Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
18 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

O ลมหนาวและดาวเดือน .. O







O ปีกนกคลี่แผ่กาง .. ร่อนกลางหาว
เมื่อเดือนดาวเลื่อนดวงจนล่วงหาย
ลมรุ่งสางรินร่ำ .. หอมกำจาย
พาปีบคลายหอมรส .. เป็นบทเดียว
O ดอกสีขาวพราวลออ .. ร่ำรอสมัย-
เลื่อนดวงไฟขึ้นส่อง .. ให้มองเหลียว-
มาเสพรูปแดดทอ .. กลีบช่อเรียว-
กลางพุ่มใบขาบเขียว .. ทุกเรียวใบ
O ลมอ่อยเอื่อยเฉื่อยโชย .. ร่ำโรยสู่
อารมณ์ผู้เพ็ญถวิล .. ก็รินไหล
เหิมระลอกวนว่าย .. อยู่ภายใน-
ห้องหัวใจ .. เจตจินต์ทั้งสิ้นแล้ว
O สิ้นวรรษาฟ้าหม่น .. สิ้นฝนพรำ
เหลือลมร่ำสายโรยอยู่โผยแผ่ว
เลื่อนดวงตาคู่ระยับ .. พริ้มพรับแวว-
เลศผ่องแผ้วแนบช่วง .. อีกดวงตา
O ปีกนกยังคลี่กาง .. อยู่กลางหน
พร้อมอีกใจดิ้นรนเฝ้าค้นหา
ความงดงามอ่าลออ .. ที่รอมา-
แต่ครั้งครา .. ชาติภพเลือนลบกัน
O ปีกแห่งรัก .. ห้อมห่มสายลมร่ำ
โดยเสียงคร่ำครวญพร้อม .. รอกล่อมขวัญ
กรุ่นหอมปีบฟายฟุ้ง ยามรุ่งวัน-
พึงล้อมพันธนาอยู่ .. อย่ารู้คลาย
O ให้รื่นเหมือนลมริน .. หอบกลิ่นชู้
รอบล้อมอยู่ให้ถวิล .. แต่สิ้นสาย
รูปแพงเอย .. อาลัยแห่งใจชาย
จักทอนถ่ายถ้วนบทได้หมดฤๅ ?
O แถบรุ้งบนโค้งฟ้า .. ย่อมลารอย
เหลือเพียงเนตรปริบปรอย .. เฝ้าคอยสื่อ
แฝงฝากลมอุ่นนั้นให้บรรลือ-
เสียงอึงอื้อสั่นไหวอยู่ในทรวง
O พร้อมกับความออดอ้อน .. นัยซ่อนเร้น-
ราวไฟเต้นเปลวลุกไปทุกช่วง
เผยผ่านร้อนรุมไหม้อยู่ในดวง-
ตาคู่หวงแหนงาม .. แห่งยามนี้
O ปีบเลือนกลิ่น .. สายหยุดก็หยุดหอม
รอแวดล้อมคุณค่ารูปราศี
เริ่มบทกลางโอภาส .. ลมวาดวี
ให้ภาคพื้นธาตรี .. รู้ปรีดา
O ริ้วลมหนาวแผ่วผ่าน, ความหวานหอม-
ก็เหมือนคอยแวดล้อมอยู่พร้อมหน้า
เพียงเลศนัยเผยช่วงผ่านดวงตา-
ก็รับรู้เสน่หา .. ผ่านท่าที
O เพียงแววหวานอ่อนโยน .. เริ่มโชนช่วง
ก็รับรู้แหนหวงในทรวงที่-
แรงอาวรณ์อาลัย, ความใยดี-
หลั่งล้นปรี่ออกแล้ว .. ที่แววตา
O เลศนัยเคยซ่อนเร้น .. เมื่อเต้น .. ตื่น
ความแช่มชื่นห้วงใจผู้ใฝ่หา-
ก็โหมตอนหวานล้ำขึ้นค้ำคา-
ปรารถนาอาลัยที่ในดวง
O ผ่านลูบโลมเนื้อผิว .. คือ-ริ้วลม-
เข้าห้อมห่มแทรกแฝง .. ให้แรงหวง-
เข้าลูบโลมสั่นไหวอยู่ในทรวง
กี่คาบช่วงผ่านแล้ว .. อย่า-แล้วเลือน !
O เข้าเหมันตะฤดู .. ลมวู่ไหว
แรงอาลัยพูนเพียบ .. ฤๅ-เปรียบเหมือน
ดูเอาเถิด .. ตาชม้อยเฝ้าคอยเตือน-
ให้สบแล้วสุดเขยื้อนขยับพ้น
O เมื่อแววตางามระยับ .. ไม่ลับล่วง
ความเงียบเหงาในทรวงก็ร่วงป่น
แววออดอ้อนอ้อยสร้อยก็คอย-วน-
เวียนวกปรนเปรอใจคอยไขว่คว้า
O ปลายปีกนกยกโบก .. ผ่านโลกกว้าง
ยังคลี่ค้างเช่นนั้น .. เพื่อฟันฝ่า-
วงรอบความเป็นมีแห่งชีวา
ไกลสุดตาลิบโลก .. ยังโบกบิน
O ก็เช่นความละห้อยหา .. แรงอาวรณ์-
จักเวียนย้อนวนอยู่ไม่รู้สิ้น
ไกลสุดตารูปแล้ว .. ยังแว่วยิน-
ความถวิลอาลัย .. ที่ในทรวง
O ปลายปีกนก, อกคนผู้วนคิด-
ย่อมทรงสิทธิ์ทรงศักดิ์ทั้ง .. รัก .. หวง
ฤๅ .. รูปการณ์เวียนย้ำ .. เช่นคำบวง-
แนบความห่วงใยเหลือทุกเนื้อความ
O ปลายปีกนกเหยียดกางที่กลางหาว
เมื่อ-วับวาวเนตรนั้น .. คล้าย-หวั่น .. หวาม
ลมเลื่อนริ้วโลมลูบ .. จบจูบงาม-
ย่อมเลื่อนตามหัวใจ .. ผู้ไขว่คว้า
O ตราบที่ปลายปีกนก .. ยังยกโบก-
โล้ลมโลก .. แสงสรวง, ความห่วงหา-
ย่อมติดตรึงลงมั่นในสัญญา
เพียงหนึ่งรูปหนึ่งหน้า .. จนกว่าวาย
O มองดูเถิดแสงระยิบ .. จากลิบโพ้น
ฤๅ-เทียบความอ่อนโยนที่โชนฉาย ?
พร้อมอกอุ่นอาลัย .. ของใจชาย
ร่ำรอถ่ายโอนสู่ .. เจ้าผู้เดียว !




