สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
รีวิว "Baria’s Mission" by กัลฐิดา เก๊าก็อ่านนิยายแฟนตาซีนะ


Credit: http://www.satapornbooks.co.th/

ชื่อหนังสือ: BOX SET Baria's Mission ปริศนามารีโลนี่
ชื่อผู้เขียน: กัลฐิดา
สำนักพิมพ์: สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์

ปกติถ้าเห็นว่าเป็นนิยายของกัลฐิดา ก็จะหยิบขึ้นมาอ่านได้ไม่ยากนัก เพราะว่าจากงานที่ผ่านๆ มา ถือว่าเป็นนักเขียนที่มีฝีมือการเขียนและการผูกเรื่องที่โอเค รุ้งก็ได้อ่านตั้งแต่เซวีน่า ลินคอร์น คาร์เลนดาร์ ลอสต์ ทุกๆ เรื่องก็ถือว่าโอเคหมด แม้ว่าจะมีหลายๆ อย่างที่ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง ซึ่งปกติก็ไม่ค่อยจะบอกใครเท่าไหร่นักเพราะว่าการโฟกัสในเรื่องแฟนตาซีมันเป็นเรื่องที่เราต้องมโนเยอะในระดับหนึ่ง ซึ่งกัลฐิดาเป็นนักเขียนแฟนตาซีที่ไม่ค่อยทิ้งคนอ่าน ก็ถูลู่ถูกังลากนักอ่านให้เดินไปพร้อมๆ กัน อาจจะมีบางครั้งที่เรารู้สึกว่า กัลฐิดาเดินช้ามาก (จนเราเบื่อ) แต่ก็พอเข้าใจว่านักอ่านมีหลายประเภท เขาก็ต้องเดินช้าบ้างเร็วบ้างให้ทุกคนตามทันโลกของเขา

ทีนี้ วันนี้รุ้งเพิ่งเห็นเรื่องนี้ที่ร้านหนังสือ แล้วก็ค้นพบว่า มันแพงมาก!!!!!!! เพราะงั้นพารากราฟนี้ขอบ่นเรื่องราคาหนังสือก่อน คือสองเล่ม 700 บาท ถ้าลด 5% ณ นายอินทร์ ลดไปแค่ 35 บาท โอ้แม่เจ้า คือ รุ้งรู้ว่าถ้าไปซื้อที่งานหนังสือหรือสั่งจากเวบมันลด 20-25% แต่ว่าเชื่อเถอะ มันก็มีคนอ่านอีกมากมายที่ชอบซื้อหนังสือในร้านหนังสือ แล้วบางเรื่อง บอกตรงๆ ไม่มี Value เท่ากับราคาปกเลย คือซื้อมาอ่านแล้วรุ้งแทบจะโยนออกนอกหน้าต่าง บางเล่มถึงขนาดจะบริจาคต่อก็กลัวบาป รุ้งอยากให้หนังสือไม่ต้องทำกระดาษดีไฮโซขนาดนี้ อยากให้เป็นกระดาษแบบฝรั่งทำ หนังสือก็เบา ราคาก็จับต้องได้ ถ้าเล่มไหนดี ดังๆ อยากเก็บ ก็ไปซื้อเป็นปกแข็งเอา เล่มนึงร้อยสองร้อย เด็กๆ จะได้อ่านหนังสือได้เยอะขึ้น หลากหลายขึ้น เฮ่อ!

