Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 

O บุหลันลอยเลื่อน .. O








.. 1
O อัสดง .. สุริยาจะลาแล้ว
เหลืองแสดแดงผ่องแผ้ว .. อาจแล้วหรือ ?
ปีกนกกาง .. ลมชะ-ลอยกระพือ
สุดท้ายคือหม่นหมองที่ครองแดน

O ฟ้าจรดน้ำ .. ดวงรพินทร์ก็สิ้นช่วง
ทิ้งโอภาสทั้งปวงเคยช่วงแสนย์
สิ้นคาบกาละทิวา, ที่มาแทน-
คือราตรีห้อมแหน .. บนแผ่นฟ้า

O เหลื่อมแสงเรื่อทอดสู่ .. สินธูผืน
ให้ค่ำคืนแฝงเงาเคลื่อนเข้าหา
พร้อมกับดวงรัชนี .. เลื่อนลีลา
คือหอมการเวกแกม .. ลงแต้มทรวง

O ลมพลิ้วผ่านรูปรอยก็คล้อยเคลื่อน
เพ็ญบุหลันลอยเลื่อนขึ้นเยือนสรวง
แสงเหลืองเย็นอ่อนโยน .. เมื่อโชนดวง-
รูปหน้างามก็โชนช่วง .. ขึ้น-พ่วงพัน !

O อ่อนหวานถึงปานนั้น .. เจ้าขวัญน้อย
แต่ร่วมร้อยอภิรมย์ .. เข้าบ่มฝัน
อ่อนโยนเล่า-สำแดงออกแบ่งปัน
ราวจะพันผูกใจ .. ด้วยนัยเดียว

O อ่อนไหวถึงป่านนั้น .. หนอขวัญเจ้า
แต่รุมเร้าความผอง .. หมายข้องเกี่ยว
หวังเจ้าพ้องปรารมภ์ร่วมกลมเกลียว
ก้าวย่างบนทางเที่ยว .. ก้อยเกี่ยวกัน

O ลมพลิ้วผ่านรูปรอย .. ก็คล้อยเคลื่อน
แทนแข-เลื่อนลอยดวง .. กลางทรวงนั่น
เจ้าเอย-นี้ .. อ่อนไหว-ของใครกัน-
คล้ายทอดลงล้อมกั้น .. ผูกพันพร้อม

O ราตรีอวล-กลิ่นรื่น .. ล้อมคืนค่ำ
ใจดื่มด่ำ .. ก็อวลศัพท์ขึ้นขับกล่อม
เพื่อเรี่ยวแรงแห่งถวิล .. จักยินยอม-
ร่วมโอบล้อมรสประทิ่นของกลิ่นมาลย์

O ลมแผ่ว .. คะนึงนั้น .. ก็ครันครบ
เมื่อพระลบเคลื่อนล้อม, ความหอมหวาน-
ราวเคลื่อนลงกอปรกิน-จิตวิญญาณ
แล้วบรรสารรมย์รื่น .. ท่วมผืนใจ

O คะนึงนึกรูปฝัน .. ในบรรจถรณ์
จะตอบรับอาวรณ์ด้วยอ่อนไหว
ฤๅลอบเร้นวาบหวามด้วยความนัย
ต้องเยี่ยงไร-ทำไฉนจะได้รู้ .. ?

O กราบพระบำบวงผ่านปวงภาษ
ตรองโอวาทศาสดา .. น้อมมาสู่-
จิตใจที่ล้อมโลมด้วยโฉมตรู-
ราวต้องเงื่อนบ่วงชู้ .. เกินรู้คลาย

O กราบก้มประนมมือ, ความถือมั่น-
ยิ่ง-บุหลันลอยดวงขึ้นช่วงฉาย
ความอ่อนหวานเวียนวก .. ในอกชาย-
ก็รำบายฝากไปถึงใครนั้น

O คอค้อม, กรประนม .. ปรารมภ์ความ
สืบส่งข้ามสู่ใจ .. ที่ไหวสั่น
ให้รับรู้วอนเว้า, รูปเยาวพรรณ-
เพื่อกล่อมขวัญเจ้านั้น .. ให้ฝันดี

O แววตาพร้อมอาวรณ์แสนอ่อนโยน
หวังแจ่มจ้าช่วงโชน .. อยู่โพ้นที่
พึงเผยเลศเผยนัย .. หัวใจมี-
แล้ววาดวี .. คืนกลับ .. ให้รับรู้ !


.. 2
O แล้วรื่นรสรวยริน .. ของกลิ่นโมก-
ก็บ่ายโบกหวานหอม .. รายล้อมสู่
โสมเลื่อนดวงครองค่ำ .. ความดำรู-
ก็ครองใจถวิลชู้ .. สุดรู้-ล้าง !

