No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 

The Club Dumas : หนังสืออ่านเล่นสำหรับคนฉลาด -*-

เล่มนี้อ่านจบแล้วตอบโจทย์ HHR ข้อ...

10-10. [PToNZ_PRiNZz] หนังสือซ้อนหนังสือ: อ่านหนังสือที่กล่าวถึงหนังสือเรื่องอื่น ๆ จะเป็นหนังสือที่สมมุติเอาเองในเรื่อง เช่น นิยายที่ตัวละครในเรื่องหยิบมาอ่านแล้วทะลุมิติเข้าไปในหนังสือ หรือภายในเนื้อเรื่องกล่าวอ้างถึงหนังสือที่มีอยู่จริง ๆ จะเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เล่มใด หรือหลายเล่มก็ได้ โดยหนังสือที่ถูกเอ่ยถึงจะต้องมีบทบาทสำคัญกับเรื่อง ไม่ใช่แค่หยิบมาอ่านนิดเดียว หรือถูกพูดถึงโดยไม่มีผลต่อการดำเนินเรื่อง


หนังสือเล่มนี้พูดถึงและใช้โควตจากหนังสือคลาสสิกเป็นร้อยๆ เรื่องเลยมั้งคะ แต่เล่มที่เป็นธีมหลักก็คือ The Three Musketeers ของ Alexandre Dumas ค่ะ




หนังสือ : The Club Dumas
เขียนโดย : Arturo Perez-Reverte
แปลโดย : Sonia Soto
สนพ. : Harvest Books; Reprint edition (May 2006)
จำนวนหน้า : 368 หน้า
ภาษา : อังกฤษ (แปลจากภาษาสเปน)






รายละเอียดจากปกหลัง

ลูคัส คอร์โซ (Lucas Corso) ชายวัยกลางคน เหนื่อยหน่าย และชอบดูถูกถากถาง เป็นนักสืบหนังสือ เป็นผู้รับจ้างตามล่าหาหนังสือฉบับหายากสำหรับลูกค้าที่ร่ำรวยและไร้ศีลธรรม ((นี่แหละค่ะ พระเอก 555))

เมื่อนักสะสมหนังสือผู้โด่งดังถูกพบแขวนคอตายพร้อมกับทิ้งส่วนหนึ่งของต้นฉบับดั้งเดิมเรื่อง สามทหารเสือ (The Three Musketeers) ของ อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ (Alexandre Dumas) เอาไว้ ลูคัสถึงถูกเรียกมาให้ช่วยพิสูจน์ว่า ต้นฉบับที่ว่านี้เป็นของจริงหรือไม่

งานนี้น่าจะเป็นงานง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่คอร์โซกลับถูกดึงเข้าไปท่ามกลางอุบายซับซ้อนเกี่ยวกับการบูชาปีศาจ เวทมนตร์ลึกลับ ตัวร้ายกระทำการอาจหาญซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับตัวละครในผลงานชิ้นเอกของดูมาส์

คอร์โซได้รับการช่วยเหลือจากสาวสวยซึ่งใช้ชื่อตัวละครหนึ่งจากผลงานของโคนัน ดอยล์ เขาเดินทางจากมาดริด ไปโทเลโด และปารีส เพื่อตามล่าฆาตกรที่ชั่วร้ายทว่าชาญฉลาด

หนังสือเรื่อง The Club Dumas เป็นหนังสือแนวตื่นเต้นผสมผสานกับความรู้ บางส่วนลึกลับซับซ้อน บางส่วนเป็นการแก้ปริศนา เกมการเล่นคำที่ชาญฉลาด จากผลงานของนักเขียนระดับขายดีผู้เขียนเรื่อง The Flanders Panel และ The Saville Communion


....


อ่า...จริงๆ แล้วไอซ์อยากอ่านเรื่อง The Flanders Panel ของผู้เขียนคนนี้อะค่ะ แต่เนื่องจากใน dasa ไม่มีขาย ก็เลยซื้อเล่มนี้มาแทน เอิ๊ก


เนื้อเรื่องของเรื่อง The Club Dumas นั้นเริ่มต้นจากการที่คอร์โซได้รับจ้างวานให้สืบเรื่องของต้นฉบับหนังสือสองเรื่องคือ


1. ต้นฉบับ 'The Anjou Wine' ซึ่งเป็นตอนที่ 42 ของเรื่อง สามทหารเสือ (The Three Musketeers) ของ อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ (Alexandre Dumas)

