อุษาโคมคำ ตอนที่ 13
สถาบันปรจิตวิทยา หรือ The Institute of Parapsychology นั้นเป็นองค์กรทางวิทยาศาสตร์เพื่อการวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับพลังจิต แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม แต่หลัก ๆ มีอยู่ 6 สาขา ได้แก่ เทเลพาธี การสื่อสารทางจิต พรีคอกนิชัน การรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า แคลร์วอแยนท์ เห็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดในสถานที่ห่างออกไป ไซโคไคเนซิส การเคลื่อนย้ายวัตถุ รีอินคาร์เนชัน การกลับชาติมาเกิดใหม่ สุดท้าย ฮอนต์ติง ปรากฏการณ์วิญญาณ ขวัญอรุณรู้จัก ไอ.พี. พอ ๆ กับที่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปรู้จัก คือเป็นองค์กรที่รวบรวมเอาผู้มีความสามารถพิเศษดังกล่าวมาไว้ด้วยกัน แต่นอกเหนือจากนั้นเธอก็ไม่ทราบอะไรอีก หญิงสาวจ้องมองเปลวไฟที่กำลังลุกเป็นดวงในตะคันดินเผาข้างหัวนอน พวงพริกแห้ง กระเทียม หอม แขวนอยู่บนขื่อมองเห็นกระจุกตัวอยู่เป็นเงาราง ๆ ในความมืด กระบุงกระจาดหลายใบมีสมุนไพรบรรจุอยู่ บ้างเรียงซ้อนเป็นชั้น บ้างถูกวางแบไว้กับพื้นรอบเสื่อผืนกะทัดรัดซึ่งเธอเหยียดกายใช้เป็นที่หลับนอน อาการบาดเจ็บของเจ้าบ้านที่กำเริบขึ้นอย่างกะทันหันทำให้การสนทนาระหว่างเธอกับเขายุติลงชั่วคราว แม้ขวัญอรุณจะร้อนใจอยากรู้เรื่องของดอกเตอร์ไทวะ ทว่าก็ไม่อาจใจดำเห็นผู้มีพระคุณต้องฝืนตนเองอยู่ด้วยความเจ็บปวด ดังนั้นเมื่อกทลีเชิญตัวมายังห้องเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ติดกับห้องของเขา เธอจึงยอมตามมาโดยง่าย ภายในห้องแม้กวาดตามองเพียงครั้งเดียวก็ทราบว่าเป็นห้องเก็บของ กระนั้นขวัญอรุณก็ไม่ได้รังเกียจ กลับคิดว่าอย่างน้อยก็ยังได้อยู่ในที่ปลอดภัยและไว้วางใจได้ ร่างบางพลิกกายนอนกระสับกระส่ายครุ่นคิดเกือบตลอดทั้งคืน แต่แล้วความอ่อนล้าก็ทำให้เธอจมดิ่งลงสู่นิทรากระทั่งได้ยินเสียงกุกกักจากภายในครัว เธอตื่นตัวเหมือนคนระแวดระวังภัย ตาสว่างผุดลุกจากที่นอนอย่างไม่อาจสงบใจนอนต่อ กิจวัตรประจำวันของคนที่นี่เริ่มขึ้นก่อนฟ้าสาง ดาวประจำยามยังทอประกายอยู่เหนือขอบฟ้า แจ่มชัดท่ามกลางเมฆหมอกบนผืนฟ้าสีน้ำเงินเข้มอมดำ กลิ่นควันไฟลอยกรุ่นอวลอยู่ในอากาศ แสงไฟสีแดงแตกประกายวูบวาบอยู่ใต้หม้อดินเผาก้นจับเขม่าดำ กทลีกำลังง่วนอยู่กับการนึ่งข้าว ปิ้งปลาและต้มยา เด็กหนุ่มยิ้มอย่างเป็นมิตรเมื่อเห็นเธอ เขาต้องทำงานสามสี่อย่างในมือเพียงคนเดียวเพราะเช้านี้นางเสื่องไม่กล้าขึ้นมาช่วยงานจนกว่าผู้เป็นนายเรือนจะเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ขวัญอรุณเห็นเขาหยิบสมุนไพรในกระด้งขึ้นมาโขลกใส่กระทงใบเล็กซึ่งทำจากใบตอง