No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
Troy - Fall of Kings (Trojan War Trilogy เล่ม 3) : บทสรุปสงคราม "ทรอย" ...สมจริงยิ่งกว่าตำนาน >_<

* เขียนบล็อกนี้เมื่อวาน มาแปะใหม่อีกที เติมเนื้อหานิดหน่อยค่ะ ^^


หลังจากอ่านเล่มที่สองจบ ตอนแรกว่าจะพัก เก็บเล่มสามไว้เล่นเกม Hula Hula Read ในห้องสมุด ((เกมแข่งกันทลายกองดองค่ะ ฮา)) แต่...อดใจไม่ไหว หยิบมาอ่าน และ...อ่านจบในระยะเวลาไม่ถึงสองวัน เมื่อวานไม่เป็นทำอะไรเลยค่ะ พอดีว่าลากิจไว้ จะไปออสเตรเลีย แต่ทำวีซ่าไม่ทัน เลยเกเรอยู่บ้าน จมูกดมกระดาษทั้งวัน 555




เรื่อง : Troy - Fall of Kings (Trojan War Trilogy เล่ม 3)
เขียนโดย : David & Stella Gemmell
สนพ. : Corgi Books
จำนวนหน้า : 666 หน้า
ภาษา : อังกฤษ





รายละเอียดจากปกหลัง


ความมืดมิดปกคลุมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โลกกำลังถูกแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ

บนสนามรบนอกทรอย...เมืองทองคำ กองทัพของราชาไมคีนมาถึง รวมทั้งโอดิสซีอุส...นักเล่านิทานซึ่งมาอยู่ฝ่ายเดียวกับราชาอากาเมมนอนแห่งไมคีนอย่างไม่เต็มใจนัก เขารู้ว่า...เขาจะต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนเก่าในการต่อสู้ถึงชีวิตในไม่ช้า

ภายในทรอย...ราชาแห่งโทรจันรอคอยด้วยความขมขื่นและเคืองแค้น ความหวังของเขาอยู่ที่ฮีโร่สองคน

- เฮ็คเตอร์ ... ลูกชายคนโปรด เจ้าชายผู้เป็นเสาหลักแห่งทรอย
- เฮลิคาออน ... ผู้เหี้ยมหาญ ราชาไอเนียสแห่งดาร์ดาเนียที่จะแก้แค้นให้กับภรรยาซึ่งถูกชาวไมคีนฆ่าตาย

สงครามปะทุขึ้นแล้ว ... สงครามที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือด และเหล่าฮีโร่ผู้ซึ่งจะมีชีวิตอยู่ในตำนานชั่วนิรันดร์


....


Fall of Kings เป็นเล่มสุดท้ายใน trilogy สงครามทรอยต่อจาก

Lord of the Silver Bow

และ

Shield of Thunder


อย่างที่เล่าไปแล้วในรีวิวของ Shield of Thunder ว่า David Gemmell เขียนเล่มนั้นจบเป็นเล่มสุดท้ายในชีวิต

สำหรับเล่ม Fall of Kings ... David เขียนไปได้ประมาณ 70,000 คำแล้วก็เสียชีวิตไปค่ะ Stella ภรรยาของเขาจึงหยิบโน้ตและ story plan ของสามีมาเขียนต่อ ก่อนเขียนเธอได้ศึกษาวิธีการเขียนหนังสือ - สำนวน - ทุกๆ อย่างของสามี อีกอย่าง...เธอเองก็เป็นนักหนังสือพิมพ์และเคยช่วยงานของสามีมาก่อน ... เล่มนี้เลยค่อนข้างเนียนค่ะ ไม่รู้สึกกระตุกว่าเป็นการเขียนต่อกันของนักเขียนสองคน

ถึงจะรู้สึกว่า บางช่วงการเรียงเรื่องมันย้อนไปย้อนมานิดหน่อย และมีการ "ก็อป" เหตุการณ์จากเล่ม 1 และ 2 เพื่อย้อนความทรงจำแบบคำต่อคำบ้าง มีความ "นุ่ม" แบบผู้หญิงเขียนขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็โอเคนะคะ

แค่มีคนเขียนต่อให้อ่านจนจบก็เป็นบุญคุณมากแล้ว ไม่งั้นค้างคาแย่ ที่ต้องชื่นชมก็คือ Stella ทำได้ดีทีเดียวค่ะ ^^


...


