กันยายน 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
รีวิว "ประวัติจริงของอา Q" หนังสือระดับเทพของจีน

ประวัติจริงของอา Q
ผู้ประพันธ์/แปล: หลู่ซิ่น / เดชะ บัญชาชัย
จัดพิมพ์โดย: สำนักพิมพ์แม่คำผาง 

อดีตหนังสือต้องห้าม!

หัสนิยายผ่านตัวละครชื่อ อา Q สะท้อนภาพสังคมจีนในยุคก่อนปฏิวัติ เป็นนิยายที่วาดภาพชีวิตของประชาชนจีนผู้ถูกกดขี่อย่างหลักแหลม เป็นภาพสะท้อนของการระอุกรุ่นนั้น และเป็นนิยายที่ขึ้นชื่อลือนาม จากนักเขียนผู้ต่อสู้เพื่ออุดมคติและวัฒนธรรมของจีนนาม “หลู่ซิ่น” (ท่าน “จวงสื้อผิง” ก็ชมชอบหนังสือเรื่องนี้) แปลเป็นภาษาไทย โดย “เดชะ บัญชาชัย” เทียบไทยจีนหน้าต่อหน้าเพื่อประโยชน์ในการศึกษาภาษาจีน.

เรื่องย่อ (เอง) 

อา Q อยู่ในเมืองเว่ยจวงซึ่งเป็นชนบทห่างไกล เขารับจ้างทำงานจิปาถะแล้วแต่ใครจะจ้าง อาศัยนอนในวัด (หรือโบสถ์ แล้วแต่จะเรียก) ได้เงินวันหนึ่งเล็กน้อยมาก เสื้อที่อา Q ใส่จึงแทบไม่มี เก่า ปะ ชุน ไปเรื่อย หากจะขายทิ้ง อย่างดีก็คงเป็นผ้าขี้ริ้วให้กับบ้านคนมีตังค์ วันหนึ่งๆ ของอา Q อยู่ที่ไปทำงาน ก๊งเหล้า เล่นพนัน เป็นกิจวัตร 

นิสัยของอา Q เป็นประเภทยโส ดูถูกดูแคลนใครไปเรื่อย บางทีปากเสียเลยนำภัยมาสู่ตัว ถูกเขารังแกบ้าง ถูกโกงบ้าง ครั้งหนึ่งอา Q ดันใจหวิวขึ้นมาเลยไปออกปากขอนอนกับผู้หญิง เลยโดนชาวบ้านเขาด่าทอ ถูกกำนัน (ตามคำแปลภาษาไทย) ลงโทษปรับจนอา Q ต้องขายเสื้อผ้า ผ้าห่มเพื่อเสียค่าปรับจนเหลือกางเกงนุ่งอยู่ตัวเดียว 

ตั้งแต่นั้นก็ไม่มีใครจ้างอา Q ไปทำงานให้อีกเลย ผู้หญิงเห็นก็พากันหลีกหนี จนเขาเริ่มผอมโซ หมดเรี่ยวแรง จากนั้นอา Q ก็พบว่า เสี่ยว D นี่เองที่แย่งงานแกไปทำ เลยไปหาเรื่อง ทั้งอา Q ทั้งเสี่ยว D เลยทะเลาะกันโดยชาวบ้านก็มามุงดู สุดท้ายก็เลิกแล้วต่อกันไป อา Q ทนหิวไม่ไหว เลยจะไปหาเมืองอื่น แล้วเลยไปขโมยผักของวัดจนหมาจะไล่กัด สุดท้ายก็รอดมาได้ อา Q จึงเลือกเดินเข้าเมืองใหญ่ไป

หลังจากนั้นก็กลับมาพรอ้มกับความมั่งมี อา Q ขายสินค้าได้ เริ่มมีตังค์ ชาวบ้านก็เริ่มเกรงใจ เป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่มีข่าวลือเกี่ยวกับพวกปฏิวัติ ชาวบ้านไม่รู้หรอกว่าปฏิวัติคืออะไรยังไง รู้แต่ว่าอาจจะต้องตัดผมเปีย เป็นการแสดงการต่อต้านระบบเก่า แล้วก็พอบอกว่าตัวเองเป็นพวกปฏิวัติก็แลดูจะมีคนเคารพเกรงอกเกรงใจขึ้นมา อา Q เลยอยากเป็นพวกปฏิวัติมาก พยายามหาช่องทางอยู่แต่ก็ยังไม่สำเร็จ 

