|
|
|
สติปัญญากับหัวใจ
เคยเขียนในบล็อครีวิวบาคุมัง (ถ้าเป็นมังงะควรอ่านว่าบาคุมังสินะ) เกี่ยวกับ plot-based และ character-based เอาไว้ ก็ยังคิดมาถึงตอนนี้ แต่ว่าที่แบ่งไว้ก็ยังหยาบมาก ๆ หยาบไปหน่อย แต่ยังนึกการแบ่งที่ดีกว่านี้ไม่ได้
ที่จริงเคยแบ่งไว้อีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ได้บันทึกไว้ คือ เขียนออกจากตัว กับเขียนมาจากข้างนอก เขียนออกจากตัวหมายถึงคนเขียนรู้สึกด้วยอย่างยิ่ง ตัวละครรู้สึกอะไรคนเขียนก็รู้สึกด้วย เป็นหนังสือแบบที่มีอารมณ์ร่วม ส่วนแบบที่เขียนออกมาจากข้างนอกคือคนเขียนทำตัวคล้าย ๆ ผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้ร่วมด้วยในแง่อารมณ์ ไม่ได้ทำให้คนอ่านรู้สึกเห็นอกเห็นใจตัวละคร แบบเห็นยังไงก็รีพอร์ตอย่างนั้น
ที่จริงแล้วมันหยาบมาก เพราะในจังหวะการเขียนเรื่อง มีทั้งสองแบบอยู่ด้วยกัน ที่เห็นชัด ๆ ว่าเป็นอย่างนี้อย่างนั้นแน่ ๆ ไม่ค่อยมี
ก่อนนี้เคยมีคนบอกว่า มหายาน (หรือเปล่า) จำไม่ได้ จะมี "ฐานคิด" กับ "ฐานใจ" ซึ่งหมายความว่าใช้เหตุกับผล หรือว่าใช้ใจ คิดไปคิดมาแล้วก็ลงในล็อคเดียวกันอีก คือการใช้เหตุใช้ผลจะนำไปสู่การเขียนเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่การใช้ใจจะนำไปสู่การเขียนเรื่องที่สัมผัสอารมณ์ได้ ทั้งสองอย่างก็ดีคนละอย่าง (ถ้าพัฒนาไปถึงที่สุด)
ดังนั้นจึงเรียกว่า "พล็อต" กับ "คาแรคเตอร์" ก็ไม่ถูก ควรเรียกว่า "ฐานคิด" กับ "ฐานใจ"
แต่ถ้าถามว่าพัฒนายังไงถึงจะดี ก็ไม่รู้เหมือนกัน
จขบ.นั่งอ่านบาคุมังมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกขึ้นเรื่อย ๆ ว่าคนเขียนนี่มันหนักหัวมาก กลับไปอ่านเรื่องเดธโน้ตก็รู้สึกเหมือนกัน (แต่ไม่ได้อ่านฮิคารุ) เหมือนกับว่าคนเขียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับอารมณ์ค่อนข้างจำกัด และมีหลายอารมณ์ที่พรีเซนต์ออกมาให้ฟีลไม่ได้ เรียกได้เลยว่า "หลอก" แต่ถ้าเป็นอารมณ์ที่ตัวคนเขียนเข้าใจเอง เช่นเวลาทำงาน หรืออารมณ์ตื่นเต้น จะเข้าใจและพรีเซนต์ออกมาได้ดี
และก็มีเรื่องหลายเรื่องเหมือนกัน (ที่ตอนนี้ยังนึกตัวอย่างไม่ออก) ซึ่งฟุ้งอย่างยิ่ง รู้เลยว่าคนเขียนเขียนด้วยความฟุ้ง เขียนโดยใช้อารมณ์ ไม่ได้กดไว้แต่ประการใด แต่ปัญหาของการฟุ้งก็คือมันจะถึง "เฟื่อง" ได้ง่าย คืออารมณ์มันก็คืออารมณ์ แต่ว่าถ้าไม่มีเบสบางอย่างรองรับ มันจะไม่สมจริงได้ง่ายมาก ๆ เรื่องหลายเรื่องที่เคยเรียกน้ำหูน้ำตา จขบ.เมื่อเด็ก พอแก่แล้วอ่านอีกรอบกลับพบว่ามันเฟื่องเอามาก ๆ จนถ้าลองได้นึกถึงตรรกะแล้ว ก็จะเสียไปเลย และเมื่อเสียไปแล้ว อารมณ์ก็จะพลอยลอยหายไปด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นมันก็เลยอยู่ด้วยกัน