ใน Fall of Kings จะเป็น "สงคราม" เต็มรูปแบบเลยค่ะ ตัวละครทุกตัวจะมีบทบาทของตัวเองกันอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้

ที่บอกไว้ตอนต้นว่าเรื่องนี้ "สมจริง" ยิ่งกว่าตำนานก็คือ ... อ่านแล้วรู้สึกว่ามันมีความเป็นไปได้มากกว่าค่ะ ไม่มีเทพเจ้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีสัตว์ประหลาด และแผนการรบในเรื่องก็มีเหตุผล

ผู้เขียนปูไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า โอดิสซีอุสเป็นนักเล่านิทาน เขาเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว สิ่งที่ได้พบเห็น ประสบการณ์ ... ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นนิทานซึ่ง "โม้" เกินจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเมดูซ่า ม้าบินได้ ฯลฯ ในเรื่องนี้มีการอธิบายไว้ว่า เหตุการณ์ไหนที่โอดิสซีอุสนำไป "โม้" เพิ่ม

ยกตัวอย่างนะคะ...

เรื่องนี้ความสวยงามของเฮเลนจึงไม่ได้เป็นชนวนแห่งสงครามเลย เฮเลนกับปารีสแทบไม่มีบทบาท ... ตามท้องเรื่องก็คือ เฮเลนเป็นเจ้าหญิงแห่งสปาต้า ... เมืองกำลังถูกพวกไมคีนรุกราน พ่อของเฮเลนจึงส่งเฮเลนมาหลบภัยที่ทรอย เฮเลนรักกับปารีสและแต่งงานกัน ... พอสปาต้าถูกยึดครอง อากาเมมนอนก็ให้น้องชาย Menelaus ขึ้นครองเมือง และต้องการให้แต่งงานกับเฮเลนเพื่อครองใจชาวสปาต้าเท่านั้น

เฮเลน แห่งทรอย ...ในเรื่องนี้เธอเป็นผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ค่อนข้างท้วม แต่บางสิ่งที่เธอทำลงไป ทำให้เหล่าทหารที่ได้เห็นพบว่า เธอมีความกล้าหาญ และมันก็กลายเป็นความงดงาม ... และเมื่อถูกเล่าขานต่อไป เธอจึงกลายเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด



ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า ผลลัพธ์สุดท้ายตามประวัติศาสตร์ ทรอยต้องถูกทำลาย เฮ็คเตอร์และเหล่าฮีโร่ต้องพลีชีพ ... หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวของเหล่าผู้คนที่สมจริงเหมือนมีชีวิตโลดแล่นอยู่ตรงหน้า เล่าถึงความนึกคิดของฮีโร่ การต่อสู้ของเขา ... เรื่องราวมันเป็นอย่างไร

ตัวละครของ David Gemmell จะเป็นเหมือนกันทุกเรื่องคือ ตัวละครทุกตัวเป็นสีเทา มีความเป็นมนุษย์สูงมาก มีดี มีเลว เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับตัวละครเหล่านั้น แต่อ่านแล้ว "เข้าใจ" และอดเอาใจช่วยไม่ได้จริงๆ


เป็น trilogy ที่อ่านจบอย่างรวดเร็วด้วยความประทับใจค่ะ



ต่อไปจะสปอยล์แหลกเช่นเดิมนะคะ ^^




เรื่องนี้เกริ่นนำหน้าแรกก่อนเข้าเรื่องด้วยคำทำนายที่ราชาอากาเมมนอนแห่งไมคีนได้รับมา

"ระวังม้าไม้ ราชาอากาเมมนอน ราชาแห่งสงคราม เพราะว่ามันจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยปีกแห่งสายฟ้า และนำความตายมาสู่มนุษย์

"เจ้านักบวชโสโครก" ราชาย้อน "บอกข้าถึงทรอยและชัยชนะ"

"ราชาคนสุดท้ายของทรอยจะเป็นชาวไมคีน เทพเจ้าได้ยืนยันแล้ว"

อะ...คนอ่านก็คงจะนึกถึงตำนานที่เคยได้ยินมาและพยายามตีความใช่ไหมคะ แต่...David Gemmell เล่าเรื่องที่ต่างออกไปค่ะ ^^


...

เปิดเรื่องงต่อจากเล่มที่แล้วเลย เฮลิคาออนกลับมาถึงดาร์ดาเนียและพบว่าถูกพวกไมคีนบุกรุก ทหารไมคีนล้อมทรอยเอาไว้ เขาจึงไปแก้แค้นด้วยการเผาเรือของพวกไมคีนจมลงไปหลายลำ


กลับมาที่ทรอย ราชา Priam สั่งให้เฮ็คเตอร์ เฮลิคาออน และอันโดรมาช เข้าพบ ... อารามแห่งม้าบนเกาะธีรา (Thera) สั่งให้อันโดรมาชนำกระดูกของคาลิโอเป้ (หรือ ไพเรีย ... คู่รักสาวของอันโดรมาช) กลับไปที่นั่น Priam จึงสั่งให้เฮลิคาออนเป็นคนนำเธอไปพร้อมกับคาสซานดร้า...ลูกสาวคนเล็ก ((จำได้ไหมคะ เด็กคนนี้ที่มองเห็นอนาคตได้)) ไปเป็นนักบวชที่นั่นด้วย

