Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

จอมใจอเวจี...บทที่ 27...เงาฝัน

จอมใจอเวจี
บทที่ 27...เงาฝัน
GTW/Psycho Man






เฟรี่กระพริบตาไปมาอย่างมึนงง พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในป่าอันรกร้างว่างเปล่าและมืดครึ้มอย่างโดดเดี่ยว หลังจากตั้งสติพักหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่าคุ้นๆกับดินแดนประหลาดแห่งนี้ สถานที่แห่งนี้เหมือนเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังนึกไม่ออกว่าเคยมาช่วงเวลาใดของชีวิต

ถนนสายเล็กๆ เต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ใบหญ้า รู้สึกคุ้นๆ เหมือนกับว่าเคยผ่านบริเวณนี้มาแล้วเช่นกัน บรรยากาศก็ดูไม่ออกว่าเป็นเวลาใดเพราะมันดูหม่นมัวเยือกเย็นและมีสายลมยะเยือกเย็น ราวลมหายใจของความตายพัดผ่านมาเป็นระยะ

ทันใดนั้น สายตาก็มองเห็นผู้หญิงชุดดำยิ่งกว่าสีแห่งรัตติกาลคนหนึ่งกำลังเดินอยู่อย่างช้าๆ เบื้องหน้าห่างออกไปไม่มากนัก มองจากด้านหลังไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ แต่ก็รู้สึกคุ้นๆเช่นกันกับเส้นผมสีดำยาวสยายถึงแผ่นหลังแบบนั้น กาลเวลาเหมือนหมุนวนกลับมาอีกครั้ง แต่นึกไม่ออกว่าเคยพบผู้หญิงคนนี้เมื่อไร

เฟรี่เร่งฝีเท้าติดตามไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงจะเร่งฝีเท้ารวดเร็วปานใดก็ไม่อาจไล่ทันคนเดินนำหน้าได้ จนมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นหยุดเดินแล้วหันมามองนิดหนึ่งพลางทำท่าเหมือนเชิญชวนให้ตามไป

เท้ากำลังจะก้าวตาม...แต่รู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากอกเสื้อ มือล้วงดูในกระเป๋าอกเสื้ออย่างไม่ตั้งใจ

ก้อนหินกลมรีราวไข่มุกเล็กๆก้อนหนึ่งติดมือออกมาด้วย ตอนนี้กำลังเปล่งประกายหลากสีราวมีดวงดาวเรียงรายบนสายรุ้งกำลังหมุนวนพลิกพลิ้วส่งแสงสวยงามระยิบระยับตา

เงยหน้ามองอีกครั้งก็พบว่าหญิงสาวชุดดำคนนั้นหายไปเสียแล้ว ราวกับเป็นภาพลวงตา แต่ตัวสะพานยังคงมองเห็นโค้งทอดยาวหายไปในความมืดอีกด้านหนึ่ง

หญิงสาวแดนสรวงรู้สึกขนลุกซู่อย่างไม่มีเหตุผล ถ้าไม่หยุดเดินแล้วก้าวข้ามสะพานเบื้องหน้าไป จะเป็นอย่างไรกัน

“ข้ามไปก็ไม่ได้กลับมาฝั่งคนเป็นอีก”

เสียงแหบพร่าของใครคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังทำให้สะดุ้งเฮือก หันกลับไปมองก็เบิกตากว้างอย่างแปลกใจเมื่อพบร่างทะมึนในชุดสีดำและหน้ากากสีขาวเย็นชาราวปีศาจไร้น้ำใจ

“ไนท์....”