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2557
9 comments
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2561 18:40:44 น.
Counter : 1773 Pageviews.

 

ดายุ..

"O ปลายปีกนก, อกคนผู้วนคิด-
ย่อมทรงสิทธิ์ทรงศักดิ์ทั้ง .. รัก .. หวง
ฤๅ .. รูปการณ์เวียนย้ำ .. เช่นคำบวง-
แนบความห่วงใยเหลือทุกเนื้อความ "

ตรงนี้ อ่านแล้วไม่เข้าใจนะ..
"..................อกคนผู้วนคิด-
ย่อมทรงสิทธิ์ทรงศักดิ์ทั้ง .. รัก .. หวง"
ผู้ที่" ทรงสิทธิ์ ทรงศักดิ์"น่ะ ใคร ...
ตัวผู้เขียน หรือ นางอันเป็นที่รัก..?

".........................เช่นคำบวง-
แนบความห่วงใยเหลือทุกเนื้อความ "
นี่น่ะ หมายถึง"คำบวง" ของใครเอ่ย..

สงสัยระยะนี้ จะอ่านเอกสารทางเทคโนโลยีมากไป
เลยขาดความละเมียดละมัยในคำกลอน..


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 18 ตุลาคม 2557 19:39:07 น.  

 

มินตรา ..
กลอนนารีปราโมชทั้งหมด .. ผู้เขียนเป็นเพียงชายคนเดียวในทุกบท
หากแต่หญิงอันเป็นที่รัก ส่วนมากเป็นบุคลาธิษฐาน .. หมายถึง ความงาม จริต กิริยา อุปนิสัย รวมทั้งความคิดคำนึง .. ถูกยกขึ้นสูงส่ง ..

