|
|
|
Gattaca (1997)
Gattaca (1997)
รุ้งเป็นคนที่ไม่ชอบดูหนังอย่างแรง ไม่ได้เข้าโรงหนังมานานกว่า 10 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากเข้าไปร้องไห้ในโรงหนัง ^^"
ถ้าเปรียบเทียบกับหนังสือแล้ว รุ้งว่ารุ้งเรื่องมากแล้วนะ พอจะดูหนัง รุ้งจะเรื่องมากมากกว่าเยอะมากเป็นยกกำลังล้านแปด
รุ้งไม่ชอบหนัง Action เพราะว่ามันตื่นเต้นเกิน หัวใจจะวาย
รุ้งไม่ชอบหนัง Comedy เพราะว่ารุ้งดูแล้วมันเศร้า ตอนที่ดูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นขำ แต่เราเศร้า ก็มารู้ตอนเรียนวรรณกรรมนี่แหละ ว่าเรื่อง Tregedy กับ Comedy มันมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน
รุ้งไม่ชอบหนังผี หรือหนังสยองขวัญใดใด เพราะ กลัวผี
รุ้งไม่ดูหนังอาร์ต เพราะ ดูไม่รู้เรื่อง
รุ้งไม่ดูดราม่า ๖ทั้งๆ ที่ชอบ และเป็นหนังประเภทเดียวที่โอเคจะไปดู)เพราะ จะร้องไห้จนตาแดงก่ำ หายใจไม่ออก (เป็นห่วงสวัสดิภาพชีวิตตัวเอง)
มันก็เลยไม่เหลืออะไรให้ดู ^^"
แต่ แต่ แต่
ในตอนนั้นที่ยังได้ดูหนังโรง มีหนังเรื่องนึง โคตรจะแสนจะประทับใจ จำเนื้อเรื่องได้เกือบหมดเลย มาวันนี้ ครึ้มอกครึ้มใจ ไปหาดูในยูตุ๊บ แล้วก็ได้อะไรใหม่ๆ เยอะจริงๆ ด้วย วุฒิภาวะในการดูในตอนเด็ก กับตอนนี้ ก็ทำให้เรามองอะไรต่างออกไปในหลายๆ จุด แต่สุดท้าย ยังไงเราก็ยังชอบเรื่องนี้อยู่ดี
เรื่องย่อฉบับเต็ม (Spoiled)
เรื่องเกิดขึ้นในยุคที่ทุกๆ อย่างจะถูกตัดสินด้วย DNA วิวัฒนาการก้าวหน้าจนพ่อแม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้ลูกได้รับแต่ยีนเด่นๆ จากพ่อแม่ ในขณะที่เด็กที่เกิดมาโดยธรรมชาติ ก็จะถูกดูถูกจากสังคม มี Genetic Discrimination เกิดขึ้น ทีนี้ เรื่องก็มีอยู่ว่า พระเอก(ชื่อวินเซนต์)เป็นเด็กที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ (God Child) พอเกิดมาก็มีอัตราแนวโน้มที่เสี่ยงจะเป็นโน่นเป็นนี่ สายตาสั้น โรคหัวใจ โรคโน่นโรคนี่ จนพ่อแท้ๆ ตอนแรกตั้งใจจะตั้งชื่อลูกดีๆ ก็เปลี่ยนให้ชื่ออื่นเลย แล้วเอาชื่อนี้ไปตั้งให้ลูกคนที่ 2 โดยที่คราวนี้ ลูกคนนี้เป็นเด็กที่มีการเลือกยีนอย่างดี
Discrimiation ก็เกิดขึ้นเล็กๆ ในบ้านจนได้ พระเอกก็เลยหนีออกจากบ้านไป มุมานะเรียน พระเอกมีความฝันอยากขึ้นไปอวกาศ แต่สุดท้าย ต่อให้เก่งแค่ไหนก็เป็นได้แค่คนทำความสะอาดในออฟฟิศที่ส่งคนขึ้นไปอวกาศ (Gettaca)
