Winter must be cold for those with no warm memories
 
 

วิธีเปลี่ยนหมายเลขที่บันทึกในมือถือเป็น 10 หลัก

ที่มา: Fwd. Mail

เนื่องจากระบบมือถือของประเทศไทยเปลี่ยนจาก 9 หลัก เป็น 10 หลัก เพิ่มหมายเลข 08 แทนที่เลข 0 ตัวหน้า ดังรูปแบบต่อไปนี้

เลขหมาย รูปแบบเดิม ( 9 หลัก) เลขหมาย รูปแบบใหม่ ( 10 หลัก)
0-1XXX-XXXX 08-1XXX-XXXX
0-3XXX-XXXX 08-3XXX-XXXX
0-4XXX-XXXX 08-4XXX-XXXX
0-5XXX-XXXX 08-5XXX-XXXX
0-6XXX-XXXX 08-6XXX-XXXX
0-7XXX-XXXX 08-7XXX-XXXX
0-8XXX-XXXX 08-8XXX-XXXX
0-9XXX-XXXX 08-9XXX-XXXX

ขอเรียนแนะนำวิธีการเปลี่ยนหมายเลขที่บันทึกในมือถือของท่านให้เป็นระบบใหม่ 10 หลัก ด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้


สำหรับ DTAC
แบบที่ 1
1. กด *7099 แล้วโทรออก
2. ท่านจะได้รับบริการ Service ให้ท่านกด Retrive (โทรศัพท์ของท่านต้องเปิด GPRs) เพื่อเข้าสู่เว็ปไซต์ของ DTAC
3. จากนั้นให้ท่าน Download ตามขั้นตอนในเว็ป
4. จากนั้นให้ทำการ Install Program
5. เปิดโปรแกรม TenDigits แล้วเลือก Options Convert to 10 Digits

* สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2549

แบบที่ 2
1. ส่ง SMS ไปที่ 7099 โดยไม่ต้องพิมพ์ข้อความ
2. ท่านจะได้รับบริการ Service ให้ท่านกด Retrive (โทรศัพท์ของท่านต้องเปิด GPRs) เพื่อเข้าสู่เว็ปไซต์ของ DTAC
3. จากนั้นให้ท่าน Download ตามขั้นตอนในเว็ป
4. จากนั้นให้ทำการ Install Program
5. เปิดโปรแกรม TenDigits แล้วเลือก Options Convert to 10 Digits

* สามารถใช้ได้รูปแบบนี้ได้ทันที

สำหรับ AIS

1. กดหมายเลข *184# แล้วกดโทรออก
2. ท่านจะได้รับบริการ Service ให้ท่านกด Retrive (โทรศัพท์ของท่านต้องเปิด GPRs) เพื่อเข้าสู่เว็ปไซต์ของ AIS
3. จากนั้นให้ท่าน Download ตามขั้นตอนในเว็ป
4. จากนั้นให้ทำการ Install Program
5. เปิดโปรแกรมเ 08_PhoneBook พื่อ Convert หมายเลขโฟนบุ๊ค ตามขั้นตอนของโปรแกรม

* สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2549

สำหรับ TRUE MOVE

สำหรับ TRUE ไม่มีโปรแกรมให้ Download ท่านสามารถติดต่อได้ที่ True Shop ทุกสาขา

* สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2549

* กรณีที่ท่าน Download Program แล้วไม่สามารถติดตั้งโปรแกรมได้

หมายความว่าโทรศัพท์ของท่านไม่สามารถใช้งานโปรแกรมดังกล่าวได้ ท่านสามารถเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ในโฟนบุ๊คของท่าน ด้วยวิธีการต่อ ดังไปนี้

แบบที่ 1 กรณีที่หมายเลขโทรศัพท์ในโฟนบุ๊ค ของท่านมีไม่มาก ให้ท่านแก้ไขหมายเลขโทรศัพท์ในโฟนบุ๊คของท่านดังรูปแบบด้่านบน
แบบที่ 2 กรณีที่หมายเลขโทรศัีพท์ในโฟนบุ๊คของท่านมีมาก และไม่สะดวกในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง ท่านสามารถติดต่อศูนย์มือถือของทุกระบบได้




 

Create Date : 15 กันยายน 2549   
Last Update : 15 กันยายน 2549 8:14:00 น.   
Counter : 525 Pageviews.  


+ ทำนายนิสัยจากเวลาเกิด +

เก็บมาฝากจาก Fwd. Mail เจ้าค่ะตรงกันมั่งรึเปล่าเอ่ย?



