Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 

O เพียงเจ้า .. O








ลาวสวยรวย คุณพระช่วย



O เห็นไหมแสงอ่อนโยนแต่โพ้นภพ
ล้อมตระหลบโลมขวัญ .. ทำสั่นไหว
เผยผ่านรูป .. ความ, คำ .. เฝ้าร่ำไร
ยั่วเย้าให้ใจหนึ่ง .. คำนึง-คอย
O มองเห็นไหม .. ใครกัน .. ในฝันเจ้า
ช่วยทอนเปล่าเปลี่ยวบท .. จนลดถอย
แต้มแววตาผุดผ่อง .. ให้ล่องลอย-
ไปกับถ้อยความคำ .. แห่งน้ำใจ
O เห็นไหม .. เดือน - พร่างอยู่กลางหมู่ดาว
เปิดห้วงหาวน้อมรับ การขับไข
เช่นเดียวกับ .. ปรารถนาแห่งอาลัย
แนบสุมใส่ .. สำหรับ .. การจับจอง
O จึงแม้นอนหลับฝัน .. เถิด-ขวัญเจ้า
ถ้อย-รุมเร้าจักโหม .. เข้าโลม-ต้อง
ล้อมรัดใจอ่อนเจ้า .. เพื่อเข้าครอง-
การพร่ำพร้องละห้อยหา .. ทั้งราตรี
O ภาพ-ข่มยิ้มขัดเขิน .. ทำเมินหน้า
ก็-แทรกฝ่าแก้มเนื้อ .. เนียน .. เรื่อสี
จักเผลอเผยเลศชู้ .. ให้รู้ที-
รู้ท่า-ความใยดี .. ผู้มีใจ
O จากนั้น .. ลมแห่งโลกจะโบกบ่าย
โรยร่ำสายล้อมรับ .. การหลับใหล
จังหวะเต้นทุกช่วง จากทรวงใคร-
ย่อมสั่นไหวรอถนอม .. อย่างยอมตน
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
แสนอ่อนโยนสุมสั่ง .. เพื่อหวังผล-
ให้อาวรณ์อาลัย .. คอยไหววน-
พาใจนั้นลิ่วหล่น .. อยู่อลเวง !
O รู้ใช่ไหม .. ตากระพริบอยู่ปริบปรอย-
นั้น-จากถ้อยเร้ารุม .. เข้ากุมเหง
หวานหอมพร้อมมธุรส .. เยี่ยง-บทเพลง-
โหมบรรเลงปฏิพัทธ .. ลงรัดรึง !
O แต่เพียงเจ้าเท่านั้น .. เจ้าขวัญน้อย
หวังเคลิ้มคล้อยถ้อยความ .. จนลามถึง-
ใจ .. ต้องหวานดาลฤทธิ์ .. จนติดตรึง-
รสหวานซึ้งแห่งชู้ .. อย่ารู้คลาย
O หวังสื่อถึงใจเจ้า .. รูปเยาว์เอ๋ย
ผ่านรำเพยลมร่ำ .. พรมพร่ำ .. สาย
ว่า-ค่ำดึกคืนเปลี่ยว .. ผู้เดียวดาย-
ควร-แต่หนุนอุ่นอายไว้แอบอิง !
O กระซิบความสู่ขวัญ .. เช้ายันค่ำ
ว่า-ความ .. คำ จากใจ .. นี้-ใหญ่ยิ่ง
อ้อมอกเยี่ยงเสาหลัก .. รอพักพิง-
ให้แก้มเนียนเกลือกกลิ้ง .. รอยิ่งแล้ว !
O หวัง-อาวรณ์ย้อนย้ำ, ความคร่ำครวญ-
จักอบอวลสร้อยเสียงแต่เพียง .. แผ่ว
จันทร์ดาวทอแสงระยับ, ความวับแวว-
จากดวงตาผ่องแผ้ว .. อาจแล้วฤๅ ?
O งาม .. ยิ่งแสงบนสรวงทุกช่วงชั้น
แฝง-รูปฉันทาทิพย์ .. กระพริบ-สื่อ
แทรกอารมณ์กอดเกี่ยว .. ให้เรียวมือ-
ร่วม .. ยุดยื้อ .. โอบไว้กล่อมให้นอน
O งาม .. จะยิ่งวับวาวกว่าดาวดื่น
กับเสียงความโอดอื้น .. เกินฝืน-ซ่อน
งาม .. จะยิ่งลามล่วงทุกช่วงตอน-
ที่ที่ความออดอ้อน .. ยากผ่อนรอ
O สิ้นแล้ว .. แสงดาวจันทร์บนชั้นฟ้า
หลัง-แววตาปรอยปริบ .. กระพริบ .. ส่อ
จน-อบอุ่นเลี้ยวลอด .. ลงทอดทอ
การยั่วล้อทรมาน .. ย่อม-ผ่านใจ
O เพื่อว่าแสงอ่อนโยนแต่โพ้นภพ
จักฝ่าพลบฝ่าฝันถึงกันได้
เชื่อมรูปนามอ่อนละมุน .. แนบอุ่นไอ
รู้-อ่อนไหว .. อ่อนหวาน ทุกด้าน - พร้อม !
O สิ้นแล้วปวง - สังคีตประณีตศัพท์-
ที่เคยแว่วให้สดับเสียงขับกล่อม
เมื่อสร้อยเสียงกระซิบสู่ .. เกินรู้ออม-
ค่อย-รายล้อม .. สร้อยศัพท์ให้รับรู้
O ใช่ไหมว่า .. ตากระพริบอยู่ปริบปรอย
เหมือน-เฝ้าคอยอาวรณ์ให้ย้อนสู่
และเหมือนว่า .. รูปธรรม, ความดำรู-
เผยรูปอยู่สำทับ .. ให้รับรอง
O รู้ใช่ไหม .. ความกระซิบจากลิบโพ้น-
อย่างอ่อนโยนพาใจ .. เจ้าไหลล่อง-
ฝ่าดาษดาวแสงระยับ .. หวัง-จับจอง-
ความผุดผ่องพร่างแพร้ว .. ทุกแววตา !
O รู้ใช่ไหม .. ความคำที่พร่ำสู่-
เพื่อ-รับรู้ .. เฝ้าคอยละห้อยหา
เพื่อ-อ่อนไหว .. ทรมานด้วยมารยา
และเพื่อว่า .. ถวิลอยู่ ไม่รู้วัน !
O รู้ใช่ไหม .. กระซิบคำในค่ำดึก
เพื่อ-ส่วนลึกห้วงใจ .. เมื่อ-ไหวสั่น
จักทอดวางรูปเงา .. เยี่ยงเถาวัลย์-
กอดกระหวัดรัดมั่น .. จวบวันตาย !