เพราะงั้น พระเอกก็เลยไปซื้อประวัติ ปลอมตัวเป็นเจอโรม เป็นอดีตนักว่ายน้ำ ได้เหรียญเงินจากการแข่งว่ายน้ำ เป็นคนที่มี DNA ไฮโซมั่กๆ เคยพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่สำเร็จ เลยกลายเป็นอัพาตช่วงล่าง พระเอกก็ปลอมตัวเป็นเจอโรม โดยต้องขัดตัวทำความสะอาดไม่ให้เหลือพวกเศษผิวหนังที่ตายแล้ว เส้นผม เส้นขน และก็ใช้เลือดของเจอโรมในการเข้าไปทำงานใน Gettaca
เพระเอกก็ต้องระวังอย่างมากในการใช้ชีวิต เพราะว่ามีการตรวจเช็กต่างๆ อย่างมากที่นั่น มีทั้งทดสอบกำลังกาย ตรวจเลือด อะไรพวกนี้อยู่บ่อยๆ วินเซนต์กับเจอโรมก็ร่วมมือกันในการทำฝันของพระเอกให้เป็นจริง จนพระเอกได้รับเลือกให้ขึ้นไปที่ดาวเสาร์
ในขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องฆาตกรรมพาราเรลไปด้วย คือมีคนเสียชีวิตที่ Gattaca (เข้าใจว่าเป็นผู้อำนวยการ something) ทำให้ทุกอย่างในนั้นถูกตรวจสอบ พระเอกเลยตกอยู่ในอันตรายเพราะตำรวจตรวจพบเส้นขนตาของพระเอก เลยมีการสงสัยว่า พระเอกจะเป็นผู้ต้องสงสัย (หมายถึง Identity ของวินเซนต์ถูกตรวจพบว่าเข้ามาอยู่ใน Gattaca แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าพระเอกปลอมตัวมาในนามของเจอโรม) โดยพี่ชายพระเอกเป็นตำรวจเข้ามาสืบคดีด้วย พี่ชายพระเอกสงสัยในตัวของพระเอก(ในนามของเจอโรม) อย่างมากเรื่องสารพัดสารเพก็ประดังเข้ามา มีเรื่องของนางเอกด้วย แต่ขี้เกียจเล่า เอาเป็นว่า นางเอกก็ไม่ได้เป็นคน DNA ไฮโซ และก็ suffer จากการ Discrimination ด้วยเหมือนกัน
เอาเป็นว่าสุดท้าย คนร้ายก็ถูกจับตัวได้ ก็คือคนใน Gattaca นี่แหละ เป็นเหมือนผู้จัดการ something ใน Gattaca ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการที่จะไปสำรวจดาวเสาร์ซึ่งถูกผู้ตายขัดขวาง เขาเลยต้องฆ่าทิ้ง แต่ยังไงก็ตาม พี่ชายพระเอกก็รู้ว่าที่แท้ เจอโรมก็คือพี่ชายของเขานั่นเอง น้องชายพยายามจะชักจูงให้พระเอกหนีไปกับเขาเพื่อหนีความผิด (Fraud) แต่พระเอกไม่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งคู่ก็มาพิสูจน์กันในการแข่งว่ายน้ำที่ทะเล เหมือนตอนเด็กๆ ที่ชอบทำกัน และพระเอกก็แพ้ทุกครั้ง แต่ในครั้งนี้ พระเอกชนะ เพราะว่าพระเอกไม่ได้เก็บแรงไว้ว่ายกลับเลย และได้ช่วยน้องชายที่ตะคริวกินกลับฝั่งได้ด้วย