หลุดออกร้องเรียกชื่อบุรุษลึกลับคนนั้นพลางเดินเข้าไปหาด้วยความดีใจ น่าแปลกว่าเธอจดจำปีศาจหน้ากากคนนี้ได้ หรือว่ามันเป็นอาถรรพ์ของดินแดนแห่งนี้

“เจ้าจำข้าได้”

ปีศาจนักรบพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความงุนงงมากกว่าจะตั้งใจถาม เฟรี่กำลังสลบไม่ได้สติ นอนอยู่บนเตียงและอยู่ในช่วงความจำเสื่อม ทำไมถึงยังมีความทรงจำบางอย่างหลงเหลืออยู่

“ทำไมจะจำไม่ได้ ตัวกวนประสาทหยิ่งๆไม่เข้าท่าแบบเจ้าทำไมข้าจะจำไม่ได้”

นั่น....พอจำได้ก็เริ่มหาเรื่องพาล แต่คู่กรณีไม่ต่อปากต่อคำอะไร ยื่นมือออกไปข้างหน้าเหมือนจะขออะไรบางอย่าง หญิงสาวมองมือ มองหน้ากากอย่างสงสัย แค่ด้วยความรู้สึกพิเศษบางชนิดก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร จึงค่อยๆวางก้อนหินประหลาดนั้นลงบนฝ่ามือของคนขอ

ก้อนหินประหลาดตอนนี้กลับกลายเป็นก้อนหินธรรมดา แต่ยังคงมีประกายวาววาวสวยงามถึงแม้จะไม่มีดารารายประกายรุ้งอย่างเช่นเมื่อครู่

ไนท์รับก้อนหินก้อนนั้นไป หยิบสร้อยคอสีดำเส้นเล็กๆ มาจากแขนเสื้อ บรรจงร้อยเข้ากับก้อนหินประหลาดนั้นจนกลายเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง ก่อนคล้องสวมสร้อยคอพิเศษเส้นนั้นให้กับหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

“ข้าอยากให้เจ้าสวมมันไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในขอบอเวจี”

เมื่อสร้อยสัมผัสผิวละมุน ก้อนหินกลิ้งไปมาอยู่บริเวณอกเสื้อ เหมือนกับมีรังสีอำนาจพิเศษบางอย่างทำให้รู้สึกอบอุ่นมั่นคงขึ้นมาทันที

“มันจะปกป้องเจ้าจากสิ่งชั่วร้ายและอันตรายจากพวกวิญญาณบาปจากนรก”

ในที่สุดเฟรี่ก็นึกออกแล้วว่าก้อนหินก้อนนี้ได้มาจากใคร

ในคืนซึ่่งเธอเจ็บป่วยเพราะปฏิกิริยาจากเลือดปีศาจเจียนอยู่เจียนไป เธอกำลังจะหลงทางเดินตามผู้หญิงชุดดำคนนำทางวิญญาณ ไปสู่โลกแห่งความตาย ข้ามสะพานมรณะ ตอนนั้นนักรบปีศาจก็โผล่มาช่วยไว้ทัน และมอบก้อนหินนี้ให้เก็บติดตัว ไม่นึกว่าก้อนหินประหลาดจะช่วยเธอเอาไว้จากการเข้าสู่ดินแดนมรณะ


“เก็บในอกเสื้อเดี๋ยวก็ทำหล่นหาย แขวนคอไว้เลยจะดีกว่า”

ทำเสียงจริงจังแบบผู้ใหญ่บอกเด็ก คนฟังลอบทำจมูกย่นและรู้สึกขวางๆกับคำพูดและน้ำเสียงแบบนั้น จะพูดกับเฟรี่คนนี้ต้องพูดดีๆเพราะๆไม่ใช่ห้วนๆกวนอารมณ์แบบนี้

“รู้สึกว่ามันน่ารำคาญ”

บ่นพอให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่ปีศาจหนุ่มยังคงบอกอย่างใจเย็นว่า

“ใส่ไว้เถอะน่า อย่างน้อยมันก็ช่วยเจ้าได้”

“ข้าไม่ชอบ..รำคาญ”

“รำคาญก็โยนทิ้งได้เลย”

“งั้นข้าโยนทิ้งล่ะนะ”

เอียงคอเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง มือจับสร้อยคอทำท่าเหมือนจะกระชากสร้อยคอทิ้ง อีกฝ่ายยืนนิ่ง ตอบด้วยเสียงราบเรียบว่า

“ก็ตามใจ”