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2557
5 comments
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2562 18:57:48 น.
Counter : 1536 Pageviews.

 

ชื่นชมค่ะ ท่าน



 

โดย: nana_tjj 13 สิงหาคม 2557 9:49:19 น.  

 

อุย ..

ทำไมมาเรียกท่านล่ะนี่ !
เรียกพี่ก็พอแล้ว .. ขอรับ

 

โดย: สดายุ... 13 สิงหาคม 2557 20:08:22 น.  

 

สวย ไพเราะ
และเพลงก็เสนาะมากค่ะ^^

 

โดย: medkhanun IP: 94.23.252.21 15 สิงหาคม 2557 0:47:00 น.  

 

ความ…บีบหัวใจคนอ่านเจียนสลบถึงปางตายได้

 

โดย: เพียงเจ้า IP: 223.24.13.124 26 กุมภาพันธ์ 2562 20:41:37 น.  

 



ขนาดนั้นเชียว ?

 

โดย: สดายุ... 1 มีนาคม 2562 19:06:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O อุปาทานรูป .. O





๑๔
O ชลพินธุรินภวะละหลั่ง
นภะฝั่งก็พร่างไฟ-
ด้วยดาริกาสมะสมัย
รุจิไล้ประโลมหลัว
O เย็นรื่นเพราะคลื่นวตะระลอก
ขณะหมอกก็หม่นมัว
เผยร่าง .. ระหว่างพรรณะระรัว-
พะ-เหยาะยั่ว .. กะเยียบเย็น
O คู่ดาวอะคร้าวรหัสะนัย
ก็ประไพประภาพเพ็ญ
ยามชายชม้ายพิศะ บ เร้น-
นยะเต้นขจ่างตา


