ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ชั่วฟ้าดินสลาย (ฉบับหนังสือ) โดย มาลัย ชูพินิจ
ชั่วฟ้าดินสลาย (ฉบับหนังสือ) โดย มาลัย ชูพินิจ

วันนี้ไปเดินทีร้านหนังสือ ก็เจอหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้วางอยู่ จริงๆ ต้องบอกว่า รุ้งสนใจเรื่องนี้เพราะว่ามันถูกทำเป็นหนัง แล้วก็มีเรื่องราวหลักๆ เกี่ยวกับ มนุษย์และความรัก ในเชิงที่ค่อนข้าง Realistic รุ้งก็เลยไป search ดูเรื่องย่อ ก็เลยทำให้รู้เรื่องพอคร่าวๆ และจินตนาการออก ว่าหนังจะเป็นไปในรูปแบบไหน

พยายามหาเรื่องย่อมาแปะ แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องย่อจากปกหนังสือ แต่เป็นเรื่องย่อจากหนังซะมากกว่าก็เลยไปก็อปจากใน wiki thai มาละกัน ถ้าใครยังไม่ได้ดูหนัง หรืออ่านหนังสือ ก็ขอให้อย่าอ่านบทความนี้ค่ะ

เรื่องย่อจาก wiki thai ตาม link นี้ค่ะ
http://th.wikipedia.org/wiki/ชั่วฟ้าดินสลาย

ชั่วฟ้าดินสลายเป็นโศกนาฏกรรมรักของชายหนุ่ม-หญิงสาวคู่หนึ่ง ที่เชื่อกันว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย

นายห้างพะโป้ เป็นชายชราเจ้าของปางไม้ เพิ่งแต่งงานใหม่กับ ยุพดี สาวสวยทันสมัยจากในเมือง พะโป้พายุพดีมาอาศัยที่ปางไม้ห่างไกลผู้คน ณ ที่นี้เธอได้พบกับ ทิพย์ คนสนิทของนายห้าง และ ส่างหม่อง หลานชายหนุ่มฉกรรจ์ของพะโป้

ยุพดี ชอบเข้ามาหยอกล้อเล่นหัวกับส่างหม่อง ตามแบบหนุ่มสาว จนเกิดลักลอบเล่นชู้ จนรู้กันไปทั่วทั้งที่ทิพย์ก็พยายามตักเตือนแล้ว ในที่สุดนายห้างก็เห็นพิรุธ จับได้คาหนังคาเขาที่บังกะโลกลางป่า

พะโป้ออกปากยกยุพดีให้แก่ส่างหม่อง มีข้อแม้ว่า ถ้าพวกเอ็งอยากจะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน อยากอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ข้าก็จักให้พวกเอ็งได้สมมาตรปรารถนา จับทั้งคู่ล่ามโซ่คล้องแขนไว้ด้วยกันตลอดเวลา

เมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน รักที่หวานชื่นก็ขมขื่น ยุพดีเล่นเปียโนและร้องเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ให้ส่างหม่องฟังด้วยอารมณ์โรแมนติค ถึงความรักที่ไร้สถานะ ไร้กาลเวลา ยั่งยืนชั่วฟ้าดินสลายเหมือนอย่างในเพลง ฝ่ายส่างหม่อง ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้าน โดยไม่ได้ออกไปทำงาน เขาก็หมดความอดทน สิ้นรัก เมื่อนายห้างพะโป้เสนอทางออกให้ด้วยความตาย ส่างหม่องก็ยอมรับทางเลือกนั้น

-------------------------------------

ตอนแรกๆ ที่ได้รับข้อมูลจากหนัง ก็คิดว่ารูปแบบการเขียน น่าจะเป็นตามแบบขนบธรรมดา คือการเล่าเรื่อง อาจจะใช้แบบสรรพนามบุรุษที่สามโดยมองผ่านส่างหม่องบ้าง ยุพดีบ้าง พะโป้บ้าง แต่พออ่านจริงกลับไม่ใช่เลย

พอมาอ่านจริงๆ มันทำให้รุ้งประหลาดใจมาก เพราะมันเป็นคนละแบบกับที่จินตนาการไว้เลย ด้วยขนาดเล่มที่เล็กมากจนงงว่าเนื้อหามันน้อยขนาดนี้เลยหรือ แล้วจะ cover รายละเอียดได้อย่างไร

วิธีการเล่าเรื่องในหนังสือ คือการเล่าเรื่องผ่านสายตาของ "ทิพย์" คนสนิทของพะโป้ เล่าให้ "หลานชาย" ของพะโป้ฟัง (รุ้งไม่แน่ใจว่าชื่ออะไร) หลานชายคนนี้ ไม่ใช่หลานชายจริงๆ แต่เป็นลูกของเพื่อนพะโป้ มาเที่ยวที่ปางไม้ของพะโป้ ตอนมาถึงคืนแรก เขาก็ได้เสียงโหยหวนคนคนหนึ่งที่ฟังดูน่ากลัวมาก ต่อมาก็ได้รู้ว่าเป็นเสียงของส่างหม่อง พอคืนถัดมา ก็ได้กินเหล้าคุยกับทิพย์ โดยทิพย์ได้เตือนให้เขารีบกลับไปบ้านเถอะ อย่าได้อยู่ที่นี่นานเลย อย่าได้เป็นแบบส่างหม่องไปอีกคน แล้วก็เล่าเรื่องของส่างหม่องและยุพดีให้ฟัง