พืชทั้งหลายล้วนเป็นของในครัวเรือนที่เธอรู้จักอย่างเหง้าขมิ้นชันสด ไพล ใบชะพลู ใบหนุมานประสานกาย สมัยยังเล็กยายก็เคยใช้สมุนไพรเหล่านี้รักษาแผลซนให้เธอบ้างในยามฉุกละหุก ฉันช่วยนะ ทำแบบนี้ใช่ไหม หญิงสาวอาศัยจังหวะที่กทลีผละมือไปดูหม้อฉวยครกหินมาตำต่อ กทลียิ้มกว้างปล่อยให้เธอช่วยงานไปโดยไม่ขัด ขวัญอรุณนึกถึงชายหนุ่มเจ้าของเรือนที่ยังนอนเจ็บอยู่ภายในห้อง ไม่รู้ป่านนี้อาการของเขาจะเป็นอย่างไร ภายใต้แสงไฟเมื่อคืนใบหน้าของเขาขาวซีดเสียจนคนที่น้ำตากบหน้าอย่างเธอยังมองออก กว่ากทลีจะเตรียมอาหารและยาเสร็จก็เป็นเวลาย่ำรุ่ง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู แสงเงินแสงทองปริ่มเรืองรองขอบเมฆที่พลิ้วสายดุจเส้นไหม หมอกหนาปกคลุมทั่วยอดเขาและทิวไม้ ร่างบางหยุดยืนเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างระหว่างเป็นลูกมือช่วยเด็กหนุ่มยกสำรับยาและอาหาร อรุณรุ่งแห่งสุวรรณโคมคำงามจับตาดุจอัญมณีน้ำงามแห่งลุ่มน้ำโขง ภาพวาดทิวทัศน์ฝีมือจิตรกรเอกยังไม่เทียบครึ่งหนึ่งของความงามที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว เธอเกือบหลงใหลไปกับความน่าประทับใจดังกล่าวก่อนจะฉุกใจคิดถึงความป่าเถื่อนของชนผู้ด้อยอารยะ ใช่ ด้อยอารยะ คำนี้แหละที่เหมาะกับผู้ชายคนนั้นและคนของเขา เพราะผู้มีอารยะที่ไหนเลยจะเอาดาบมาวางพาดคอผู้หญิงที่ไร้ทางสู้ ต่อให้รูปงามปานเหยียบสามโลกแต่คนป่าเถื่อนก็ยังคงเป็นคนป่าเถื่อนวันยังค่ำ ! ขวัญอรุณมองบาดแผลบนแผ่นหลังกว้างด้วยสายตาแสยงปนสงสารเวทนา เมื่อครั้งแอบเห็นไกล ๆ ว่าหนักหนามากแล้ว ทว่าพอได้เข้ามาช่วยประคองเครื่องยาใกล้ ๆ เธอจึงเห็นว่าแผลสดที่กำลังเป่งบวมนั้นมีอาการหนักหนากว่าที่คิดและสยดสยองกว่าหลายเท่า ใครกันเหี้ยมโหดได้ถึงขนาดนี้ ฟาดกันเหมือนไม่ใช่คน ความโกรธทำให้หญิงสาวเผลอบ่นออกไปโดยไม่ทันคิด อย่าโทษใครเลย เป็นความผิดของผมเอง ทั้งที่โดนเรียกตัวถึงสามครั้งสามหน ถ้าเขายอมเข้าวังไปดูอาการกษัตริย์หนุ่มเพียงสักแวบก็คงไม่โดนลงพระอาญาถึงเพียงนี้ แถนหลวงไม่เคยตำหนิผู้เป็นเจ้าชีวิตในเรื่องนี้ ด้วยการดำรงพระราชอำนาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีทั้งความเด็ดขาดและเข้มแข็ง หากทรงละเว้นไม่ลงอาญาเขาฐานฝ่าฝืนคำสั่ง ก็จะเป็นเยี่ยงอย่างที่เลว ไม่สามารถปกครองข้าราชบริพารอื่น ๆ ให้อยู่ใต้พระราชอำนาจได้ ความผิดที่ถึงขึ้นโบยตี ยุคนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาหรือคะ ขวัญอรุณทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่เห็นด้วย