O ลิบลิบกระพริบช่วงแห่งปวงดาว
ก็ดูราววิบไหว .. แสนไกลห่าง-
จากโลกหล้า, เปลื้องปรุงแสงรุ่งราง-
คงอยู่ค้างฟ้าทะมื่นในคืนแรม

O ลิบลิบดารดาษดวง .. ในสรวงฟ้า
เช่นนัยน์ตาวามแสงเมื่อแต่งแต้ม-
ด้วยรูปรอยรอบอุทธัจ .. ระบัด..แกม
คาบนั้นแซมสอดหมาย .. รำบายความ

O เพียงแสงช่วงปวงดาว .. เห็นวาววับ
ย่อมเห็นงามระยิบระยับ .. เกินดับ-ห้าม
โลกทั้งดวงดูเหมือน ..จะเลื่อนตาม
และอบอุ่นวาบหวาม .. คล้ายลามลน

O จึงน้อมรับระยับช่วง .. แห่งดวงดาว
อันวาบวาวปลาบปลั่งอีกครั้งหน
ความอ่อนหวานอ่อนไหวแห่งใจคน
ราวโซ่ตรวนพันวน .. เกินด้นดึง

O ระทึกและสั่นไหว .. อกใครหนอ-
หลังเติมต่ออาลัยส่งไปถึง
ร่วมครอบครองคุณค่าอันตราตรึง
เสพหวานซึ้งซ้ำอยู่ไม่รู้เลือน

O นึก-ระทึกวาบหวิวจนริ้วแก้ม-
ราวเกลี่ยแกมเลือดฝาดเข้าปาดเปื้อน-
เพื่ออยู่รอ-สายตา .. ผ่านมาเยือน
รอ-ด้วยใจสั่นสะเทื้อนสะทกสะท้าน

O เลือดในอกผู้รอ .. เมื่อหล่อเลี้ยง
อบอุ่นย่อมคล้อยเคียง .. ลำเลียงผ่าน
ขัดเขินสักเพียงใด .. หนอใจคราญ
จะซึ้งซ่านเพียงไหน .. หนอใจคน

O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. กับความว่า-
อาจ-วุ่นว้านัยศัพท์..ที่สับสน-
บางความหมายหยิบยก .. ย่อมวก-วน
เพื่อแฝงนัยให้คนวก-วนคิด

O ชั่วเคลิ้มคิดคล้อยตาม .. ถ้อยความสื่อ
ตรองเถิดหรือ .. ความปวงจากดวงจิต-
ล้วนเร่งรอบอาลัย .. มาใกล้ชิด
เพื่อถือสิทธิ์ปักปลูกความผูกพัน

O แม้นหนทางขวางกั้น..ด้วยอรรณพ
อาจบรรจบด้วยใคร..แต่ในฝัน
ยังยอมอยู่เปล่าเปลี่ยว..ใต้เสี้ยวจันทร์
ด้วยใจหนึ่งใจนั้น..ดื้อรั้น-คอย

O ดึกสงัดพราวพร่าง .. น้ำค้างหยด
ลมตอบบท .. แขเปลื้องแสงเงื่องหงอย
แรงคำนึงโชนช่วง .. ใจล่วง-ลอย
ถึงรูปรอยพักตร์พิไล .. ผู้ไกลตา

O ในฝัน .. ฝันว่าฝน .. นั้นหล่นสาย
เนื้อ, อุ่นอาย, อ้อมแขน .. ที่แม้นว่า-
หากโลกนี้แหลกยับไปกับตา
ยอม .. ชีวาดับล่วง .. กับทรวงนั้น !




 

Create Date : 09 มีนาคม 2555
7 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 12:57:58 น.
Counter : 4393 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ คุณสดายุ

รูปสวย... เพลงเพราะ(มากๆ).... คำกลอนงดงาม.....
เฮ้อ... อะไรจะลงตัวขนาดนี้ สุดที่จะบรรยายจริงๆ
ต้องขอขอบคุณในฐานะท่านผู้ชม ที่ช่างจัดสรรได้อย่างลงตัวสดๆ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

 

โดย: คนเดินทาง IP: 58.136.16.58 10 มีนาคม 2555 9:33:25 น.  

 

สวัสดีขอรับ คนเดินทาง ..

