|
เปลี่ยนมุมมองสักหน่อยเถอะวี
ตื๊ดดดด ตื๊ดดดดด..... มือถือของวีขยับอยู่ในกระเป๋า "ฮัลโหล....อยู่ระหว่างทาง กำลังจะกลับไปที่ทำงานจ้า" วีบอกคนในโทรศัพท์ด้วยท่าทางร่าเริง ยิ้มให้กับโทรศัพท์ด้วย ท่าทางจะเป็นแฟนโทรมาหาละมัง "เดี๋ยวนะ ..........บอกทางพี่เค้าก่อน" วีหันมาบอกทางให้เลี้ยวขึ้นทางด่วนกลับไปที่ทำงาน ทันใดนั้น เสียงตื๊ดสั้นๆก็ดังขึ้น ...... ท่าทางอีกฝ่ายจะหงุดหงิด วางหูไปซะแล้ว "อ้าว" วีทำเสียงงงๆ แล้วก็กดโทรกลับไป .....แต่ กดเท่าไหร่ๆ อีกฝ่ายก็ไม่รับสาย วีเริ่มร้อนใจ กดโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นเป็นสิบครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่มีท่าทางจะรับสาย "เดี๋ยวไว้ถึงที่ทำงาน หรือเย็นๆค่อยโทรก็ได้นี่วี" "ไม่ได้หรอกพี่ เดี๋ยวเค้าโกรธหนู"
ทำไมต้องโกรธวะ .... ก็วีมันทำงานอยู่ บอกทางแค่นี้เอง ไม่ได้ว่าคุยกับหนุ่มอื่นที่ไหนกัน ........ นี่มันเรื่องอะไรกัน
วันรุ่งขึ้น วีไม่มาทำงาน โทรมาบอกว่าที่บ้านมีปัญหาเรื่องรถชน
บ่ายวันนั้นบริษัทลูกค้ารายใหญ่โทรมาต่อว่าเกี่ยวกับงานที่วีมีหน้าที่รับผิดชอบ พวกเราก็งงกันทุกคน เพราะวีบอกว่างานเสร็จแล้ว แต่ลูกค้ากลับแจ้งมาว่างานไม่เดินหน้าไปไหนเลย ...... นี่ไม่ใช่นิสัยของวีนี่นา ปกติวีจะทำงานได้เรียบร้อยดี ทำไมดูเหมือนว่าวีเปลี่ยนไป???
วันต่อมา วีก็ยังไม่มาทำงาน คำถามเริ่มมีมากขึ้น งานในความดูแลของวีถูกตรวจสอบทุกงาน และเราก็พบว่า ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้ วีทำงานช้าลง และสะเพร่ามากขึ้น คำถามเก่าๆก็ผุดขึ้นมาอีก .... อะไรทำให้วีเปลี่ยนไป...
เพื่อนร่วมงานที่สนิทกับวีเล่าให้ฟังว่า วีเพิ่งจะคืนดีกับแฟนคนเก่าที่ขี้โมโห เค้าจะหงุดหงิดถ้าวีไม่ตามใจเค้า หรือไม่ทำอย่างที่เค้าอยากให้ทำ นี่ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้วีใส่ใจกับงานน้อยลง และดูเครียดมากกว่าปกติ
อาทิตย์ต่อมา วีกลับมาที่ทำงาน พร้อมกับยื่นใบลาออก โดยให้เหตุผลที่ว่าเธอยอมรับผิดกับการทำงานที่บกพร่อง .... วีออกจากงานไป พร้อมกับโดนปรับจากบริษัทเป็นเงินจำนวนหนึ่ง
เรื่องของวีก็จบเพียงแค่นี้........................