ย่อมไม่มี ..
.. ความเท็จนอนเนื่องในจิตวิญญาณ
.. ความหยาบกระด้างแห่งอารมณ์
.. ความดีดดิ้น กระแดะ แห่งจริต กิริยา
.. มีความเป็นตัวของตัวเองชัดเจน .. ไม่แบกโลกทูนไว้บนหัว

หากย่อมกอปรไปด้วย ..
.. ความงดงามที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนแห่งจิตวิญญาณ
.. ความงดงามแห่งรูปกายและรูปหน้า
.. ความสัตย์ซื่อต่อชายอันเป็นที่รัก
.. ความซื่อตรงต่ออัตวิสัยแห่งตน คือไม่แสดงโวหารภาพพจน์อวดโอ้คุณธรรมที่ไม่มีจริงในตน

มันเป็นส่วนผสมระหว่างตะวันตก กับ ตะวันออกนะ
หากพิจารณาให้ดีแล้ว จริตกิริยาจะออกมาทางตะวันออก .. แต่จิตวิญญาณต้องแบบตะวันตก
คือมีความเป็นตัวของตัวเองสูง .. มีความมั่นใจในตนเอง .. มีความมั่นคงในความคิดไม่ซัดส่ายไปมา
เป็นอิสระจากการครอบงำของโลกที่แวดล้อมอยู่อย่างสิ้นเชิง

ที่พูดว่าเป็นเพียง บุคลาธิษฐาน เพราะมันยากที่จะหาในโลกแห่งความเป็นจริง ..


 

โดย: สดายุ... 18 ตุลาคม 2557 20:59:53 น.  

 

ดายุ..

"หากย่อมกอปรไปด้วย ..
.. ความงดงามที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนแห่งจิตวิญญาณ
.. ความงดงามแห่งรูปกายและรูปหน้า
.. ความสัตย์ซื่อต่อชายอันเป็นที่รัก
.. ความซื่อตรงต่ออัตวิสัยแห่งตน คือไม่แสดงโวหารภาพพจน์อวดโอ้คุณธรรมที่ไม่มีจริงในตน

มันเป็นส่วนผสมระหว่างตะวันตก กับ ตะวันออกนะ"

มินตราเข้ารอบนะนี่..!

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 19 ตุลาคม 2557 1:17:33 น.  

 

มินตรา ..

มาดูกันทีละข้อ ..
.
.
.. ความงดงามที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนแห่งจิตวิญญาณ ..
ข้อนี้ผมพอสังเกตเห็นในตัวมินตรา .. อย่างน้อยคนที่กล้าพูดคำขอโทษ แปลว่าจิตวิญญาณไม่ซับซ้อนมาก .. ตรงนี้บางคนไม่เคยพูดหรือพูดไม่เป็น เพราะความซับซ้อนที่มักคิดยอกย้อน ว่า “โลกที่แบกทูนไว้บนหัวจะคิดอย่างไร ?” ซึ่งเป็นจิตที่ไม่มีวันพบความสงบสุขตลอดกาล
.
.
.. ความงดงามแห่งรูปกายและรูปหน้า ..
ข้อนี้ไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น
.
.
.. ความสัตย์ซื่อต่อชายอันเป็นที่รัก ..
ข้อนี้ก็ไม่เคยเห็น จึงมิอาจทราบได้ .. รู้แต่ว่า เคยเห็นมินตราเข้ามาในบล็อคน้ตั้งแต่ปี 53-54 และจนบัดนี้ยังเข้ามาอยู่เหลือเพียงคนเดียว .. แสดงถึงความมั่นคงในจิตใจที่ไม่ซัดส่ายไปกับ face book และไปมีปฏิสัมพันธ์กับชายมากหน้า .. ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีความซื่อสัตย์ต่อชายคนรักคนเดิมคนเดียว อย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง
.
.
.. ความซื่อตรงต่ออัตวิสัยแห่งตน คือไม่แสดงโวหารภาพพจน์อวดโอ้คุณธรรมที่ไม่มีจริงในตน ..
ข้อนี้ไม่ชัดนะ .. เพราะมีส่วนผสมระหว่าง อนุรักษ์นิยม กับ สากลนิยม อยู่ในตัว เพียงแต่ “เลือกที่จะพอใจกับส่วนที่ไม่นิยมเพราะ ภูมิหลังส่วนตัว” ซึ่งไม่เป็นสากล

ความหมายคือ หากเราเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับระบบการเมืองการปกครองแบบอนุรักษ์นิยมบุพกาลบรรพกาลแล้ว แม้บรรพบุรุษเราจะมีส่วนร่วมในกระบวนการปกครองนั้นๆมาก่อนเราก็ไม่จำเป็นต้องยกไว้เป็นข้อยกเว้น .. คือ เราต้องชัดเจนใน เรื่องสิทธิเสรีภาพของคน .. แม้แต่ว่าคนคนนั้นจะเคยเป็นทาสในเรือนของบรรพบุรุษเราเองมาก่อนก็ตาม

อีกทั้งหากวัยอย่างมินตรา หากจะคบผู้ชายสักคน มันควรเป็นไปได้เอง ด้วยตัวของตัวเอง .. อย่างที่ไม่ต้องยกแม่ ยกพ่อ ยกน้อง และสารพัดญาติกามาเป็นข้อ “ขัดขวาง” ได้แล้ว .. ตรงนี้หากยังนำมาอ้างอยู่ก็จะ ไม่สอดคล้องกับวิถีแบบตะวันตกที่เป็นตัวของตัวเองสูง ..
.
.
ตกลงเข้ารอบไหน ?
555

 

โดย: สดายุ... 19 ตุลาคม 2557 6:28:09 น.  