จขบ.เป็นมนุษย์ฐานใจ เป็นคนใช้อารมณ์ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจขบ.เป็นฮิสทีเรีย แต่หมายความว่าเป็นคนค่อนข้างเซนซิทีฟ สักสองสามเดือนก่อนนี้ นั่งรถไปกับเพื่อนและแฟนของเพื่อน ซึ่งเป็นช่างปั้น เขาชี้ให้ดูตึกหลังหนึ่งที่วางจานดาวเทียมไว้ในตำแหน่งเดียวกันหมด และบอกว่า "สวย" จขบ.ยังไม่สามารถเห็นสวยอย่างเขาได้ในกรณีนี้ แต่บอกได้ว่าความเซนซิทีฟของจขบ.เป็นประมาณนี้ คือมันเห็น "สวย" เห็น "เศร้า" โดยที่บางครั้งไม่ตั้งคำถามและไม่ต้องการเหตุผลรองรับ สวยก็คือสวย
แต่แน่นอนว่าถ้าหากใช้อารมณ์มากเกินไป เหตุผลที่สูญหายก็จะทำให้ถูกชาวบ้านเหยียบ ตั้งแต่เกิดจนโตมาถึงป่านนี้ จขบ.ถูกชาวบ้านเหยียบมาหลายร้อยหนแล้ว ด้วยเหตุว่ามีอารมณ์ต่อสิ่งตรงหน้า แล้วไม่ได้สาวหางมันต่อไป คืออารมณ์ ณ จุดนั้น คืออารมณ์ ณ จุดนั้น ชาวบ้านที่พร้อมจะหักหน้าประมาณว่า แกไม่คิดต่อเลยเรอะ แบบนี้เจอเสียจนกระทั่งมีช่วงจังหวะหนึ่งของชีวิตที่ จขบ.กลายเป็นโรคระแวงขนาดหนัก ไม่กล้าชมตรง ๆ ว่าสวย ไม่สามารถพูดชัด ๆ ได้ว่าชอบหรือดี เพราะกลัวว่าจะกลายเป็น "โง่"
คิดว่าคนที่เป็นฐานคิดก็คงมีช่วงที่ถูกหาว่าไม่รู้จักใช้ใจ และมีบางช่วงที่อึดอัดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน (เว้นแต่ปิดขนาดหนัก คนฐานใจก็คงมีพวกปิดขนาดหนักเหมือนกัน)
ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื่องจาก จขบ.เป็นคนให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดอารมณ์ จขบ.จึงมีระบบเซนเซอร์ในตัวเองที่เรียกว่า "จริง" กับ "หลอก" เวลาที่พูดว่า "จริง" ไม่ได้หมายความว่าจริงในแง่โลกของความเป็นจริง แต่คือจริง ณ ขณะนั้น เวลาที่จขบ.อ่านงานเขียน จริงหมายความว่า คนเขียนรู้สึกอย่างนั้นจึงเขียนอย่างนั้น หรือตัวละครรู้สึกอย่างนั้นจึงพูดอย่างนั้น ส่วนเวลาที่พูดว่า "หลอก" หมายความว่า คำพูดนี้ ความคิดนี้ เป็นการยัดปากหรือยัดเยียดกัน เมื่อไรก็ตามที่ จขบ. เจอการ "หลอก" จขบ.จะเริ่มเบื่อ และอ่านข้าม เพราะการ "หลอก" เป็นบันไดขั้นแรกไปสู่คลีเช่