มาพูดถึงหนังสือต่อ รุ้งขอพูดลักษณะนิยายโดยรวมของกัลฐิดาที่รุ้งได้อ่านมาก่อน (อันนี้ส่วนตั๊วส่วนตัวนะ) 

1. เขาจะสร้างโลกทั้งใบใหม่ มีรายละเอียดค่อนข้างปึ้ก (แม้ว่าชอบเอาชื่ออังกฤษที่แปลมาโต้งๆ มาใช้เป็นชื่อสิ่งๆ นั้นซึ่งรุ้งไม่ค่อยชอบเท่าไหร่) เวลา Setting มันชัด คนอ่านจะไม่ลอยอยู่บนอากาศหรือเจอโลจิกที่ขัดกันเอง (ซึ่งจริงๆ ก็มีบ้างเล็กน้อยแต่เขาจะบอกเหตุผลให้ใส่ปากตัวละครเพื่อให้ข้อมูลเรา ซึ่งก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ขึ้นอยู่กับจังหวะ) รุ้งค่อนข้างชอบนะคะ 

2. ตัวละครเยอะมาก

3. มี conflict ที่เยอะแต่ไม่ค่อยชัดมากเท่าไหร่ เน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครมากกว่า 

4. เป็นนิยายที่มีทัศนคติมองโลกในแง่ดีมาก (จนน่าหงุดหงิดในบางครั้งสำหรับผู้นิยม Conflict อันโหดร้ายแบบรุ้ง)

ซึ่งในตัวละครทั้งหมด บาเรียเป็นตัวละครที่รุ้งค่อนข้างสนใจ แล้วพอเห็นว่ามาฉายเดี่ยวในเรื่องนี้ เลยกัดฟันซื้อมาอ่าน (มันแพงมากจริงๆ ที่สุดของแจ้เลย) 

ทำไมรุ้งถึงชอบบาเรีย จากข้อ 4 เลย รุ้งชอบ Conflict แล้วบาเรียก็เกิดมาพร้อมความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงโดยที่เขายังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย การเป็นลูกครึ่งฝั่งเซกันของพ่อและฝั่งแม่ก็เป็นคนจากเผ่าอะไรซักอย่าง ธาตุดินด้วย (สารภาพ จำรายละเอียดแม่ไม่ได้มาก รู้แค่ว่าตอนเด็กๆ แม่ฆ่าคนตายเป็นเบือโดยไม่ตั้งใจ) ตัวบาเรียเองก็เป็นเมเนไทป์ เหมือนเป็นคนบกพร่อง การที่เขาเข้าโรงเรียนเซวีน่าได้ถือว่าโคตรเก่ง ด้วยคุณสมบัติขนาดนี้ เขาเป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในทั้งหมดเลย

คำโปรย (หลังปกเล่มหนึ่ง)

จากภารกิจเล็กๆ อย่างโครงงาน เกสต์ราวน์ งานประกวดระหว่างปราการกลายเป็นภารกิจใหญ่ เมื่อเป้าหมายของบาเรีย มิชชาร์พ และเพื่อนพ้องสอดคล้องกับปราการซินเทลล่า ที่ต้องการไขปริศนาความเสื่อมโทรมในคูมีร่าฟอเรส ทุกอย่างพุ่งไปหามารีโลนี่ พืชประดิษฐ์ปริศนาที่ว่ากันว่าไม่มีใครเคยพบ!

(หลังปกเล่มสอง)

เมื่อมารีโลนี่ถูกค้นหาจนพบ คูมีร่าฟอเรส ก็กลับสู่สถานการณ์ปกติ แต่ความกังขาในพืชประดิษฐ์ปริศนายังคงอยู่ โกลดี้ ทอยไม่ยอมตัดใจจากมารีโลนี่จึงดำเนินแผนการบางอย่าง ส่วนบาเรีย มิชชาร์พก็มีภารกิจที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล!

