ด้วยขวัญที่มั่นคง
ร่วมผลักวงกรรมเวร .. ให้เบนเคลื่อน
อุปสรรค, ทรมาน .. แม้ผ่านเยือน-
จักคอยเฉือนให้ขาด .. บำราศร้าง
O แล้ว .. ขุนเขา, หมอกขาวที่หนาวพร้อม
จักรายล้อมรอเทียบให้เหยียบย่าง
พร้อมสองก้อยสอดเกี่ยว .. ผ่านเที่ยวทาง
จนตราบวางชีพวาย - อาจคลายมือ !






Create Date : 03 สิงหาคม 2557
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 10:35:37 น. 8 comments
Counter : 1294 Pageviews.

 
สดายุ..

"O ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ
มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง
พร้อมอาวรณ์ลึกล้ำ .. พร้อมคำนึง-
หอม, หวานซึ้งแทรกตัว .. อยู่ทั่วความ
O ถวิลหาละห้อยเห็น .. ฤๅ-เว้นคาบ
แต่ตาสบใจทราบ .. รสวาบหวาม
เมื่อริ้วลมโลมลูบ, คือรูปนาม-
นั้นลุกลามโลมสิ้น .. จิตวิญญาณ "

"มี - ความ, คำ, หัวใจห่วงใยถึง" นั้น ส่งไปไม่ถึง
" ถิ่นดินแดนหมอกขาว .. ลมหนาวร่ำ" แล้ว กระมัง
เพราะ ไม่เห็นมี น้องเล็กน้องใหญ่ หรือใครใคร ในร้อย
มา feedback เลยนะ...



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:15:18:25 น.  

 
มินตรา ..

น้องเล็กไม่ค่อยมีเวลา ช่วงเริ่มเรียนหนักขอรับ
อีกทั้งเห็นว่ามี "ลูกสาวแม่" ผู้มีเกร็ดความรู้ต่างๆมากมายมาเขียนบอกเรื่องราวต่างๆอยู่แล้ว .. จึงไม่มีอะไรน่าห่วงสำหรับ กัลยาณมิตร นามบุษบามินตรา ผู้นี้ .. จึงอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ

ว่าแต่มินตราเองงานคงยุ่งใช่ไหม ?

หวังว่าคงไม่ได้ยุ่งเพราะต้องคอยประสานงานช่วยเหลือบรรดา"ผู้ลี้ภัยการเมืองจากประเทศไทย"อยู่ดอกนะ .. 55

ผมยังนึกไม่ออกว่าประเทศที่ค่าครองชีพสูงอย่างเยอรมัน+สแกน .. ผู้ลี้ภัยจะดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ? .. เหมือนกรณี โคไมนี ลี้ภัยชาห์แห่งอิหร่านอยู่ในฝรั่งเศสหลายปี .. เขาได้เงินจากไหนมาสนับสนุน ?



โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:16:47:47 น.  

 
สดายุ..

หากเป็นหมอดูนี่ สดายุร่ำรวยนะ..
ทำไมจึงทราบ..ว่ากำลังยุ่ง..
ก้อ..องค์การ ทำงานช้านี่ มินตราใจร้อนค่ะ
เลยเตรียมโน่นนี่ไว้ รับมือก่อน..

ทุกประเทศจะมีงบประมาณแผ่นดินในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเสมอค่ะ.. เมืองไทยก็ต้องมี..
และจะมีองค์กรในเครือสหประชาชาติ สนับสนุน ดูแลด้วย..
ในเยอรมันก็จะมีแบ่งเป็นเขตเขตว่าจะรับ ผู้ลี้ภัย
จากยุโรปตะวันออก กี่คน.. เอเซีย กี่คน ..อะไรเยี่ยงนี้..
สดายุสนใจรึ.. มีสไกปของมินตราใช่ไหม..
หากไม่มี ก็มิใช่คนที่มินตราจะช่วยได้..555










โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:17:04:31 น.  

 
มินตรา ..