ก็ไม่เสมอทุกคนไปหรอก ผู้มากวัยกว่าตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่เสมอไป แสดงว่ามีคนที่ตีได้อย่างเสมอ ๆ เจ้าหล่อนซักย้อนทันควันด้วยความหัวไว เอ้อ ก็มี ดวงตาของผู้ทรงภูมิเป็นประกายวาววามพริบหนึ่งก่อนจางหาย ความฉลาดเฉลียวของหญิงสาวทำให้เขาทั้งหวาดกลัวและยินดีในคราวเดียวกัน หวาดกลัวว่าความสวยเด่นจะเป็นภัย ขณะเดียวกันก็ยินดีที่สติปัญญาจะนำพาให้เธอสามารถเอาตัวรอดจากภยันตรายต่าง ๆ ได้ งั้นใครเหรอคะ คนที่ตีคุณ กทลี สูออกไปทางนอกก่อนเถิด แม้เด็กหนุ่มจะฟังภาษาที่เขากำลังสนทนาอยู่ไม่ออก แต่การให้บุคคลที่สามออกไปดูจะสะดวกสบายใจกว่าหากจะต้องกล่าวถึงบุรุษที่ไม่ควรเอ่ยถึง ร่างหนาผุดลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าผืนยาวขึ้นตวัดคลุมกายท่อนบนซึ่งพันทบไว้ด้วยผ้าพันแผล เขาผุดลุกไปยังหน้าต่าง ตัดสินใจเริ่มต้นกล่าวสิ่งที่ยังคั่งค้างต่อ ขวัญอรุณ เขาเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแนะนำตัวสั้น ๆ เมื่อคืน ไทวะเดินทางมาที่นี่ด้วยความสามารถพิเศษของตนเอง แต่ของคุณไม่ใช่ ไม่มีอะไรอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าทำไมคุณถึงหลุดมาอยู่ในอดีต คืนนั้นผมเข้าฌานและถอดจิตเดินทางไปยังอนาคต ในงานเทศกาลผมเห็นคุณที่กำลังจมน้ำจึงเผลอคว้ามือออกไปช่วยเอาไว้ คุณซึ่งมีตัวตนแต่ผมเป็นเพียงแค่ดวงจิตไม่มีแม้กายหยาบ หมายความว่าเป็นวิญญาณอย่างนั้นเหรอคะ เธอนึกไม่ออกเลยว่าวิญญาณจะแตะต้องคนเป็นได้อย่างไร จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ผมที่มีเพียงวิญญาณกลับดึงคุณให้เดินทางย้อนเวลากลับมาด้วยความบังเอิญ เหมือนกับมีพลังบางอย่างที่มากมหาศาลช่วยดลให้ผมช่วยคุณสำเร็จทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้ เดี๋ยวก่อนนะคะ นี่จะบอกว่าคุณเองน่ะเหรอที่พาฉันข้ามเวลามา ขวัญอรุณมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ สับสนว่าควรขอบคุณความโชคดีหรือก่นด่าความซวยที่รอดตายดี ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันไม่มี พลัง ที่จะเดินทางข้ามเวลากลับเองได้ ไม่เหมือนกับดอกเตอร์ไทวะ ใช่ แต่คุณส่งฉันไปได้ใช่ไหมคะ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีความบังเอิญเกิดขึ้นอีก เขาตอบเรียบ ๆ แล้วฉันจะเดินทางกลับอย่างดอกเตอร์ไทวะได้ยังไงล่ะคะ เธอกรีดร้อง ใบหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้มค้างคืนแลน่าสงสาร อ่อ...อันที่จริงเขาก็ยังไม่ได้เดินทางกลับไปไหนหรอก ร่างสูงผินมองนอกหน้าต่าง ไม่ต้องเหลียวกลับมามองเขาก็ทราบดีว่าขวัญอรุณกำลังจับจ้องแผ่นหลังเขาเพื่อรอคอยคำตอบ ...