สุดท้าย พอวันที่พระเอกได้ขึ้นไปอวกาศ พระเอกก็ได้ไปบอกลาเจอโรม ซึ่งเจอโรมได้เก็บพวกของที่ใช้ prove Identity ของเขาให้พระเอกเอาไปใช้ได้อีก 2 ชาติเลย พร้อมทั้งบอกว่าเขาไปออกเดินทางเหมือนกัน พระเอกขอบคุณเจอโรมที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ แต่เจอโรมกลับรู้สึกขอบคุณพระเอกมากกว่าเพราะเขาแค่ให้พระเอกยืมร่างกาย แต่พระเอกให้เขายืมความฝัน
ก่อนพระเอกขึ้นอวกาศ ได้มีการตรวจปัสสาวะก่อนขึ้น ครั้งนี้พระเอกไม่รู้ และไม่ได้เตรียมการมาล่วงหน้า หมอผู้ดูแลพระเอกได้คุยกับพระเอกแล้วก็บอกว่า เขามีลูกชายที่ปลื้มพระเอกมากและอยากขึ้นอวกาศเหมือนกัน แต่พระเอกยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำได้ทุกอย่าง ไม่ได้เก่งมาจากไหน ที่แท้ลูกของหมอก็เป็น God Child เลยไม่สามารถทำได้ และพอตรวจ Identity ออกมา มันก็กลายเป็น Identity ของวินเซนต์ แต่หมอก็รู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว ก็เปลี่ยนมันให้เป็นเจอโรม ในขณะที่พระเอกขึ้นยาน เจอโรมตัวจริงก็ปีนเข้าไปในห้องทำลาย Identity ของพระเอก (คือห้องที่พระเอกจะไปขัดผิว แล้วก็จุดไฟเผาทำลายทิ้ง) ใส่เหรียญเงินที่ได้จากการว่ายน้ำ แล้วจุดไฟเผาตัวเอง เหรียญเงินเมื่ออยู่ในไฟ ก็กลับสว่างเป็นสีทองออกมา
--------------------------------
ความรู้สึกส่วนตัว ชอบมาก ประทับใจในความพยายามของพระเอก ไม่ค่อยเจอหนังที่มี Theme แบบนี้ซักเท่าไหร่ มันก็ทำให้รู้สึกซาบซึ้งได้ทั้งๆ ที่ก็เป็นหนังไซไฟ พอมาดูอีกรอบหนึ่ง ก็ค้นพบ detail มากมายที่ใส่ลงไป ทั้งที่ดูเยอะไปบ้าง ไม่เนียนบ้างในบางจุด แต่ตอนดูก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีเลย กลับทำให้เรารู้สึกพยายามเอาใจช่วยพระเอกอย่างมาก มีหลายฉากที่ชอบ มีหลาย Quote ที่รู้สึกดี
ฉากที่จำได้ติดตาก็คือ ฉากที่พระเอกต้องถูกตรวจความแข็งแรงของร่างกายโดยการวิ่งแล้วฟังจังหวะเสียงหัวใจ พระเอกก็วิ่งแต่เปลี่ยนที่จับจังหวะหัวใจให้ไปฟังของเจอโรมตัวจริง ตอนวิ่งพระเอกก็เก๊กทำเหมือไม่เหนื่อย แต่พอวิ่งเสร็จ เข้าไปในห้องพักของตัวเอง ก็แทบล้มทั้งยืน
แต่ตอนนี้ที่ชอบก็คือ ตอนที่นางเอกเจอเจอโรมตัวจริงอยู่ที่ห้องรับแขก แล้วเจอโรมตัวปลอม(พระเอก) ก็เดินขึ้นบัไดมา แล้วก็ทักว่า How are you, Jerome? อีกคนก็ตอบว่า Not bad, Jerome มันแบบ irony ยังไงก็ไม่รู้
ส่วนที่คิดไม่ถึงในตอนเด็กๆ พอมาดูอีกทีก็ตรงเหรียญในเปลวไฟตอนสุดท้าย มันเป็นสัญลักษณ์แท้ๆ มีหลายอย่างที่ถูกเอามาใช้ในเรื่อง การว่ายน้ำ (อันนี้รู้สึกทีหลังว่ายัดเยียดไปหน่อย) แต่ตอนดูก็ไม่รู้สึกอะไร