สไกป ผมไม่ได้เล่นนะ มีแต่ fb และ line (เพราะไม่เสียตังค์ - 55)

ผมสนใจในแง่ที่ว่า คนอย่าง สศจ - อ.วรเจตน์ ซึ่งเป็นผู้รู้ เป็นครูบาอาจารย์ จบเมืองนอกเมืองนามา คุณวุฒิเหนือกว่าพวกเรียน จปร.5 ปีไม่รู้กี่ช่วงตัว กลับต้องถูกกระทำเยี่ยงอาชญากร - ต้องขึ้นศาล จากสาเหตุแค่ไม่ไปรายงานตัว (เพื่อแสดงความนอบน้อมต่อผู้เรียนหลักสูตร จปร มา 5ปี นี่นะ) .. อันนี้วิญญูชนมิอาจรับได้

และคนเหล่านี้มิใช่ฟากฝ่ายทางการเมืองแบบ จาตุรนต์ หรือ ยิ่งลักษณ์ หรือ สุนัย หรือ จารุพงศ์ อันยังพอพาลพาโลกล้อมแกล้มว่าเป็นศัตรูทางการเมืองได้

อำนาจจัดการประเทศที่ไม่ต้องการการตรวจสอบ สงสัย โต้แย้งใดๆทั้งสิ้น อ่อนไหว เปราะบาง เรียกร้องการยอมรับการนอบน้อม การเชื่อฟังตลอดเวลา ..นี้ หากมีอยู่ในดินแดนใด .. เราสามารถพูดได้ว่า ดินแดนนั้นๆยังด้อยอารยธรรมอยู่มาก


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:17:20:18 น.  

 
สดายุ

อาจารย์วรเจตน์เป็นนักเรียนเก่าเยอรมัน
หากอาจารย์ต้องการ อะไร ทางแก้ปัญหามีอยู่
แต่คิดว่าอาจารย์คงห่วงใยครอบครัว ญาติพี่น้อง..

ที่ถามเรื่องสไกป เพราะ จะตรวจว่า เป็น
"คนเดียวในดวงใจ "ไหม เท่านั้นเอง 555



โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:07:55 น.  

 
มินตรา ..

แล้วนักเรียนเก่า ไทย-เยอรมัน นี่จะได้รับพิจารณาไหม - 555

ผมชอบเยอรมันนะ เคยไปหนเดียว และยังรอเวลาจะไปอีกหากมีโอกาส .. สาวน้อยที่ monash ก็ชวนไปแบบ backpack อยู่แต่คงต้องรอให้เรียนปี 3 ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

มีหลายเหตุผลที่ชอบเยอรมัน แต่มีเหตุผลเดียวที่รบกวนใจมากคือ ผมไม่ชอบไหว้เทวดา .. และโคนไม้ทั้งปวง รวมทั้งผ้าสีพันรอบโคนไม้ด้วย .. พยายามทำใจให้ชอบมาหลายปีแล้วก็ไม่สำเร็จ .. และคิดว่าที่เยอรมันคงไม่มีบรรดานี้ จึงอยากไปลี้ภัยผ้าขาว เหลือง แดง เขียวที่นั่น

บอกมาว่าต้องทำเยี่ยงไรบ้าง แล้วจะได้ดำเนินการ 555


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:41:28 น.  

 
สดายุ..

งั้นต้องติดต่อไป ที่"น้องเปิ้ล " ให้บอกนายของน้องเปิ้ล
มินตราจะไปบอกไว้ แล้ว เธอจะทราบว่า ต้องทำอะไร
มินตราจะได้รับรายงานเท่านั้น

มินตราไม่ติดต่อกับใคร โดยตนเอง
และเราก็จะไม่เจอกันนะ

มินตราทำแต่วิชาการ และไม่ติดต่อคนไทย


โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:18:53:23 น.  

 
มินตรา ..

พูดเล่นนะ ..
ยังไม่มีเหตุอันควร ..
อย่างที่เคยเขียน ..ไม่ชอบสีเขียว สีเหลือง แต่ก็ไม่ได้พิสวาดิอะไรสีแดง !

ผมมันพวก กะเรียน มิใช่เหยี่ยว หรือพิราบ และยิ่งมิใช่อีกาเด็ดขาด

ทำไมคนที่ดูเหมือนจะ conservative โดยรากเหง้าถึงดูจะคลุกคลี ใกล้ชิดกับ progressive ?


