กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
รีวิว "Love Trick พลิกรักสลับใจ" เล่มหนาที่เต็มไปด้วยความฟินของพระนาง




ออกตัวก่อนเลยว่า เล่มนี้ได้มาฟรีค่ะ 

(ปกตินโยบายหนิงกับเจ๊รุ้ง เราแทบไม่เคยรับหนังสือจากใคร แต่หนังสือเล่มนี้ได้มาด้วยเหตุบางประการ และนำมารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน)

เอารายละเอียด หน้าปก กับคำโปรยไปก่อนเลยจ้า



Love Trick พลิกรักสลับใจ
ผู้เขียน:  Lucia & ลูเซีย
สำนักพิมพ์:  สำนักพิมพ์คำต่อคำ
จำนวนหน้า:  552  หน้า

คำโปรย

อาจเพราะฟ้ากำหนดไว้แล้วว่าทั้งสองต้องเป็นคู่กัน

ต่อให้ การะเกด มีจิตใจเป็นทอมและแสนเกลียดผู้ชายเข้าไส้ แถมมีแฟนสาวสวยๆ ควงไม่ซ้ำหน้า  แต่...โลกนี้ก็ช่างทำกับเธอได้ เมื่อมาพลาดท่าเสียทีให้แก่ ภารนัย คุณหมอผู้ที่ใครๆ บอกว่าเขาเป็นเกย์ ในคืนปาร์ตี้อันสนุกสุดเหวี่ยง

ที่ร้ายกว่านั้น พ่อแม่ดันมาเห็นหลักฐานคาตา...คาเตียงกลางโรงแรมหรู ทอมอย่างเธอไม่เคยแคร์พรหมจรรย์

แต่คำสั่งเสียงเฉียบขาด “พวกแกต้องแต่งงานกัน” ก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายตามมา

ทอมมาดเท่กับเกย์หน้าหวานเนี่ยนะ ...นี่มันเป็นเรื่องบ้าบอคอแตกชัดๆ!


ขี้เกียจย่อเรื่อง เอาเป็นว่าก็เป็นไปตามคำโปรยนั่นแหละค่ะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ แต่สิ่งที่มีเรื่องให้เล่มค่อนข้างหนา ก็คือเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวในเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเกือบทุกตัวมีปมของตัวเอง ตั้งแต่นางเอกที่เป็นทอมด้วยปมเรื่องครอบครัว พระเอกมีปมด้วยสิ่งแวดล้อมสมัยยังเด็ก ปมแรงด้วยแหละ ส่วนตัวละครอื่นๆ ที่โลดแล่น ก็มีปมหนักบ้าง เบาบ้าง ว่ากันไป ดังนั้นเมื่อโยนปมขัดแย้งลงมาหลายจุดแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาในการแก้ปมมากเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าถามว่าเรื่องนี้แนะนำให้อ่านไหม หนิงว่าถ้าไม่ชอบอะไรที่บีบคั้นจิตใจ อ่านสบายๆ และฟินไปกับคู่พระนาง มันก็โอเคนะ อ่านเรื่อยๆ ถึงตัวละครบางตัวจะปมหนักอยู่บ้าง แต่หนิงไม่รู้สึกว่าเรื่องจะทำร้ายจิตใจคนอ่านมากนัก ไม่ได้ถูกจับเหวี่ยงอยู่บนรถไฟเหาะอะไร อ่านไปได้เรื่อยๆ ค่ะ

นั่นเป็นข้อดีที่หนิงชอบเรื่องนี้ มีบางจุดที่ออกจะขำๆ อยู่กับการสลับบทบาทของนางเอกและพระเอก อย่างบางตอนที่ควรเป็นบทพูดแมนๆ ของผู้ชาย แต่กลายเป็นว่านางเอกพูดซะงั้น พระเอกของเราก็ดูจะนุ่มนิ่มจนเกือบจะเป็นผู้หญิงแทนเสียแล้ว ก็สมกับการสลับขั้วในคำโปรยว่า ‘ทอมมาดเท่ กับ เกย์หน้าหวาน’ เหมือนกัน ใครที่ต้องการความแปลกใหม่ในการสร้างตัวละคร เรื่องนี้ก็ให้ความคิดสร้างสรรค์ที่อ่านแล้วอมยิ้มค่ะ