แน่นอนว่า เฮ็คเตอร์ประท้วง เขาไม่ต้องการให้ภรรยาที่เขารักออกเดินทางไปกับเฮลิคาออน...คนที่เธอรัก อีกอย่าง...ทุกคนมั่นใจว่า มันต้องเป็นกับดักแน่ๆ เพราะไอพิจีเนีย...หัวหน้านักบวชบนเกาะธีรา เป็นน้องสาวของอากาเมมนอน และอากาเมมนอนต้องการชีวิตของอันโดรมาช

แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องทำตามความต้องการของ Priam ... เฮ็คเตอร์ต้องไปรบทางเหนือ ส่วนเฮลิคาออนจะพาอันโดรมาชและคาสซานดร้าไปที่ธีรา ท่ามกลางทะเลหน้าหนาวซึ่งอันตรายมากๆ


ก่อนจะออกเดินทาง สายลับของไมคีนวางแผนจะฆ่าเฮลิคาออนอีกครั้ง แต่...ไม่สำเร็จอีกแล้ว คนที่ถูกฆ่ากลับเป็นเจ้าชาย Dios น้องชายของเฮ็คเตอร์ที่หน้าตาคล้ายกับเฮลิคาออน ... เขาถูกฆ่ากลางตลาด ปารีสก็อยู่ตรงนั้นด้วย แต่...กลับทำอะไรไม่ได้เลย ((เรื่องนี้ปารีสเป็นผู้คงแก่เรียน ไม่มีความสามารถในการสู้รบ และค่อนไปทางขี้ขลาด))


คาสซานดร้าบอกเจอโชม (จำได้ไหมคะ...เจ้าชาย Ahmos แห่งอียิปต์ที่หนีคดีมาอยู่กับเฮลิคาออน) ว่า เขาเองก็เป็น phophet เช่นกัน เพียงแต่เขายังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง ... คาสซานดร้าทำให้เจอโชมมองเห็นอดีตของตัวเองว่า แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ของแม่ แต่เป็นเด็กที่ถูกสับเปลี่ยนมา ... ตามที่คาดไว้ค่ะ เจ้าชาย Ahmos คือ โมเสสนั่นเอง เขาแยกกับเฮลิคาออนที่เกาะธีรา

คาสซานดร้าทำนายอนาคตของตัวเองไว้ว่า เธอจะต้องตายบนเกาะธีรา เกาะแห่งน้ำจะลอยขึ้นสูงเป็นควันไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับราชาสามองค์


คำบอกเล่าสุดท้ายของคาสซานดร้าคือ ... บอกให้เฮลิคาออนไปช่วยโอดิสซีอุส เพราะเกาะของโอดิสซีอุสถูกรุกราน เพเนโลป...ภรรยาของโอดิสซีอุสถูกจับเป็นตัวประกัน


...

ตัดฉากไปทางโอดิสซีอุส...ตรงนี้มีการเปิดตัวอาคีลิสให้เห็นชัดเจนขึ้นค่ะ ... อาคีลิสถูกพ่อสั่งให้ออกเดินทางไปกับโอดิสซีอุส ... มีบทสนทนาที่ทำให้คนอ่านเข้าใจอาคีลิสมากขึ้น เขาไม่ใช่คนเถื่อนไร้น้ำใจ แต่...เขาถูกกดดันให้เป็นฮีโร่ตั้งแต่เด็ก การแข่งขันคือชีวิต เขาต้องเป็นผู้ชนะตลอดเวลา

การสนทนาระหว่างอาคีลิสและโอดิสซีอุส ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างอาคีลิสและเฮ็คเตอร์ ... เฮ็คเตอร์เป็นที่รักของทุกคน เพราะเขาใส่ใจและห่วงใยคนอื่นๆ อย่างแท้จริง ((เฮ็คเตอร์จำชื่อทหารใต้บังคับบัญชาได้หมดทุกคน รู้จักไปถึงครอบครัว เขาใส่ใจกับทุกคนจริงๆ)) ส่วนอาคีลิสโดดเดี่ยว มีเพื่อนสนิทคนเดียวที่โตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กคือ พาโทรคลอส

มีคนส่งข่าวมาบอกว่า ราชาเพเลอุส...พ่อของอาคีลิสตาย อาคีลิสกลายเป็นพระราชา ส่วนเมืองของโอดิสซีอุสถูกรุกราน ... อาคีลิสอาสาไปช่วยโอดิสซีอุสด้วยเพราะเขาเห็นว่าโอดิสซีอุสเป็นเพื่อนของเขา ((อ่านแล้วถึงจะรักเฮ็คเตอร์ แต่ก็เกลียดอาคีลิสไม่ลง -*-))

...