 

ดายุ...

"O ตราบที่ปลายปีกนก .. ยังยกโบก-
โล้ลมโลก .. แสงสรวง, ความห่วงหา-
ย่อมติดตรึงลงมั่นในสัญญา
เพียงหนึ่งรูปหนึ่งหน้า .. จนกว่าวาย
O มองดูเถิดแสงระยิบ .. จากลิบโพ้น
ฤๅ-เทียบความอ่อนโยนที่โชนฉาย ?
พร้อมอกอุ่นอาลัย .. ของใจชาย
ร่ำรอถ่ายโอนสู่ .. เจ้าผู้เดียว !"

รอบนี้ค่ะ ....
" เพียงหนึ่งรูปหนึ่งหน้า .. จนกว่าวาย" &
"พร้อมอกอุ่นอาลัย .. ของใจชาย
ร่ำรอถ่ายโอนสู่ .. เจ้าผู้เดียว !"



 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 19 ตุลาคม 2557 6:40:41 น.  

 

ปล.

" .. ความงดงามแห่งรูปกายและรูปหน้า ..
ข้อนี้ไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็น"...
มองภาพ อาภัสรา นางงามจักรวาล วันนี้..ไปก่อนนะ ...
( แต่มินตรา รู้สึกเฉยเฉย.. มิเคยหาญจะไปเปรียบเธอ..
เพียงจะเรียนว่า มิว่า อาภัสรา หงสกุล หรือ
สุมณี คุณะเกษม คือ ..
ปรากฎการณ์ทางชีวิตในศตวรรษที่21 ที่ วงการแพทย์ในเยอรมัน กล่าวว่า การแพทย์ของเรา ก้าวหน้าชนิดที่ถือได้ว่า..
ความแก่คือโรคอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ดูแลรักษาตน !และมินตราไม่ชอบไปหาหมอหรือโรงพยาบาลเลย..
ฉะนั้นจะใช้วิธีเยี่ยงชาวตะวันออก คือ ใช้สมุนไพร ทั้งภายในและภายนอก )

แต่ .."พร้อมอกอุ่นอาลัย .. ของใจชาย"
ต้อง เป็น อกกว้าง อย่าง จักรภพ เพ็ญแข เท่านั้นนะ 555

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 19 ตุลาคม 2557 6:57:28 น.  

 

มินตรา ..

ดวงตาที่พูดได้ คือแบบนี้ ..



ฤๅ-เทียบความอ่อนโยนที่โชนฉาย ?

 

โดย: สดายุ... 19 ตุลาคม 2557 7:04:36 น.  

 

ดายุ...

"O ปีกนกยังคลี่กาง .. อยู่กลางหน
พร้อมอีกใจดิ้นรนเฝ้าค้นหา
ความงดงามอ่าลออ .. ที่รอมา-
แต่ครั้งครา .. ชาติภพเลือนลบกัน
O ปีกแห่งรัก .. ห้อมห่มสายลมร่ำ
โดยเสียงคร่ำครวญพร้อม .. รอกล่อมขวัญ
กรุ่นหอมปีบฟายฟุ้ง ยามรุ่งวัน-
พึงล้อมพันธนาอยู่ .. อย่ารู้คลาย"

ตรงนี้ช่างเล่นคำ นะ ...
จาก" ปีกนกยังคลี่กาง .. อยู่กลางหน "
เป็น " ปีกแห่งรัก .. ห้อมห่มสายลมร่ำ"

ฉะนั้น.." พึงล้อมพันธนาอยู่ .. อย่ารู้คลาย" !

เวปนี้ อบอวลไปด้วยไอรัก...อ่านแล้วอบอุ่นใจนัก..

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 20 ตุลาคม 2557 1:20:59 น.  

 

มินตรา ..

ปีใหม่ไปเที่ยวไหน ?

 

โดย: สดายุ... 20 ตุลาคม 2557 6:00:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.