Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
13 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

O จันทร์เอย .. O







เพลง...บุหลันลอยเลื่อน
อ.ชัยภัค ภัทรจินดา



O ที่เรียงร้อยความคำ..เจ้านำสื่อ
ราวเอื้อมมือเหนี่ยวใจ..พาไห้หวน
ด้วยอ่อนหวานหยอกเอิน..คล้ายเชิญชวน-
ให้อารมณ์ทุกส่วน..คร่ำครวญคอย
O จันทร์เอย..จันทร์เจ้า-แต่เข้าสาง
จำต้องร้างเลิกบท..แล้วถดถอย-
ให้ขอบฟ้า..ดวงสูรย์จำรูญ..รอย
ผลักเจ้าคล้อยเคลื่อนยังอีกฝั่งฟ้า
O เพื่อทอดแสงอ่อนละมุน..อบอุ่นผ่าน-
ความตระการตระกลพาด..บนปรารถนา-
ของทุกห้องหัวใจผู้ไกลตา
กล่อมนิทรารูปคะนึง..ซาบซึ้งทรวง
O รอบละมุน..อุ่นล้ำแห่งค่ำหนาว
ค่อยผ่านล้อมใจสาว..พร้อมดาวสรวง
พร-ทิพแถนพรมพรำ..เช่นบำบวง-
กล่อมขวัญดวงสุดาพี่..ในที่นอน
O อ่อนไหวทั้งอ่อนหวาน..เมื่อผ่านรู้-
ก็เมื่ออาวรณ์ชู้..สุดรู้ซ่อน
อ่อนหวานด้วยวัยเยาว์..เมื่อเว้าวอน-
ย่อมสุดจรจากกันแล้ววันนี้
O กุสุมารสประทิ่น..ยอกลิ่นล้อม
ยั่วภู่ดอมด่ำกลิ่น..แล้วบินปรี่-
เข้าอบร่ำหอมหวานช่อมาลย์มี
ทรวงหนึ่งที่..เสพหวานก็ปานกัน
O รวยรินรสหวานหอมให้น้อมรับ
สืบความหมายทอดทับ..ผู้หลับ-ฝัน
หนาวไหนแทรก..หวานหอมจักล้อมกัน-
ด้วยอุ่นอ้อมแขนขวัญ...อย่าหวั่นเลย
O ขวัญเจ้าเอย..จงสนิท..ในนิทรา
เสน่หาอาลัย..ที่ใคร่เผย-
พึงส่งผ่านดวงจิต..ให้ชิดเชย-
เหมือนที่เคยส่งผ่านมานานวัน
O ใจดวงนี้จะละห้อย...เฝ้าคอยรับ-
นัยตอบกลับทั้งปวงจากทรวงขวัญ
ความหมายเจ้าร้อยแต่ง..จงแบ่งปัน-
ฝากแสงจันทร์ในดิถี..ให้พี่ชม
O แม้นว่าใคร..ทิวาวารเผยผ่าน-ต้อง
ยังยากพร้องความสู่ให้รู้สม
ถึงราตรี..ปรารถนาในอารมณ์-
จะห้อมห่มชิดเชย...ให้เผยความ
O และแม้นว่า..ทิวาวาร..นั้นหวานหอม-
ยังไม่ยอมอารมณ์..คอยข่ม-ห้าม
ถึงราตรี..อ่อนไหวจะไหลลาม-
ในช่วงยามดึกนั้น...จะกั้นฤๅ ?
O ฟังเถิดหนา..รูปละม่อมในอ้อมกอด
จะอ้อนออดความสู่..ให้รู้, หรือ-
จะให้แก้มนั้นตระกอง..ด้วยสองมือ
จากนั้นคือ..จบทราบรสซาบทรวง ?
O จันทร์เอย..ที่ใฝ่เฝ้าก็เท่านี้
จะร้อยร่วมด้วยฤดี..ราศีสรวง
ร่วมเถิดจันทร์..ผ่านคำที่บำบวง-
อวยฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวใจผู้ไกลตา
O จันทร์เอย..แววนัยน์ตาเกินกว่าซ่อน-
เมื่อเผยเลศนัยสะท้อน..ออดอ้อนหา
เช่นสายใยม้วน-วนด้วยมนตรา-
พันธนาล้อมรัด..ในบัดดล
O จันทร์เอย..แววนัยน์ตานั้นพร่า..สั่น
คล้ายแฝงรอยจำนรรจ์นับพันหน
แรงอาวรณ์ซ่อนพรางของบางคน-
คล้ายเผลอเผยเคล้าปน..อยู่บนแวว !




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2557
5 comments
Last Update : 13 สิงหาคม 2562 19:11:46 น.
Counter : 2084 Pageviews.