เฮลิคาออนร่วมรบกับโอดิสซีอุสและอาคีลิส ช่วยเหลือเพเนโลปจนได้ ... จบการรบตรงนี้แล้ว เฮลิคาออนก็ล่องเรือต่อไปทางตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อซื้อหาสังกะสีมาทำอาวุธ และแวะที่ Seven Hills ... สถานที่ซึ่งเขาและโอดิสซีอุสส่งคนหนีไปตั้งถิ่นฐานก่อนเกิดสงคราม ...




ระหว่างการเดินทางนี้ เฮลิคาออนกับอันโดรมาชอดทนไม่ได้ ร่วมรักกันและกลายเป็นคนรักกัน ((อ่านแล้วก็โกรธสองคนนี้จริงๆ อันโดรมาชนอกใจเฮ็คเตอร์ ส่วนเฮลิคาออนมีอะไรกับภรรยาเพื่อนรัก ขณะที่เฮ็คเตอร์ไปรบอยู่ ฮ่วย -_-" ))


.......


ตัดกลับไปที่ฝั่งทรอย...

เฮ็คเตอร์พยายามสู้รบอย่างเต็มที่

บาโนเคิลส์ ((จำได้ไหมคะ นักรบชาวไมคีน ตัวเด่นจากเล่มที่แล้ว)) เป็น accidental hero อย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่เป็นคนคิดน้อย แต่ก็จับพลัดจับผลูได้เป็นถึงนายพลกับเขาด้วย คาเลียเดสนักคิดกลับเป็นแค่ทหารธรรมดา ทั้งสองคนก็ยังเป็น sword brother หรือพี่น้องร่วมรบกันเหมือนเดิม


ศัตรูล้อมรอบเข้ามาทุกด้าน ราชา Priam มีอาการประมาณอัลไซเมอร์ เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง สั่งการอะไรโง่ๆ ทำให้ทหารใต้บังคับบัญชาของเฮ้คเตอร์ตายไปเยอะมาก


ผู้ที่ดูแลในเมืองจึงเป็นเจ้าชายโพลิเทส...น้องชายต่างมารดาอีกคนของเฮ็คเตอร์ ...

ช่วงนี้จะมีบรรยายเรื่องการรบเยอะค่ะ ขอข้ามไปถึงจุดสำคัญๆ เลยละกัน

ทรอยถูกปิดล้อม ภายในกำแพงใหญ่ปลอดภัยจากข้าศึกก็จริง แต่...อาหารและน้ำขาดแคลน ผู้คนอดอยากหิวโหย ... อนาคตของทรอยถูกขีดเอาไว้แล้ว ทรอยจะต้องล่มสลาย ทุกคนจะต้องตาย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง


...


เฮลิคาออนฝ่ากองทัพเรือของไมคีนพาอันโดรมาชกลับมาถึงชายหาดของเมืองทรอย เฮ็คเตอร์มารับคนทั้งสองที่นั่น เขาบอกถึงสถานการณ์ทั้งหมดของทรอยให้ทั้งสองฟัง ปารีส เฮเลน แอนติโฟเนส ตายหมดแล้ว ในเมืองมีแต่โพลิเทสดูแล

ตอนนี้กำแพงเมืองทรอยและประตูทุกแห่งถูกปิดแน่หนา ทหารม้าของเฮ็คเตอร์อยู่ด้านนอก ไม่มีใครสามารถเข้าและออกเมืองทรอยได้ ((ออกจากทรอยก็ถูกทหารไมคีนฆ่าทิ้ง))

เฮ็คเตอร์บอกให้อันโดรมาชไปกับเฮลิคาออน ซึ่งจะคอยจัดการกับกองทัพเรือของไมคีนอยู่ด้านนอก แต่อันโดรมาชไม่ยอม เธอจะอยู่ในทรอยกับลูกของเธอ Astyanax และลูกของฮาลิเซีย...เด็กเซียส

คนทั้งสามบอกลากันและกันบนชายหาดนั้น โดยไม่คิดว่าจะได้พบกันอีกแล้วในชีวิตนี้


...

เหล่าทหารม้าของเฮ็คเตอร์ที่อยู่นอกกำแพงเมืองคอยปล้นขบวนสเบียงของพวกไมคีนสำเร็จหลายหน แต่...สุดท้ายก็โดนกับดัก ถูกทหารไมคีนล้อมไว้

เฮ็คเตอร์นำทหารฝ่าวงล้อมออกไปได้ แต่...เขาค่าพาโทรคลอส...เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของอาคีลิสตายไปด้วย


อาคีลิสโกรธแค้นมากๆ และพยายามท้าเฮ็คเตอร์ให้ออกมาสู้กับเขา แต่เฮ็คเตอร์เห็นว่าการสู้กันของคนสองคนเป็นเรื่องไร้สาระ


แต่...ในที่สุดทางฝ่ายไมคีนก็ยื่นข้อเสนอที่เฮ็คเตอร์ไม่มีทางปฏิเสธได้

อากาเมมนอนให้คำปฏิญาณว่า ถ้าหากเฮ็คเตอร์ยอมออกมาสู้กับอาคีลิสตัวต่อตัว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ผู้หญิงและเด็กของเมืองทรอย...ยกเว้นพวกราชนิกูล...จะได้รับการละเว้น โอดิสซีอุสเป็นผู้รับรองข้อตกลงนี้ เฮ็คเตอร์จึงยอมทำตาม


เฮ็คเตอร์กลับเข้าไปในเมืองเพื่อแจ้งข่าวต่อราชา Priam ช่วงเช้าผู้หญิงและเด็กจึงทยอยหนีออกจากเมืองทรอย ...