นี่เป็นเรื่องน่าแปลกที่ผู้หญิงเก่ง และมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ยอมละทิ้งทุกอย่าง ยอมมองข้ามอนาคตของตัวเอง ยอมเสียเครดิต เพียงเพื่อผู้ชายคนนึงที่ไม่เห็นค่าของเธอ ที่แปลกกว่านั้น คือเธอเองไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกอะไรเลย ความเก่ง และ ความฉลาดในการทำงาน ไม่ได้ช่วยให้เธอมองชีวิตเธออย่างมีเหตุมีผลเลยสักนิด
วีเป็นสาวน้อยอายุ 24 ที่ทำงานกับบริษัทนี้มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ในอดีตเธอไม่เคยทำงานบกพร่อง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวีเป็นคนเก่ง และ น่าจะก้าวหน้าไปได้ไกล แต่ชีวิตการทำงานของวีที่นี่ต้องถูกทอนลง เพราะผู้ชายคนนึงที่กลับเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเธอ
ทำไมผู้หญิงฉลาดๆคนนึง ถึงยอมให้สิ่งนี้เกิดกับชีวิตของเธอได้?
หลายครั้งหลายคราที่มีคนเล่าเรื่องแบบนี้ให้รำเพยฟัง ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่ตรงกันนัก แต่แก่นของเรื่องก็ยังคล้ายกันจนน่าตกใจ ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะมีการศึกษาสูงอย่างไร หรือ ทำงานเก่งแค่ไหน พวกเธอก็จะยอมให้ผู้ชายคนนึง เข้ามามีอิทธิพลกับความคิดของเธอเสมอๆ
บางครั้งรำเพยอยากจะบอกว่า ......... หนูจ๊ะ ถ้าผู้ชายเค้ามองไม่เห็นค่าของเราขนาดนั้นน่ะ อย่าไปใส่ใจมันเลย ไม่เหมาะเอามาทำพ่อพันธุ์ให้ลูกของเราหรอก
มีอย่างเรอะ ..... คนกำลังทำงาน ก็คาดหวังให้เราทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ไปคุยโทรศัพท์ด้วย พอเราไม่ว่าง ก็โมโห ปิดโทรศัพท์หนีซะงั้น พอไม่ได้คุยกับเรา ก็โกรธอีก หาว่าเราไม่เอาใจใส่ ... บ๊ะ ก็เอ็งปิดมือถือหนี จะโทรไปหาได้ไง นี่แค่เป็นแฟน ยังพยายามจะควบคุมเราขนาดนี้ ถ้าอยู่ด้วยกันจริงๆ อีกหน่อยเราทำอะไรไม่ได้อย่างใจ พ่อเจ้าประคุณไม่ตบตีเอาเพราะอยากบังคับเราเหรอ
เรื่องผู้ชายทำร้ายผู้หญิง ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ มันก็มีมานานแล้วละค่ะ ไม่ว่าจะเมืองไทยหรือเมืองนอก ในที่สุดแล้วผู้หญิงก็มักจะเป็นฝ่ายยอม เพราะเราคิดว่ามันเป็นความผิดของเราเองแหละ เราทำไม่ดี เค้าถึงทิ้งเราไป ..... เพราะงั้นเราต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ผู้ชายอยู่กับเรา ไม่ทิ้งเราไปอีก
เวร...........
