กรกฏาคม 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
เติมใจในช่องว่าง โดย วินนา : เรื่องก็ดีแหละ แต่ไร้เสน่ห์ชะมัด
ต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า การรีวิวครั้งนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะ “ด่า” แต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการสื่อสารความคิดเห็นที่มีต่อนิยาย แจกแจงออกมาเป็นข้อๆ ให้เห็นชัดๆ ถึงข้อดีข้อเสียของนิยายเรื่องหนึ่ง แต่แน่นอนว่า สายตารุ้งจะจับข้อเสียได้เก่งกว่าข้อดี เพราะงั้นก็จะเน้นไปที่ข้อเสียมากกว่า

ออกตัวเพื่อป้องกันการถูกด่าไปแล้ว ก็มาพูดถึงนิยายที่รุ้งไปอ่านมาดีกว่า

อ้อ ต้องออกตัวอีกอย่างหนึ่ง คือ รุ้งไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้จบทั้งเล่ม คือ อ่านไปครึ่งเล่ม อีกครึ่งเล่มเปิดผ่านๆ อ่านไปก็ทำหน้างงๆ ไป เอาเรื่องย่อที่มีอยู่ในเวปสำนักพิมพ์ไปก่อนละกัน

เติมใจในช่องว่าง

เรื่องราวความรักต่างวัยของ “ทีปนี” หรือไข่หวาน เด็กบ้านแตกที่มาอาศัยอยู่กับคุณยาย ด้วยความน่ารักของเธอทำให้ใครต่อใครต่างหลงรักและเอ็นดู ยกเว้น “อานะ” หนุ่มข้างบ้านที่รำคาญเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวผู้ร่าเริงตลอดศก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในอนาคตเด็กหญิงคนนี้แหละจะมาสร้างความกุ๊กกิ๊กยุกยิกหัวใจให้เขาปั่นป่วนเล่น และมีอิทธิพลทำให้ชีวิตที่แสนเรียบง่ายอย่างนายแพทย์หนุ่มของเขาเริ่มมีสีสันขึ้น

กระทั่งเมื่ออานะต้องเป็นแพทย์ดูแลรักษาคุณยายของไข่หวาน ทำให้ความใกล้ชิดสนิทสนมของหนุ่มใหญ่และหญิงสาวก่อเกิดเป็นความรัก และในที่สุดต่างพร้อมจะ “เติมใจในช่องว่าง” (ระหว่างวัย) ของกันและกัน

-------------------------------------------------------------

ถ้าหากว่าเราจะขีดเส้นมาตรฐานให้เป็นเส้นตรงหนึ่งเส้น แล้วก็ให้คะแนนนิยายเรื่องนี้ position ของเรื่องนี้จะอยู่ตรงเส้นพอดี คือ โครงเรื่องก็อยู่ในกรอบดี แต่มันไม่มีอะไรดีเหนือขึ้นไป เป็นเรื่องที่มีค่า ph ที่เป็นกลางที่สุดในโลกเท่าที่เคยอ่านมาเลย ถ้าเปรียบเรื่องนี้เป็นครีมทาผิว ก็คงเป็นครีมที่ใช้แล้วไม่แพ้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าดีขึ้น เหมือนเอาน้ำเปล่ามาล้างหน้า เป็นเรื่องที่ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ

ลอง list ความดีความชั่วลงมาดูโดยใช้อารมณ์ ณ ตอนที่อ่านมา ก็จะได้ว่า

ข้อดี

1. เป็นเรื่องที่อยู่ในโครงสร้างอย่างที่ควรจะเป็น มี element ที่ปกติสุข

2. การใช้ภาษาก็โอเค ไม่ชักกระตุกให้เราคิ้วกระตุกตาม เรียบๆ เรื่อยๆ

ข้อเสีย

1. เป็นเรื่องที่ไม่มีเทคนิคอะไรเลย เหมือนอาหารที่ไม่ปรุงรสเลย ทั้งๆ ที่สามารถใส่อะไรลงไปได้เยอะมาก