โดย: สดายุ... วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:21:13:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O ก่อน .. นางครวญ...O





ยามสิ้นสุด..ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน
วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐


๑๔
๑. อาดูระพูนอยุธยา
ขณะวาระวอดวาย
อำนาจและอาชญะสลาย
ก็เพราะชายน่ะร้าวฉาน


๒. โอ้..เมืองแก้วเมืองฟ้าถึงคราล่ม
บัลลังก์จมมอดไหม้ด้วยไฟผลาญ
ปราสาทยอดใหญ่โตสูงโอฬาร
ถูกพลม่านเหนี่ยวรั้งเผาพังยับ
๓. ท่ามกลางคมดาบเชือด..คาวเลือดหลั่ง
คือสุดรั้งกายทอดลงมอดดับ
หลังเพลิงพลุ่งโหมซ้ำเกินรำงับ
ร่างหล่นทับเป็นเถ้า, สิ้นเงาไท
๔. โอ้…ว่ารอยโศกเศร้าในเงาเนตร
จากสุดเขตศักดินาเคยอาศัย
กระบวนทัศน์ศรัทธาล้วนปราชัย
เหลืออาลัยเรื่องหลังที่ยังคง
๕. ต้องจำพรากจากถิ่นมาสิ้นศักดิ์
ละห้อยหักอาดูรประยูรหงส์
พลัดเวียงวังร้างหมู่มาอยู่ดง
กับอีกผู้ซื่อตรงมั่นคงนั้น
๖. คือหนึ่งแกล้วผู้กล้ายังปรากฏ-
ข่มกำสรดเพื่อใครสิ้นไหวหวั่น
เป็นปราการผ่อนค่ารอยจาบัลย์
ร่วมปกป้องคุ้มกันตราบบรรลัย
๗. พระพายเฉื่อย..เริ่มโหมเข้าโลมโลก
ดังโบยโบกศรัทธาให้อาศัย
หวังนิทราย้อนย้ำความอำไพ
สัมผัสใจเยียวยาทุกอารมณ์
๘. พระเขนยเคยหนุน...เป็นดุ้นพฤกษ์
แกล้วก็นึกกล้ำกลืนกับขื่นขม
โอ้..ดอกฟ้าร่วงผล็อยลิ่วลอยลม
ความขืนข่ม..ฤๅจะกลบให้ลบเลือน
๙. หัวอกเอ๋ย..เคยหนักด้วยศักดิ์ราช
ต้องบำราศรูปรอยมาคล้อยเคลื่อน
เคยสูงส่งสุกสกาวดุจดาวเดือน
กลับแล่นเลื่อนลอยล่างลงข้างกาย
๑๐. ทูลกระหม่อม..เคยห่มล้วนรมย์รื่น
แต่เนตรตื่นชื่นฤทัยอยู่ไม่หาย
นางกำนัลหมอบเมียงเฝ้าเรียงราย
กลับเดียวดายเงียบเหงา...ใต้เงาจันทร์
๑๑. จักเค้นชีพบีบชาติมาลาดรับ
เพื่อสำหรับนอบน้อม...ใจหม่อมฉัน
จักรองภาษพจนีย์ด้วยชีวัน
ทอนโศกศัลย์ห่างเหพระเทพินทร์
๑๒. กระท่อมทับเปรียบว่าเช่นปราสาท
เรไรดั่งพิณพาทย์ระนาดศิลป์
ครวญขับกล่อมเสียงแผ่วให้แว่วยิน
ประโลมถิ่นห้วงฤดีดั่งมีมา
๑๓. โกสุมกลีบดอกก้านประสานประดุจ-
ดั่งมงกุฏภพชาติ..ผู้วาสนา-
น้อมลงในศักดิ์สกุลแห่งบุญญา
แทนรูปทรงสูงค่ากลางป่าไพร
๑๔. โสมกลางสรวงแทนดวงอัจกลับ
ทอดแสงโลมที่ประทับผู้หลับใหล
ลมแผ่วโลมผ่านฤดีผู้มีใจ
กระซิบให้สุจริตสัมฤทธิ์รู้
๑๕. บรรจถรณ์หมอนม่านย่อมลาญลับ
เยียรบับแพรผืนยากคืนสู่
อุบะกรองหอมร่ำสิ้นดำรู
ที่ยังอยู่เคียงใจ...ย่อมใจคน
๑๖. อัสสาสะในครานิทราสนิท
พาดวงจิตเรื่อยเร่กลางเวหน
หมายลับล่วงเรื่องหลังสิ้นกังวล
วางชีพชนม์เคียงแกล้วผู้แววไว
๑๗. สิ้นสุดแล้วไอศูรย์จำรูญรัศมิ์
