มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
วิจารณ์นิยาย "ลางรักเล่ห์ร้าย" by สิตา






เรื่อง : ลางรักเล่ห์ร้าย 
ผู้เขียน : สิตา
สำนักพิมพ์ คำต่อคำ

คำโปรย

เพียงเพราะคำขอร้องของหญิงป่วยใกล้ตายว่าต้องการพบหน้าเลือดเนื้อเชื้อไข ที่ตนเคยทอดทิ้งเป็นครั้งสุดท้าย ทำให้ชาคริยาตัดสินใจเดินทางมาหากรินทร์ ลูกชายของคนป่วย

หากสิ่งที่พยาบาลสาวเผชิญกลับกลายเป็นคำ ต่อรองจากกรินทร์ ที่เสนอแกมบังคับให้เธอมาทำงานใกล้เขา แลกกับโอกาสที่จะกล่อมเขาให้เปลี่ยนใจไปเยี่ยมมารดา  แม้ยังลังเล...ชาคริยาก็ยอมกระโจนเข้าเล่นเกมแสนพิกลนี้

นั่น เป็นจุดเริ่มต้นให้เธอต้องพัวพันกับความลับหลายอย่างของกรินทร์ ตั้งแต่การที่เขาถูกกล่าวหาว่าค้ายาเสพติด การตามแก้แค้นคนไว้ใจที่คิดทรยศ และการหักหลังของผู้ร่วมงานบางคนซึ่งอาจทำให้บริษัทของกรินทร์ล้มครืน

กระนั้นอุปสรรคเหล่านี้กลับชักพาหัวใจสองดวงให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมปัญหาที่ค่อยๆ คลี่คลายไปทีละเล็กละน้อย

ทว่าเมื่อความจริงปรากฏในท้ายที่สุด ชาคริยาจึงเพิ่งตระหนักว่า...คนบงการเบื้องหลังทั้งหมดอาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เธอคิด!

เป็นเรื่องที่ได้มาจากโครงการ รับอ่านวิจารณ์นิยาย ให้น่ะค่ะ (คลิกไปดูรายละเอียดได้ว่าเงื่อนไขที่รับอ่านมีอะไรบ้าง)

สำหรับคนที่มองหาเรื่องสนุกๆ อ่าน ก็แนะนำเรื่องนี้นะ เป็น Romantic Suspense ที่โอเคนะคะ ส่วนคนอ่านหรือคนเขียนที่มองหาหนังสือเพื่อศึกษาการเขียนไว้ต่อยอดเทคนิคการเขียนก็สามารถอ่านได้ค่ะ นับว่าโอเคอยู่

(คลิปจะอธิบายกลวิธีการเขียนละเอียดกว่า ไปดูได้ แต่ถ้าใครแค่จะหารีวิวแบบเบาๆ แบบไม่ต้องการศึกษาหาความรู้เรื่องการเขียน อ่านใน blog นี้ก็เหลือเฟือแล้วค่ะ) 

ต่อไปนี้จะเป็นสปอยล์นะจ๊ะ

บอกไปแล้วว่าเป็น Romantic Suspense เพราะงั้นก็จะมีความลึกลับบางอย่างของการสืบสวนสอบสวน ควบคู่ไปกับเรื่องเลิฟๆ ของพระเอกนางเอกน่ะนะ

จริงๆ ต้องบอกว่าคนที่ทำให้ลึกลับไม่ใช่ใครอื่นเลย พระเอกนี่แหละตัวดีค่ะ คือ เขาเป็นคนมีอดีตหลายซับหลายซ้อน ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเป็นนักธุรกิจที่น่าจับตาและประสบความสำเร็จ แต่ยังคงมีอดีตเป็นเงาตามตัว สลัดไม่หลุดสักที มันยิ่งทำให้เขาจำเป็นต้องเก็บงำเรื่องหลายๆ อย่างเอาไว้กับตัว

เรื่องนี้นับเป็นตัวอย่างที่ดีของคนเขียนที่ไม่ต้องอธิบายมากมายว่าพระเอกฉลาด เพราะคำพูดคำจา การตัดสินใจอะไรหลายๆ อย่างบอกให้รู้ว่าเฮียแกฉลาด ไหวพริบดีเป็นกรดจนรู้สึกสงสารนางเอกเบาๆว่าตามเฮียเขาไม่ทันหรอก แต่ถึงอย่างนั้นหนิงก็โอเคนะ เพราะรู้สึกเคมีพระนางนับว่าเข้ากันดี แล้วเป็นคู่ที่พัฒนาความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่สักหน่อย นางเอกชอบก็จริง แต่ยังคงใช้สมองในการไตร่ตรองอยูว่าจะเอาไงดี

ความสัมพันธ์มันเริ่มตามคำโปรยนั่นแหละที่นางเอกทำตามคนไข้ที่อยากเห็นหน้าลูกชายตัวเองก่อนตาย เป็นลูกชายที่ตัวเองไม่เคยรับเป็นลูก แต่วาระสุดท้ายก็อยากให้เขามาหาว่างั้นเถอะ นางเอกเลยยอมทำตาม ทีนี้ด้วยเหตุสุดวิสัยเลยมีเรื่องยุ่งๆ เลยทำให้พระเอกตั้งเงื่อนไขกับนางเอกให้มาทำงานด้วย แลกกับเวลาให้นางเอกได้มีโอกาสกล่อมพระเอกให้ไปเยียมแม่