2. รุ้งไม่ get involve ลงไปในเรื่องเลย ไม่อินกะตัวละครใดใดทั้งสิ้น ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีความอยากรู้อยากเห็นว่าเรื่องจะเป็นไงต่อ เหมือนกับมีเรื่องราวเกิดขึ้นมา แต่เหมือนมีบุคคลที่สามมาเล่าเรื่องให้ฟังโดยเสียงโมโนโทน ตัวรุ้งก็เลยไม่รู้สึกเหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งต่างจากนิยายอื่นๆ ที่เราเคยอ่าน คนอ่านน่ะ เขารู้อยู่แล้วว่าพระเอกกะนางเอกต้องได้กัน แต่แม๋น เราก็จะลุ้นๆ ระหว่างทางว่าเหตุการณ์จะนำเรื่องไปยังไง แต่เรื่องนี้ไม่ทำให้รู้สึกว่าอยากอ่านต่อ พออ่านไปได้ครึ่งเล่มก็เลยเลิกอ่าน ไปอ่านตอนจบก็ได้ เพราะยังไงก็ happy ending

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ว่าในความคิดรุ้ง ควรจะปรับปรุงอะไรบ้าง
เทคนิคการเล่าเรื่องคามปรับปรุงอย่างรุนแรง ขอเล่าเรื่องจากที่รุ้งอ่านให้ฟังละกัน (เข้าใจว่าจะไม่ได้ตามในเรื่องซะทีเดียวเพราะลืมๆ บ้าง อ่านข้ามๆ บ้าง) เริ่มเรื่องจากไข่หวานตั้งแต่ตอนโคตรเด็ก พ่อแม่หย่ากัน พ่อไปทาง แม่ไปทาง แต่งงานใหม่กันทั้งคู่ เลยไปอยู่กะย่า ย่าก็เลี้ยง ต่อมาก็มีเพื่อนบ้านย้ายมา ข้างบ้านก็เอ็นดูไข่หวาน ต่อมาไข่หวานก็เป็นเพื่อนกะเด็กที่อยู่ข้างบ้านนั่นแหละ พอต่อมาพ่อแม่ของเด็กก็อยากรู้จักไข่หวาน ต่อไปก็ไปค้างบ้านของพ่อแม่เด็ก ต่อไปก็ไปเที่ยวกัน

เอ่อ ได้ข่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความรักต่างวัยของคุณหมอคนข้างบ้านกะไข่หวานเด็กน่ารักซุกซนที่มีอายุต่างกันกว่า 20 ปี แต่รุ้งอ่านแล้ว รู้สึกเหมือนกับอ่านความสุขของกะทิ คือเล่าตั้งแต่นางเอกโคตรเด็กไล่ไปเรื่อยๆ ตาม chronological order คือเหมือนเขียนเรียงตาม พศ ยังไงอย่างงั้นเลย คือถ้าหากเรื่องเนี่ยมันเป็นเรื่องของความรักต่างวัย ก็เริ่มตั้งแต่นางเอกที่เริ่มจะมีใจให้พระเอก เข้าหาพระเอก แล้วจะย้อนอดีตก็ค่อย flash back เอาก็ได้ รุ้งไม่ได้อยากอ่านชีวประวัติของไข่หวาน แต่อยากอ่านนิยายรักนะจ๊ะ ^^” อ่านไปตั้งนาน นางเอกยังไม่โตซะที ก็เลยเลิกอ่าน ไปอ่านผ่านๆ เอา (แต่พอผ่านวัยเด็กไป เรื่องอาจจะสนุกก็ได้นะ แต่รุ้งเซ็งก่อน)