สาวๆจ๋า หันมามองตัวเองสักนิดเหอะ ........... โลกปัจจุบันนี้น่ะ ผู้หญิงทำงานหนักพอๆกันกับผู้ชาย เผลอๆจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เพราะเราต้องทำงานนอกบ้าน และ ในบ้านก็ยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ .....เราเก่งนะ เราก็ควรมองเห็นคุณค่าของตัวเองก่อนด้วย ไม่ใช่ว่าให้ผู้ชายมากำหนดค่าของตัวเรา ........ รำเพยได้ยินเรื่องของวีแล้วก็อยากไปเขย่าๆๆๆให้ตื่นจากความฝันซะที การที่วีเลิกกับเค้าไปหนนึง มันต้องมีเหตุให้เลิก ........ แล้วคิดเรอะว่าการที่เค้ากลับมา มันคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับวี
ผู้ชายที่ต้องมีการจะเป็นคนควบคุมผู้หญิงอยู่ตลอดเวลา ถ้าวีแต่งงานอยู่ด้วย ก็จะมีแต่ความเครียด เพราะทุกสิ่งที่จะทำ เราจะต้องทำเพื่อเค้า เพื่อความสุข เพื่อความพอใจของเค้าแต่ฝ่ายเดียว โดยที่เค้าไม่เคยจะต้องสนใจ หรือใส่ใจที่จะแคร์ความรู้สึกของเราเลย .............. นั่นเพราะอะไรละ? อันที่จริงก็เป็นความผิดของเราเองด้วยที่ยอมให้ผู้ชายคิดว่า เค้าทำแบบนั้นได้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่ผู้หญิงจะต้องยอมให้เค้าทุกอย่าง
ผู้ชายที่คิดแบบนี้ ......ยังไม่ต้องคิดจะแต่งงานด้วยนะคะ แค่เอามาเป็นแฟนยังต้องหนีเลย
อันที่จริงจะโทษผู้ชายด้านเดียวก็ไม่ได้ ผู้หญิงเรานี่เองที่ทำให้ทุกอย่างมันง่ายเกินไป เราทำกันแบบนี้มาหลายทศวรรษ หลายชั่วอายุคนจนมันกลายเป็นเรื่องที่ผู้ชายมองว่า "เป็นเรื่องธรรมดา" ซึ่งอันที่จริงแล้วการทำให้ผู้ชายของบ้านมีความสุข กลับมาบ้านแล้วมีผู้หญิงเอาใจ ทำกับข้าวไว้ให้ เอาใจใส่เอาน้ำมาให้ มันก็เป็นเรื่องดี และ เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราเองก็ไม่ต้องออกไปมีหน้าที่รับผิดชอบอื่นใดนอกจากรับผิดชอบเรื่องของครอบครัวเท่านั้น แต่เวลาและสภาพชีวิตปัจจุบันผู้หญิงเราก็เครียดพอกัน มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสิ่งเดียวกับที่ผู้หญิงรุ่นย่า รุ่นยายของเราทำไว้เมื่อร้อยปีที่แล้ว
แล้วจริงๆแล้วผู้หญิงทำอะไรได้ละ ถ้าอยากให้ผู้ชายเปลี่ยน ?
คำตอบง่ายมากค่ะ ........... ทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรใครได้เลย สิ่งเดียวที่เราเปลี่ยนได้คือตัวเอง
เราต้องเปลี่ยนการมองเห็นคุณค่าของตัวเอง เมื่อเรามองเห็นว่าเราควรได้รับการดูแลจากผู้ชายอย่างไร เราก็ควรแสดงออกมาเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าเรามองไม่เห็นค่าของตัวเอง มองไม่เห็นความสามารถของตัวเอง คนอื่นก็คงมองไม่เห็นเหมือนกันค่ะ .......... ถ้าวีมองเห็นปัญหาที่มี และเคารพในความเป็นตัวของตัวเองสักนิด วีคงเห็นว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำอยู่ มันไม่ได้มีค่าเพียงพอที่เธอจะต้องเสียอนาคต เสียชื่อให้จริงๆค่ะ วีต้องหางานใหม่ โดนปรับเงินจากที่ทำงานเก่า ก็ไม่ได้รับใบรับรองการผ่านงานที่ดี และในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เธอจะหางานที่ดีเท่าที่เก่าก็คงจะยาก วีต้องเสียสิ่งเหล่านี้ไปให้กับผู้ชายคนนึงที่เค้าก็ไม่ได้เห็นคุณค่าของเธอ และ ไม่เห็นค่าในสิ่งที่เธอทำ
ทำไมผู้หญิงเราถึงได้ปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรามาช่วยกันเปลี่ยนมุมมองของตัวเราเองก่อนดีไหมคะ
| Create Date : 17 ตุลาคม 2551 |
| Last Update : 17 ตุลาคม 2551 10:50:15 น. |
| |
121 comments
|
|
|