สรุป ชอบเรื่องนี้จัง เดี๋ยวดูอีกรอบดีกว่า
| Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2553 |
| Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2553 0:33:57 น. |
| |
|
|
|
|
นิยายน้ำเน่าไม่ได้แปลว่าเผามาพิมพ์นะจ๊ะ
รุ้งเป็นผู้ชื่นชอบอ่านนิยายน้ำเน่า เรื่องรักๆ เวอร์ๆ พระเอกรวย นางเอกจน หรือพวกมีปานแดงปานดำ อะไรพวกนี้ รุ้งอ่านหมด คนทั่วๆ ไปมักจะชอบเข้าใจว่ารุ้งจะชอบอ่านเรื่องหนักๆ เทคนิคแพรวพราว แต่จริงๆ เขาเข้าใจผิด ^^"
แต่ แต่ แต่
นิยายน้ำเน่าไม่ได้แปลว่าเป็นนิยายที่เผามาเขียนก็ได้ มันก็มีมาตรฐานของมันอยู่ นิยายน้ำเน่าดีๆ มีเยอะแยะ อ่านแล้วก็อิ๊น อิน บางทีก็ถูกคนเขียนหลอก เราก็ยอม รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก อ่านจบแล้วก็กรี๊ดๆๆๆ (จิกหมอน)
ทีนี้ปัญหาของรุ้งช่วงนี้ก็มีอยู่ว่า
นิยายที่ได้มาตรฐานในตลาดตอนนี้มันหายากจริงๆ นะ คือไม่ต้องสนุกจะวางไม่ลง แค่อ่านแล้วไม่อยากเอาเขวี้ยงพื้น แล้วกระทืบๆ ซ้ำก็พอ รุ้งรู้ตัวว่าเป็นคนเรื่องมาก ก็พยายามจะสแกนจากชื่อนักเขียนที่คิดว่าโอเคแล้ว เอาวะ อย่างน้อยชื่อก็การันตีความสนุกบางส่วนแหละ แต่พอมาอ่านจริงๆ ก็รู้เลยว่าไอ้เจ้านิยายที่อ่านอยู่นี่มันเผามาพิมพ์ เฮ่อ เศร้า
บางทีก็เจอเนื้อเรื่องอนาถๆ บางทีก็เจอความปัญญาอ่อนของตัวละคร ทั้งหลักและรอง บางทีก็เจอความไม่สมจริงของ setting พออ่านจบแล้วก็เอาไปแจกจ่ายให้เพื่อน แล้วก็บอกเพื่อนว่าถ้าอ่านจบก็เอาไปให้คนอื่นต่อเถอะ ไม่ต้องเอามาคืน แต่อย่าเอาไปบริจาคล่ะ จะบาปเปล่าๆ -_-'
เลยเอาไปปรับทุกข์กะหนิงว่า ตอนนี้รุ้งไม่ขออะไรมากแล้ว แค่ขอให้นิยายอ่านแล้วเรื่องไม่สังกะสีมากนักก็พอ ไม่ต้องถึงมาตรฐานก็ได้ มันก็มีเพียงแค่นักเขียนบางคนที่ยังโอเคอยู่ คือ เรื่องอาจจะไม่สนุกจิกหมอน แต่ก็ไม่เป็นสังกะสี
ทีนี้ หนิงก็บอกว่า งั้นมันก็แปลกนะ สมัยนี้กลายเป็นคนอ่านต้องยอมไปอ่านเรื่องสังกะสีๆ แทนที่คนเขียนจะอัพตัวเองจากสังกะสีเป็นกระเบื้องไฮโซลายดอกไม้แปะผนัง
เออ ก็จริงของมันหว่ะ
เพราะงั้นช่วงนี้ ในฐานะผู้บริโภค รุ้งได้ตัดสินใจว่า ถ้าหากว่านิยายเรื่องไหนไม่ดีพอ ก็ไม่ต้องอดทนอ่าน และอาจจะต้องงดอ่านนิยายน้ำเน่าไปอีกเป็นเวลาเนิ่นนาน เฮ่อ เศร้า
| Create Date : 31 ธันวาคม 2552 |
| Last Update : 31 ธันวาคม 2552 22:30:05 น. |
| |
|
|
|
|
กี๊ซซซซซซ !!!!!! Jergens กลิ่นนมแมว !!!!!!