เฟรี่มองหน้ากากเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับจะพยายามมองลึกให้ไปถึงภายในใจ ซึ่งซ่อนอยู่ใต้หน้ากากนั้น แล้วในที่สุดก็ส่ายหน้าจนเส้นผมสยาย หัวเราะเสียงใสบอกว่า

“เรื่องอะไรข้าจะทิ้ง ได้มาก็แบบฟรีๆ ไม่เสียเงินซื้อ เก็บเอาไว้ขายต่อดีกว่าคงได้ราคาดี อีกอย่างถ้าทิ้งไปจริงๆ เจ้าคงเสียใจแย่”

“ทำไมข้าต้องเสียใจ”

“ไม่เห็นจะต้องถาม คนให้สิ่งของกับคนอื่น แล้วเห็นเขาโยนทิ้งต่อหน้าต่อตาใครบ้างจะไม่เสียใจ ไม่เห็นต้องคิดมากน่า”

พูดจบก็หัวเราะชอบใจ ทำเอานักรบปีศาจพูดไม่ออกกับสภาพปรับเปลี่ยนอารมณ์ของพวกผู้หญิง หลังจากหัวเราะจนพอใจ นางฟ้าตกยากก็เริ่มสนใจหันไปมองรอบตัว

“ไนท์..ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนกัน”

“อ้าว..จำไม่ได้หรือ ก็รอยต่อระหว่างโลกแห่งความเป็นกับโลกแห่งความตายยังไงล่ะ”

“ข้าหมายถึงว่าเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน”

“เจ้าจำไม่ได้เหรอ”

เฟรี่ส่ายหน้า สายตามีแววครุ่นคิดกังวล นักรบปีศาจมองหน้าคู่สนทนาอย่างไม่เข้าใจก่อนย้อนถามอย่างสงสัยว่า

“เจ้าพอจำได้ไหม... ก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่”

หญิงสาวนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าอีกครั้งบอกว่า

“ข้าจำไม่ได้..แต่น่าแปลกว่าข้าจำและรู้จักเจ้าดี......”

จิตใจคนเราช่างซับซ้อนและแปลกพิสดารจนยากจะหยั่งถึงหรือเข้าใจ ตอนนี้เฟรี่จดจำไนท์ได้ แต่ความทรงจำอื่นๆ เหมือนยังไม่กลับคืนมา


“เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร”

นักรบปีศาจเอ่ยถามแบบหยั่งเชิง คนถูกถามทำหน้าครุ่นคิดพักใหญ่แล้วตอบช้าๆ

“เจ้าเป็นปีศาจ ส่วนข้าเป็นนางฟ้า”

“แล้วเจ้ามาทำอะไรอยู่ในดินแดนแห่งนี้”

“ข้าจำไม่ได้”

“เจ้ากลัวข้าไหม..ข้าเป็นปีศาจนะ”

“ไม่กลัว”

ตอบสั้นๆแต่หนักแน่นโดยไม่เสียเวลาคิดวิเคราะห์แม้แต่น้อยจนเป็นที่น่าแปลกใจ

“ทำไมไม่กลัว ข้าเป็นปีศาจส่วนเจ้าเป็นนางฟ้า อยู่คนละโลก เราเป็นศัตรูกัน “

“ข้าไม่รู้....”

ก้มหน้าตอบเสียงอ่อยๆจนน่าสงสาร แต่แล้วก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาเป็นประกายด้วยรอยยิ้ม

“แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ..ตอนนี้เราหาทางออกจากดินแดนน่ากลัวนี่กันดีกว่า”

ว่าพลางยื่นมือออกไปจับฝ่ามือของนักรบปีศาจไว้พลางดึงให้ออกเดิน ไนท์ตัวแข็งไปชั่วขณะจนเฟรี่ต้องหันมามองอย่างแปลกใจ

“เจ้าเป็นอะไรไป”

“เปล่า..”

ตอบเสียงสั่น นางฟ้าคนเก่งชำเลืองตามองครู่หนึ่งแล้วถามอีกว่า

“ข้าว่ามือเจ้าสั่นนะ”

“เปล่า”

“เอ๊ะ...หรือว่าเจ้าเขินที่โดนจับมือ”

“พูดบ้า ๆ..”