มีคนหลายคนพูดเกี่ยวกับคลีเช่ ถึงขั้นเหยียดหยามดูถูก และเสนอให้นำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มากกว่า แต่จขบ.คิดว่าสิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เป็นคลีเช่หรือเปล่า แต่อยู่ที่คนเขียนสัมผัสอารมณ์ที่แท้ของตัวละครได้ขนาดไหน ถ้าหากว่าสัมผัสได้ แม้เรื่องน้ำเน่าที่สุดก็จะเปิดเผยความจริงบางอย่างออกมา ที่จริงแล้ว จขบ.เห็นว่าความน้ำเน่านั้นน่าจะมีบางอย่างที่สำคัญอยู่ด้วย เพราะถ้าหากมันไม่สำคัญ คนก็คงไม่เอามาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนถูกเรียกว่า "น้ำเน่า" มันย่อมตอบสนองอะไรบางอย่างในตัวเรา ไม่อย่างนั้นจะปรากฏซ้ำบ่อย ๆ ไปด้วยเหตุอันใด
แต่แน่นอนว่าบางครั้งความน้ำเน่าก็เป็นเพียงการผลิตซ้ำการตอบสนองทางอารมณ์บางอย่าง เหมือนการเสพยาเพื่อให้เกิดความสบายใจ ถ้าหากมันเป็นเพียงการผลิตซ้ำจริง ๆ ก็เป็นอาหารกินชั่วครั้งชั่วคราวซึ่งไม่ทำให้อิ่มได้นาน
ส่วนงานที่พยายามไม่คลีเช่ แต่ว่าเขียนอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีอารมณ์ร่วม และไม่สะท้อนความจริงบางอย่าง หรือไม่แม้กระทั่งสร้างความอัศจรรย์ตื่นตา จขบ.มักรู้สึกว่าเป็นสิ่งแห้งแล้งอย่างยิ่ง มีหลายครั้งหลายหนที่จขบ.รู้สึกว่า หากเราใช้สติปัญญามาก ๆ แต่ถ่ายเดียว เพื่อสร้างความประทับใจ สิ่งนั้นจะยิ่งออกมาแห้งแล้ง (แม้จะทำให้คนผลิตงานดูฉลาด) ในเรื่อง Pilgrim's Regress ของ ป๋าลิวอิส มีอยู่ตรงหนึ่งที่เล่าเรื่องปราชญ์สามคนที่ฝันจะสร้างทุ่งดอกไม้บนที่แล้งโพด ๆ จขบ.เห็นด้วยกับลุงแกมากว่า ที่แล้งตรงนั้น (แนวความคิดที่ปฏิเสธความชุ่มฉ่ำของอารมณ์ไปหมดเรียบแล้ว) ไม่มีทางปลูกดอกไม้ได้
มันก็เป็นเรื่องของสติปัญญากับหัวใจ
| Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 14:59:50 น. |
| |
|
|
|
|
แบล็คแจ็คที่หายไป
เจอภาษาเวียดนามแบบครบชุด มีคนเอาไปปะในมังงะฟอกซ์ กดที่ปกก็จะเข้าไปดูไส้ได้ แต่ทั้งหมดเป็นภาษาเวียดนาม
ดูแต่รูปพอหายคิดถึงนิ
http://comic.vuilen.com/viewbook.php?bookid=494
| Create Date : 05 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 5 พฤศจิกายน 2552 15:46:10 น. |
| |
|
|
|
|
คุณภาณุที่รัก
เหมือนเคยเขียนถึงแล้ว ช่วงที่เจอคุณภาณุใหม่ ๆ อนึ่งที่ว่าเจอคุณภาณุนั้นไม่ได้หมายถึงเจอตัวเป็น ๆ แต่หมายถึงได้พานพบผ่านหน้าหนังสือ ด้วยว่าข้าพเจ้าไปซื้ออารมณ์กาแฟมาเมื่อประมาณสองปีก่อน (เนื่องจากในขณะนั้นข้าพเจ้าก็บังเกิดอารมณ์กาแฟขึ้นเช่นกัน) หลังจากนั้นมาก็หลงรักคุณภาณุ และติดตามเป็นแฟน