เมื่อวานซืน ไปหาซื้อครีมทาตัวมาทา เพื่อนๆ ก็แนะนำ Jergens เพราะว่าเป็นครีมที่อยู่อึดในภาวะหน้าหนาว (หนาวนี้ช่างหนาวนานจินๆ) ผิวก็แห้งหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องไปถอย Jergens มา
แล้วก็พบปัญหาว่า Jergens มีหลายกลิ่นหลายรสมากๆ แถมซีลไว้อีก ก็ไม่รู้ว่ากลิ่นอะไรเป็นกลิ่นอะไร ก็เลยตัดสินใจเอากลิ่น Original Scent นี่แหละ เขามีเขียนด้วยว่าเป็นกลิ่น Classic ของ Jergans น่าจะเวิร์คแหละ
พอเอากลับมาทา ก็พบว่า
มันเป็นกลิ่นนมแมวที่ชั้นเกลียดนี่หว่า กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซ
เพราะงั้นใครเกลียดกลิ่นนมแมว กรุณาหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
ปล สำหรับผู้ไม่รู้ว่านมแมวคืออะไร นมแมวคือน้ำชนิดหนึ่ง มีสีขาวขุ่นๆ ทำมาจากอัลมอนด์ กับอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันมีอัลมอนด์ พบได้ที่ร้านขายน้ำตักๆ ที่เยาวราช มีชื่อจีนด้วยแต่เรียกไม่ถูก กลิ่นของมันจะหืนมาก เมื่อเอาใส่ในตู้เย็น กลิ่นจะฟุ้งทั่วตู้เย็น ทำให้รุ้งรู้สึกอึดอัด
ใครไม่รู้จักให้ดูกระทู้นี้ละกัน http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/07/D6839838/D6839838.html เผื่อสนใจอยากไปซื้อกิน
สรุป ชั้นต้องทนนังครีมนี่ไปอีกนานมั้ยเนี่ย เฮ่อ
ปล2 คิดๆ อยู่ว่าจะเอาเข้ากลุ่มย่อยอะไร ความงามดีมั้ย (ก็เกี่ยวกะครีม) หรือว่าของกิน (ก็เกี่ยวกับนมแมว) สุดท้ายเป้นไดอารี่เต๊อะ ดูไร้สาระสิ้นดี ^^"
| Create Date : 19 มกราคม 2552 |
| Last Update : 19 มกราคม 2552 1:06:26 น. |
| |
|
|
|
|
น้ำใบบัวบกสุดอร่อย
(ตอนเลือกกลุ่มย่อย ดูท่าทางสูตรทำอาหารจะเหมาะสุด แต่น้ำใบบัวบกใครก็ทำได้นี่หว่า ไม่ได้เป็นสูตรอะไรซักกะหน่อย รู้สึกแปลกๆ พิกลๆ) ^^"
ปกติเป็นคนร้อนในบ่อยๆ มากๆ เพิ่งมารู้ตัวเมื่อไม่นานว่า เป็นเพราะว่ากินเผ็ดๆ ช่วงไหนกินเผ็ดมากๆ ก็จะตัวร้อนจี๋เลย ไม่หายด้วย ตอนนี้ก็เลยหาอะไรมาข่มซะเวลาร้อนใน
ก็คือน้ำใบบัวบก
เพิ่งรู้ว่าทำโคตรจะง่าย อร่อยด้วย เลยมาเล่าให้ฟังดีกว่าว่าทำยังไง ^^
คนที่อยากจะทำใบบัวบกกินเอง ต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง
1. ต้องอยากกิน (เพราะไม่งั้นจะขี้เกียจทำ)
2. ต้องอยากเดิน (เพราะต้องเดินไปหาซื้อหรือหาเก็บใบบัวบก)
3. ต้องมีมูลีเน็กซ์จะดีมากๆ (ถ้าหากไม่มี ก็คงมีวิธีอื่นอีกที่จะทำได้เพราะสมัยโบราณก็ไม่มีมูลีเน็กซ์ใช้ แต่ว่าทำไม่เป็น อยากรู้ไปหาอ่านที่อื่นละกัน)
4. ต้องเป็นคนทำครัวแล้วตระหนักอยู่เสมอว่าต้องสะอาดในทุกๆ ขั้นตอน เพราะการทำน้ำใบบัวบก แทบจะไม่จะมีมีการต้มใดๆ เลย (นอกจากต้มน้ำเชื่อม)