ตอนที่เฮ็คเตอร์ไปคุยกับอันโดรมาช...เฮ็คเตอร์น่าสงสารมากๆ ค่ะ ถึงอันโดรมาชจะรู้ว่า ชีวิตของเธอ แอสต์ยาแน็กซ์ และ เด็กซ์เซียส จะไม่ได้รับการยกเว้น แต่เธอก็ปลอบสามีว่า อย่างน้อยการกระทำครั้งนี้ของเขาก็จะช่วยชีวิตผู้หญิงและเด็กๆ ของเมืองทอยได้หลายร้อยคน เฮ็คเตอร์กอดเธอเอาไว้และบอกว่า

"It's not enough. I can never do enough." ... โฮ...คนอ่านน้ำตาคลอ TT^TT


การต่อสู้ระหว่างเฮ็คเตอร์กับอาคีลิสเริ่มขึ้นในตอนบ่ายอย่างดุเดือด ... และจบลงอย่างเลวร้ายที่สุด ...


เฮ็คเตอร์และอาคีลิสต่างก็โดนดาบของกันและกันไปหลายแผล แต่จู่ๆ อาคีลิสก็อ่อนแรงลง มีคนตะโกนว่าเฮ็คเตอร์เป็นคนวางยาพิษ เหล่าทหารไมคีนจึงกรูลงไปจะจัดการกับเฮ็คเตอร์ แต่อาคีลิสตะโกนว่า ไม่ใช่เฮ็คเตอร์

ความจริงก็คือ...อากาเมมนอนผู้ซึ่งต้องการให้ทั้งคู่ตายอยู่แล้ว เพราะถ้าเฮ็คเตอร์ตาย ขวัญและกำลังใจของทรอยก็จะเหือดหาย และ...ถ้าอาคีลิสอยู่ ก็จะเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต ... เขาจึงให้นักบวชแห่ง Ares ป้ายยาพิษไว้บนดาบ ...

โอดิสซีอุสจับตัวคนร้ายได้ แต่...ฮีโร่ทั้งสองคน เฮ็คเตอร์กับอาคีลิสก็ตายไปแล้ว


การต่อสู้ระหว่างเฮ็คเตอร์และอาคีลิส และการที่อากาเมมนอนวางแผนชั่ว ทำให้โอดิสซีอุสและเนสเตอร์ (ราชาอีกคน) ถอนตัวจากสงคราม


...

อากาเมมนอนพยายามบุกทรอยต่อไป ... ในหนังสือเล่มนี้ไม่มีทริกเรื่องม้าไม้นะคะ

ทริกในเรื่องคือ อากาเมมนอนให้ทหารฝั่งไมคีนปลอมตัวเป็นทหารม้าของทรอยที่ถูกไล่ล่า หนีตายจากทหารไมคีน ร้องขอให้เปิดประตู คนเฝ้าประตูนึกว่าเป็นพวกเดียวกันเลยเปิดให้เข้ามา ...

ช่วงนี้ก็จะเป็นสงครามเลือดสาดค่ะ

บาโนเคิลส์ คาเลียเดส อันโดรมาช และตัวละครอื่นๆ ปกป้องทรอย ต่างตั้งใจที่จะสู้ให้ถึงที่สุด

ราชา Priam และเจ้าชายโพลิเทสถูกฆ่าตาย

ขณะที่กำลังจะหมดหวัง เหลือคนอยู่ไม่กี่คน อยู่ในฐานสุดท้าย เฮลิคาออนก็โผล่มาจากกำแพงฝั่งเหนือซึ่งเป็นกำแพงฝั่งที่ชันที่สุด พอดีกับที่อันโดรมาชกำลังมองไปที่นั่นพอดี จึงหย่อนเชือกให้เขา เฮลิคาออนจึงได้มาช่วยรบอีกคนหนึ่ง

เฮลิคาออนที่ตั้งใจจะมาช่วยคนรักและลูก เห็นว่าเพื่อนร่วมรบกำลังลำบาก ต่อให้ถึงต้องตาย เขาก็ทิ้งคนเหล่านี้ไม่ได้ เขาจึงตั้งใจว่า จะช่วยอันโดรมาชและเด็กๆ หนีไปก่อน ((เรือ Xanthos รออยู่ที่ชายหาด))