 

สดายุ..

"O จันทร์เอย..ที่ใฝ่เฝ้าก็เท่านี้
จะร้อยร่วมด้วยฤดี..ราศีสรวง
ร่วมเถิดจันทร์..ผ่านคำที่บำบวง-
อวยฤทธิ์หน่วงเหนี่ยวใจผู้ไกลตา"

" ที่ใฝ่เฝ้าก็เท่านี้"...
ทำให้ คนอ่านได้ลิ้มรสหวานหวานในอารมณ์ผู้เขียน...

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 13 ตุลาคม 2557 12:45:21 น.  

 

มินตรา ..
ขอพูดว่าคำร้อยกรอง .. คือถ้อยคำที่กลั่นกรองทั้งพยัญชนะและสระเป็นอย่างดีแล้ว ในรูปแบบของวรรณศิลป์ เยี่ยงเดียวกับบทเพลง แต่เหนือกว่าในแง่กฎเกณฑ์ที่กำกับ .. หมายถึงต้องใช้ฝีมือมากกว่ากัน
.
ข้อด้อยของร้อยกรองคือไม่มี ทำนอง .. melody .. และจังหวะ .. ทำให้เพลงติดหูคนมากว่า จำได้ง่ายกว่า ..
.
แต่ทั้งสองอย่างเหมือนกันที่ คนเสพต้องมี”รสนิยม” หรือมีภาวะของจริตที่ละเอียดอ่อน ละเมียดละไมทางอารมณ์ .. ซึ่งไม่ได้มีทุกคน ..
.
รสนิยมเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติพิเศษในตนที่อธิบายด้วยตรรกะไม่ได้ .. แต่เป็นตัววัดอารยธรรมในจิตคนคนหนึ่ง ..
ไร้รสนิยม คือ ไร้อารยธรรม .. เราอาจพูดได้ถึงขั้นนี้
.
เรามิอาจสอนหรืออบรม ผู้หญิงอย่าง บริดนีย์ สเปียร์ หรือ มาดอนนา ให้มีรสนิยมการแต่งตัว แบบ กวินเนธ พัลโทร, Diane Kruger หรือ Kate Middleton ได้ .. เพราะจริตในตนมันเป็นไปในทาง low class ที่ยากจะสอน หรือ อธิบาย
.
คนอ่านร้อยกรอง .. ชอบ .. ละเมียดละไม .. หลงใหลในสัมผัสสระ สัมผัสอักษร .. เพราะสัมผัสพวกนั้นมัน สัมผัสใจ
.
คนนิสัยหยาบกระด้าง จะไม่มีวันชอบ บทร้อยกรอง .. จะไม่มีวันชอบภาพวาดของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ถวัลย์ ดัชนี หรือ ประเทือง เอมเจริญ เด็ดขาด ..
.
ศิลปะ เป็นเรื่องของรสนิยม .. เป็นเรื่องของอารยะในจิต .. ที่ไปพ้นจากความจำเป็นขั้นพื้นฐานของชีวิตทางกาย
แต่เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตทางจิตวิญญาณ
และเป็นระดับความศิวิไลซ์ของจิตวิญญาณที่เหนือขึ้นไปจากกาย .. ที่อธิบายได้ยาก และไม่มีความจำเป็นต้องอธิบาย ใดๆ
.
โดยเฉพาะ “คำฉันท์” และ “คำโคลง” ที่เปรียบเสมือน ยอดบนสุดของร้อยกรอง



 

โดย: สดายุ... 13 ตุลาคม 2557 21:04:50 น.  

 


สดายุ..

"ข้อด้อยของร้อยกรองคือไม่มี ทำนอง .. melody .. และจังหวะ .. ทำให้เพลงติดหูคนมากว่า จำได้ง่ายกว่า .."

จำได้ว่า ในวิชาภาษาไทยที่"คุณครู"ให้สอบนั้น มีการสอบวิธีอ่าน โคลง ฉันท์ กาพย์กลอนด้วย..
ซึ่งเราเรียกว่า อ่านด้วย"ทำนองเสนาะ"

ตัวอย่างที่ต้องเรียนคือ"กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร"
ใช้"เพลงเห่": ขึ้นต้นจนจำขึ้นใจว่า...
"พระเสด็จโดยแดนชล... ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย
กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย... พายอ่อนหยับจับงามงอน"
.....................ไปจนถึง.............
"สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม"
เราก็"ท่องจำ" จนขึ้นใจและอ่านได้ด้วย"ทำนองเสนาะอย่างไพเราะเพราะพริ้ง...แบบนกแก้วนกขุนทอง..
แล้ว"คุณครู" ก็ตรลบหลัง ตั้งคำถาม"พวกนกแก้วนกขุนทอง"ว่า...
เรือพระที่นั่งที่เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร ทรงน่ะชื่อเรืออะไร... ตกค่ะ สอบตกทุกครั้ง..
จนต้องเรียนรู้ว่า ชื่อ เรือ "สุวรรณหงส์ "...