ตวาดเสียงดังแยกเขี้ยว อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจ ไม่ยอมปล่อยมือ พูดพลางหัวเราะพลางว่า

“ไม่ต้องกลัวน่า ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”

นี่..มันบทของข้าที่ต้องพูดแบบนี้ เหมือนไนท์จะนึกแบบนั้นในใจ ความเป็นปีศาจบางทีก็วางตัวลำบาก และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้จับมือจูงมือกับนางฟ้า

แต่อีกฝ่ายเหมือนไม่สนใจอะไร ดึงมือคู่กรณีเดินย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิมพลางมองซ้ายขวาด้วยสีหน้าแววตาสนอกสนใจสิ่งรอบข้างอย่างกระตือรือร้นเหมือนเด็กๆ กำลังอยู่ในสถานที่แปลกใหม่อะไรก็น่าสนใจไปทั้งนั้น


นักรบปีศาจเดินแบบไม่ปกติ บางครั้งแทบสะดุดขาตัวเองล้ม รู้สึกขอบใจหน้ากากที่ช่วยให้ไม่ต้องมีใครเห็นสีหน้าในตอนนี้

“ปล่อยมือข้า...”

ใจอยากจะคิดแบบนี้ แต่ปากไม่ยอมเป็นใจให้ความร่วมมือ นี่ถ้าปีศาจคนอื่นมาเห็นว่ากำลังเดินจูงมือกับนางฟ้า มีหวังโดนเอาไปเล่าไปนินทาล้อเลียนเยาะหยันสนุกสนานเป็นร้อยวันพันปีไม่ยอมเลิก

“เราจับมือกัน”

หญิงสาวชาวแดนสรวงยังคงตอกย้ำต่อไป

“เจ้าต้องวางมือตามสบาย หันฝ่ามือเข้าหาตัว ทำใจให้สงบ แล้วเจ้ากับข้าเอานิ้วมือประสานกันแบบตามสบาย  เท่านี้ก็เดินไปด้วยกันได้แล้ว”

พูดพลางหัวเราะเสียงใส ไม่สนใจคู่กรณี ซึ่่งซ่อนอารมณ์ไว้ใต้หน้ากาก

“ทำไม ข้า..เอ่อ เราต้องทำแบบนี้”

ปีศาจหนุ่มถามตะกุกตะกัก เฟรี่มีสายตาสลดลงแวบหนึ่ง แวบเดียวก็เกินพอแล้ว พูดขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“เพราะตอนนี้ข้าไม่รู้ว่าข้าคือใคร หรือมีใครบ้างแถวนี้”

“ทำไม”

หลุดคำถามออกโง่ๆ จนเสียภาพลักษณ์ แต่แล้วหญิงสาวก็ยิ้มออกมาได้แล้วย้อนถามหน้าตาเฉย

“ทำไมล่ะ ..ในเมื่อดินแดนแห่งนี้มีแต่ข้ากับเจ้าเท่านั้น อย่างอื่นข้าไม่รู้ ตอนนี้ข้ารู้เพียงแค่นี้ หรือถ้าเจ้ารู้อะไรมากกว่านี้ หรือเจ้าจะสนใจอดีตของข้า”

ปีศาจหน้ากากอึ้งไปนาน ก่อนเอ่ยปากว่า

“ปีศาจอย่างข้าไม่โง่ พอที่จะไม่รู้ว่าอดีตมันแก้ไขอะไรไม่ได้ เป็นความทรงจำ แต่สิ่งน่ากลัวคือภาพจากอดีตที่จะมาหลอกหลอน..ส่งผลถึงปัจจุบันและอนาคต นั่นต่างหากน่ากลัว..”