สำหรับนิยายเรื่องนี้ รุ้งสนุกกับเล่มหนึ่ง แต่ไม่สนุกกับเล่มสอง เหมือนมันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน เล่มหนึ่งก็คือเริ่มรวบรวมคนแล้วก็ดำเนินภารกิจ รุ้งสนุกไปกับมันนะ แต่พอเล่มสองในส่วนที่เป็นผลพวงของภารกิจ (พูดง่ายๆ ว่าตั้งแต่ตอนที่เจอมารี รุ้งนี่แบบอุทานออกมาเลยนะ)

คือเรื่องนี้ มีสิ่งละอันพันละน้อย ซึ่งไม่ได้เป็นจุดใหญ่โตนะ แต่ทำให้เราสะดุดค่อนข้างเยอะ จุดใหญ่ใจความรุ้งไม่มีปัญหาก็จะขอข้าม สิ่งที่จะพูดในที่นี้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ คือถ้าสามารถเบลนได้ดีกว่านี้ มันจะดีมาก โดยข้อดีจะพูดข้อเดียวคือข้อหนึ่ง (อย่างที่บอกว่าข้อดีมีเยอะ แต่ในเชิงเทคนิค ชอบข้อนี้ที่สุด) และข้อไม่ชอบรุ้งก็จะขอพูดถึงเยอะหน่อยนะคะ (ซึ่งก็คือตั้งแต่ข้อสองลงไป เยอะเลยแหละ) 

ปล สปอยด์เต็มๆ เลยแหละ

1. ข้อที่ชอบ – รุ้งชอบการทิ้งการกระทำบางอย่างในต้นเรื่อง แล้วมาตบในท้ายเรื่อง คือจริงๆ ถ้าไม่ตบตอนท้ายก็ไม่ผิดเลยนะ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอตบปุ๊บ ความดีงามก็เกิด เช่น การเปลี่ยนรูปแบบการจัดร้านที่มีรูปคนมาขอความช่วยเหลือโชว์ขึ้นมา (ถ้าจำไม่ผิดนะ) แล้วมาตบตอนท้ายว่า คนพวกนั้นก็ไม่มีใครหวนกลับมาเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ รุ้ง Amazing นะ ไม่คาดหวังอะไร ก็มีอันนี้มาแย็บๆ เล็กๆ 

2. ความไม่เสถียรของตัวละคร ข้อนี้หนักมาก โดยเฉพาะตัวพระเอกและโคตัส (คนหลังนี่หนักสุด) ส่วนของพระเอกคือตั้งแต่ตอนที่มารีโผล่มา พระเอกบ้าไปแล้ว โดยเฉพาะตอนที่หึงรุ่นพี่ รุ่นพี่น่าสงสารมาก เล่าคร่าวๆ คือพระเอกไม่รู้ตัวว่าชอบนางเอก พอรุ่นพี่มาชอบพระเอก ก็มาขอให้พระเอกช่วย (โดยมีคนเสี้ยม) พระเอกก็บอกว่าจะช่วย แล้วก็สุดท้ายคือแกล้ง คือรุ่นพี่เขาไม่มีอะไรผิดเลยนะ มีแต่คนทำร้าย รุ้งไม่ชอบการผูกเรื่องแบบนี้ มันดูเด็กน้อย ส่วนโคตัสนี่เข้าขั้นแย่ รุ้งอ่านมาตั้งแต่ต้น ก็รู้สึกว่าโคตัสแม้ว่าจะเอาแต่ใจแต่ว่าก็เป็นคนที่โอเคจนกระทั่งตอนที่แจส (คนที่ชอบพระเอก) มาถามว่าผู้หญิงที่อยู่ในข่าวคือตัวเองใช่ไหม แล้วก็พูดจากกำกวมเพื่อให้แจสเข้าใจผิดเพื่อจะแกล้งบาเรีย พออ่านจบตอนนี้ปุ๊บ รุ้งก็สรุปได้ทันทีว่า โคตัสคือชั่วแล้ว รักสนุกจนไม่สนใจคนอื่นแล้ว ปิดประตูสรุปได้ทันที จริงๆ รุ้งก็ไม่มายด์นะ ตัวละครมีหลายแบบ ดีบ้าง คิดน้อยบ้าง เลวบ้าง มันก็คือคนปกติ ถ้าไม่มาเจอประโยคนี้ตอนท้ายๆ ตอนไหนไม่รู้ประมาณว่าโลนี่บอกว่า โคตัสแม้ว่าจะเอาแต่ใจแต่ก็เพื่อจุดประสงค์ดี โห รุ้งนี่ขึ้นเลย คือเข้าใจว่าหนิงเคยพูดอธิบายคร่าวๆ ถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูล คือการกระทำน่าเชื่อถือที่สุด เยี่ยงเดียวกับที่ทุกๆ ในเรื่องพูดว่าพระเอกฉลาดๆๆๆๆ แต่การกระทำที่คนอ่านได้รับรู้คือมันโง่เนี่ย ทำยังไงมันก็ไม่เชื่อ กรณีโคตัสก็เหมือนกัน รุ้งปิดประตูไปแล้วว่าเป็นคนที่คิดน้อยมาก อาจจะเอาใจใส่คนใกล้ตัว แต่หลอกใช้คนอื่นได้อย่างชั่วร้ายมาก คือถ้าไม่มีประโยคของโลนี่โผล่มานะ รุ้งจะโอเคมาก ตัดทิ้งไปเถอะ ประมาณว่า ยังจะหาความชอบธรรมให้โคตัสอีกเหรอ…. (ยิ่งพูดยิ่งขึ้น)