O เกิดแต่เมื่อเดือนฉายที่ปลายช่วง-
ดาวเลื่อนดวงหันเห .. ลับเวหา
แทนที่ด้วยคำมั่นคำสัญญา-
ขึ้นค้ำฟ้าแทนช่วง .. ของดวงไฟ
O เกิดแต่เมื่อชาติภพบรรจบรูป
เมื่อเปลวเทียนควันธูป .. ลอยวูบไหว
ภาพแววตาสั่นรัว .. คล้ายหัวใจ-
ต้องเลศนัยแรงชู้เข้าจู่โจม
O เสียงธรรมพระ .. จะแจ้งสำแดงสอน
เพื่อดับร้อนข่มทุกข์ที่ลุกโหม
ในอกผู้สั่นระทึกเสียงครึกโครม
ฤๅอาจโซรมให้ซบ .. เพียงสบธรรม ?
O คำพระว่า .. ตามองสบต้องรูป
ใจอาจวูบวาบเผลอ .. ถึงเพ้อพร่ำ
ด้วยรูปการหวานหอม .. ช่วยน้อมนำ-
พาเหยียบย่ำเวทนา .. สู่อาวรณ์
O คำพระว่า .. อารมณ์หากข่มไหว
จงข่มไว้ด้วยธรรมท่านพร่ำสอน
ตาสบรูป .. ภพชาตินั้นอาจทอน-
ให้ขาดตอนขาดช่วง .. จนล่วงรอย
O เสียงพระเทศน์ยังแว่วไม่แล้วล่วง
เพื่อคอยหน่วงเหนี่ยวโลกพ้นโศกสร้อย
หากแววตาใครหนอเหมือนรอคอย-
เหลือบ .. ชม้อยชม้ายสู่ .. ให้รู้ความ
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออกใจเสพทราบ .. รสวาบหวาม
รูปพักตร์เอย .. โลมรุกเข้าคุกคาม-
จักข่มข้ามบ่ายเบี่ยงเอาเยี่ยงไร ?
O จนสิ้นเสียงพระเทศน์, แววเนตรนั้น-
จากลอบเหลือบสบกัน .. ค่อยสั่นไหว
คล้ายเลือดซับแก้มก่ำ .. อยู่รำไร
เมื่ออาลัยอาวรณ์ สุดผ่อนลง
O เมื่อนันทิ .. ผลิเล่ห์ในเวทนา
จนอุปาทานขับ .. ขึ้นรับส่ง
สร้าง-ภพชาติเป็นกรรมขึ้นดำรง
แรงจำนงก็เผยแล้วผ่านแววตา
O อธิษฐาน .. เยี่ยงไรหนอใจนั่น
ให้-ผูกพันเฝ้าคอยละห้อยหา ?
หรือ-ชาติใดพานพบเพียงสบตา-
ให้รองรับเสน่หาทุกคราครั้ง ?
O ครั้งนั้น .. คงตั้งจิตอธิษฐาน-
จึงสืบผ่านถ้อยคำด้วยน้ำหลั่ง-
ลงให้พื้นปฐพินทร์ได้ยิน .. ฟัง-
จนรับรู้กำลัง .. ความตั้งใจ
O จึงวันนี้ .. รูปน้อยเหมือนคอยอยู่
คอย-รับรู้ .. รับรองความผ่องใส
ปรากฎขึ้นเทียบค่าความอาลัย-
กับรูปในความฝันจากวันเพรง
O เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
ก็คลับคล้ายรูปนิมิตเคยพิศเพ่ง
จันทร์เคยทอแสงปลั่งกลางวังเวง
ก็ยังเปล่งปลั่งงาม .. จนยามนี้
O จันทร์ที่ลอยกลางสรวง .. ยังดวงเดิม
รูปต่ายเติมแต้มลงยังคงที่
เช่นรูปในแววตา .. กอปรท่าที-
แห่งใยดีอาวรณ์ .. ออดอ้อนนั้น
O ยังอ่อนโยนอ่อนหวาน .. จนปานว่า-
แววในตาลอบชม้ายยังส่ายสั่น
สั่งชี้จิตวิญญาณจากวานวัน
ก่อนครั้งสัญญาชาติจักขาดวง
O เปลวเทียนและควันธูปยังวูบไหว
เมื่ออาลัยพิสวาดิด้วยชาติหงส์
เริ่มเร้ารุกคุกคาม-ตั้งจำนง-
ต่อรูปองค์เบื้องหน้าอย่าท้าทาย
O เหมือนแว่วธรรมพุทธา, เมื่อตาจ้อง
เรียวรูปนิ้วจับของประคองถวาย
แต่บัดนั้นอุปาทานก็พานกาย
เมื่อดวงเนตรนั้นชม้ายเหลือบชายมา
O สิ้นเสียงธรรม, นันทิ-กลับผลิช่วง-
ขึ้นในดวงจิตคอยละห้อยหา
เติมแต้มรูปอภินันท์ ลงสัญญา
ชี้, บัญชาให้สำทับชั่วกัปกาล
O เสียงพระเทศน์พ้นผ่านไปนานแล้ว
ลมยังแผ่วยังพลิ้วเป็นริ้วผ่าน
เมื่อ .. ดวงตาพรับพริ้ม เผยยิ้ม .. ปาน-
ช่วยเหยียบโลกทรมาน .. ให้ .. ลาญลบ !