“แล้วจะให้ลบความจำนั้นหรืออย่างไร”

ความเงียบมาปกคลุมเป็นเวลานาน กว่านักรบปีศาจจะตอบด้วยน้ำเลียงเยือกเย็นว่า

“ถ้าความทรงจำบางอย่างมันสำคัญขนาดนั้น ก็เก็บไว้เถอะ เก็บไว้ในใจตลอดไป ไม่ต้องทำลายมัน เพราะถ้าทำลายมันก็เหมือนทำลายหัวใจของตนเอง คนเราเมื่อทำลายตนเองแล้ว ยังจะเหลือหัวใจไว้คิดถึงคนอื่นได้อย่างไร แล้วจะอยู่ไปเพื่ออะไร”

“เจ้าคิดแบบนั้น พวกปีศาจมีหัวใจคิดแบบนี้ด้วยหรือ”

หญิงสาวถามด้วยอาการครุ่นคิดเลื่อนลอย หากมือกระชับมืออีกฝ่ายแน่นขึ้นกว่าเดิม ขณะคู่สนทนาพูดต่อไปอย่างหนักแน่นจริงจังว่า

“ไม่ว่าปีศาจ หรือเทวดา หรือคนบ้าก็มีหัวใจ”

“มีหัวใจไว้ทำอะไร”

ปีศาจหนุ่มหัวเราะเบาๆในลำคอ ย้อนถามอีกว่า

“ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือเหล่าเทพ ยังมีหัวใจไวสำหรับอะไร ยังจะมีอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจจูงใจและสร้างพลังได้มากกว่าความรัก”

“ปีศาจก็รักเป็นหรือ”

“อย่าลืมสิ...ปีศาจก็มีหัวใจ หัวใจที่จะเจ็บ จะทุกข์ จะสุข จะรักหรือเกลียดใครก็ได้ ถ้าอยู่อย่างคนไร้ใจจะอยู่เพื่ออะไร ชะตากรรมของมนุษย์หรือเทพเทวดา หรือปีศาจก็ตาม ก็ต้องมีหัวใจ ไม่ว่าเพื่อจะรองรับกับความเจ็บปวดหรือสุขสมก็ตาม หัวใจของคน เทวดา หรือปีศาจก็คงรู้สึกเจ็บได้ไม่ต่างกัน”

“เจ้าเป็นใครกันแน่”

หญิงสาวแดนสรวงมองหน้ากากและถามตรงๆ  มือยังกุมกระชับไม่ยอมให้อีกฝ่ายปล่อยง่ายๆ

“ข้าก็เป็นข้า เหมือนกับเจ้าเป็นเจ้า”

ตอนแรกฟังแล้วอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ กับวาจากวนประสาท แต่แล้วเฟรี่กลับมีสีหน้าครุ่นคิด อดีต ปัจจุบัน อนาคต เหมือนผสมผสานจนยากจะจำแนกแยกแยะ  สุดท้ายนางฟ้าคนดีก็ยิ้ม สะบัดหน้าผมสลาย และบอกเสียงนุ่มว่า

“ช่างเถอะ ข้าเพียงรู้ว่าตอนนี้ข้ามีเจ้าอยู่กับข้าเท่านั้น”

“คนที่จะหาโอกาสกินเจ้า”

“จะกินก็กิน อย่ามัวพูดมาก แต่เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้แน่ “

ปากพูดแบบนั้น แต่ภายในใจของหญิงสาวกลับรู้สึกเจ็บลึกๆ ทำไมต้องมาเชื่อใจปีศาจตนนี้  แล้วเราเป็นใคร คลับคล้ายคลับคลาว่ามีคนรอคอย เรามันคนมีเจ้าของจับจองอยู่แล้ว แต่พาลนึกไม่ออกว่าเป็นใคร

แต่ตอนนี้ เวลานี้ ไม่มีใคร ขอทำตามหัวใจตนเองสักครั้งได้ไหม....จะเป็นความทรงจำ อดีตหรือภาพลวงตาลวงใจอะไรก็ตาม พอคิดได้ก็ยิ้มสดใสเหมือนไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร

“ตามข้ามา”

ไม่ฟังเสียงล่ะ ลากแขนคู่กรณีไปทันที ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะไปไหน ขอเพียงกุมมือไปด้วยกันจะสวรรค์หรือนรกก็ยอม