คุณภาณุเขียนหนังสือหลายเล่ม แต่ส่วนมากบาง และส่วนมากเป็นหนังสือท่องเที่ยว หลังจากซื้อทั้งหมดที่หาเจอมากกไว้แล้ว จึงไม่ค่อยมีความคาดหวังเท่าไรนักว่าคุณภาณุจะออกหนังสือใหม่ งานคราวนี้ จขบ.เดินท่อม ๆ อยู่ในงานตอนสองทุ่ม (ก่อนที่จขบ.จะยกของและกล้ามเนื้อน่องขวาฉีกเล็กน้อย และเดี้ยงมาจนถึงปัจจุบัน หมอบอกว่าประมาณสองอาทิตย์ถึงสองเดือนถึงจะหาย) ในขณะกำลังไปเรื่อย ๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงประกาศไมค์ลอยประชาสัมพันธ์ว่า หนังสือเล่มใหม่ของคุณภาณุ มณีวัฒนกุล ซึ่งทำให้จขบ...อ๊ะ แล้วรีบไปตามหาตามเขาประกาศทันที (แสดงว่าอีประกาศนี่ใช้การได้เหมือนกันสินะ)
หนังสือเล่มใหม่ของคุณภาณุชื่อดอกไม้นอกสวน เป็นเรื่อง...จะบอกว่าท่องเที่ยวก็ไม่ถูก เป็นภาพถ่ายที่มี "ดอกไม้" อยู่ (ในรูปแบบต่าง ๆ) จากประเทศต่าง ๆ พร้อมด้วยเรื่องราวที่เหมือนคนในรูปจะเป็นคนเล่าจริง ๆ จขบ.หาทราบไม่ว่าเรื่องเหล่านี้คุณภาณุแต่งเอง หรือฟังเขาเล่า หรือฟังเขาเล่าแล้วต่อเติมเอง แต่เรื่องเกือบทั้งหมดอ่านแล้วก็รู้สึกดี ไม่ใช่ดีแบบ feel good (ว่ากันตามจริง เรื่องหลายเรื่องก็ไม่ใคร่จะชวนให้ฟีลกู๊ดมากนัก) ที่รู้สึกดีอาจจะเพราะว่า...มันเป็นเช่นนั้นเอง
ว่ากันตามจริง จขบ.ไม่ใคร่นิยมหนังสือท่องเที่ยวประเภทติสต์แตกที่ไปแล้วก็ค้นพบสัจธรรม จากนั้นก็กลับมาเขียนถึงสัจธรรม หรือพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นประหนึ่งว่าข้าเป็นปราชญ์อันยิ่ง ช่างเข้าใจโลกเสียจริง ประหนึ่งว่าข้าได้ไปแสวงบุญอันยิ่ง และพบธรรมอันประเสริฐในเวลาเจ็ดวันสิบห้าวัน เพราะจขบ.ไม่คิดว่าใครจะพบธรรมอันยิ่งในเจ็ดวันสิบห้าวันกันง่าย ๆ ที่จริงแล้ว จขบ.มักจะรู้สึกเหมือนข้อความหนึ่งในเรื่องเกมลูกแก้ว ที่บอกว่าพระราชามีปราชญ์มากมาย ปราชญ์เหล่านั้นถกเถียงข้อธรรมได้หลักแหลมเหลือเกิน แต่พอถึงเวลา ปราชญ์พวกนี้ก็พากันอิจฉาริษยา โกรธเกลียด และพูดจาส่อเสียดกันเอง ว่ากันตรง ๆ คือการ "รู้" ธรรม ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนักหรอก แต่การ "มีชีวิต" อยู่ด้วยธรรม เป็นเรื่องยากกว่า การพูดถึงสัจธรรมเป็นเรื่องง่าย การใช้ชีวิตด้วยสัจธรรมนั้นเป็นเรื่องใช้เวลา
ว่าแต่เขา แต่จขบ.เองก็เหมือนกัน กำลัง "เดินทาง" อยู่ เพื่อจะไปให้ถึงจุดที่อยู่ได้โดยไม่ต้องขยายอัตตา ไม่ต้องมีอะไร
คุณภาณุไม่ได้พูดถึงสัจธรรมอะไร (หรือพูด แต่ข้าไม่รู้สึกถูกยัดเยียด เลยรู้สึกเหมือนไม่ได้พูด) คุณภาณุเพียงแต่บอกว่าไปเห็นอะไรมา เพียงแต่เล่าเพราะ "มันเป็นเช่นนั้นเอง" แต่เพราะว่ามองผ่านสายตาของคุณภาณุ โลกจึงได้สวยอย่างนั้น โลกถึงได้เป็นประกายเรืองรอง เข้มลึก และน่าอัศจรรย์ เพราะว่าคุณภาณุเป็นมนุษย์ที่สวยงาม ดังนั้นไม่ต้องขยายก็เห็น ก็เข้าใจ