สิ้นจำรัสบริบทเคยสดใส
สิ้นประยูรวงศ์นาถบำราศไกล
สิ้นจากไร้เพรงบุญเคยหนุนนำ
๑๘. อุษาสาง...พลางถวิลถึงปิ่นเกล้า
เคยแหนเฝ้ากลับผวนเป็นครวญคร่ำ
คง..อำนาจกฎเกณฑ์ของเวรกรรม
มาช่วยย้ำช่วยยุดจนสุดรอย
๑๙. ปานฉะนี้ปิตุราชมาตุเรศ
จะเทวษกำสรดใจถดถอย
จักลำบากทดท้อเฝ้ารอคอย
หรือละห้อยถึงบุตรก็สุดเดา
๒๐. สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญสิ้นคุณค่า
แต่นองหน้าหยาดรอยล้วนสร้อยเศร้า
เพียงหนึ่งผู้คู่เข็ญยังเห็นเงา
ช่วยบรรเทาทดท้อให้พอทน
๒๑. แต่เหลือบเหลียวลืมเนตรสบเลศหนึ่ง
แววซาบซึ้งถนอมรับสิ้นสับสน
อุ่นหทัยเคียงข้าง..ใครบางคน
พาอึงอลขวยเขินสะเทิ้นอาย
๒๒. แม้นอยู่สองต่อสองในห้องเก่า
ยังลงเข่ากราบก้มประนมถวาย
คงสำรวมใจอยู่...ใจผู้ชาย
ว่าอย่าหมาย..สูงส่ง..เกินวงศ์ตน
๒๓. เอื้อมหัตถ์เนียนจับกรที่ซ่อนอยู่
ย้อนนัยสู่รำงับความสับสน
ว่าสิ้นแล้วช่วงต่างระหว่างคน
สร้อยกุณฑลจะพาดสายบนกายนี้
๒๔. แล้วเลื่อนองค์ทรงร่างอยู่กลางอก
แกล้วก็ปกกรป้องตระกองศรี
สะท้านด้วยแววตาและท่าที
อ้อมอารีก็โอบอุ้มเข้าหุ้มเนื้อ
๒๕. วิเวกแว่วลมไหวยอดไม้แกว่ง
แม้นโศกแห่งเบื้องหลังจะยังเหลือ
หากอารมณ์อบอุ่นได้จุนเจือ-
ร่วมโชนเชื้ออาวรณ์..ตัดรอนกรรม
๒๖. อธิษฐานผ่านวาสน์ให้พาดช่วง
ทุกภพล่วงพบเจอให้เพ้อพร่ำ
ใจทั้งดวงรอคอยทุกรอยคำ
จนเนื่องนำน้อมสู่เป็นคู่เคียง
๒๗. ใจต่อใจดังว่าร่วมสาธก
ท่ามกลางนกเขาไพรที่ให้เสียง
พระพายเอื่อยคนแนบแก้มแอบเอียง
เสนาะเพียงสองใจเต้นไหวรับ
๒๘. กรุ่นมาลีไหนเห็นจะเช่นหอม-
ดั่งใจหลอมลึกล้ำเป็นลำดับ
วงแขนแกร่งโอบย้ำดั่งกำชับ-
ว่าแม้นยับชีพวายไม่คลายคลอน
๒๙. แรงสุดถิ่นดินฟ้ามหาสมุทร
ฤๅอาจฉุดจิตชายให้ถ่ายถอน
ลึกล้ำห้วงน้ำสวรรค์สีทันดร
ฤๅเทียบตอนลึกล้ำแห่งจำนง
๓๐. ถ้วนถิ่นแถนแมนสรรพ..โปรดรับรู้
จักเชิดชูอยู่ข้างด้วยนางหงส์
ตราบสุดช่วงชีวิตถึงปลิดปลง
ขอร่วมวงเวียนวัฏฏ์..เป็นสัจจัง

๑๔
๓๑. โอ..!..ศัพท์สดับนยะวะแว่ว
ปุระแก้วและบัลลังก์
สิ้นแล้วเพราะแผ่วพละพลัง
ฤจะยั้งนะยับเยิน
๓๒. เผาแผดเพราะแพศยะอธรรม
ทุระกรรมะก้ำเกิน
สิ้นชาติและวาสนะเผชิญ
สรเสริญก็สิ้นตาม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว
จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม
จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
...กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข
แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์
นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ




New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.