เจ้าของคือ Taillefer นักสะสมหนังสือและเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ด้วย เขาพบว่าเป็นศพถูกแขวนคอ ไม่รู้ว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม แต่ที่แน่ๆ ก็คือ เขาได้มอบต้นฉบับนี้ให้กับลาพอนเต้ (La Ponte) ให้ช่วยเอาไปขาย

ลาพอนเต้เป็นเพื่อนกับคอร์โซ และก็เลยขอให้คอร์โซช่วยพิสูจน์ดูว่า ต้นฉบับนี้เป็นของจริงหรือไม่

คนแรกที่คอร์โซไปขอคำปรึกษาก็คือ บอริส บอลข่าน (Boris Balkan) อาชีพนักแปล นักสะสมหนังสือ ...

บอริส บอลข่าน ทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นค่ะ


2. หนังสือ The Nine Gates of the Kingdom of Shadows เขียนโดย Aristide Torchia ในศตวรรษที่ 17


ว่ากันว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ใช้เรียกปีศาจ เขียนโดยคำบัญชาของลูซิเฟอร์หรือลูซิเฟอร์เขียนเองด้วยซ้ำ แน่นอนว่าคนเขียนและหนังสือเกือบทั้งหมดถูกเผา มีเหลือรอดปลอดภัยอยู่เพียงเล่มเดียว

ไปๆ มาๆ ปัจจุบันกลับมีผู้ครอบครองหนังสือ The Nine Gates of the Kingdom of Shadows หรือประตูเก้าบานสู่อาณาจักรแห่งเงาถึง 3 คน 3 เล่มด้วยกัน

คือ Vora Boja นักค้าและสะสมหนังสือในโทเลโด (สเปน) Fargas ผู้ดีเก่าในซินตรา (เมือง Sintra โปรตุเกส) และ บารอนเนส Von Ugern ในปารีส

วอรา โบฮา (Vora Boja) ขอให้คอร์โซช่วยตรวจดูว่า เล่มที่เป็นของเขาเป็นของจริงหรือไม่ หรือว่าเล่มไหนเป็นของจริง



คอร์โซรับงานสองงานนี้ และออกเดินทางเพื่อพิสูจน์ความจริง ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่...กลับมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นรอบๆ ตัว ... เหตุการณ์หลายๆ อย่างคล้ายคลึงกับฉากในเรื่อง The Three Musketeers ... แน่นอนว่า...คอร์โซเทียบตัวเองกับ d'Artagnan ...พระเอกของเรื่อง ถูกสะกดรอยตามและถูกปองร้ายโดยชายที่มีแผลบนหน้าคล้ายคลึงกับ Rochefort แถมโดนรังควานโดย Milady หรือ Liana ภรรยาของ Taillefer ที่ต้องการต้นฉบับ The Anjou Wine คืน ... ทั้งสองคนถูกชักใยและได้รับคำสั่งจากชายผู้ใช้ชื่อว่า Richelieu อีกต่างหาก

(( d'Artagnan, Rochefort, Milady และ Richelieu เป็นตัวละครจากเรื่อง The Three Musketeers ))

นอกจากนั้น...คอร์โซยังได้พบกับหญิงสาวสวยผู้ลึกลับที่ใช้ชื่อว่า Irene Adler ...ชื่อเดียวกับหญิงสาวที่ทำเอาเชอร์ล็อก โฮมส์หมดท่าในตอน A Scandal in Bohemia เสียด้วย ((เป็นชื่อในพาสปอร์ตอังกฤษของเธอ แถมที่อยู่ของเธอยังอยู่ที่เบเคอร์ สตรีท >_< ))


ยิ่งไล่ตามปริศนาของหนังสือทั้งสองเล่มนี้ คนที่คอร์โซเกี่ยวข้องด้วยก็กลายเป็นศพทีละคนสองคน ... เรื่องราววุ่นวายซับซ้อนมากขึ้นทุกที


เรื่องราวเป็นอย่างไร ติดตามอ่านได้ในหนังสือเล่มนี้นะคะ ^^


.....


ที่จั่วหัวบล็อกไว้ว่า "หนังสืออ่านเล่นสำหรับคนฉลาด" นี่ ไอซ์ไม่ได้คิดเองค่ะ แต่ว่ามันแปะอยู่บนหน้าปกว่า

"A cross between Umberto Eco and Anne Rice ... Think of The Club Dumas as a beach book for intellectuals."