ปีศาจหนุ่มกัดฟันเดินตาม รู้ว่าเสียภาพลักษณ์ แต่ก็ยอม รู้แต่ว่าฝ่ามือน้อยๆ แผ่ความอบอุ่นชนิดหนึ่งผ่านออกมา เป็นความอบอุ่นลึกล้ำที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพียงการจับมือเกาะเกี่ยวกันก็มีความหมายและอารมณ์แบบนี้

“แถวนี้มีใครคนอื่นไหม”  

เฟรี่ชวนคุยด้วยความอยากจะคุยจริงๆ ดูเหมือนว่าพอมีนักรบปีศาจอยู่ด้วยก็ไม่รู้สึกกลัวอะไรมากนัก ทั้งที่กำลังจับมือเดินกับปีศาจ

“ข้าไม่รู้อะไรมากนัก ดินแดนแห่งนี้ข้าเองก็มาไม่ค่อยจะได้”

ใครล่ะ อยากเฉียดใกล้โลกแห่งความตาย

เส้นทางวกวนไปมา ปีศาจหนุ่มเองก็ไม่รู้สึกหวาดวิตกอะไรเพราะรู้ว่าเฟรี่ปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ตัวตนจริงๆของเขากำลังยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง เฝ้าร่างสลบไม่ได้สติของนางฟ้าจอมซนคนนี้อยู่ ด้วยความเป็นห่วงทำให้ต้องถอดจิตตามมาดู แม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายปานใดก็ตาม

“ไนท์..เจ้าเป็นใครกันแน่”

จู่ๆ หญิงสาวชาวแดนสรวงก็เอ่ยปากถามอีก ขณะสายตายังคงมองไปตามทางเดินด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ข้าเป็นปีศาจ”

“ก่อนหน้านั้นล่ะ”

“ข้าไม่รู้ คงเหมือนคนที่ระลึกชาติไม่ได้ แล้วเจ้าล่ะเป็นอะไรมาก่อน”

“ข้าก็ไม่รู้ ตอนนี้ยิ่งไม่รู้ แต่ว่าปีศาจนี่เป็นพวกเลวๆชั่วร้ายไม่ใช่หรือ”

“แล้วเจ้าว่าข้าเป็นพวกเลวๆชั่วร้ายไหม”

ย้อนถามทำเอานางฟ้าจอมถามส่ายหน้าตอบอย่างรวดเร็วว่า

“ไม่...ข้าไม่คิดแบบนั้น”

“ข้าเป็นปีศาจนะ”

“ข้าไม่รู้ แต่พอจะเดาอออกว่าสังคมทุกสังคมย่อมมีทั้งด้านดีด้านเลว ด้านบวกด้านลบ  เหมือนเหรียญที่มีอย่างน้อยสองด้าน เราคงไม่สามารถใช้เหรียญไปซื้อสิ่งของได้เพียงด้านเดียว ข้าเดาว่าเจ้าคงอยู่ตรงกันข้ามกับพวกชั่วร้าย”

“ใครบอกล่ะ...”

นักรบปีศาจหัวเราะในลำคอ จงใจบีบมือเล็กๆนิ่มๆของคู่สนทนาให้แน่นเข้าอีกนิด

“ข้านี่ล่ะจอมมารชั่วร้ายตัวจริงเสียงจริง”

“ถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าคงจับข้ากินเป็นอาหารตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว”

เฟรี่ค้านอย่างไม่เชื่อและท่าทางไม่มีวันยอมเชื่อแบบนั้น ทั้งที่ยังหาเหตุผลชัดเจนมาสนับสนุนไม่ได้

“ก็.....ตอนนั้น ท่าทางของเจ้ายังไม่น่าอร่อย ข้าเลยรอคอยให้บ่มหมักเจ้าเข้าที่เข้าทางเสียก่อน จะได้จับกินให้อร่อยๆในตอนหลังไงล่ะ จะกินอาหารให้อร่อยต้องใจเย็นๆก้างจะได้ไม่ติดคอ ย่างไฟอ่อนๆโรยเกลือนิดๆส่วนตับก็กินดิบๆคงอร่อยพิลึก”

“บ้า....ข้าไม่ใช่ผลไม้ไม่ใช่ปลาไม่ใช่เนื้อนะ จะได้มาบ่ม มาก้างติดค
เจ้าจะกินข้าลงคอเชียวหรือ"

"ก็ไม่แน่.."

