Somebody's me... Nobody's know.. You are what you thinks.. and.. I am who i am.. Whatever will be, will be..
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 ตุลาคม 2564
 
All Blogs
 

ภพผูกรัก บทที่ 6/2



             เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยคำกึ่งเกรงใจกึ่งประกาศความเป็นเจ้าเรือน คนถูกถามอึกอักครู่หนึ่งจึงปรายตามองร่างระหงในชุดสีกรักสกปรกแล้วพยักหน้าให้คนถาม
            “มันเป็นใคร”
            “มันเป็นคนของข้า ว่าแต่พี่เพิ่มมาที่นี่มีกิจธุระอันใด”
            “มีเรื่อง แต่ไปคุยกันที่อื่น...” เจ้าของเสียงทรงอำนาจเอ่ยเพียงนั้นก็เงียบไป แววตาหม่นแสงทำให้ผู้เป็นน้องฉุกใจคิด
            “ได้”
            “แต่มัน...”
           จมื่นพิภพโอสถมองตามสายตาจึงพรูลมหายใจก่อนเอ่ย “เอ็งรออยู่ตรงนี้อย่าลงจากเรือนไปเพ่นพ่านที่ใด”
           “นี่พวกคุณเล่นอะไรกันอยู่คะ ให้ฉันรู้ด้วยคนสิ”
           “อย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่!”
           หา!
           แต่เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วนะ
            รุ้งตะวันถูกคนในความฝันตวาดเช่นนั้นก็ถึงกับงงงันจับต้นชนปลายไม่ถูกเพราะถูกผลักไสออกจากอกไม่ทันได้ตั้งตัว จมื่นพิภพโอสถพ่นลมหายใจอึดอัดก่อนคว้าแขนเธออีกครั้งแล้วลากไปอีกทาง
            “นั่งลงกงนี้”
            “แต่ฉันไม่เมื่อย...”
            “หุบปาก มิเช่นนั้นข้าจะส่งเอ็งกลับไปรับโทษทัณฑ์กับมือ”
            จมื่นพิภพโอสถว่าจบหันหลังเดิมตามผู้พี่เข้าไปในห้องแล้วงับประตูปิดเสีย ทำให้รุ้งตะวันที่เดินแกมวิ่งตามชะงักเพราะถูกประตูห้องปิดใส่หน้า
            “นี่เล่นอะไรกันอีกเนี่ย”
            หญิงสาวคลำหน้าผากป้อยๆ เจ็บหางคิ้วไม่พอยังถูกประตูกระแทกหน้าไม่หูอื้อตาลายก็เห็นทีจะไม่ได้ เธอทรุดลงคุกเข่ากับพื้นก้มหน้าเท้าแขนอย่างคนไม่รู้ทิศทางกระทั่งมีนิ้วเหี่ยวๆ มาจิ้มที่ต้นแขนหลายครั้งจึงรู้สึกตัวเงยหน้าขึ้นมองแล้วถึงกับตาค้าง
            กรี๊ด!
            กรี๊ด!
            รุ้งตะวันถึงกับผงะหงายหลังผึ่งเพราะเสียงกรีดร้องของคนตรงหน้าที่ดังแข่ง เพียงอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้าหา ดวงตาโตเบ้าตาลึก แก้มหย่อนขยับหยุบหยับกระทั่งครู่หนึ่งจึงแย้มริมฝีปากกว้างเห็นฟันเต็มไปด้วยคราบสีแดง รุ้งตะวันก็ตัวสั่นเทายกมือไหว้ท่วมหัวทันที
            “พ่อแก้วแม่แก้ว พ่อจ๋าแม่จ๋า เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าบ้านเจ้าเรือนช่วยลูกช้างด้วย ไม่เอาแล้ว ฝันแบบนี้ไม่เอาแล้วนะสาธุ”
             เธอร่ำร้องหลับตาปี๋สองมือพนมยกขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะลดระดับลงมาเทียมอกแล้วลืมตา ฉับพลันดวงหน้านวลก็ซีดเผือดอับจนคำพูดเมื่อดวงหน้าเหี่ยวย่นอยู่ใกล้ในระยะแค่คืบ 
           “เอ็งเป็นใคร”
            “ฉะ... ฉะ... ฉัน ชะ ชื่อ ชื่อ...”