เฮลิคาออนอุ้มเด็กซ์เซียส คาเลียเดสอุ้มแอสต์ยาแน็กซ์ ต่างปีนเชือกลงไปพร้อมกับอันโดรมาช แต่พอจะปีนกลับขึ้นไป บาโนเคิ้ลส์ก็ตัดเชือกทิ้ง และบอกให้คนทั้งหมดหนีไป

คาเลียเดสต่อว่าบาโนเคิลส์ แต่บาโนเคิลส์ก็บอกว่า นี่เป็นของขวัญให้เพื่อนร่วมตาย เขาจึงยอมรับ

เฮลิคาออนจะไม่ยอม จนในที่สุดอันโดรมาชจึงต้องบอกความจริงไปว่า แอสต์ยาแน็กซ์เป็นลูกของเขา ไม่ใช่ลูกของเฮ็คเตอร์

ทั้งหมดจึงหนีขึ้นเรือไป

...


ที่ปราการสุดท้ายของทรอย ... โพลีโดรัส...ทหารอินทรีย์คนสนิทของ Priam บอกบาโนเคิลส์ว่า รู้ไหมว่า ตอนนี้ราชาแห่งทรอยคือใคร

บาโนเคิลส์ก็งง

โพลิโดรัสบอกว่า ก็ตอนนี้ Priam ตายไปแล้ว Astyanax ก็ออกจากเมืองไปแล้ว บาโนเคิลส์เป็นทหารที่มียศสูงที่สุดในตอนนี้ ดังนั้น...ราชาของทรอยก็คือ บาโนเคิลส์

ซึ่งก็เป็นไปตามคำทำนายนะคะว่า...ราชาคนสุดท้ายของทรอยจะเป็นชาวไมคีน

บาโนเคิลส์สู้จนตัวตายค่ะ


...


อากาเมมนอน เมเนลาอุส และ ไอโดเมเนออส (ราชาอีกคน) พยายามหาสมบัติของ Priam แต่ก็ไม่พบ ((ทั้งหมดไม่รู้ว่า สมบัติของทรอยหมดสิ้นไปแล้ว เพราะต้องนำมาใช้จ่ายในการสงคราม)) อากาเมมนอนมั่นใจว่า เฮลิคาออนจะต้องเป็นคนนำสมบัติหนีไปแน่ๆ

ปรากฎว่า...Tudhaliyas จักรพรรดิแห่งฮิตไทต์ก็นำทหารสามหมื่นคนมาที่ทรอย บอกว่าจะทำลายเมืองทรอยทิ้ง บีบให้อากาเมมนอนพากองทัพออกจากทรอยไป

ซึ่งอากาเมมนอนก็โอเค เพราะไม่ต้องการสร้างเมืองทรอยขึ้นมาใหม่ เขาต้องการแค่สมบัติเท่านั้น และตั้งใจจะไล่ล่าเฮลิคาออนแทน


...


เฮลิคาออนแล่นเรือ Xanthos ไปถึงเกาะธีรา ด้วยความตั้งใจว่าจะรับคาสซานดร้าไปด้วยกัน

อันโดรมาชขึ้นไปที่อารามและพบว่า อารามว่างเปล่า เหลือเพียงไอพิจีเนียและคาสซานดร้าที่ป่วยหนักมากจนใกล้ตาย

ไอพีจีเนียบอกว่า คาสซานดร้าบอกว่าเกาะนี้จะล่มสลาย และบังคับให้เหล่านักบวชหนีออกไปจากเกาะจนหมดสิ้น ส่วนไอพีจีเนียไม่ยอมไปเพราะเชื่อว่าอากาเมมนอนจะมารับเธอ

อันโดรมาชพยายามพาตัวคาสซานดร้าไป แต่คาสซานดร้าไม่ยอม เธอบอกว่าเธอจะต้องตายที่นี่พร้อมกับราชาสามองค์

อันโดรมาชถามคาสซานดร้าว่าคำทำนายเรื่อง Eagle Child จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร คาสซานดร้าบอกว่า แอสต์ไทแน็กซ์จะตั้งอาณาจักรใหม่ซึ่งจะรุ่งเรืองและคงอยู่ต่อไปเป็นพันปี

สุดท้ายพวกเฮลิคาออนก็แล่นเรือจากเกาะธีราไป


...

อากาเมมนอน เมเนลาอุส ไอโดเมเนออสมาถึงที่เกาะธีรา อากาเมมนอนจำน้องสาวของตัวเองไม่ได้ จึงฆ่าอีพิจีเนียทิ้ง ... เขาพยายามบังคับให้คาสซานดร้าบอกว่า เฮลิคาออนเอาสมบัติเมืองทรอยไปไหน

คาสซานดร้าจึงบอกว่า สมบัติแห่งทรอยไม่มีแล้ว และเฮลิคาออนก็ไปไกลเกินกว่าที่อากาเมมนอนจะไปถึง

และ...ราชาทั้งสามองค์จะต้องตายที่นี่


แล้วก็เกิดภูเขาไฟระบิดขึ้นมาค่ะ ...