มองผ่านตัวหนังสือของคุณภาณุ มองผ่านมุมกล้องของคุณภาณุ ก็เห็นคุณภาณุ ยิ่งคุณภาณุเขียนไปมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้จขบ.รู้สึกว่า โอ้เจอแล้ว จขบ.ก็หาคนแบบนี้อยู่ หาคนที่เขียนหนังสือแบบนี้ มันเหมือนกับว่า ในขณะเขียน คุณภาณุก็เดินทางเหมือนกัน เจอตัวเองอย่างที่อยากเป็นที่สุดหรือยังนะ จขบ.ก็รอและติดตามอยู่เหมือนกัน
| Create Date : 27 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 27 ตุลาคม 2552 13:59:26 น. |
| |
|
|
|
|
ผู้ที่ต้องการหาหนังสือของข้าพเจ้าในงานหนังสือ
ไมรอนปกใหม่ - สถาพร, จิตจักรวาล
ไมรอนปกเก่า - จิตจักรวาล (ติดต่อมาก่อนว่าจะไปเอาวันไหนจะดีมาก เพราะจะได้เตรียมไว้)
ผู้เสกทราย - จิตจักรวาล, นายอินทร์, แจ่มใส
เซรีญา - นายอินทร์, จิตจักรวาล
มาโอทั้งสองเล่ม - จิตจักรวาล
อันเซลมา - จิตจักรวาล
สตอรี่เทลเลอร์ - เห็นที่บูธบุ๊คสไมล์ แพลนนารี F13 เหลือเล่มละ 99 บาท
ปวงเทพผู้นิราศ - นวนิตา
DD - ไม่มีขาย แต่ถ้าอยากได้จริง ๆ ให้บอกไว้ล่วงหน้าก่อนไปงาน จะหาไปทิ้งไว้ให้ที่จิตจักรวาล (อนึ่งของมีจำกัด ถ้าสั่งเยอะจะไม่มีเน้อ)
ทิ้งออเดอร์ไว้ที่นี่หรือเมล์ หรือหลังไมค์ก็ได้
| Create Date : 17 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 17 ตุลาคม 2552 22:18:15 น. |
| |
|
|
|
|
ข้าพเจ้าในงานหนังสือ
จขบ.มีหนังสือออกสองเล่ม คือ ไมรอน (ปกใหม่) กับผู้เสกทรายเล่มหนึ่ง
จขบ.จะลงไปกรุงเทพวันที่ 17-18 กับ 23-25 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเสาร์อาทิตย์ทั้งคู่
วันที่ 17 ไปหาตัวจขบ.ได้ในงานของสถาพร (love fiction and fantasy world) ห้องอะไรยังไม่แน่ใจ แต่คงเป็นห้องมีตติ้งสักห้อง จะอยู่แถวนั้นตั้งแต่สิบเอ็ดโมง และคิดว่าคงต้องขึ้นเวทีเพื่อสัมภาษณ์เกี่ยวกับไมรอนตอนบ่าย (ใครว่างช่วยไปดูด้วยนะ จขบ.กลัวแป้ก T-T)
วันที่ 18 มีกินกลางวันกับเพื่อนมัธยม นอกนั้นว่าง คงเตร็ดเตร่ไปมา เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีศาลอยู่หรือเปล่า ถ้าอยากหาตัวลองไปดูแถว ๆ จิตจักรวาลหรือนวนิตา
วันที่ 23-25 ยังไม่รู้จะได้เข้างานวันไหนบ้าง ถ้าใครอยากเจอวันไหนก็บอกและนัดได้
ดังนี้แล
| Create Date : 13 ตุลาคม 2552 |
| Last Update : 13 ตุลาคม 2552 22:04:00 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|
|
Location :
เชียงใหม่ Thailand
[Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]
|
ลวิตร์ = พัณณิดา ภูมิวัฒน์ = เคียว
รูปในบล็อค เป็นมัสกอตงาน Expo ของญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 น่ารักดีเนอะ
|
|
| |
|
|
|
|
|