3. เอาจริงๆ นะ พอนางเอกโผล่ออกมาปุ๊บ รุ้งก็อุทานออกเสียงขึ้นมาเลย คือถ้ามีใครเคยอ่านคาเลนดาร์เล่มหนึ่ง นางเอกนี่แบบเดียวกันเลย รายละเอียดต่างกันเล็กน้อยแต่หลักใหญ่ใจความคล้ายกันมาก ถ้ารุ้งจะอ่านเรื่องแบบเดียวกัน รุ้งอ่านเล่มเดียวก็พอ ไม่ได้อยากอ่านร้อยเนื้อทำนองเดียว คืออยากปิดจบตั้งแต่นางเอกออกมาจริงๆ มันใกล้กันเกินไป รุ้งสามารถมองได้ทั้งเรื่องว่า พระเอกตอนแรกก็ไม่เอา ขัดขืน แต่นางเอกก็ตาม และก็เป็นเด็กน้อย ร้องไห้ว่าพระเอกไม่รัก ไม่ให้อยู่ใกล้ พอหลังๆ พระเอกก็ถูกเทสต์ให้หึงแล้วก็มารู้ตัวว่าชอบ คือมันเหมือนเรื่องในหัวรุ้งมันรันจนจบตั้งแต่นางเอกออกโรงมาจูบพระเอกเลยนะ 



4. ตัวร้ายแบนมาก ตัวร้ายตัวนี้เนี่ย ทำเรื่องสะท้านเซวีน่าเลยนะ แต่รุ้งไม่รู้จักอะไรเขาเลย ไม่สัมผัสถึงเขา ไม่เข้าใจเขาเลย การให้ข้อมูลเขา ล้วนแล้วแต่ผ่านคนที่ไม่รู้จัก หรือคนที่รู้จักผิวเผิน การกระทำของเขาที่เราทราบ เกิดจากการคาดเดาแทบทั้งสิ้น ไม่เคยเจอตัวร้ายใหญ่ที่แบนขนาดนี้มาก่อน เหมือนสร้างมาเพื่อถูกทิ้งเลย เอาจริงๆ รุ้งว่าโฟกัสกับปัญหาที่เกิดกับเซวีน่าดีกว่ามาโฟกัสเรื่องพระเอกรักไม่รักนางเอกนะ น่าเบื่อมากจริงๆ ตอนหลังๆ