เกาะธีรามีรูปร่างเหมือนเกือกม้า และมีรูปสลักรูปม้าด้วยค่ะ เป็นไปตามคำทำนาย


ตัดฉากไปที่อียิปต์ ... ภูเขาไฟระบิดนี้ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์วิบัติในอียิปต์นะคะ แม่น้ำไนล์กลายเป็นสีเลือด ฝนกบหล่นจากฟ้า ฯลฯ และโมเสสก็จะเข้าเฝ้ารามเสสเพื่อขอให้รามเสสปลดปล่อยชาวทะเลทรายให้พ้นจากการเป็นทาสอีกครั้ง


...

ปิดท้ายเรื่องที่บทส่งท้าย อีกหลายๆ ปีผ่านไป อันโดรมาชกำลังมองเรือ Xanthos อยู่ ขณะที่หลานชายชื่อไดออสวิ่งมาหา ถามว่าปู่จะขึ้นไปทานอาหารกับเหล่าเทพที่ Hall of Heros คืนนี้ใช่ไหม

ศพของเฮลิคาออนอยู่บนเรือ Xanthos ที่จะแล่นออกสู่ทะเลเป็นครั้งสุดท้าย

ลูกทั้งสองของเขา แอสต์ไทแนกซ์ และเด็กซ์เซียส ที่ถูกคนท้องถิ่นเรียกว่า Iulos กำลังเตรียมเรืออยู่

พอเรือออกไปสู่ทะเลแล้ว อันโดรมาชก็ยิ่งธนูไฟไปที่นั่น บอกลาคนรักกับเรือที่ลุกเป็นไฟ


จบ >_<


อ่านเรื่องนี้จบแล้วสงสารเฮ็คเตอร์จับใจ ทำไมชีวิตถึงได้รันทดถึงขนาดนั้น ... เฮลิคาออนยังหาความสุขเจอในตอนท้าย แต่เฮ็คเตอร์ตายอย่างฮีโร่ที่น่าเศร้าจริงๆ ค่ะ TT^TT



ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา ...

เมืองที่ราชาไอเนียส หรือเฮลิคาออน ตั้งขึ้นมาใหม่นั้นก็คือ "โรม" นั่นเองค่ะ ^^






ไม่เคยรีวิวเรื่องไหนละเอียดเท่าชุดนี้เลยนะคะ ... ประทับใจมากจริงๆ ใครชอบแนว Epic แนะนำเลยค่ะ


อ่านเรื่องนี้จบแล้วอยากดูหนังเรื่อง Troy อีกสักรอบ

** ขอย้ำอีกครั้งว่า หนังสือเล่มนี้ไม่เหมือนในหนังนะคะ แต่ตอนอ่านก็อดนึกถึงดาราจากเรื่อง Troy ไม่ได้ มันติดตาน่ะค่ะ ^^

ในเรื่องนี้ เฮ็คเตอร์ผมสีทอง ตาสีฟ้า ... Eric Bana รูปลักษณ์ภายนอกไม่ให้ แต่บุคคลิกและแววตาใช่เลยค่ะ อ่อนโยน รักสงบ ใจดี แบกภาระอันหนักอึ้งบนไหล่

อาคีลิสในเรื่องผมและตาสีเข้ม ... ในหนัง Brad ผมทองเชียว แต่บุคคลิกก็ได้อีกเช่นกัน


ที่ไปกันคนละเรื่องกับในหนังก็คือ Paris กับ Helen ค่ะ เอิ๊ก


ในหนังมี Aeneas กับ Andromache ด้วย แต่...ไม่เด่นเลย >_<

เอารูปจากในหนังมาแปะนิดนึง


เฮ็คเตอร์กับอันโดรมาช ในหนังจำเธอไม่ได้เลย *-* ในหนังสืออันโดรมาชผมสีแดงตาสีเขียว ใบหน้าค่อนข้างแข็ง ไม่ใช่คนสวยมาก แต่สง่างาม เข้มแข็งเหมือนเทพธิดา และยิงธนูเก่งมากๆ ค่ะ ((ส่วนรูป Aeneas หรือ เฮลิคาออน...หาไม่เจอ เห็นว่าในหนังยังเป็นแค่ "เด็กหนุ่ม" อยู่เลย 555))




เมืองทรอย...ในหนังสือบอกว่า หลังคาวังทำจากทองนะคะ อิอิ




ชายหาด




ม้าไม้เมืองทรอย ซึ่งในเรื่องนี้ "ไม่มี"