"นวลจันทร์เป็นนวลจริง....เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา
คางเบือนเบือนหน้ามา.... ไม่งามท่าเจ้าเบือนชาย"
นี่"คุณครู" ก็จะ มีอีกหนึ่งคะแนนว่า ปลาน่ะชื่อปลาอะไร..

เห็นไหมว่า คุณครูสมัยโน้นน่ะ ทั้งดักทั้งล่อ จนเราต้อง"ต่อสู้"เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนน ...

กาพย์ยานี ๑๑:
"เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปทั้งหมู่...
ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ผู้เดียวดาย"
ทั้งต้องท่อง ทั้งต้องจำ..จนนำมาล้อเล่นเวลาพูดกัน..

แล้วทุกวันศุกร์ เดือนละหนึ่งครั้ง ..
ต้องเข้าหอประชุมใหญ่ทั้งโรงเรียน
เพื่อ "อ่านทำนองเสนาะ"

ทำนองเสนาะที่ใช้"อ่านฉันท์ " จะเป็น "ทำนองสรภัญญะ"
(สอ -ระ -พัน- ยะ ) หนึ่งคะแนนอีก...
และมีคำว่า ดร.อภิวันท์ (อะ -พิ- วัน) ที่ต้องอ่าน"เอื้อสัมผัส" ใน วสันตดิลกฉันท์ ว่า..อบ -พิ -วัน ..เพื่อไปเอื้อ ให้ สัมผัสกับ.. เคา -รบ..
อีกหนึ่งคะแนน....:

"ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์

ด้วยใจนิยมบูชา"


 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 14 ตุลาคม 2557 13:08:02 น.  

 

มินตรา ..
.
ทำนองเสนาะนี่แหละเป็นตัวกำหนดเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคของร้อยกรองไทย ..
.
ความไม่รู้ .. ทำให้ละอ่อนน้อยทางร้อยกรองทั้งหลายผู้ไม่ใฝ่รู้- เข้าใจไม่ได้ ว่า .. กาพย์ กับ ฉันท์ ที่มีที่มาจากบ้านเดียวกันไม่สามารถลงเสียงท้ายวรรคเหมือนกลอนแปดได้
.
ความไม่รู้นี้ทำให้ ลงเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคกาพย์ยานี เหมือนกลอนแปดคือ .. ท้ายวรรคสอง ลงเสียงจัตวา !
.
ความไม่รู้ทำให้ ลงเสียงวรรณยุกต์ท้ายบทของกลอนแปดด้วยเสียงเอก เสียงโท !
.
ในความเป็นไทยที่ไม่ค่อยอ่าน .. ไม่ค่อยศึกษา .. แต่เร่าร้อนที่จะเขียนอวด .. ทำให้เขียน “ซุกซน” กลับหน้ากลับหลังเป็น “ซนซุก” เพราะต้องการลงเอกในตำแหน่ง ตัวที่สองบาทสองของโคลง – 555
.
คนเหล่านี้ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ .. ไม่รู้จักแม้กระทั่ง .. ไม้ม้วน-ไม้มลาย .. แต่อยากเป็นกวี ! – อุแม่เจ้า
.
เรามีระบบการเรียนรู้ภาษาไทยของเด็กรุ่นใหม่ที่อ่อนปวกเปียก .. แทบใช้งานไม่ได้ .. ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์
.
ผมกำลังมองเห็นยุคสมัยเปลี่ยนผ่านของภาษาไทยนะ ..ที่ เอาเสียงอ่านให้เหมือนเป็นใช้ได้
จึงมี .. ขรรม .. แทน .. ขำ .. ในเฟสบุ๊ค
จึงมี .. จัย .. แทน .. ใจ .. ในเฟสบุ๊ค
จึงมี .. เทอ .. แทน .. เธอ .. ในเฟสบุ๊ค
จึงมี .. ครัย .. แทน .. ใคร .. ในเฟสบุ๊ค
จึงมี .. อั้ย .. แทน .. ไอ้ .. ในเฟสบุ๊ค
ฯลฯ
.
พอมินตราอายุ 80 อาจจะอ่านภาษาไทยที่เด็กสื่อกันไม่เข้าใจแล้ว - 555
.




 

โดย: สดายุ... 14 ตุลาคม 2557 21:20:01 น.  

 


สดายุ !

 

โดย: บุษบามินตรา IP: 94.23.252.21 14 ตุลาคม 2557 22:04:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.