แน่นอนว่า ตามธรรมเนียม (หรา?) เมื่อกล่าวถึงข้อที่ชอบ ย่อมพูดถึงจุดที่ไม่ชอบกันบ้าง แต่จะบอกว่าไม่ชอบก็ไม่เชิงหรอก คือ ไม่ได้เกลียดอ่ะนะ แต่คิดว่าเป็นจุดที่น่าจะพูดถึงสักหน่อย อ้อ เตรียมใจด้วยว่า ต่อไปนี้จะเป็นการสปอยล์ละ ใครที่ยังไม่อ่าน ก็ไม่ต้องไปต่อก็ได้ (และแน่นอน พูดไปตามมารยาท เพราะสุดท้ายก็ลงไปอ่านอยู่ดีใช่ไหมล่ะ)

จุดที่ว่านั่น ก็คือ เจ้าความเรื่อยๆ อ่านสบายๆ นี่แหละค่ะ ในเรื่องนี้ หนิงอ่านจบแล้วก็นั่งคิดอยู่นานว่าเรื่องนี้มันแหม่งๆ ตรงไหน จะบอกว่าการจบซะงั้นก็ไม่เชิง หรือการลำดับการแก้ปมก็ไม่ตรงซะทีเดียว คิดไปคิดมาอยู่นาน เอาเป็นว่า จุดใหญ่ใจความของเรื่องนี้สำหรับหนิงคือ ปมขัดแย้งของเส้นเรื่องหลักไม่ชัดเจนค่ะ

ทุกคนมีปมของตัวเอง แต่ปมนั่นคือต่างคนต่างไปแก้ในส่วนของตัวเอง แต่ปมหลักของเรื่องจริงๆ คือ ตั้งใจจะเล่นที่จุดไหนกันแน่ ถ้าดูจากการโยนทิศทางของเรื่องมาตั้งแต่แรก มันควรเป็นเรื่องระหว่างพระเอก และนางเอก และปมขัดแย้งอื่นๆ ค่อยมาสนับสนุนปมหลักทีหลัง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ พระเอกนางเอกแทบไม่มีอะไรที่ขัดกันเลย ให้อารมณ์ประมาณพระเอกนางเอกหันหลังชนกัน แล้วกระโดดไปสู้กับปมขัดแย้งที่ against ตัวเองกับคนข้างนอก 

ถ้าจะให้พระเอกนางเอกไม่ขัดแย้งกันแบบนี้ แปลว่าพวกเขาคือพวกเดียวกันที่จับมือกัน เพื่อจะกระโดดต่อสู้กับปมขัดแย้งใดปมขัดแย้งหนึ่ง แต่ Antagonist ที่ปรากฏในเรื่องก็ไม่มีพลังพอที่จะถีบตัวเองให้กลายเป็นปมขัดแย้งหลักได้เลย คนแรกที่หนิงมองว่าถ้าเล่นกับหมอนี่หน่อย เขาจะกลายเป็น Antagonist ที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งใหญ่ได้ ผลปรากฏโดนซิวไปตั้งแต่กลางๆ เรื่อง แถมโดนจับไปแบบอยู่ดีๆ หมอนี่ก็โดนโยนไปให้ต่อสู้กับพระเอกนางเอกโดยใช้เหตุบังเอิญเจอกัน เลยทำให้เป็น Antagonist หมดราคาไปเรียบร้อย

ดังนั้น Antagonist ที่เหลืออยู่ที่น่าจะมีฤทธิ์ แต่กลายเป็นตัวละครที่ประหนึ่งกลายเป็นผีไร้ตัวตนที่มีฤทธิ์แบบห่างๆ แต่ไม่ปรากฏตัวอีกเลยนอกจากถูกพูดถึงในฐานะบุคคลที่สาม (และถูกซิวในตอนจบ) เรื่องนู่นนั่นนี่ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่อยากให้เป็นเหตุบังเอิญ ก็โยนให้เจ๊คนนี้รับไป เป็นเหตุผลที่ดี และเป็นสิ่งที่ทำให้ Antagonist ตัวนี้ดูมีราคาขึ้น (กว่าเดิม) 

แต่สุดท้ายของถูกก็คือของถูก เป็น Antagonist ที่ยังไม่สามารถถีบตัวขึ้นมาฟัดเหวี่ยงกับพระเอกนางเอกได้อยู่ดี