คืนหนึ่งเกิดการปล้นที่บ้านตระกูลเศรษฐี อา Q ที่ไปเห็นเหตุการณ์เข้า พบพวกที่แต่งกายคล้ายกับพวกปฏิวัติมาขนของไป อา Q ได้แต่มอง เจ็บใจอยู่บ้างที่ตัวเองไม่ได้เป็นพวกปฏิวัติเลยไม่มีส่วนแบ่ง เลยกลับไปนอนวัดแบบเคืองๆ แต่ต่อมาอยู่ดีๆ พวกทหารตำรวจก็มาล้อมจับอา Q และสอบสวนว่าอา Q อาจมีส่วนรู้เห็นในเรื่องการปล้น ซึ่งอา Q ก็ได้แต่ตอบว่าตัวเองไม่รู้ พวกนั้นไม่ได้เรียกตัวเองไปร่วมด้วย และไม่ว่าถามกี่ครั้ง อา Q ก็ตอบแบบนี้

ทว่าดูเหมือนหลังปฏิวัติแค่ไม่กี่วันก็เกิดคดีปล้นหลายคดีและไม่สามารถจับตัวได้ ทางผู้กองเลยอยากเขียนเสือให้วัวกลัว และอา Q ถูกสั่งให้เซ็นบนกระดาษที่ตัวเองไม่รู้ว่าเขียนว่าอะไร อา Q เลยพยายามเขียนวงกลมจากนั้นก็เข้าไปในกรงขังอีกครั้งหนึ่ง เขาได้แต่กังวลใจว่าวาดวงกลมที่ดูไม่กลมเท่าไร ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ากระดาษนั้นมีข้อความอย่างไร ตอนแรกไม่รู้ว่าการที่ตัวเองถูกนำไปรอบเมืองคือ การแห่ประจาน เพียงแต่รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่านี่น่าจะเป็นการประหารชีวิต

อา Q อยากร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็สายไปเสียแล้ว

สุดท้ายของกลางก็หาไม่เจอ แล้วชาวบ้านก็ลงมติกันว่าอา Q เป็นคนชั่ว ถ้าไม่ใช่คนเลวจะถูกยิงเป้าหรือ แต่จะว่าไป ยิงเป้าไม่น่าดูเท่าตัดหัวนะ เป็นนักโทษที่น่าหัวเราะจริง อุตส่าห์ตามเผื่อจะได้ยินเสียงร้องงิ้วแต่ไม่ยักกะมี เสียเวลาเปล่า 

(เข้าใจว่าพวกนักโทษประหารมักจะร้องงิ้วก่อนหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจค่ะ ใครมีความรู้จุดนี้แชร์กันได้นะคะ)

==========================================

ซื้อมานานแล้วล่ะค่ะสำหรับเล่มนี้ แต่อ่านคำโปรยก็พอจะรู้แล้วใช่ไหมว่า มันคือหนังสือดีที่อยากสะสมไว้ แต่ไม่อยากหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความพิศวาสเลยให้ตายเถอะ

อยากจะบอกว่าอ่านไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกเลวร้ายอย่างที่จินตนาการไว้นะ คือ แน่นอนว่ามันสะท้อนสังคม แต่รูปแบบการนำเสนอทำให้อ่านไปได้จนจบ มีอะไรให้ขำๆ อยู่เหมือนกันค่ะ เพราะงั้นอ่านได้ ไม่มีปัญหา 

หลังจากอ่านจบก็อยากจะแนะนำว่าเป็นหนังสือดีที่ไม่ดราม่าค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าอ่านแล้วจะบีบคั้นอารมณ์ให้มาน้ำตาไหลพรากๆ อะไรทำนองนั้น

เรื่องนี้มีหลายชั้นมาก อ่านได้ตั้งแต่ระดับชาวบ้านยันปัญญาชน ถ้าใครที่รู้ภาษาจีนด้วยจะรู้เลยว่า คำที่นักเขียนใช้ เป็นคำง่ายๆ ซึ่งนับว่าผิดกับขนบการใช้ตัวอักษร ใช้เสียง ใช้ความหมาย อันแสดงความหรูหราของกวีจีน ชื่อตัวละครแต่ละตัวเป็นสัญลักษณ์แอบแฝง (จริงๆ ก็ไม่ค่อยแฝงหรอก เห็นตำตาเชียวล่ะ) ที่เสียดสีฐานันดรของเมืองจีนค่ะ