เรื่องนี้จุดที่ชอบก็คือ อารมณ์สืบสวนของเรื่อง เหตุการณ์ที่ค่อยๆ เข้ามาตามลำดับเพื่อถีบเรื่องให้ลุ้นระทึกขึ้นไปเรื่อยๆ คนเขียนคิดในเรื่องของการหักเหลี่ยม หักมุมได้ดี โปรย Clue ไว้แล้วตามทยอยเก็บได้ จุดนี้ได้ใจไปเลยค่ะ

ทีนี้จุดที่ไม่ชอบมั่ง หลักๆ คือ เป็นเรื่องของเหตุผลที่ให้ไว้ในเรื่องนี้

เท่าที่ดู คนเขียนรู้อยู่แล้วว่าจุดไหนควรอธิบายอะไร รู้ว่าคนอ่านตั้งคำถามตรงไหน และให้เหตุผลในการกระทำไว้เรียบร้อยดีงาม ถ้าในแง่ของการเขียน นับว่าโอเคแล้วค่ะ ถือว่าให้ข้อมูลคนอ่านแล้ว แต่สิ่งที่หนิงไม่ชอบก็คือ เหตุผลที่ให้มา หนิงไม่ซื้ออ่ะ...มันไม่ใช่

อย่างแรกเลยคือ เรื่องของการที่นางเอกมาทำงานกับพระเอก อาจจะด้วยโดนบังคับหรือโดนกล่อมให้ทำงานกับพระเอก แต่คนอ่านรู้หนิว่าจริงๆ แล้วถ้านางเอกดื้อแพ่ง ใครจะไปห้ามได้ แต่นางเอกก็ยอมโอเค เพราะเบื้องลึกคือ อยากให้พระเอกได้ไปคุยกับแม่ และบอกให้เสร็จสรรพเลยว่าเพราะนางเอกเคยมีประสบการณ์คล้ายกันที่พ่อก็เป็นมะเร็ง

ไม่รู้จิ ส่วนตัวหนิง หนิงมองว่านางเอก 'ยุ่ง' เกินไปสักหน่อย คือ แม้นางเอกจะเป็นคนดี แต่ถ้าให้หนิงเป็นเพื่อนนางเอก หนิงไม่เอาด้วยอ่ะค่ะ (นางเอกเขาก็รู้ตัวนะว่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอยู่บ่อยๆ) การเป็นคนดี การหวังดีไม่ได้แปลว่าจะไปก้าวก่ายเรื่องที่ไม่ใช่กงการของตัวเองน่ะนะ

ส่วนเรื่องที่สองที่รับไม่ค่อยได้ก็คือ ตรรกะวิบัติของแม่ของพระเอก นางเอกบอกอยากให้พระเอกบอกกล่าวบ้าง ไม่ใช่ปิดบังไรงี้ (ไม่โดนหลอกก็พูดความจริงไม่หมด) คุณหญิงแม่ก็จัดการด่านางเอกเสร็จสรรพ ตอนแรกให้อภัยได้เพราะยังไม่ได้เป็นแฟน แต่พอเป็นแฟนให้อภัยไม่ได้ทั้งที่พระเอกก็ทำไม่ต่างจากครั้งแรก พระเอกก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นว่านางเอกเห็นแก่ตัวที่อยากให้พระเอกเปลี่ยนตามใจตัวเอง

เอ่อ เดี๋ยวนะ คือ ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องว่านางเอกเห็นแก่ตัว อยากให้พระเอกเปลี่ยนไปตามใจตัวเองป่ะ แต่ประเด็นคือ นางโดนหลอก และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย ก่อนหน้านี้ที่ให้อภัยส่วนหนึ่งมันคือครั้งแรกป่ะ นี่คือครั้งที่สอง ต่อให้ไมใช่แฟนกัน โดยสามัญสำนึกของคนที่รักจะคบหา (ไม่ว่าจะแง่คนรู้จัก เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนรัก) สิ่งที่พระเอกทำมันไม่โอเคด้วยประการทั้งปวง

จากนั้นนางยังต่อตรรกะวิบัติต่อไปว่าพระเอกกำลังรัก เพราะงั้นกอบโกยไปเหอะ

คือแต่ละอย่างที่แนะนำ...ก็รู้นะว่าจริงๆ แล้วแม่พระเอกเขามีนิสัยอย่างหนึ่ง แต่นิสัยที่ว่านั่นไม่เหมาะที่จะเป็นกาวใจแล้วนำคำพูดของนางมาทำอะไร?