ตัวละครทุกตัวจะถูกมองผ่านสายตาของทิพย์ เพราะฉะนั้น แน่นอนว่าจะมี bias บ้าง แล้วก็ทำให้เรา realize ถึงธรรมชาติของมนุษย์ผู้ชายมากกว่าอีกด้วย โดยทิพย์ได้เล่าถึงส่างหม่องว่าเป็นคนมีการศึกษาดังนั้นส่างหม่องจะคิดเยอะในเรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้สาว จะไม่ซี้ซั้ว และก็ไม่เคยในเรื่องนี้มาก่อนจนกว่าจะถึงตอนที่เขาแต่งงาน พอพะโป้แต่งงานกับยุพดี เขาก็มีมุมมองกับยุพดีว่า เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ มีชั้นเชิง จนส่างหม่องตามไม่ทัน (และส่างหม่องก็ค่อนข้างจะซื่อบื้อกับเรื่องแบบนี้ด้วย)

จริงๆ มันก็มี Foreshadow อยู่หน่อยๆ ตอนที่ทิพย์เล่าว่า ส่างหม่องเคยบอกกับพะโป้ว่าเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้และตั้งใจจะมีความสัมพันธ์แบบนี้ตอนแต่งงานเท่านั้น พะโป้ก็บอกว่า ส่างหม่องได้แต่เลือดพ่อ ไม่ได้เลือดอาเลย คนแบบนี้ พอได้ลองซักครั้ง ก็จะควบคุมไม่ได้ หลงไปกับมัน จะหยุดไม่อยู่เลย(คำพูดความหมายประมาณนี้นะคะ แต่ไม่ได้เด๊ะๆ)

พะโป้ในสายตาของทิพย์ เหมือนไม่ใช่คน เหมือนเป็นเทพที่ครองอำนาจสูงสุด เป็น King of the kings ในเรื่อง พอบทจะดี ก็ดีเหลือ แต่พอบทจะร้าย ก็ร้ายจนน่าหวาดกลัว รุ้งอ่านแล้วก็ูรู้สึกถึง อารมณ์ในทางร้ายของพะโป้ คงจะไม่นิ่งเหมือนกับภายนอก อาจจะเป็นเพราะว่ามุมมองผ่านสายตาของทิพย์ที่ทั้งรักและเกรงพะโป้ ก็ทำให้ภาพของพะโป้ มันดูน่ากลัว

พอสุดท้าย "หลานชาย" ของพะโป้คนนั้น พอได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ตอนเช้าก็เผ่นแทบจะไม่ทัน ตรงจุดนี้ รุ้งว่ามันเป็นเรื่องแบบผู้ชายๆ ที่ต้องกลัว เพราะสำหรับผู้ชาย เรื่องผู้หญิงนี่เป็นสิ่งที่ห้ามยาก ตัวละครก็รู้ดีว่า ถ้าอยู่ต่อ ความเสี่ยงที่จะทำผิดพลาดจะเยอะ เพราะปางทั้งปาง ผู้หญิงเป็นเมียของพะโป้หมด ตอนอ่านนั้น รู้สึกถึงความร้อนรน ความกลัว มันพวยพุ่ง ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกถึงความปรารถนาดีของทิพย์ที่มีต้อง "หลานชาย" ของพะโป้ด้วย

มีมุมมองหลายมุมที่น่าสนใจ จุดเด่นหรือ Theme ของเรื่องก็คงอยู่ที่ Definition of love ของทั้งสองเพศ เมื่อสองคนที่รักกันหนักหนาจนต้องทำผิดจารีต ต้องถูกล่ามด้วยกัน รุ้งชอบ situation และ condition นี้มาก พอได้ฟังเรื่องย่อก็ร้องอู้หู้เลย คิดเลยว่าคนที่แต่งเรื่องนี้ได้ ต้องเป็นคนที่แก่ประสบการณ์ มีมุมมองกว้าง สามารถขุดความเป็นมนุษย์ที่ดำมืดออกมาได้ (ตรงนี้แนะให้ไปอ่านเอง จะจี๊ดดี)