เสียดแล้วเสียดอีก เสียดจนเลือดซิบๆ คือ ก็ขำบ้างแหละ แต่ขำแบบ...(พยายามนึกหาคำ)...เสียดท้องคล้ายประจำเดือนมาไม่ปกติแล้วรู้สึกมวลท้องอะไรแบบนั้นอ่ะ แต่เป็นการเสียดสีแบบไม่ว่าใครก็เข้าถึงได้ ถ้าให้นึกเปรียบเทียบการเสียดสีของเรื่องนี้ ก็คงคล้ายกับเรื่อง “ระเด่นรันได” ละมั้ง บางจุดขำ แต่ก็เสียดสีไง อะไรแบบนั้นน่ะค่ะ

เรื่องนี้จะธรรมดามากถ้าอ่านแบบไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ถ้าคิดตาม มองตามว่าเกิดอะไรขึ้นต่อตัวของอา Q อยากจะบอกว่าอยากร้องไห้เลยแหละ คือ ชนชั้นล่างที่ถูกรังแก ไม่รังแกธรรมดาด้วย รังแกไปจนถึงจิตวิญญาณชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมให้ได้ลืมตาอ้าปาก ได้ผุดได้เกิด เหยียบแล้วกระทืบซ้ำก็ยังนับว่าเบามากถ้าเทียบกับสิ่งที่อา Q ถูกกระทำน่ะนะ

เริ่มแรกก่อนเลยคือ ชื่อตัวละครหลัก นั่นคือ ‘อา Q’

การเสียดสีเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงจีนให้ทันสมัยขึ้นในระบอบสาธารณรัฐ เลยจะใช้ตัวอักษรโรมันเข้ามากำกับเสียงภาษาจีนแทนการใช้ระบบเดิม ในหนังสือเขียนว่า Quei เดาว่าอ่านว่า กุ้ย หรือเปล่า ดังนั้นเรียกเป็นอา Q เฉยๆ ละกัน

แม้แต่นามสกุลของอา Q ก็ไม่รู้เหมือนกัน ครั้งหนึ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าอา Q อาจจะแซ่จ้าวซึ่งเป็นแซ่เดียวกับเศรษฐีของหมู่บ้านจนท่านเจ้าบ้านเรียกอา Q มาถามไถ่ แต่อา Q ไม่พูดอะไรเลยโดนตบเข้าพร้อมกับบอกว่า “แกจะเป็นคนแซ่จ้าวได้ยังไง แกไม่เหมาะจะใช้แซ่จ้าว” 

ขนาดแซ่ของอา Q ยังไม่สามารถพูดได้เลย

ถ้าเทียบกับไทย อา Q ก็คงเรียกว่า นาย ก. หรือนาย ข. ที่เป็นคนไร้ตัวตนคนหนึ่ง แต่ลูกเล่นเจ็บแสบกว่าตรงที่เสียดสี ‘หัวก้าวหน้า’ ในเรื่องฝรั่งด้วยล่ะมั้ง

อา Q เป็นคนน่าหมั่นไส้ ให้อารมณ์ Loser เกเรอ่ะ แต่ก็เป็นมนุษย์ที่ถูกรังแกตลอดเวลา ถูกรังแกตั้งแต่ชาวบ้าน อันธพาล เศรษฐี เจ้าหน้าที่รัฐ แต่อา Q ออกแนวมีนิสัยกร่าง ยกตน ยโสโอหังในแบบของแก แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นชาวบ้านที่เป็นกบในกะลา เห็นอะไรผิดแผกก็ดูถูกดูแคลนเขา 

เป็นนิสัยที่ดูน่าหมั่นไส้ แต่หนิงมองว่ามันคือกลไกที่เขาปกป้องตัวเอง หาไม่ ตัวเองคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้ คือ คล้ายๆ กับ Positive Thinking นั่นแหละ ระดับความ positive แปรผันกับเหตุการณ์ที่ตัวเองต้องประสบ 

ถ้าอา Q ไปในทำนองดูแคลนคนอื่นและยกตนข่มท่านด้วย แปลว่าอา Q ต้องใช้ชีวิตที่ผ่านมาแบบไหนถึงไปได้สุดโต่งขั้นนั้น  ก็น่าจะเดาได้ไม่ยาก