            “เป็นติดอ่างฤา”
           “หา! อะไรนะ”
           “ข้าถามว่าเอ็งติดอ่างฤา”
           “ไม่นะ ไม่ใช่!” รุ้งตะวันสั่นหน้าปฏิเสธพลันน้ำตาคลอเพราะเริ่มไม่มั่นใจตัวเองแล้วว่าตกลงฝันหรือจริงหรืออะไรกันแน่ แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายเธอก็ลอบถอนใจเอ่ยตอบอยางหมดอาลัยตายอยากทันที “ฉันชื่อรุ้งตะวัน เรียกรุ้งก็ได้ค่ะ”
           “ผู้ชายกระไรชื่อเหมือนผู้หญิง ฤาเอ็งมาแต่ใด”
           “โอ๊ย! ฉันก็ไม่รู้ค่ะ งั้นเรียกฉันว่าตะวันก็ได้... เอ้า!” เธอพูดจบก็มุ่นคิ้วด้วยความขัดเคือง
            หญิงชราถอนใบหน้าออกห่างยืดตัวเต็มความสูงแล้วหรี่ตามองครุ่นคิด ปากเคี้ยวหยับ ๆ กระทั่งเอ่ยออกมาอีกคราถึงน้ำหมากกระเด็น “แล้วมาทำกระไรที่เรือนนี้ฤา”
            “ก็...”
            รุ้งตะวันพูดแค่นั้นก็ปาดน้ำหมากที่กระเด็นใส่ใบหน้าแล้วออกอาการผะอืดผะอมแต่ยกมือปิดปากได้ทัน เธอมองปราดทั่วร่างหญิงชราจึงพบว่านางแต่งกายด้วยผ้าแถบสีน้ำตาลอ่อนสวมทับด้วยโจงกระเบนสีน้ำตาลอมแดงเคียนเอวเป็นปมไร้เครื่องประดับอาภรณ์ ทรงผมยกพุ่มแสกกลางด้านข้างเกรียนสั้นราวกับหลุดออกมาจากหนังหรือละครย้อนยุคก็ไม่ปาน
           เฮ้อ! ว่าแต่ยายคนนี้บทแตกนะเนี่ย!
            รุ้งตะวันยกฝ่ามือตบหน้าผากตัวเองเบาๆ แล้วถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บสุดท้ายก็ไม่ได้อะไรจึงทรุดนั่งกุมขมับอยู่กลางลานแห่งนั้นกระทั่งหญิงชราทรุดนั่งยองๆ ตรงข้ามอีก
            “เอ็งไปทำกระไรมา เหตุใดคุณภพจึ่งได้ตรากตรำทำยาเคี่ยวให้ เอ็งรู้หรือไม่ว่าคุณภพไม่เคยปรุงยาตำรับวิเศษให้ผู้ใดมาก่อน มีแต่เอ็งนี่ล่ะ...”
            รุ้งตะวันนิ่งฟังพลางหรี่ตามองจับคำพูดหญิงชราแล้วยิ่งไม่เข้าใจ นอกจากอาจารย์จะเล่นใหญ่ทุ่มทุนสร้างฉากอลังการแล้วยังหานักแสดงประกอบหน้าตาโบราณปานหลุดมาจากกรุงศรีอยุธยาขนาดนี้มาได้อย่างไรกัน
           เหลือเชื่อจริงๆ
           หญิงสาวผุดลุกยืนหันรีหันขวางตั้งใจจะไปถามอาจารย์ทินพัฒน์ให้รู้ความ แต่ไม่ทันเดินไปถึงหน้าประตูห้องที่ทั้งสองหายเข้าไปด้วยกันประตูก็เปิดออกพร้อมกับสองหนุ่มที่เดินหน้าเครียดออกมาด้วยกัน รุ้งตะวันเห็นดังนั้นจึงปรี่เข้าเกาะแขนอีกฝ่ายทันที
            “อาจารย์! นี่มันเรื่องอะไรกันคะ!”
            “เอ็งเป็นบ้าหรือกระไร! พูดจาฤาก็แปลก” ชายหนุ่มปัดมือนุ่มซีดเซียวออกพลันหันหาจมื่นพิภพโอสถด้วยสีหน้าเจื่อนๆ “ไปเก็บมันมาจากที่ใดกัน แลดูสติวิปลาสนัก”
            “เอ่อ... คือ” จมื่นพิภพอึกอักอยู่ครู่จึงแค่นยิ้มก่อนตอบ “มันออกไข้ ไม่สบายสติจึงฟั่นเฟือน ข้าจึงเอาตัวมันมารักษานึกว่าเอาบุญมิต้องห่วงหรอกคุณเพิ่ม มันมิได้อันตรายกระไรต่อข้า”
            “เช่นนั้นก็ดีระวังตัวเจ้าไว้...”
            คุณเพิ่มที่หน้าเหมือนอาจารย์ทินพัฒน์ราวกับขุดออกมาจากเบ้าพิมพ์เดียวกันปรายตามองรุ้งตะวันก่อนกระตุกยิ้มหยันแล้วเดินจากไปด้วยท่าทีขึงขังจนรุ้งตะวันที่มองตามได้แต่ตาละห้อย
            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!