* เวลา ๐๕.๐๐-๐๖.๕๙
เป็นคนที่มีมารยาท ทำอะไรระมัดระวัง ค่อนข้างละเอียดถี่ถ้วน ทำงานอะไรแล้วไม่ยอมให้ตกหล่นง่ายๆ เป็นคนใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น อารมณ์เสียง่าย แต่ไม่นานก็กลับมายิ้มอย่างเดิมแล้ว ค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร แต่ไม่ใช่คนแอนตี้สังคม เพีงแต่ไม่ชอบอะไรที่วุ่นวายเท่านั้นเอง

* เวลา ๐๗.๐๐-๐๘.๕๙
เป็นคนที่มีบุคคลิกของความเป็นผู้นำ ทำให้ผู้อื่นเชื่อถือได้ง่าย เป็นคนไม่กลัวใคร ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ชอบความท้าทาย เป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

* เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๕๙
เป็นคนที่ค่อนข้างเนี้ยบ ชอบความสะอาดสะอ้าน รสนิยมดี เป็นคนที่สุภาพอ่อนโยน มีมารยาท เข้ากับคนได้ง่าย จัดว่าเป็นคนมีเสน่ห์ทีเดียว เป็นคนที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน มีเป้าหมายในชีวิต

* เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๕๙
เป็นคนร่าเริง มีอารมณืขัน อยู่ที่ไหน ก็ได้เฮที่นั่น เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัย การได้พบเห็นอะไรใหม่ๆ ทำให้มีความสุข เป็นคนมีชีวิตชีวา กระตือรือร้น ไม่จู้จี้ จุกจิก

* เวลา ๑๓.๐๐-๑๔.๕๙
เป็นคนที่รักสงบ ไม่ชอบอะไรที่สับสนวุ่นวาย ทำอะไรค่อนข้างระมัดระวังจนบางทีทำให้ชีวิตหมดสนุก เป็นคนที่ซื่อสัตย์ จิตใจดี เป็นคนที่อ่อนน้อม สุภาพ ไม่ชอบทะเลาะกับใคร มีความประนีประนอมสูง ถ้ารักใครขึ้นมาละก็รักจริง ทุ่มเททุกอย่างเพื่อความรัก

* เวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๕๙
เป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองอยู่เสมอ ไม่สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร มักจะทำก่อนที่จะคิด จึงต้องมีเรื่องปวดหัวอยู่เรื่อย เป็นคนที่ฉลาดไหวพริบดี เอาตัวรอดเก่ง กล้าพูด กล้าทำ มีจิตใจที่กล้าแกร่ง เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างคล่องไปสักนิด แต่เป็นคนที่จิตใจดีทีเดียว ไม่กะล่อนอย่างที่เห็นภาพนอก

* เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๔๙
เป็นคนที่ไว้ตัว มีความคิดที่ค่อนข้างก้าวร้าว เชื่อมั่นในตัวเองสูง ชอบทำอะไรตามระเบียบ ค่อนข้างจู้จี้ ขี้บ่น ทำอะไรละเอียดถี่ถ้วน ไม่ชอบทำอะไรออกนอกลู่ นอกทาง ทำงานอย่างจริงจัง มีมาตรฐานในการทำงานที่สูงมาก ไม่ชอบทำอะไรชุ่ยๆ

* เวลา ๑๙.๐๐- ๒๐.๕๙
เป็นคนขยันขันแข็ง สู้งานหนักทไม่ท้อถอย ทำอะไรตรงไปตรงมา กล้าพูด กล้าทำ เป็นคนกระตือรือร้นในทุกๆ เรื่อง ไม่ชอบฝันกลางวัน ชอบทำความฝันให้เป็นจริงมากกว่า ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ใจกว้าง เป็นคนที่น่าคบ มีความจริงใจให้กับทุกคน

* เวลา ๒๑.๐๐-๒๒.๔๙
เป็นคนไม่ช่างพูด แต่โรแมนติก ชอบทำอะไรให้ประหลาดใจ ใจดี พูดจาสุภาพ มีเสน่ห์ ไม่ชอบทำอะไรเร่งร้อน จัดว่าเป็นคนเฉื่อย มีความนุ่มนวลอ่อนโยน

* เวลา ๒๓.๐๐-๐๐.๕๙
เป็นคนมีชีวิตชีวา ไม่อยู่นิ่ง ชอบท่องเที่ยวในที่แปลกใหม่ ชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ เป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนรักอิสระมาก ไม่ยอมผูกพันธ์กับใครง่ายๆ

* เวลา ๐๑.๐๐-๒.๕๙
เป็นคนใจเย็น แต่ถ้าโกรธจะรุนแรง ทำอะไรเชื่องช้า ทำไปเรื่อยๆ แต่เป็นคนที่ร่าเริงเข้ากับคนง่าย

* เวลา ๐๓.๐๐-๐๔.๕๙
เป็นคนชอบทำอะไรท้าทาย เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ยอมแพ้ใคร เป็นคนใจกว้าง มองโลกในแง่ดี กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ค่อนข้างดื้อ แต่รักใครรักจริง แต่เป็นคนตกหลุมรักได้ง่าย




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 22 พฤษภาคม 2549 9:45:58 น.   
Counter : 514 Pageviews.  


วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และ เบาขึ้น

**** พอดีได้รับเรื่องนี้จาก Forward Mail เราอ่านแล้วเห็นว่าดีและมีประโยชน์เลยนำมาฝากกันค่ะ ช่วงนี้เรางานยุ่งอ่ะ อาจจะไม่ค่อยได้แวะไปเยี่ยมเพื่อนๆที่บล็อคเท่าไร แต่จะพยายามทยอยๆแวะไปทักทายนะคะ ขอให้มีความสุขในการดำเนินชีวิตค่ะ ****

โดย ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ (จิตแพทย์)

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้เปิดตู้เสื้อผ้าดูเห็นมีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้เต็มตู้ไปหมด เคยนึกจะใช้เวลาเลือกเอาสิ่งที่เลิกใช้ไปแล้วไปบริจาคที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ยังไม่ได้ทำสักที เอาล่ะ...วันนี้เริ่มทำเสียที... ปรากฏว่า รื้อ ค้น ได้เสื้อ กางเกง เสื้อกันหนาวมากมายที่ไม่ได้ใช้แล้วหรือไม่อยากใช้แล้วนับเป็นร้อยชิ้น เมื่อเอาของออกจากบ้านไปบริจาคแล้ว มีความรู้สึกว่าตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้น ตัวเองก็เบาลง ใจก็สบายขึ้นอย่างประหลาด รู้แล้วล่ะ...สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้นคือ การทำให้ชีวิตโล่งและเบาขึ้นนั่นเอง


วันนี้เรามาคุยกันถึงวิธีทำให้ชีวิตเบาขึ้น โล่งขึ้น สบายขึ้นดีไหม? วิธีทำให้ชีวิตโล่ง และ เบาขึ้น เช่น...

1. เก็บของที่ไม่ใช้ เลิกใช้ เอาไปบริจาคให้ผู้เดือนร้อน เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์เก่าๆ อย่าไปเสียดายกับของที่ไม่ใช้แล้วเลย

2. ลดงานที่เครียดๆ ลงบ้าง เช่นงานประชุมที่เอาจริงเอาจังงานที่แข่งขัน และหวังผลสูง ถ้าเลือกได้ลาออกจากการเป็นกรรมการอะไรต่อมิอะไรเสียบ้างก็ได้ บรรยากาศของการประชุมมักจะเครียดเสมอ สารความเครียดก็หลั่งตลอดเวลา...รู้ไหม?

3. เลือกไปงานที่สำคัญและควรจะไปเท่านั้นไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย

4. อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารให้น้อยลง โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมหรือข่าวเครียดๆ ที่ซ้ำกันทุกวัน

5. เลิกดูรายการทีวี.ที่เครียด หรือรายการข่าวหนักๆ ที่ซ้ำๆ กันทุกวัน เช่น รายการที่มีพิธีกร มานั่งเถียงกัน พูดแข่ง พูดแซวกัน 2-3 คน ดูไปฟังไฟแทนที่จะสบายใจกลับเครียดมากขึ้น น่าเบื่อด้วยซ้ำ

6. อย่ารับปากหรือสัญญาว่าจะทำอะไรให้ใครๆ ง่ายๆ ด้วยความเกรงใจเลยหัดปฏิเสธให้เป็น

7. อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคนอื่นเลยทำได้ยากมากจะทำให้เราจมปลักอยู่กับความผิดหวังในตัวคนอื่น และเกลียดชังสังคมรอบตัว พยายามรักคนอื่นและยอมรับเขาตามความเป็นจริงเถิด ถ้ารักไม่ลง ก็มองข้ามเขาไป และลดความคาดหวังในตัวเขาลงด้วย เมื่อเวลาผ่านไป เราหันไปมองเขาใหม่ เราจะเข้าใจ ยอมรับและรักเขาตามความเป็นจริงได้มากขึ้น

8. หัดไปไหนมาไหนคน เดียว เป็นเพื่อนตนเองได้จะลดขั้นตอนและความยุ่งยากใจ เวลาจะต้องทำอะไร หรือไปไหนได้มากขึ้น