อ่านแล้วไม่กล้าวางเลย เพราะกลัวต้องยอมรับว่าตัวเองโง่ 555

สารภาพหยิบมาอ่านแล้วหนึ่งรอบ อ่านได้หน่อยต้องวางค่ะ เพราะ...มีการอ้างอิงถึงประวัติ อเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ และรายละเอียดฉากต่างๆ จากเรื่อง The Three Musketeers เยอะมากจนมึน

ถ้าใครไม่คุ้นเคยกับวรรณกรรมคลาสสิก ผลงานของอเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ หรือเรื่อง The Three Musketeers แล้วอยากหยิบเรื่องนี้มาอ่าน ไอซ์ขอแนะนำให้อ่าน

- ประวัติของอเล็กซานเดอร์ ดูมาส์
- เรื่องย่อ The Three Musketeers

ก่อนคร่าวๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะมึนไปเหมือนไอซ์ตอนอ่านรอบแรก ... พอมีพื้นฐานแล้วค่อยอ่านสนุกขึ้นค่ะ


ถ้าใครชำนาญด้านวรรณกรรมคลาสสิกมากๆ จะยิ่งอ่านเรื่องนี้สนุก เพราะมีการพูดถึงโควต และฉากต่างๆ ของหนังสือคลาสสิกเยอะมากๆ เรื่องที่หลายๆ คนรู้จักกันดีก็เช่น สงครามทรอย / เชอร์ล็อก โฮมส์ / มิสเมเปิ้ล ฯลฯ


ยกตัวอย่าง ... ฉากไอรีนจะให้ของขวัญคอร์โซ คอร์โซเปรียบเทียบเหมือนกับที่ชาวกรีซให้ม้าเป็นของขวัญสำหรับเมืองทรอย เป็นต้น

ขนาดฉากร่วมรักยังเปรียบเทียบฉากจากหนังสือคลาสสิกหลายเล่มมากค่ะ -*-


พล็อตเรื่องนี้น่าสนใจนะคะ การผูกเรื่องและโยงเรื่องก็โอเคเลย รายละเอียดที่ใส่มาเหมาะสำหรับคนบ้าหนังสือค่ะ


สำหรับไอซ์ บางช่วงก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี อย่างเช่น เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการปลอมหนังสือ ((มีพูดเกี่ยวกับกระดาษในสมัยต่างๆ ซึ่งไอซ์ที่ทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ก็รู้สึกสนุกสนานมาก)) หรือเกี่ยวกับอเล็กซานเดอร์ ดูมาส์ เช่น...เขาจะใช้กระดาษสีฟ้าในการเขียนต้นฉบับนิยาย กระดาษสีอื่นๆ สำหรับการเขียนต้นฉบับอื่นๆ ฯลฯ


(( มีคำพูดหนึ่งในหนังสือที่ไอซ์จำไม่ได้แม่นๆ แล้ว แต่อธิบายเกี่ยวกับงานของดูมาส์ได้ดีเลยก็คือ

มีคนกล่าวหาว่า Dumas raped the history. หรือดูมาส์ปู้ยี้ปู้ยำประวัติศาสตร์ เพราะงานของดูมาส์ทั้งหมดเป็นการเอาประวัติศาสตร์และคนที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์มาดัดแปลง

ดูมาส์ตอบว่า I might raped the history, but I produced beautiful children ... ถึงผมจะข่มขืนประวัติศาสตร์ แต่ลูกหลานที่ผลิตออกมาก็งดงาม ... ผลงานของดูมาส์สนุกและได้รับความนิยมสูงค่ะ ))


แต่หลายๆ ช่วงก็รู้สึกว่ามัน "มาก" จนล้น พาออกนอกพล็อตหลักมากจนเกินไป ออกทะเลจนบางทีต้องค่อยๆ หาทางกลับมาหาพล็อตหลักว่า กำลังเขียนถึงอะไรอยู่


ส่วนตัวคิดว่า...ถ้าหนังสือเล่มนี้ตัดน้ำออกไปบ้าง จาก 368 หน้า เหลือสัก 268 หน้า น่าจะกำลังพอดี กระชับและสนุกกว่านี้อะค่ะ ^^"



เพิ่งมารู้ตอนไปอ่านรีวิวในอเมซอนว่า หนังสือเรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงทำเป็นหนังแล้วคือเรื่อง The Ninth Gate