การค่อยๆ เพิ่มตัวละครก็รู้สึกตลกแปลก ตอนนี้เพิ่มเพื่อนข้างบ้าน ตอนถัดมาก็เพิ่มพี่ๆ น้องๆ ของคนข้างบ้าน ต่อมาก็เพิ่มคนโน้นคนนี้เข้ามา เหมือนการแบ่งตอนก็เพื่อเพิ่มตัวละคร มีห้าตอนก็มีตัวละครเพิ่มมาทีละตัวสองตัว รุ้งว่ามันน่าจะมีวิธีที่เนียนกว่านี้ อันนี้มาทื่อๆ เกินไป
การใช้มุมมองอื่นๆ ผสมผสานลงไปบ้าง จะทำให้คนอ่านรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่านี้ และการบรรยายที่ปิดๆ บังๆ ให้คนอ่านคิดต่อเอาเอง ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนอ่านมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน แต่ในเรื่องนี้ รุ้งรู้หมดว่าตัวละครคิดยังไง แต่รู้จากที่คนเขียนบอก รุ้งเลยรู้สึกว่า เหมือนมีคนมากระซิบเล่าเรื่องให้ฟังยังไงยังงั้นเลย ก็เลยไม่อินกับเรื่อง มีบางอย่างที่คนเขียนจงใจใส่ลงไปอย่างชัดเจนจนรู้สึกว่า มีชั้นเชิงในการเล่ากว่านี้หน่อยก็ได้นะ ^^” เช่น ตอนหลังๆ (มั้ง) นางเอกไปเยี่ยมแม่ แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองแม้ว่าจะคิดว่าความรู้สึกการขาดแม่ในสมัยเด็กมันจะหายไปแล้ว แต่ว่าจริงๆ มันก็ยังอยู่ เพราะเหมือนเป็นคนอื่นสำหรับแม่ ฉากนี้เขียนอยู่ประมาณ ครึ่งหน้ากว่าๆ แค่นั้น เป็นการเขียนเพื่อบอกคนอ่านอ่านตร๊ง ตรง จุดนี้ รุ้งชอบให้เป็นบทสนทนาที่แบบ นางเอกตัดพ้อแม่หรืออะไรแบบนี้ สร้างเหตุการณ์ซักนิ๊สก็ได้ ให้นางเอกพูดแสดงอารมณ์ เราจะอินนะ แต่นี่ เหมือนนางเอกก็แค่บอกว่า พอไปเจอแม่ แม่ก็สนใจลูกจากสามีใหม่มากกว่า รูโหว่ในใจเธอที่คิดว่าเติมเต็มแล้ว จริงๆ เธอคิดผิด (ประมาณนี้น่ะนะ) โห ไร้อารมณ์สุดๆ มันสามารถกระชากอารมณ์ได้มากกว่านี้นะ สารพัดวิธีจะเอามาใช้ เลือกมาซักอย่างก็ได้ ไม่ใช่เอาวิธี “เล่าสู่กันฟัง” มาใช้อย่างเดียว

ลูกเล่นเทคนิคต่างๆ เนี่ย สามารถใช้ได้แบบเขวี้ยงลงไปได้ทุกจุดเลย เพราะมันไม่มีเทคนิคน่าสนใจในเรื่องเลย เรื่องเลยขาดเสน่ห์อย่างรุนแรง แม้ว่าโครงเรื่อง พล็อตต่างๆ รุ้งก็ว่าน่าสนใจนะ ธีมอะไรก็ใช้ได้ แต่พอมันไม่มีเสน่ห์ ก็ไม่อยากอ่านเลย บอกไม่ถูกจริงๆ

อ้อ อันนี้ optional นะ คือการใช้สรรพนาม ช่วงแรกๆ ใช้คำแทนชื่อว่า ไข่หวาน พอโตขึ้นใช้สรรพนาม ทีปนี คือควรเลือกใช้ตัวใดตวหนึ่งไปเลยดีกว่า เพราะอ่านแล้วเหมือนกะคนละคนยังไงก็ไม่รู้ค่ะ

สรุป … สรุปไม่ถูก เอาเป็นว่า ใครใคร่อ่านอ่าน ละกันนะ ^^”





Create Date : 11 กรกฎาคม 2553
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 11:21:57 น.
Counter : 959 Pageviews.

2 comments
  
อืม..คิดเหมือนกันเลยค่ะ มันยังไม่มีจุดเด่นของเรื่องเลยอ่ะ

โดย: lavender_jam วันที่: 12 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:14:04 น.
  
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ..เรื่องนี้
ขออ่านรีวิวไว้ เพื่อพิจารณาอีกทีนะคะ
แต่ชอบจัง การรีวิวแบบนี้ มารีวิวบ่อยๆนะ
โดย: nikanda วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:4:24:47 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