9. ลดความบ้างาน บ้าเงิน บ้าอำนาจ บ้าเกียรติยศชื่อเสียงลงบ้างจะทำให้คุณไม่เครียดกับการเฆี่ยนตัวเอง ให้ทำงานหนัก และแข่งขันกับคนรอบข้างตลอดเวลา จนลืมสร้างมิตรและไม่เคยพอใจตัวเองเลยไม่ว่า จะได้มามากเท่าไร

10. ถ้าจะรักใครสักคน อย่าหลงรักเขาทั้งหมดของชีวิตและอย่าเข้าไปก้าวก่ายชีวิตเขาด้วยจงคิดเพียงจะอยู่ข้างๆ เขาก็พอแล้ว การรักแบบนี้จะทำให้รักกันได้นานๆ

11. ลองแบ่งเวลาวันละ 1 ชั่วโมง ล้างจิตใต้สำนึกที่ไม่ดีออกไปให้หมด

ลองทำดูตามที่แนะนำมานะครับ เราจะรู้สึกว่าชีวิตโล่งและเบามากขึ้น เหมือนใส่เสื้อผ้าหลวมๆไม่คับ แคบ หรือรัดรึง อึดอัด เวลาตัวเอง เบาๆ ใจสบายๆ ความคล่องตัวจะมีมากขึ้นจนคุณแปลกใจตัวเอง





 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2549   
Last Update : 10 พฤษภาคม 2549 11:28:51 น.   
Counter : 298 Pageviews.  


Eight Below : ย้อนอดีตกับเรื่องจริงของสุนัขที่รอดชีวิต

True Story inspired by Eight Below

ไม่ผิดหรอกค่ะสำหรับหัวข้อวันนี้ เนื่องมาจากการที่เราได้ไปดูหนังเรื่อง
Eight Below มาเมื่อวานสดๆร้อนๆ สำหรับคนที่สนใจในหนังเรื่องนี้จะ
ทราบดีว่า หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง เราก็ทราบเท่านั้น
แหละค่ะ จนกระทั่งดูหนังจบ

ส่วนของหนังคงไม่ต้องพูดอะไรมาก คาดว่าคงมีคนรีวิวไว้พอสมควรแล้ว
บอกได้คำเดียวว่า สำหรับคนที่รักสุนัขอยู่แล้ว ไม่สมควรพลาดหนังเรื่องนี้
อย่างยิ่ง ส่วนที่ไม่ได้เลี้ยงสุนัข ดูเรื่องนี้จบแล้ว คงอยากหามาเลี้ยงไว้สัก
ตัวแน่นอนค่ะ

ที่เกริ่นไว้ข้างต้นก็สืบเนื่องมาจากความประทับใจในตัวหนังที่มีมากทีเดียว
(อาจจะอินไปนิด เพราะรักสุนัขเป็นทุนเดิมอยู่แล้วน่ะค่ะ) และจากประโยค
ที่ว่า "inspired by a true story." เลยทำให้เราลองไปค้นๆหาข้อมูลดูว่า
เรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับหนังเรื่องนี้ เป็นมายังไงบ้าง

แล้วก็ได้คำตอบมาในที่สุด...

เรื่องนี้ถือเป็นหนังรีเมคก็ว่าได้ เพราะในปี 1983 ได้มีหนังที่สร้างออกมาโดย
ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเดียวกันชื่อว่า "Antarctica" หรือในชื่อ
ญี่ปุ่นคือ "Nankyoku monogatari" แต่ในคราวนั้นใช้นักแสดงเป็นชาวญี่ปุ่น
ทั้งหมด ตามเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในปี 1958 เมื่อคณะวิจัยสำรวจชาวญี่ปุ่นเดิน
ทางไปขั้วโลกใต้พร้อมสุนัขลากเลื่อน 12 ตัว (เรื่องจำนวนสุนัขนี่มีข้อมูล
หลายแหล่งมากค่ะ บางที่บอกว่า 9 ตัว บางที่ก็ 13 หรือ 15 ก็มี) ซึ่งเป็น
สุนัขพันธุ์ Sakhalin Husky หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Karafuto-Ken* ซึ่งเป็น
สุนัขลากเลื่อนของญี่ปุ่น (สายพันธุ์เดียวกับสปริทซ์ และอาคิตะ)