รูปสวย ..
ครับ มีน พิชญา ถ่ายรูปชุดนี้สวยมาก
ใบหน้า ทรงผม ชุดไทย สวยรับกับตัวเองมากกว่ารูปชุดก่อน ..
ที่เคยถ่ายลง Bride Magazine ที่พอกหน้าจนขาวเว่อร์



ทั้งๆที่รูปออกมาใหญ่มองเห็นชัดเจนกว่าอย่างน่าเสียดาย ..
มองได้ว่ามือแต่งหน้าที่ถ่ายลง Bride Magazine .. มือไม่ถึง อิๆ


เพลงเพราะ ..
ครับ เพลงนี้คือเพลง "บุหลันลอยเลื่อน" ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงประพันธ์ แล้วบรรเลงโดย อ.ชัยภัค ภัทรจินดา ด้วยดนตรีประยุกต์ ที่ให้เสียงไพเราะมากมาย


คำกลอน ..
อยากเขียนให้ได้ดีกว่านี้ .. แต่ได้แค่นี้เองขอรับ
โปรดอภัย ..
อิๆๆ

ยินดีที่เดินทางมาถึงบล็อค .. ขอให้มีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์นะขอรับ

 

โดย: สดายุ... 10 มีนาคม 2555 13:14:30 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

วันนี้พี่มีหนังสือดีมาแจกเพื่อนบล๊อก
ตั้งใจจะมอบให้คุณสดายุหนึ่งเล่ม
แต่ไม่แน่ใจว่าคุณอยากรับหรือเปล่า

รบกวนไปดูรายละเอียดที่บล๊อกพี่ก่อน
แล้วค่อยตอบไว้ที่หน้าบล๊อกว่าจะรับหรือไม่รับ...นะคะ

เอาแบบที่คุณสบายใจ ไม่ต้องเกรงใจพี่..นะคะ

 

โดย: พรหมญาณี 11 มีนาคม 2555 14:28:36 น.  

 

สวัสดีครับพี่พรหมญาณี...

ขอบคุณพี่มากนะครับที่ไปบอกไว้...
ขอฝากไว้ก่อน..ผมจะแวะไปเอาที่ออฟฟิสพี่
ตอนที่เข้ากรุงเทพประมาณกลางมิถุนายนครับ

ขออนุโมทนาในเมตตาจิตขอรับ

 

โดย: สดายุ... 11 มีนาคม 2555 17:06:37 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณสดายุ...

ขอบคุณที่นำกลอนไพเราะพร้อมความหมายดี ๆ ไปวางที่บล๊อกพี่..นะคะ
อ่านแล้ว คิดถึงหลวงตามากเลย

พี่จะเก็บหนังสือไว้ให้ ๑ เล่ม...นะคะ
ลงมากรุงเทพฯเมื่อไรก็โทรมานัดกันก่อน
เพราะบางวันพี่ก็ไม่ได้เข้าบริษัท
หรือบางทีก็ออกไปข้างนอก...ค่ะ

ช่วงนี้อากาศทางเหนือไม่ดีเอามาก ๆ
ยังไง ๆ ก็รักษาสุขภาพด้วย
อย่ามัวแต่คิดว่าเป็นคนหัวแข็งไม่ค่อยเจ็บป่วยกะใครเขาล่ะ..อิ อิ

ระลึกถึงเสมอค่ะ

 

โดย: พรหมญาณี 12 มีนาคม 2555 12:54:25 น.  

 

สวัสดีครับพี่พรหมญาณี ..

ขอบคุณสำหรับหนังสือครับ ..
ไว้จะโทรไปบอกก่อนครับ ว่าจะไปได้วันไหน

อากาศทางเหนือเป็นปัญหามานาน และแก้ไม่ได้
การให้ความรู้คนก็เน้นแต่ประเด็นการเมือง (พวกหมู่บ้านเสื้อสีเลือดนั่นแหละ..) ที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนเอง ช่างกระตือรือร้นกันหนักหนา...

ส่วนประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมันไม่ช่วยให้ได้อำนาจรัฐ...ก็ไม่ต้องไปสนใจมัน...

กลไกรัฐก็มีแต่พวกจบ รัฐศาสตร์ เป็นหัวขบวนที่จัดการงานบริหารไม่เป็น

ผมว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องยากนะครับ...ไม่ใช่จะเกิดขึ้นง่ายๆ เพราะธรรมชาติวิวัฒนาการมาหลายรุ่นแล้วได้อย่างค่อนข้างลงตัว..

พวกที่เป็นป่วย เป็นเจ็บ เป็นไข้ .. แล้วหาเรื่องหยุดงานเพราะเหตุผลพวกนี้ ส่วนมาก - เป็นเพราะสำออย ครับ

อิๆๆ

 

โดย: สดายุ... 12 มีนาคม 2555 15:57:10 น.  

 

๑.งามจริงถ้อย หัตถา สดายุ
อยากทนุ ถนอมไว้ ในฟากฝั่น
ละเอียดถ้อย ร้อยรส บทจำนรรจ์
ประไพพรรณ วรรณศิลป์ ระรินทรวง
๒.เพลงดังพิณ ยินเพรา เสลาสล้าง
ทอทาบทาง สว่างใส ในแดนสรวง
ทิพย์มาลา ฟ้าส่งดาว ที่พราวดวง
เข้าสู่ห้วง วรรณศิลป์ ถิ่นดวงใจ


 

โดย: กฤษณา เวชศิลป์ IP: 171.4.4.3 27 สิงหาคม 2559 20:28:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.