แต่ที่อ่านแล้วจี๊ดมากก็คือ ใจคอจะรังแกไปจนถึงจิตวิญญาณของความเป็นคนเลยหรือไง

เรื่องก็คือ เมื่อไรที่อา Q ถูกรังแกถูกพวกอันธพาลทำร้าย อา Q ก็ได้แต่คิดในทำนองว่า”ถือว่าลูกมันตีพ่อก็แล้วกัน โลกนี้ช่างพิลึกนัก” คือ อา Q ข่มอันธพาล (ในใจ) ว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า แล้วเขาก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ทีนี้อันธพาลก็พูดออกมา

“นี่ไม่ใช่ลูกตีพ่อหรอกนะ คนตีสัตว์ต่างหาก”

เรียกได้ว่าขอแค่ชนะทางใจ อา Q ยังไม่มีสิทธิ์จะทำ คือ ล้มแล้วกระทืบซ้ำ ยังไม่หนักเท่ากับรังแกไปจนถึงความคิดและจิตวิญญาณของความเป็นคน  คือ ถ้าความคิดในแง่บวก (สุดๆ) สามารถทำให้ตัวเองใช้ชีวิตอย่างคนคนหนึ่งได้ อา Q ก็ถูกชิงไปเรียบร้อยแล้ว

“ตีแมลงได้ไหม ข้าเป็นแมลง เอ็งก็ยังไม่ละเว้นเหรอ”

ใช่ ไม่ละเว้น สุดท้ายอา Q ก็ถูกรังแกอยู่ดี แต่สุดท้ายอา Q ก็ยังยืนขึ้นมาได้ด้วยความคิดที่ว่า อย่างน้อยตัวเองก็ยังชนะพวกอันธพาลนั้นเพราะเป็นคนแรกที่สามารถดูถูกดูแคลนตัวเองได้

จะพูดยังไงกับประโยคแค่ไม่กี่ประโยคที่ปรากฏในเรื่องนี้ดี? 

ใครอาจจะนึกคำพูดออก แต่หนิงไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยายในเรื่องชีวิตของอา Q ได้เลย เพราะชีวิตของเขาเลยคำว่า ‘บัดซบ’ ไปแล้ว เลยไม่รู้ว่าจะใช้คำอะไรดีมากล่าวถึงสิ่งที่เขาเจอ

แต่ที่แน่ๆ นี่แค่เป็น background ของอา Q เท่านั้นเอง เริ่มต้นแบบสุดๆ ของเรื่องเลยแหละ เพราะชีวิตของอา Q ยังถูกกระทำมากกว่านั้น เพิ่มระดับไปเรื่อยๆ ตามลำดับของเรื่องไปจนกระทั่งจบ 

ชายกรรมกรคนหนึ่งที่ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ถูกรังแกจากคนกำลังมากกว่า คนชั้นสูงที่เอาเปรียบคนชั้นแรงงาน  เจ้าหน้าที่รัฐที่รีดเร้นจนแทบไม่เหลือเสื้อผ้าติดตัวยามหนาว แล้วสุดท้ายใช้ความไม่รู้หนังสือประหัตประหารคนบริสุทธิ์ ศาสนาก็พึ่งพาไม่ได้ 

ราชวงศ์ชิง แล้วไง? อา Q ก็ใช้ชีวิตโดยที่ถูกทุกคนในทั่วหล้าพร้อมกระทืบจมดิน

สาธารณรัฐแล้วไง? สุดท้ายอา Q ก็ยังถูกทุกคนรังแกถ้วนหน้า แม้กระทั่งโยนความผิดมาให้โดยที่อา Q ไม่ได้ก่อ

ระบบการปกครองแบบไหน แล้วไง? ถ้าทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม คนชนชั้นแรงงานก็ยังคงทุกข์ระทมเหมือนเดิม

แล้วไง?




Create Date : 11 กันยายน 2558
Last Update : 11 กันยายน 2558 22:47:35 น.
Counter : 940 Pageviews.

2 comments
  

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

เรื่องราวของจีนในแนวนี้ผมไม่ค่อยจะได้อ่านสักเท่าไหร่เลยครับ

อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 12 กันยายน 2558 เวลา:22:21:04 น.
  
หนิงก็ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือจีนแนวนี้หรอกค่ะ แต่เรื่องนี้แนะนำนะคะ มันดีจริงๆ อ่ะค่ะ ^^
โดย: peiNing วันที่: 13 กันยายน 2558 เวลา:22:31:29 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