ในครั้งนั้น คณะสำรวจมีเหตุฉุกเฉินบางประการที่จำต้องทิ้งสุนัขทั้ง 12 ตัว
ไว้เบื้องหลัง โดยเชื่อว่าจะมีหน่วยช่วยเหลือตามมาสมทบเพื่อช่วยเหลือสุนัข
เหล่านั้นภายในสองสามวัน พวกเขาจึงล่ามโซ่สุนัขทั้งหมดเอาไว้ข้างนอก
พร้อมทิ้งอาหารไว้ให้เพียงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายมากขึ้น ทำให้หน่วย
ช่วยเหลือชุดที่ตามมาจำใจต้องหันหัวเรือกลับญี่ปุ่น โดยปล่อยให้สุนัขทั้ง 12 ตัวต้องเผชิญชะตากรรมกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บของขั้วโลกแต่เพียงลำพัง

เกือบหนึ่งปีต่อมา เมื่อคณะเดินทางสำรวจกลุ่มใหม่เดินทางกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
พวกเขาก็ค้นพบสุนัขสองตัวสุดท้ายที่รอดชีวิต คือ Taro และ Jiro แล้วทั้งคู่ก็
ได้กลายเป็นฮีโร่ในสายตาของชาวญี่ปุ่นทันที ขณะที่ค้นพบนั้นทั้ง Taro และ
Jiro ยังมีสุขภาพดีเหมือนก่อนจากไปไม่มีผิด ทั้งสองตัวยังแข็งแรงพอที่จะช่วย
ลากเลื่อนให้กับการสำรวจครั้งใหม่อีกด้วย



รูปของ Taro และ Jiro ในหนังสือพิมพ์ที่ญี่ปุ่น




อันนี้ คือ แสตมป์รูป Taro และ Jiro ค่ะ


เป็นเรื่องเศร้าที่ Jiro ได้ตายลงในปี 1960 ก่อนที่จะได้ออกเดินทางกลับบ้าน
ในขณะที่ Taro ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในมหาวิทยาลัยฮอกไกโด และตายลงในปี
1970 ปัจจุบันร่างของ Taro ได้ถูกสตัฟไว้และจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของ
มหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามที่ญี่ปุ่นก็ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นสองแห่งคือ
"Monument for South Pole Observation Sakhalin Dogs" และ
"Commemorative Tower for Sakhalin Dogs" โดยใช้ Jiro เป็นต้นแบบ
ทั้งนี้เพื่อรำลึกถึงสุนัขลากเลื่อนเหล่านั้นที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างซื่อสัตย์
จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต

* สำหรับในหนังเรื่อง Eight Below จะเป็นสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Huskies) 6 ตัว และอลาสก้า มาลามิวท์ (Alaskan Malamutes) 2 ตัว ซึ่งก็คือ Buck และ Shadow สาเหตุที่ทางทีมงานให้สองตัวนี้เป็นมาลามิวท์ เราเดาเอาเองนะว่าคงเป็นเพราะในความเป็นจริงทั้ง ไซบีเรียน ฮัสกี้และอลาสก้า มาลามิวท์ จะมีความคล้ายคลึงกันมากแต่อลาสก้า มาลามิวท์จะขนาดใหญ่กว่าไซบีเรียน ฮัสกี้ แล้วสังเกตจากคำพูดตอนแนะนำสุนัขที่ Jerry บอกว่า "สองตัวนี้แรงดี แต่ไม่ค่อยมีสมอง" เลยทำให้บทของ Buck และ Shadow น่าจะใช้มาลามิวท์ที่ตัวใหญ่กว่า (รึเปล่า? )



ข้อมูลอ้างอิงนำมาจาก
http://blogs.orlandosentinel.com/entertainment_movies_blog/2006/
02/the_real_dogs_o.html
http://albedo039.blogspot.com/2006/02/taro-jiro.html
http://en.wikipedia.org/wiki/Eight_Below




 

Create Date : 27 มีนาคม 2549   
Last Update : 27 มีนาคม 2549 13:44:04 น.   
Counter : 7000 Pageviews.  


––––•(-• Our Beloved King •-)•––––


ที่มา : จาก Forward Mail ค่ะ

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของพระองค์ท่านมาบ้างแล้ว ทั้งกระทู้ในพันทิป และหนังสือครองใจคน

วันนี้นำแบบเป็น PDF มาฝากค่ะ อ่านกี่ทีก็ยังซาบซึ้ง


*** ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ***

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลด


ปล. ขนาดไฟล์ประมาณ 356 KB นะคะ




 

Create Date : 19 มกราคม 2549   
Last Update : 19 มกราคม 2549 17:07:22 น.   
Counter : 260 Pageviews.  


1  2  3  

W i n t e r b e r r y
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add W i n t e r b e r r y's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com