แต่ติดแหง็กอยู่ที่นี่สองปีกว่าแล้ว ถ้าหากเรียกคนที่มาอยู่ก่อนว่า รุ่นพี่ เธอก็มีรุ่นพี่และอาจารย์ไปพร้อมเพรียงกัน แม้จะคิดอยู่เหมือนกันว่าแถนหลวงช่างพูดภาษาไทยได้ฉะฉานราวกับเป็นเจ้าของภาษา ทว่าขวัญอรุณสันนิษฐานเอาเพียงว่าเขาอาจเป็นสหายคบค้าเอากับดอกเตอร์ไทวะที่เคยมาเยือนสุวรรณโคมคำอยู่นานปี แต่ไม่นึกว่าแท้จริงชายหนุ่มกลับกลายเป็นคน ๆ เดียวกัน ดอกเตอร์ไทวะผู้มีพลังพิเศษแห่งสถาบันปรจิตวิทยา ความสามารถของเขาคือ การเคลื่อนย้ายมวลสาร ด้วยพลังจิต หากไม่ใช่การเคลื่อนย้ายวัตถุสิ่งของ แต่เป็นการเคลื่อนย้ายตนเองจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง แบบเดียวกับที่ผู้ฝึกกรรมฐานขั้นสูงสามารถสำเร็จอภิญญา ด้วยการหายตัว เหาะเหินเดินอากาศ การย่นระยะทาง การเดินบนน้ำ และอื่น ๆ ได้ ชายหนุ่มเองก็เช่นเดียวกันความสามารถนี้เขาได้มาตั้งแต่เกิด โดยไม่ได้แสวงหาก็สามารถทำได้เอง เริ่มแรกจากการหายตัวไปปรากฏในสถานที่ใกล้ ๆ จนเมื่อเติบใหญ่ความสามารถก็พัฒนาขึ้นดั่งเงาตามตัว จากใกล้แค่ช่วงตึกกลับกลายเป็นไกลข้ามทวีป เขาสามารถควบคุมมันได้ในช่วงเวลาที่ยังเด็ก ทว่าเมื่อพลังจิตกล้าแข็งทุกสิ่งก็อยู่เหนือการบังคับกะเกณฑ์ เขาเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีความสามารถ ไร้ขีดจำกัด ไม่เพียงแต่เคลื่อนย้ายมวลสารข้ามสถานที่ ไทวะยังสามารถเคลื่อนย้ายมวลสารข้ามมิติเวลาได้อีกด้วย ! จิตแพทย์หนุ่มผู้นี้กลายเป็นนักท่องเวลาโดยไม่อาจควบคุมหรือหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดได้ โดยมากเขาจะเดินทางย้อนไปยังอดีตแล้วก็เดินทางกลับมายังยุคปัจจุบัน ณ เวลาที่หายตัวไป กลับไปกลับมาเหมือนรถไฟที่ไม่ว่าจะเดินทางไปสถานีไหนก็ต้องกลับไปยังชานชลาต้นทางทุกครั้ง กระนั้นทุกรอบการเดินทางก็กินเวลาเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าวนับชั่วโมงหรือวัน ไม่เคยกินเวลาแรมเดือนแรมปีเช่นครั้งนี้ ชายหนุ่มไม่สามารถกำหนดยุคสมัยหรือเวลาในการเดินทางไปกลับ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับลิขิตฟ้าและโชคชะตาที่จะนำพาไป ทุกคราไทวะไม่เคยอาวรณ์ถึงสิ่งที่เขาต้องจากมาเพราะรู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรตนจะได้กลับไปยังจุดเดิมเสมอ ทว่ามีเพียงครั้งนี้ที่แตกต่าง นานปีไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว ความมั่นใจที่มีต่อพลังจิตจึงเริ่มถดถอยลงเหมือนน้ำซึมบ่อทราย แม้พยายามทำสมาธิรวบรวมจิตมากเพียงไหน ชายหนุ่มก็ไม่สามารถนำพากายหยาบให้เดินทางข้ามเวลากลับไปยังยุคสมัยของตนได้ มีเพียงจิตที่สามารถโลดแล่นไปดูความเป็นไปของคนที่เขารัก แลเพื่อนรักที่ต้องตายจากไปโดยไม่อาจช่วยเหลือ... แลหญิงสาวผู้ที่เขาปรารถนาอยากทำให้เธอมีความสุข แต่งงานไปกับชายที่สามารถสร้างครอบครัวด้วยอย่างอบอุ่น... เมื่อต้องอาศัยอยู่ที่นี่นานวัน ดอกเตอร์ไทวะจึงยึดอาชีพเป็นหมอ แม้ไม่ได้เป็นจิตแพทย์อย่างที่ร่ำเรียนมา ทว่าความรู้ด้านวิชาแพทย์จากหนังสือที่เขาเคยอ่านก็มากพอจะรักษาเยียวยาโรคพื้นฐานสมัยโบราณ ซึ่งไม่ได้ซับซ้อนเหมือนกับโรคเกิดใหม่ในปัจจุบัน จากเคยมีแค่พ่อมดหมอผี พอชาวบ้านได้พบกับหมอซึ่งสามารถรักษาโรคให้หายได้ราวกับปลิดทิ้งจริง ๆ ไม่ใช่แค่การเป่าเสกสร้างขวัญกำลังใจตามความเชื่อ ไทวะซึ่งใช้ชื่อว่าแถนหลวงจึงกลายเป็นปู่เจ้าที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา กลายเป็นผู้มีอำนาจในชุมชนที่ใครก็ให้ความเคารพยกย่อง จนกระทั่งได้เข้าไปถวายงานในราชสำนัก ขึ้นเป็นแพทย์ประจำพระองค์ เป็นอาจารย์และที่ปรึกษาในพระมหากษัตริย์ ที่แท้คุณก็เป็นคนใหญ่คนโตที่นี่ ขวัญอรุณกล่าวอย่างทึ่ง ๆ นับว่าจิตแพทย์ผู้นี้ก้าวหน้าไม่น้อยในระยะเวลาเพียงสองปี ถ้าคุณทำงานให้พระมหากษัตริย์ แล้วใครที่กล้าทำร้ายคุณกันคะ จะมีใคร...ก็พระองค์คำ ไทวะเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเหลียวกลับมาสบดวงหน้าไร้สีเลือดฝาดของหญิงสาว พญาสุวรรณมุขทวารบดีศรีโคมคำคนที่ช่วยคุณขึ้นจากน้ำ แถมยังเอาดาบพาดคออยู่เมื่อวานอย่างไรเล่า ขวัญอรุณ คนฟังได้แต่นิ่งอึ้ง นาทีนี้เธอควรเริ่มก่นด่าความซวยของตนเองได้แล้ว...จบตอน
Create Date : 05 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2552 5:45:08 น.
37 comments
โดย: mooda IP: 112.142.151.14 5 พฤศจิกายน 2552 7:05:19 น.
โดย: นราเกตต์ 5 พฤศจิกายน 2552 7:09:38 น.
โดย: mooda IP: 112.142.151.14 5 พฤศจิกายน 2552 7:27:42 น.
โดย: unna_jung IP: 10.8.106.251, 202.28.179.13 5 พฤศจิกายน 2552 9:02:28 น.
โดย: แฟนใหม่ IP: 71.93.179.47 5 พฤศจิกายน 2552 9:11:34 น.
โดย: Kiki IP: 115.31.145.154, 117.121.208.2 5 พฤศจิกายน 2552 10:28:37 น.
โดย: หลิน IP: 202.60.203.212 5 พฤศจิกายน 2552 12:41:50 น.
โดย: โรส (lekouy ) 5 พฤศจิกายน 2552 12:43:09 น.
โดย: สร IP: 202.12.97.100 5 พฤศจิกายน 2552 18:18:28 น.
โดย: runnavee IP: 124.121.16.159 5 พฤศจิกายน 2552 20:55:42 น.
โดย: ree IP: 112.142.5.129 5 พฤศจิกายน 2552 21:07:30 น.
โดย: กันต์ IP: 115.67.159.162 5 พฤศจิกายน 2552 22:03:52 น.
โดย: nasa IP: 10.45.107.140, 202.28.179.13 5 พฤศจิกายน 2552 22:07:06 น.