และอย่างที่สาม นางเอกก็ดันคิดได้ว่า เออ เป็นเพราะฉันเองที่เป็นห่วงเขาเกินไป เอางี้ ฉันให้อภัยพระเอกแระ แต่ต้องคุยกันหน่อย ครั้งหน้าอย่าทำงี้อีกนะ...เอิ่ม

(สมมุติถ้าเป็นตรรกะทั่วไปนะ) นางเอกเสียใจแล้วบ่นให้แม่พระเอกฟัง ฟังดูก็รู้ว่าพระเอกผิดเต็มๆ แม่นางเอกก็เลยด่ากลับว่าเพราะเธอเห็นแก่ตัว นางเอกก็เลยมานึกๆ ดู เออ ฉันก็คงเห็นแก่ตัวมั้ง ฉันแค่อยากให้พระเอกเชื่อใจฉันบ้าง เอาล่ะ ฉันไปคืนดีกับพระเอกละกัน คือ...จริงๆ มันต้องด่าพระเอกป่ะ ไม่ใช่มาด่านางเอกแล้วทำให้นางเอกคิดได้แบบนี้

มันเป็นการแก้ปมที่ง่ายเกินไปค่ะ ลองนึกง่ายๆ ว่า คนเขียน build เรามาเป็นสิบๆ ตอนถึงพฤติกรรมของพระเอกที่ลึกลับ หลอกคนนั้นคนนี้ไม่เว้นแม้แต่นางเอกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกอย่างจบลงเพียงแค่ตอนเดียวโดยที่นางเอกให้อภัย...แบบง่ายๆ

พระเอกคือคนที่สมควรต้อง pay for something เพราะสิ่งที่เขาทำมันหนักหนาเอาเรื่อง คนอ่านเข้าใจนางเอก เป็นเราเราก็โกรธเหมือนกัน แต่พระเอกไม่ต้องทำอะไรเลย แค่มาพูดง้อขอให้อภัยให้แล้วมันก็จบลงแบบที่นางเอกบอกว่าฉันยกโทษให้คุณแล้วด้วยหน้ากระดาษเพียงไม่กี่หน้า

ด้วยเหตุผลที่ได้ให้ไว้ในเรื่องเป็นจุดขัดใจของหนิงอยู่ค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องสืบสวนที่ดี คนเขียนคิดเยอะกับปมสืบสวนได้ดีมากซึ่งหนิงประทับใจค่ะ แต่กลับคิดตรงจุดที่เป็นเรื่องรักน้อยเกินไปสักนิด ในตอนท้าย หากสามารถขยี้ปมพระเอกกับนางเอกได้ดีกว่านี้ คือ ในเมื่อสิบกว่าตอนที่ทำมา อาจจะให้เวลานางเอกเยียวยาตัวเองมากกว่านี้ และให้พระเอกทำอะไรมากกว่านี้พอที่จะทำให้เชื่อได้ว่าคนอ่านและนางเอกยอมให้อภัย ไม่ใช่แค่ยัดการให้อภัยนี้ใส่ตัวนางเอกแล้วเรื่องมันจะจบ (ความรู้สึกคนอ่านแบบหนิง มันไม่จบค่ะ หนิงไม่ให้อภัย)

และในตอนปิดท้าย ยังอุตส่าห์โยนระเบิดไว้ให้คนอ่านไปคิดต่ออีกนะ หนิงเลยได้แต่สงสารนางเอกนิดนึงว่า behind the scene นางเอกจะใช้ชีวิตแบบมีความสุขหรือเปล่าเนี่ย เพราะพระเอกเขาเป็นคนแบบนี้เนี่ย

แต่สรุปแล้ว ถึงจะบ่นนั่นบ่นนี่ก็ตาม หนิงก็ยังมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่โอเค หนิงชอบค่ะ และก็แนะนำนะ

เทคนิค 8.5 / 10
ภาษา 4 / 5
เนื้อเรื่อง 8.5 /10 
ความสร้างสรรค์ 13 / 15 
ความชอบ 8.5 / 10

รวม 42.5/50

คลิปแรก : เรื่องย่อ


คลิปสอง : คะแนน





Create Date : 31 มีนาคม 2559
Last Update : 1 เมษายน 2559 11:10:35 น.
Counter : 801 Pageviews.

4 comments
  
แวะเข้ามาอ่านครับ.
โดย: เจียวต้าย วันที่: 1 เมษายน 2559 เวลา:7:45:55 น.
  
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกันค่า
โดย: peiNing วันที่: 2 เมษายน 2559 เวลา:14:41:19 น.
  
อื้อหือ คุณหนิงสมกับเป็นนักวิจารณ์นิยายเลยค่ะ
อ่านและฟังได้ความรู้มากๆ
ขอบคุณมากๆนะคะ เอามาปรับใช้กับการอ่านการเขียนได้ดีจัง

ตอนอ่านไม่ได้คิดถึงที่คุณหนิงบอกรายละเอียดเลยค่ะ
ได้แนวทางเยอะเลย ^^

โดย: lovereason วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:11:29:57 น.
  
ขอบคุณคุณนุ่นที่เข้ามาเยี่ยมกันค่ะ ^^

ยินดีหากมันสามารถใช้เป็นแนวทางได้นะคะ
โดย: peiNing วันที่: 5 เมษายน 2559 เวลา:23:11:06 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