ส่วนตัวยังไม่ได้ดูหนังนะคะ แต่เข้าไปอ่านพล็อตคร่าวๆ แล้ว รู้สึกว่าถูกดัดแปลงไปเยอะมากเหมือนกันค่ะ คล้ายๆ กับว่าจะทิ้งประเด็นของดูมาส์ไปเลย เหลือแต่ประเด็นเรื่อง The Nine Gates of the Kingdom of Shadows กับการไขความลับของหนังสือและการเรียกปีศาจเท่านั้น






สปอยล์

ตอนแรกนึกว่าต้นฉบับของหนังสือสองเล่มนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องและมาบรรจบกันชัดๆ เหมือนกับพล็อตหนังสือทั่วๆ ไป ไม่คิดเลยว่า มันจะแยกกันค่อนข้างชัดเจนเลยค่ะ

คดีที่เกิดขึ้นในหนังสือแบ่งออกเป็นสองคดี

- คดีของ The Anjou Wine ... 'ตัวร้าย' ตัวจริง หรือ Richelieu ที่ส่ง Milady กับ Rocheford มาก็คือ บอริส นั่นเองค่ะ เขาเป็นคนตั้ง Club Dumas ซึ่งเป็นคลับของคนรักดูมาส์และรักหนังสือ โดยที่สมาชิกคลับจะมีต้นฉบับดั้งเดิมของเรื่อง The Three Musketeers คนละ 1 บท

Taillefer ก็เคยเป็นสมาชิก แต่เกิดแตกคอกันและจะเอาต้นฉบับส่วนของตัวเองไปขาย ... บอริสก็เลยหาทางเอาต้นฉบับคืน


- คดีของ The Nine Gates of the Kingdom of Shadows นั้น ... สืบได้ว่าหนังสือทั้งสามเล่มนั้น จริงๆ แล้วมีส่วนต่างกันในรูปภาพ ซึ่งเป็นกุญแจสำหรับนำไปไขปริศนา ... แปลว่า จะต้องนำต้นฉบับทั้งสามเล่มมาเทียบกัน จึงจะได้ต้นฉบับที่สมบูรณ์ 1 เล่ม

คนที่ตามฆ่าคนที่ครอบครองหนังสือคนอื่นๆ ก็คือ Vora Boja นั่นเอง เพราะเขาต้องการ "เปิดประตูบานที่เก้า" หรือต้องการเรียกปีศาจ

ตอนจบ Vora Boja ได้ครอบครองหนังสือทั้งสามเล่ม และเปิดประตูที่เก้าได้

แต่...มีการหักมุมตอนจบว่า ... รูปภาพในหนังสือถูกปลอมแปลงโดยพี่น้อง Ceniza ไปก่อนหน้าโดยที่ไม่มีใครรู้ ... เวทมนตร์นั้นจึงผิดพลาด



ส่วนไอรีน...อ่านแล้วก็มึนๆ เหมือนกันว่าเธอมายังไง สรุปว่าเธอรักคอร์โซ ... จบข่าว -*-


อ่านเรื่องนี้จบแล้วอยากอ่านเรื่อง The Devil In Love ของ J. Cazotte ค่ะ ชอบโควต

The truth is that the devil is very cunning.
The truth is that he is not always as ugly as thy say.

ฮา






ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books




 

Create Date : 12 พฤษภาคม 2553
2 comments
Last Update : 13 พฤษภาคม 2553 1:01:48 น.
Counter : 3675 Pageviews.

 

กำลังจะถามอยู่พอดีเลยค่ะว่าเรื่อง The Ninth Gate of the Kingdoms of Shadow คือต้นฉบับที่เอามาดัดแปลงเป็นหนังเรื่อง The Ninth Gate หรือเปล่า พอคลิกลงมาเรื่อยๆ ถึงได้เห็นว่าใช่ หนังเรื่องนั้นดู 3 รอบแล้วค่ะ ดูหลายรอบเพราะชอบ Johnny Depp ไม่ใช่อะไร

 

โดย: กุลธิดา (kdunagin ) 12 พฤษภาคม 2553 23:36:53 น.  

 

พอไอซ์อ่านรีวิวในอเมซอนบอกว่าเป็นหนัง แถมมี Johny Depp เล่นเนี่ย ไอซ์งงมากๆ เลยนะพี่ไก่ ว่าทำไมยังไม่เคยดู หนังของผู้กำกับดังเสียด้วย

ชอบ Johny Depp เหมือนกันค่า ^^

 

โดย: Clear Ice 13 พฤษภาคม 2553 9:19:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.