เลยเลิกคิดจะหา Antagonist แล้ว หันไปมองหาเหตุการณ์อื่นๆ ที่จะกระทบกับเส้นเรื่องหลักต่อไป และยิ่งมองหา หนิงยิ่งพบว่าปมหลายๆ อย่างที่โยนเข้ามา รวมทั้งตัวละครที่ใส่มาแบบไม่เกี่ยวกับเส้นเรื่องหลัก (แต่ใส่มาเพื่อเส้นเรื่องรอง เพื่อให้ตัวละครเหล่านั้นมีทางออก) ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ตัดออกไปได้ทั้งสิ้น จนอ่านไปแล้วก็งงว่าใส่มาทำไม แต่สุดท้ายก็หาเจอจนได้ในเรื่องปมขัดแย้งที่เกี่ยวกับปมขัดแย้งหลัก เพราะมันมีผลกับความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอก นั่นคือ เหตุการณ์ที่อดีตของพระเอกแดงออกมา ที่แลดูจะส่งผลกระทบกับเส้นเรื่อง (ที่ควรจะ) หลักที่สุดแล้ว 

และแล้ว หนิงก็ต้องไว้อาลัยกับปมนี้ไปเรียบร้อย เพราะมันถูกกล่าวถึงน้อยมาก (อุตส่าห์ปูพื้นไว้ให้อย่างดีในตอนแรก) ดูเหมือนจะแค่ตอนเดียวเองมั้ง ทั้งที่ปมนี้แหละที่กระทบที่สุดแล้ว

แต่ในขณะเดียวกัน ตัวละครที่โลดแล่นเด่นขโมยซีนพระเอกนางเอกที่สุด กลับกลายเป็นน้องสาวของนางเอก เป็นตัวละครที่คนเขียนใช้เวลาในการสร้างปม ใช้เวลาในการ drive เรื่องเกี่ยวกับน้องสาว ใช้เวลาในการคลี่คลายปม จนหนิงรู้สึกว่าถ้าจะตั้งใจกับตัวละครตัวนี้ขนาดนี้ ตัดพระเอกนางเอกออกไปได้ไหม น้องนางเอกกับ story ของเธอ น่าสนใจกว่าเป็นไหนๆ และนั่นแปลว่า เส้นเรื่องและการสร้างปมของเรื่องนี้ ออกแนวหลงประเด็นไป แทนที่จะโฟกัสในเส้นเรื่องหลัก แต่ถูกเสน่ห์ของ story ของน้องนางเอกทำให้หลงทิศหลงทางไปจนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระเอกและนางเอกหลงเหลือไว้แค่ความฟินแค่นั้น ไม่ได้รู้สึกเสริมสร้างการก้าวข้ามบางอย่างไป (หรือไม่อีกทีก็คือ คนเขียนตั้งใจเล่นในเรื่องของน้องนางเอก แต่ปลอบประโลมคนอ่านโดยการเอาเรื่องเรื่อยๆ ของพระเอกนางเอกมาบังหน้า)

ถ้ามีคำโต้แย้งในแง่ว่า พระเอกนางเอกก็มีการพัฒนานะ เพราะปมในใจที่พวกเขามีถูกคลี่คลายออกไง ซึ่งมองในแง่นี้ ก็ถูกต้องที่พระเอกนางเอกไม่ได้โดนทิ้งซะทีเดียว มีการพัฒนาไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่คิดไปคิดมา เอาจริงๆ ปมของนางเอก กลับไม่ค่อยสำคัญในสายตาของหนิงเท่าไรนะ เพราะเจ้าตัวก็ดูไม่ได้เดือดร้อนอะไร คือ อาจจะมีปมอยู่อย่างนั้นแหละ แต่จะคลี่คลายหรือไม่ ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง การที่ดีกับพ่อมากขึ้น ก็ไม่เห็นมีอะไรในตัวพัฒนา ไม่ได้ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับพระเอกด้วย

แปลว่าการสร้างปมให้นางเอกยังอ่อนอยู่ หรือไม่อีกที ก็คือการสร้างนางเอกให้แกร่งเกินจนตัวเธอในตอนเปิดเรื่องกับปิดเรื่องไม่มีอะไรพัฒนา นอกจากพัฒนาเรื่องรสนิยมของตัวเอง (ซึ่งหนิงมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ แต่เรื่องนี้ก็เล่นประเด็นนี้นิดเดียว เพราะนางเอกก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรสักนิดกับการเป็นทอม คือ จะชายหรือหญิง ไม่มีผลกับนางอ่ะ ได้หมด เลยทำให้ความสนใจนั้น กลายเป็นไม่น่าสนใจ ผ่านเลยไปเลย)