จุดที่รุ้งชอบมากๆ มีหลายจุด ก็ในส่วนของวิธีเล่าเรื่องโดยผ่านทางทิพย์นี่ก็ชอบ คาดไม่ถึงจริงๆ แล้วก็มีอีกตรงนึงที่ทำไมก็ไม่รู้ อ่านแล้วแบบ แอบขมวดคิ้ว (แต่ก็ชอบมากๆ) คือ ส่างหม่องจะฆ่าตัวตายแล้วให้ยุพดียิงเพราะเขาไม่ถนัดจะยิง แต่ยุพดีกลับยิงตัวเองตาย ส่างหม่องก็แทบบ้า (หรือบ้าไปแล้วมั้งในตอนนั้น) จะหามีด ตัว "หลานชาย" ก็ถามประมาณว่า จะเอามีดไปฆ่าตัวตายหรือ ทิพย์ก็ตอบว่า ถ้ามันจะฆ่าตัวตาย มันก็ใช้ปืนกระบอกนั้นแล้ว ยังเหลือกระสุนอยู่ แต่นี่จะเอามีดมาหั่นแขนยุพดี รุ้งก็แบบ เออว่ะ แกตั้งใจจะตายนะ แต่สุดท้ายก็ยังไม่คิดถึงทางออกนั้น ยังขวนขวายที่จะ survive ต่อไป

ถ้านับชีวิตของส่างหม่องเป็นกราฟโดยใช้... จะใช้คำว่าอะไรดี ... โดยใช้ "ความเป็นมนุษย์" ตัดสิน ก็คงเริ่มจากจุดที่สูงที่สุด มีความยับยั้งชั่งใจ รักษากฏกติกา รู้จักมารยาททางสังคม จารีต มีการศึกษาที่ดี แล้วก็ค่อยๆ คล้อยต่ำลงมา เมื่อมาลักลอบได้เสียกับยุพดี ความผิดชอบชั่วดีก็หายไป แล้วก็ต่ำลงมาอีก เมื่อถูกล่ามกับยุพดี การควบคุมอารมณ์ พฤติกรรมต่างๆ ก็เลวลงเหมือนไร้การศึกษา จนกระทั่งเมื่อยุพดีตาย อันนี้เป็นเหมือนสัตว์เดรฉานไปแล้ว แทบไม่เหลือความเป็นคนอยู่อีกเลย

เล่มนิดเดียว แต่สามารถบิ๊วรุ้งได้มากเหลือเกิน สมแล้วที่เป็นนิยายอมตะ แต่ถ้าใครได้ไปดูหนังแล้ว อาจจะจะคิดไม่เหมือนรุ้ง เพราะพออ่านนิยายจบ ก็มานึกได้ว่า ถ้าหากว่าทำเป็นหนัง ผู้กำกับ คนเขียนบท และทีมงาน คงจะต้องเอาตัวละครและเรื่องทั้งหมด มาตีความอีกรอบหนึ่ง แต่ก็น่าสนใจ เพราะว่าคนที่ตีความ ก็คือหม่อมน้อย น่าจะมีอะไรที่น่าค้นหาในหนังเรื่องนี้ในมุมมองหลายๆ แบบ

ปล จริงๆ กำลังอ่านเรื่องชุดบ้านไร่ปลายฝัน ธาราหิมาลัย ดวงใจอัคนี ปฐพีเล่ห์รัก อยู่ (เรื่องวายุภัคมนตรา ที่ร้านเช่าไม่มี เลยไม่ได้อ่าน) กะว่าจะเอามาเขียนลงในบล็อก แต่พออ่านเรื่องนี้แล้ว 3 เรื่องนั้นพักไว้ก่อนเลย ^^" ไว้่ซัก วันหลังค่อยมาเขียนแชร์ เอาเรื่องนี้ก่อน ประทับใจกว่าเยอะ



Create Date : 04 ตุลาคม 2553
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 18:51:41 น.
Counter : 7815 Pageviews.

5 comments
  
ไม่รู้ว่าเล่มบางนะคะนี่

บางแต่เข้มข้นขนาดนี้ น่าอ่านมากๆ เลยแฮะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 4 ตุลาคม 2553 เวลา:20:54:41 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ ทำให้อยากอ่านหนังสือ ไม่รู้ว่าหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง แนะนำหน่อยนะครับ

ขอบคุณครับ
โดย: 1.แดงแห่งตงงว้น (หนึ่งจุดแดงแห่งตงง้วน ) วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:2:29:57 น.
  
ตั้งใจอยู่แล้วค่ะว่าจะมาหาซื้อเล่มนี้ให้ได้ในงานหนังสือ อ่านที่เป็นหนัง ใครๆ ก็ว่าเวอร์ชั่นหนังพี่น้อยทำได้ดีมาก ถ้าหนังสือเล่มบาง เวลาที่มาแปลงเป็นหนังคงมีการขยายบางส่วนออกไปบ้างแน่ๆ
โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 5 ตุลาคม 2553 เวลา:9:49:56 น.
  
คงต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ ชอบอ่านมากกว่าอะค่ะ แต่... ก็แอบไปดูหนังมาแล้วจนได้
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:10:16:10 น.
  
รีวิวได้ดีจังเลยค่ะ
โดย: itims วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:15:30:22 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