ไนท์หัวเราะในลำคอ แต่เฟรี่ทำจมูกย่นแสยะหน้าล้อเลียน ไม่ได้มีอาการตื่นกลัวคำขู่แม้แต่น้อย ประกายตาพร่างแพรวราวดาราราย


จบบท
+




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2556
18 comments
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 16:45:09 น.
Counter : 2341 Pageviews.

 

อ่าจะย่างกินกันซะแล้ว หุหุ
สมกันดีจริงๆ

ทำยังไงจะบรรยายได้สนุกๆไม่ติดขัดแบบนี้บ้างนะคะ
ยากจัง ^^

 

โดย: lovereason 1 มิถุนายน 2556 1:06:52 น.  

 


แฮ่ ผมเขียนแบบสบายๆไม่กังวลตาประสาครับ แฮ่
ตามใจตัวเองมาก

 

โดย: GTW 1 มิถุนายน 2556 6:39:37 น.  

 

ปีศาจท่าทางจะอร่อยเหมือนกันแฮะ

ปีศาจกินเนื้อด้วยกันเองได้มั๊ยอ่าคะ บรึ๋ย ๆ ๆ ๆ

 

โดย: ~My Birthday is on April 14~ 8 มิถุนายน 2556 13:23:54 น.  

 

คุณมาย
ฮ่าๆๆๆๆๆ
คิดสยอน่ารักดีมากเลย ฮ่าๆๆ

 

โดย: GTW 8 มิถุนายน 2556 22:14:15 น.  

 

sa bai dee mai kha

 

โดย: แม่มดน้อย23 23 มิถุนายน 2556 11:04:27 น.  

 

มาแล้วจ้าจารย์จี . . .

ปอมมีขนมมาฝากนะคะ . . .



มาหม่ำๆด้วยกันจ้า

 

โดย: กาปอมซ่า 12 กรกฎาคม 2556 17:48:09 น.  

 

สวัสดีค่ะ


ตามมาทวงตอน 28 ค่ะ

 

โดย: ~My Birthday is on April 14~ 25 สิงหาคม 2556 23:24:02 น.  

 

ปอมยกข้าวเย็นมาฝากจารย์จีจ้า



รออ่านตอนต่อไปอ่ะ

 

โดย: กาปอมซ่า 24 พฤศจิกายน 2556 18:05:44 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ 2557 ค่ะ
ขอให้อาจารย์จีมีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง
สมปรารถนาทุกประการนะคะ

 

โดย: นุ้ย (ปริยาธร ) 1 มกราคม 2557 9:36:57 น.  

 

แวะเข้ามาสวัสดีปีใหม่ค่ะ


 

โดย: มาโซคิส 1 มกราคม 2557 20:34:04 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 2 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ


...................................

ปอมมาแปะใจให้จารย์จีจ้า

 

โดย: กาปอมซ่า 6 กุมภาพันธ์ 2557 20:50:34 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 6 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

 

โดย: มาโซคิส 15 กุมภาพันธ์ 2557 10:04:55 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

 

โดย: มาโซคิส 22 กุมภาพันธ์ 2557 17:39:29 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

 

โดย: มาโซคิส 23 กุมภาพันธ์ 2557 20:16:26 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

 

โดย: มาโซคิส 26 กุมภาพันธ์ 2557 9:36:08 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ GTW เรียบร้อยแล้วนะคะ

 

โดย: มาโซคิส 27 กุมภาพันธ์ 2557 16:31:34 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านครับ เย

 

โดย: GTW IP: 183.89.248.244 9 พฤษภาคม 2557 6:33:32 น.  

 

มาลองอ่านเบิ่ง

 

โดย: หุบเขาคนโฉด IP: 183.88.253.254 12 มิถุนายน 2557 22:46:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

GTW
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add GTW's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.