ปิดท้าย...ไอซ์ไปเที่ยวตุรกีเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เมืองทรอยไม่เหลืออะไรให้เห็นแล้วค่ะ ถูกขุดรากจนเห็นแต่กำแพงเมืองเก่า ... เมืองทรอยถูกเมืองอื่นๆ สร้างทับไปหลายๆ ชั้น






รูปนี้เป็นม้าที่ตั้งโชว์ในเมืองทรอยค่ะ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปข้างใน สัมผัสบรรยากาศดูได้ ... ป๊อกแป๊กมากง่ะ




ส่วนรูปนี้เป็นม้าเมืองทรอยจากภาพยนตร์เรื่อง Troy ได้รับมาตั้งริ่มฝั่งทะเล แลดูดีกว่าตัวข้างบนมาก ได้อารมณ์แบบสร้างจากไม้ทำเรือจริงๆ สวยมากค่ะ




^^


Create Date : 25 มีนาคม 2553
Last Update : 25 มีนาคม 2553 10:13:06 น. 7 comments
Counter : 4543 Pageviews.

 
อ่า..อยากอ่านอย่างแรง เสนอสนพ.แปลเหอะค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:9:37:14 น.  

 
อยากอ่านภาคภาษาไทยด้วยคนค่ะ


โดย: กานต์ IP: 10.1.102.53, 115.31.137.133, 117.121.208.2 วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:9:48:22 น.  

 


โฮกก เศร้า~ ถ้าสร้างเป็นหนังฉากที่เฮคเตอร์บอกลากับอันโดรมาชคงน้ำตาท่วมโรงกันแน่ๆ

ขอบคุณนะคะคุณไอซ์ที่รีวิวให้อ่านกัน^^ แค่อ่านเรื่องย่อๆยังสนุกเลย ชอบการตีความเฮเลนที่ไม่ได้สวยแต่รูปภายนอกจังค่ะ เฮ้อ..เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งกันจริงๆ เฮลิคาออนกับศรีภรรยาเพื่อน -*- (คนอ่านเคือง) อาคิลิสก็แอบน่าสงสาร...

คิดว่าถ้าอป.อ่านต้องชอบเล่มนี้ที่สุดแน่เลยค่ะเพราะชอบฉากรบแบบepicยกทัพตีกัน

ปล.เรื่องนี้ปารีสกลายเป็นหนุ่มเนิร์ดไปซะแล้ว


โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:9:59:37 น.  

 
โฮๆ ทำไมเรื่อง epic ต้องมีตัวละครชีวิตบัดซบตลอดเลยนะ


โดย: ทินา IP: 221.128.101.33 วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:12:58:00 น.  

 
คิดมาตลอดว่าปารีสเป็นพวกกร้องแกร้ง พึ่งพาไม่ได้
แต่ไม่พออ่านว่าอาคีลีสเป็นพวกชอบการแข่งขัน ก็เห็นด้วยนะ

เรื่องนี้เอาไปทำหนังน่าจะสนุก แต่ฉากคงอลังการงานสร้างงบบานเบอะ 5555


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:15:46:16 น.  

 
...ฮา อยากให้มีคนแปลเหมือนกันค่ะพี่เต้ย คุณกานต์ เท่าที่รู้ยังไม่มีคนเอาหนังสือของ Gemmell มาแปลไทยเลย สนุกออก >_<


...โฮ นั่นสิคะอป. ขนาดอ่านยังน้ำตานอง T^T อ่านเล่มจริงจะสนุกกว่านี้มากค่ะ ที่รีวิวนี่ตัดตัวละคร ตัดโน่นนี่ออกเยอะมากๆๆๆๆๆ

อ่านเองจะยิ่งเคืองอันโดรมาชค่ะ ตอนเฮลิคาออนพาอันโดรมาชกลับมาถึงทรอย พอเห็นเฮ็คเตอร์มารับ เธอรู้สึกผิด เพราะใจจริงหวังว่า เฮ็คเตอร์จะไปรบอยู่ทางเหนือ เธอกับเฮลิคาออนจะได้ป่ามป๊ามกันต่อไป T^T


...ต้องถามลุง Gemmell ซะแล้วล่ะนุช ((แต่ลุงไปสวรรค์แล้ว T^T)) ตั้งแต่อ่านเรื่องของลุงมา ชีวิตฮีโร่ บัดซบมากๆ T^T


...555 แต่ตอนบรรยายปารีสนี่นะพี่ติ่ม ไหล่ลู่ หัวเถิก อะค่ะ ลาก่อน โอลันโด้ T^T 555

เอาไปทำหนังคงคล้ายๆ กับ Troy มั้งคะ หมายถึงฉาก การลงทุน และอื่นๆ แต่เปลี่ยนจุดโฟกัสตัวเอก ^^


โดย: Clear Ice วันที่: 26 มีนาคม 2553 เวลา:8:37:36 น.  

 
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books


โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:59:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.