แต่แล้นแต่แล้นแต่แล้นแต่แล้น
โอเค เรามาเตรียมของกันดีกว่าเนอะ
1. ใบบัวบก หาซื้อง่ายตามตลาดนัด 3 มัด 10 บาทเอง หรือบ้านใครมีทรัพยากรอยู่ในบ้าน ก็ไปหาเด็ดเอาตามภูมิประเทศ
2. น้ำตาลทรายแดง เน้นว่าทรายแดง เพราะจะได้รสหวานที่อร่อยกว่าน้ำตาลทรายขาวที่จะออกหวานแหลมๆ ไม่อร่อยเท่าไหร่
3. น้ำต้มสุกๆ ต้องสุกๆเลยนะ ห้ามครึ่งสุกครึ่งดิบ
4. มูลีเน็กซ์ อันนี้สำคัญมากๆ เพราะจะทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งสับๆ ขยำๆ
5. ที่กรองที่ละเอียดๆ หน่อย หรือผ้าขาวบางก็ได้
6. ภาชนะต่างๆ ขอเน้นว่าล้างให้สะอาดก่อนใช้นะจ๊ะ
แต่แล้นแต่แล้นแต่แล้นแต่แล้น
โอเค ต่อๆ วิธีทำ
1. ล้างใบบัวบกให้สะอาด จะให้ดีก็แช่น้ำที่ผสมผงฟูด้วย (ภาษาวิชาการเรียกว่าโซเดียมไบคาร์บอเนต) ผงฟูนี้ดีหนักหนา เอามาแช่ผักก็สะอาด เอามาผสมน้ำบ้วนปากก็ดี เอามาขัดล้างพวกสเตนเลสสตีลก็ได้ เป็นสิ่งที่ควรมีติดบ้านเป็นอย่างยิ่ง
2. ล้างๆ แล้วสะเด็ดน้ำ เลือกๆ สิ่งสกปรกที่ติดอยู่ออกไป เอาพักไว้ที่ไหนซักที่ในครัว
3. เอาน้ำตาลทรายแดงซักครึ่งโล ผสมน้ำเล็กๆน้อยๆ ซักครึ่งถึงค่อนถ้วย ไม่ต้องเยอะ ต้มทำน้ำเชื่อม
4. ระหว่างต้มน้ำเชื่อม เราก็เอาใบบัวบกสับๆๆๆๆ มายัดใส่มูลีเน็กซ์ ตักน้ำซัก 2 ถ้วยลงไปด้วย แล้วลงมือปั่น ใครชอบให้น้ำใบบัวบกของตัวเองเข้มข้นก็ใส่น้ำน้อย แล้วแต่ชอบ ปั่นๆๆๆๆๆๆ
5. ปั่นเสร็จครั้งแรก อย่าลืมเดินไปดูน้ำเชื่อมนะ คนๆ มันหน่อย
6. เดินกลับมาที่มูลีเน็กซ์ เอาน้ำปั่นไปเทลงบนภาชนะโดยผ่านที่กรองด้วยนะ จะได้กรองเอากากมันออก เอาแค่น้ำไว้
7. ปั่นต่อ เพราะใบบัวบกเราคงมีไม่น้อยนะ ตั้ง 3 กำก็ปั่นได้ตั้ง 3-4 ครั้งแน่ะ
8. น้ำเชื่อมคงจะได้แล้วล่ะ ปิดไฟซะ ตั้งไว้ให้มันเย็นกว่านี้หน่อย
9. พอปั่นหมดแล้ว จะเห็นว่ากากในที่กรองมีเต็มไปหมด แต่อย่าเพิ่งทิ้งนะ เอาช้อนมากดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะในกากเหล่านั้น ยังมีน้ำหลงเหลืออยู่ เอามันจนหยดสุดท้ายไปเลย
10. มันจะมีฟองอากาศจากการปั่นอยู่บนน้ำ เอาช้อนตักออกซะ
11. เอาน้ำเชื่อมเทลงในน้ำใบบัวบก คนๆๆๆๆๆ ทิ้งไว้ให้เย็นกว่านี้ค่อยเอาเข้าตู้เย็น
12. เย็นแล้วก็ดื่มสิ รออะไรอยู่ล่ะ ^^
ที่ทำน้ำใบบัวบกกินเองเพราะว่า พอเห็นกรรมวิธีแล้ว ก็รู้สึกว่าไอ้น้ำนี่ ถ้าไม่ใส่ใจหรือทำไม่สะอาด เช่นไม่ใช้น้ำต้ม ไม่สนใจล้างมือทุกขั้นตอน ที่จับใบบัวบก ภาชนะ ก็น่าจะสกปรกง่าย เลยทำเองซะเลย รุ้งชอบแบบเข้มข้น ก็ทำแบบที่ชอบเลย ง่ายๆ สบายๆ
ลองดูละกัน
| Create Date : 17 มกราคม 2552 |
| Last Update : 17 มกราคม 2552 0:03:10 น. |
| |
|
|
|
|
สิ่งที่ไม่ชอบเลยเวลาอ่านหนังสือแล้วเจอ
เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือน้อยมาก ทั้งหนังสือเล่มๆ และบนเนต อาจจะเป็นเพราะว่าเอียน "นิยายมองโลกในแง่ดี" บนแผงหนังสือ หรือว่า "นิยายหลุดโลก" บนเนต ซึ่งหนึ่งในกองนั้น บางทีอาจจะมีอะไรถูกใจเราบ้าง แต่เราก็รู้สึกว่าช่างหายากหาเย็นจริงๆ
สรุป ตอนนี้ จขบ.อยู่ในช่วงเรื่องมากในการอ่าน ^^"
ว่าแล้วก็เข้าเรื่อง เมื่อ weekend ที่ผ่านมา จขบ.ได้ไปซื้อนิยายมาเรื่องนึงอ่าน เรื่องนี้เคยอ่านในเนตแล้ว จำได้ว่าสนุกดีแต่ก็ไม่ได้คิดจะซื้อในตอนนั้น เพราะคิดว่ามันยังไม่ดีพอสำหรับหนังสือเล่ม กาลเวลาผ่านไป ก็เริ่มอยากอ่านใหม่ ก็เลยเพิ่งได้ฤกษ์ซื้อ (ทั้งๆ ที่มันออกมาเป็นชาติแล้ว) พอได้อ่าน ก็พบข้อเสียอะไรบางอย่างที่ขัดใจสุดๆ
นั่นก็คือการร่วมแจมของความคิดคนเขียนในเรื่อง เป็นจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่นักเขียนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว แม้แต่นักเขียนใหญ่เขียนมาเป็นหลายสิบเรื่อง รุ้งก็เจอไอ้เจ้านี่ประจำ ก็พอเข้าใจว่ามันเป็นอะไรที่ control ยากมากๆ มันไม่ใช่ข้อเสียแบบพล็อตไม่ดี ตัวละครไม่มีเหตุผล หรือว่าภาษาแย่
มันก็เป็นเรื่องปกติที่คนเขียนจะ convey ความคิดตัวเองผ่านตัวละคร เข้าใจว่า 100 ทั้ง 100 ก็ทำอย่างนั้น ปัญหาของมันก็คือเรื่องความเนียนของมัน ความสมเหตุสมผล ความเหมาะเจาะที่ตัวละครนั้นจะสื่อสารกับคนอ่านด้วยความคิดนั้น มันต้องพอดี
อย่างบางเรื่อง ตัวละครก็ช่างสั่งสอนจัง พออ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า ไอ้คำพูดพวกนี้ ไม่ใช่ตัวละครอยากจะพูด หรือความคิดของตัวละครจริงๆ หรอก แต่นักเขียนอยากใส่ลงไป ก็ให้มันเป็นความคิดของตัวละครซะ อ่านทีไร รุ้งก็หน้าคว่ำหน้าหงายทุกที สะดุดดังกึ้กเลย -_-'
แต่ผลของการที่มีความคิดของนักเขียนโผล่ขึ้นมาในเรื่อง มันทำให้คนอ่านที่กำลังอ่านอยู่เนียนๆ สะดุดหัวทิ่ม หัวคะมำ มันก็เสียอรรถรสในการอ่านพอสมควรนะเนี่ย เพราะกว่าจะ build อารมณ์ให้อินมาตลอด ก็หวังว่าจะอยู่ในอารมณ์นั้นจนจบเรื่อง ที่ไหนได้ พอสะดุดทีก็หงุดหงิดที ต้องมาเริ่มตั้งต้น build อารมณ์ใหม่
สงสัยเราจะเรื่องมากไปเองแหละ -_-' เฮ่อ ว่าแล้วก็ไปหาหนังสือเรียนอ่านก่อนดีกว่า จะสอบแล้ว
| Create Date : 25 กันยายน 2551 |
| Last Update : 25 กันยายน 2551 11:08:15 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|
|
Location :
กรุงเทพ Thailand
[Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
|
เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด)
ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)
|
|
| |
|
|
|
|
|