O เสียงไก่ขันแว่วฝ่าอุษาสมัย
บอกจันทร์ให้งำรอยแล้วถอยหลบ
เพื่อเปิดฟ้าแรกวันให้ครันครบ-
การบรรจบรูปธรรมแสนอำพน
O ลมหนาวพลิ้วผ่านอยู่แต่ตรู่สาง
หมอกก็คลี่ม่านพรางทั่วทางถนน
หนาวเนื้อตัว, หนาวในหัวใจคน-
นั้น-หนาวจนถวิลอุ่น .. ไว้หนุนทรวง
O เม็ดน้ำค้างวางหยาด .. เรียงหยาดรับ-
การทอดทับแต้มแต่งด้วยแสงสรวง
จึงเห็นรูปเพชรพลอย .. นั้นลอยดวง-
พร้อมรูปหวงพร่างแพร้วในแววตา
O แววระยับวามช่วง .. ในดวงเนตร
ค่อยเผยเลศนัยเผดียง บอกเดียงสา
ทั้งพฤติ, รูปนาม .. ย่อมล่ามอา-
รมณ์ .. ผู้อุปาทานขับ แนบกับใจ
O มุขมณีน้ำระยับ .. ย่อมจับจิต-
ผู้เพ่งพิศ-อภิรมย์, ฤาข่มไหว
เห็นแต่เพียรจับจ้องหมายมองไป
เสพรูปนามเพ็ญพิไล .. หวัง-ไขว่คว้า
O เห็นงามก็ว่างามไปตามเห็น
กับแฝงเร้นกรณีทุกทีท่า
ดั่งดวงแก้วเหลื่อมประกายต่อสายตา
เพื่อร่ำรอเสน่หาจากตาชาย
O เห็นงามคุกคามฝ่า .. แววตาสบ
ย่อมบรรจบลุกลามเป็นความหมาย
ถวิลแต่คุณค่าอันพร่าพราย
ที่โชนฉายแววมณีเป็นสีเดียว
O ทุกพื้นเหลี่ยมมุมรัตน์ .. จำรัสแสง
เหลื่อมสำแดงรูปรอยให้พลอยเหลียว
ผ่านแววตาแฝงเร้น .. ราวเส้นเกลียว-
เคลื่อนเส้นเข้ารัดเหนี่ยว .. พันเกี่ยวใจ
O แล้วม้วนเส้นม้วนปลายเก็บปลายเงื่อน
จนสุดเคลื่อนสุดคลาย .. ต้น-ปลาย .. ไหว
เพื่อเสพรับอุ่นอายจากภายใน-
อุ่นอาลัยให้ระรุม .. คอยสุมลน
O แต่บรรจบก็ลุกลามเป็นความหมาย
แววตาคล้ายจำนรรจ์นับพันหน
กระนั้นแล้ว .. หวั่นไหว .. และใจคน
จักหลุดพ้นพรากได้เยี่ยงไรกัน
O เห็นมณีน้ำระยับงามจับจิต
ย่อมต้องคิดหมายปอง ตระกองขวัญ
เพื่อยึดโยงปักปลูกความผูกพัน
ไปชั่วกัปชั่วกัลป์พุทธันดร
O คะเนนึกคะนึงอยู่แต่ตรู่สาง
ที่แววอางขนางเห็นเกินเร้นซ่อน
ที่แสงในแววตาผู้อาทร
สบ-เว้าวอน .. เพรียกถวิลเพรียกจินตนา
O คะเนนึกคะนึงอยู่ไม่รู้สิ้น
เปลี่ยวเหงาย่อมพังภินท์จนสิ้นท่า
เมื่อแสงวามผ่องแผ้วในแววตา
เผยต่อหน้าพาโลกพ้นโศกซม
O แววมณีงามเพ็ญ .. เมื่อเต้นตอบ-
โลกโดยรอบเคยระยับก็ลับ .. ล่ม
เหลือเพียงงามเบื้องหน้าให้ปรารมภ์
รอขับข่มทุกมณี ในที่นั้น
O เม็ดน้ำค้างทุกหยาด .. บำราศแล้ว
เหลือเพียงแก้วมณีพราย .. ยังส่ายสั่น
ครองภาวะโชนช่วง .. เมื่อดวงวัน-
ราวจักบรรลัยล่วง ด้วยดวงตา !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.