โดย: นราเกตต์ 5 พฤศจิกายน 2552 22:51:53 น.
โดย: tutu IP: 202.12.73.12 5 พฤศจิกายน 2552 23:10:37 น.
โดย: first IP: 81.240.217.27 6 พฤศจิกายน 2552 5:57:58 น.
โดย: มนชนก IP: 124.121.211.186 6 พฤศจิกายน 2552 13:26:10 น.
โดย: น้ำหวาน IP: 10.10.10.112, 125.27.146.11 6 พฤศจิกายน 2552 14:44:51 น.
โดย: Black_Lab IP: 58.8.196.227 6 พฤศจิกายน 2552 22:02:38 น.
โดย: แฟนใหม่ IP: 71.93.179.47 7 พฤศจิกายน 2552 2:25:55 น.
โดย: Kwan IP: 221.126.134.167 7 พฤศจิกายน 2552 11:59:02 น.
โดย: นราเกตต์ 8 พฤศจิกายน 2552 2:15:49 น.
โดย: เฟิร์น IP: 114.73.30.166 8 พฤศจิกายน 2552 19:53:24 น.
โดย: วรุณ IP: 203.144.200.22 13 พฤศจิกายน 2552 20:51:01 น.
โดย: kan IP: 203.155.201.131 14 พฤศจิกายน 2552 0:39:44 น.
โดย: เธงเธฃเธธเธ IP: 203.144.200.22 14 พฤศจิกายน 2552 12:14:49 น.
โดย: เวลา IP: 125.26.175.151 14 พฤศจิกายน 2552 14:15:17 น.
โดย: ฟิล์ม :) IP: 124.121.26.155 16 พฤศจิกายน 2552 3:01:37 น.
โดย: oa (rosebay ) 16 พฤศจิกายน 2552 20:58:35 น.
โดย: juin IP: 161.200.255.162 17 พฤศจิกายน 2552 10:52:57 น.
โดย: tutu IP: 202.12.73.12 17 พฤศจิกายน 2552 22:11:14 น.
โดย: เธงเธฃเธธเธ IP: 203.144.200.22 18 พฤศจิกายน 2552 12:38:21 น.
โดย: เวลา IP: 113.53.167.95 20 พฤศจิกายน 2552 20:27:29 น.
โดย: เวลา IP: 113.53.167.95 20 พฤศจิกายน 2552 20:31:32 น.
โดย: ฟิล์ม :) IP: 124.121.24.152 23 พฤศจิกายน 2552 2:56:19 น.
Location :
เชียงใหม่ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [? ]
naragade's blog
โอ้ว่าดวงใจอยู่ไกลลิบ
เหลือจะหยิบมาชมภิรมย์สรร
เหมือนดวงดาวแพรวพราวอยู่ไกลกัน
ชิดสวรรค์สุดเอื้อมมาเชยชม
เสียแรงชื่ออุษานารี
ไยไม่มีเทวามาอุ้มสม
ปล่อยให้นั่งฟูมฟกอกตรม
ร้างระบมจิตใจดั่งไฟราน
อ้าองค์เทวสุรารักษ์
ทรงฤทธิ์สิทธิศักดิ์มหาศาล
ช่วยดลใจให้ชู้คู่ชีวัน
เสียวซ่านเสน่หามาไวไว
บทพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖
พอเห็นเนื้อเพลง "ดวงใจ" ก็รู้สึกนึกถึงอุษาโคมคำทันทีเข้ากับเนื้อเรื่องเลย ^ ^
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30
มีข้อสงสัยนิดนึงเกี่ยวกับหมอไทวะ สรุปว่าคุณหมอสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ แต่เวลาข้ามมิติกำหนดไม่ได้ว่าตัวเองจะไปโผล่ที่ไหน งั้นจะตั้งจิตเดินไปทางไปทำไม หรือว่าคุณหมอเป็นคนชอบเดินทางก็ไปเรื่อยเลย แล้วเวลากลับล่ะคะตั้งจิตว่าจะกลับ หรือว่าเรื่องการเคลื่อนย้ายนี่เกิดขึ้นเองปุบปับ ไม่ได้ตั้งใจ?