5. กี่ทอผ้า เรื่องนี้จริงๆ เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เก็บไม่ดี รุ้งค่อนข้างคาดหวังกับกี่ทอผ้ามาก เพราะจัดใหญ่จัดเต็ม ปูกันมาว่ามันยาก มันซับซ้อน แม้แต่บาเรียที่เป็นอัจฉริยะในการจำยังไม่แน่ใจ พออ่านต่อไป กี่ถูกทิ้ง รุ้งจำได้เลยตอนที่โคตัสถามบาเรียเกี่ยวกับกี่ บาเรียตอบว่าใช้เวลาสามวัน …. แล้วก็ไม่มีอะไรอีก รายละเอียดน้อยมาก แค่ประมาณว่าบาเรียทำทั้งวันทั้งคืนอะไรสักอย่างนี่แหละ ปูใหญ่รัชดาลัยเชียว เราก็คาดหวังสิ เหมือนจุดพลุมาใหญ่ เราก็หวังจะเห็นพลุแบบวันลอยกระทงที่โรงแรมริมแม่น้ำ สุดท้าย เสียงและไฟเท่ากับปากกระเทียมเล่น … ถ้าปูเล็กหน่อย หรือใส่ใจกับกี่หน่อย มันจะลงตัวแล้วพอดีกว่านี้

6. พวกผู้ใหญ่ อันนี้เป็นอะไรที่แปลกประหลาดสำหรับรุ้ง รุ้งหาเหตุผลซัพพอร์ตไม่ได้กับการที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เฉยเมยกับเรื่องนี้ คือมีมานะ แต่ว่าเหมือนกับออกมาตบๆ ให้เด็กๆ เข้ารูปเข้ารอย คือตอนนี้มันต่างจากเซวีน่าที่เซวีน่าพวกผู้ใหญ่มีปัญหาที่ไม่สามารถจะช่วยอะไรนางเอกได้ แต่ว่าเรื่องนี้เนี่ยไม่ได้มีอะไรผูกมัดพวกผู้ใหญ่ ทุกคนดูรู้ทุกอย่างแต่ไม่พูด มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่มันทำให้คนอ่านรู้สึกว่า ปัญหามันไม่ได้ใหญ่ แม้ว่าคนเขียนจะใช้คำใหญ่มากว่า ความเสื่อมของเซวีน่า อย่างที่บอก การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ในเรื่องอ่านจะตกใจ แต่คนอ่านเฉยๆ เพราะรู้สึกว่าถ้ามันแย่จริงๆ พวกผู้ใหญ่ต้องทำอะไรมากกว่านี้ หรือต้องโชว์ว่าเสียใจมากที่ทำอะไรไม่ได้ด้วยสาเหตุบางอย่าง นี่เหมือนส่งลูกไปปิกนิก แล้วคนอ่านจะเชื่อการกระทำหรือคำพูดล่ะ ความตื่นเต้นหายไปครึ่งเลย

สรุป เรื่องนี้ก็ยังคงสนุก เป็นเรื่องที่ดี ก็ยังแนะนำให้อ่านนะคะ สำหรับรุ้งเล่มหนึ่งคุ้มเงิน เล่มสอง … ใช้คำว่าขัดใจดีกว่า เมื่อสำหรับเรื่องนี้คำพูดสำคัญกว่าการกระทำ คนอ่านก็อินยากค่ะ 

ปล ขอพูดเรื่องลอสต์เล่มอะไรก็ไม่รู้ที่มีเรื่องเคมี อันนั้นชอบมาก นับถือคนเขียนเรื่องการบ้านและการผูกเรื่อง (แม้ว่าตอนที่นางเอกคิดว่าจะแก้ปัญหายังไงจะดูลูกทุ่งไปหน่อย) แต่ตอนมาตบมุกเรื่องสารเคมีไปขายอีก อันนี้ให้คะแนนเพิ่มเลยค่ะ (อันนี้ก็จะเหมือนกับข้อหนึ่งด้านบน คือไม่พูดถึงก็ถือว่าเรื่องสมบูรณ์ แต่พอใส่เพิ่ม มันคือการเพิ่มเสน่ห์)




Create Date : 08 สิงหาคม 2558
Last Update : 8 สิงหาคม 2558 20:57:00 น.
Counter : 3084 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