กลับกันมาดูมุมพระเอกบ้าง ปมของพระเอก เห็นได้ชัดว่านางเอกเป็นคนช่วยคลี่คลายให้ หนิงถึงได้บอกว่า อดีตของพระเอก เป็นปมที่กระทบความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ที่หนักแน่นพอ คือ มันสามารถทำให้พระเอกตัดสินใจเดินออกจากชีวิตนางเอกได้เลย หรือไม่ก็ทำให้พ่อแม่นางเอกบังคับให้หย่าได้ทันที (แต่ก็ต้องไว้อาลัยมันไปในที่สุด)

โดยสรุปก็คือ เรื่องนี้มีปมขัดแย้งเยอะ ตัวละครสร้างความขัดแย้งเยอะ แต่เมื่อเอาทุกตัวมารวมกันในเรื่อง กลับเกี่ยวพันกับเส้นเรื่องหลักแค่นิดเดียวจนบางจุดตัดออกไปก็ได้

ทำไมถึงได้บ่นในเรื่องปมขัดแย้งมากนัก 

เพราะว่าสิ่งที่ทำให้นิยายต่างกับสารคดีก็คือปมขัดแย้งนี่แหละ นิยายคือ การร้อยเรียงกันของเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งของตัวละคร และเมื่อปมคลี่คลายแล้ว ตัวละครมีการเรียนรู้ มีการพัฒนา ปมขัดแย้งจึงเป็นตัวหลักที่จะกำหนดทิศทางของเรื่อง ถ้าปมขัดแย้งไม่หนักแน่น ก็เหมือนกับจุดหมายของเรื่องไม่ชัดเจนว่าจะพาคนอ่านไปที่ไหนกันแน่ ฉันใดฉันนั้น (ถ้าเรื่องนี้คือ เดาได้แหละว่าควรจะไปในแง่ว่าพระเอกนางเอกจะพัฒนาความสัมพันธ์ยังไง จะรักกันเมื่อไร แต่เท่าที่ดู ไม่เน้นเลย ชิลล์กับฟินมากกว่า พูดถึงน้อยกว่าปมอื่นๆ ที่โยนเข้ามาชนิดไม่เห็นฝุ่น เลยชักไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะพูดถึงอะไรกันแน่)

เมื่อเกิดปัญหาในเรื่องการสร้างปมขัดแย้ง เรื่องนี้เส้นเรื่องจึงไม่เร้าใจหรือบีบคั้นคนอ่านแต่อย่างใด เพราะเส้นเรื่องแทนที่จะเป็นภูเขา ออกแนวเป็นเนินมากกว่า 

ไม่ได้แย่...แต่ขึ้นอยู่กับคนอ่านว่าชอบหรือไม่ หนิงแค่ไม่ชอบถนนที่ทิศทางหลักไม่ชัดเจน มีทางซ้ายขวาแตกแขนงไปแบบฟุ่มเฟือยเกินไป แต่เรื่องนี้ชัดเจนในการประดับประดาทิวทัศน์ข้างทางให้ออกมาชวนสบาย ถ้าไม่สนใจเส้นทางที่ตัวเองกำลังเดิน การมองทัศนียภาพข้างทางก็นับว่าไม่เลวนัก

ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ อย่างที่บอก ถ้าใครชอบเรื่องเรื่อยๆ อ่านสบายๆ พระนางน่ารัก หนิงแนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ




Create Date : 30 กรกฎาคม 2558
Last Update : 3 กันยายน 2559 17:28:42 น.
Counter : 2678 Pageviews.

2 comments
  
เราชอบเรื่องนี้ค่ะ สนุกดีติดตามตั้งแต่ยังลงในเด็กดี
พอรวมเล่มถึงได้อ่านตอนพิเศษ ก็น่ารักดี
ขอบคุณที่รีวิวเรื่องนี้นะคะ
โดย: ดุจจันทร์ IP: 49.230.152.43 วันที่: 2 สิงหาคม 2558 เวลา:18:22:36 น.
  
คุณดุจจันทร์ -- ขอบคุณที่มาเยี่่ยม blog นะคะ อ่านแล้วฟินอย่างที่บอกใช่ม้า ^^
โดย: peiNing วันที่: 5 สิงหาคม 2558 เวลา:23:17:57 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