            เธอได้แต่หันรีหันขวางกระทั่งเสียงขึงขังของจมื่นพิภพโอสถดังขึ้นจึงได้สติหันกลับไปมองหญิงชราที่หมอบราบลนลานอยู่แทบเท้าอีกฝ่ายด้วยความสนใจ
            “วันนี้ข้าจะไม่อยู่ มีธุระที่เรือนพี่เพิ่ม”
            “เจ้าค่ะ”
            “ฝากดูแลมันด้วย”
            เยื้อนพยักหน้าแล้วลอบค้อนหญิงสาวก่อนเอ่ย “ให้คนแก่ ๆ อย่างเยื้อนดูแลเด็กหนุ่มอ่อนกว่าตั้งหลายรอบเช่นนี้ได้กระไรเจ้าคะคุณภพ ฟ้าจะผ่าเอา”
            “เยื้อน” จมื่นพิภพโอสถปรามพลันเหลือบมองรุ้งตะวันที่ยิ้มแห้งๆ พอรู้ตัวว่าเผลอมองรอยยิ้มของร่างระหงในชุดสีกรักก็รีบละสายตาจากดวงหน้าเธอไปที่ยายเยื้อนตามเดิม “ห้ามบอกใครว่ามันอยู่ที่เรือนนี้ แม้แต่แม่ท่านก็ห้ามบอก”
            “เจ้าค่ะ” นางก้มหน้าตอบแต่ยังไม่คลายสงสัยจึงถามอย่างกลัวๆ กล้าๆ “แล้วคุณภพจะไปเลยหรือเจ้าคะ รับสำรับอาหารก่อนดีหรือไม่บ่าวจะได้ให้ไอ้อีด้านล่างจัดสำรับขึ้นมาให้บนเรือนนี้ หรือจะกลับเรือน”
            “ไม่ต้อง”
            “เจ้าค่ะ”
            “เอาสำรับขึ้นมาเผื่อมันด้วย”
            เยื้อนที่ตั้งท่าคลานเข่าถอยหลังไปถึงกับชะงักเหลียวมองร่างระหงตาตั้ง “คุณภพจะร่วมสำรับกับมันหรือเจ้าคะ”
            “แล้วมีกระไร”
            “ไม่มีเจ้าค่ะ”
            “ก็ไป”
            “เจ้าค่ะ”
            คราวนี้รุ้งตะวันถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อเห็นเยื้อนมีท่าทีหวาดกลัวผู้เป็นนาย เธอชะเง้อมองหญิงชราเดินลับตาลงบันไดข้างเรือนที่เป็นทางลงไปสู่ครัวไฟกระทั่งเสียงกระแอมดังขัดจึงหันมาหาต้นเสียงพบว่าอีกฝ่ายจ้องเธอเขม็งจึงได้แต่ยิ้มแห้งแล้งแทน
           “ชื่อตะวันฤา”
           “คะ?” เธอถามกลับตั้งหลักไม่ทัน
           จมื่นพิภพโอสถมือไพล่หลังก้าวเข้ามาช้าๆ มองเธอศีรษะจรดปลายเท้าก่อนมุ่นคิ้วแล้วหรี่ตามองอย่างจับผิด รุ้งตะวันถอยหลังตามจังหวะการก้าวของชายหนุ่มจนเสียหลักชนกระถางต้นไม้ล้มก้นจ้ำเบ้าทันที
         “โอ๊ย!”
         “เป็นกระไรไหม เจ้าตะวัน!”
         “เป็นสิคะ ฉันเจ็บนะบอกให้! แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้คุณเรียกฉันเจ้าตะวันหรือคะ?”   
         “ใช่ เอ็งบอกเองว่าชื่อตะวันหรือมิใช่”
         รุ้งตะวันถึงบางอ้อทันที แสดงว่าคนคนนี้ได้ยินที่เธอพูดกับยายเยื้อนนั่นเอง...
          เอ๊ะ!
          ว่าแต่คุณภพคนนี้ทำไมทั้งชื่อและหน้าตาเหมือนคนในภาพวาดที่เธอเห็นอย่างกับแกะ!
          “คุณคือคุณภพจริงๆ หรือคะ”
           ”อืม...”
           “อ๋อ...” รุ้งตะวันสบตาอีกฝ่ายเห็นสีหน้าจริงจังใต้โครงหน้าหล่อเหลาก็เผลอยิ้มแห้งแล้วพึมพำกับตัวเอง “เออ... หรือเพราะฉันเล่าให้ยายเพิ้งฟังก็เลยหาคนหน้าเหมื้อนเหมือนมาแกล้งฉัน เล่นใหญ่เล่นโตนะเพื่อนบ้า”
           “เอ็งทำกระไรจึงตกน้ำไปเช่นนั้น”
            “ฉันก็เล่นตามบทไงคะ” เธอตอบตาใสไม่พอยังคว้ามือชายหนุ่มมาจับเขย่า “เลิกเล่นได้แล้วค่ะ คุณได้ค่าตัวเท่าไรถึงแกล้งฉันแบบนี้ บอกฉันสิคะว่ายายเพิ้งจ้างคุณมาใช่ไหม”
           “จ้างมาหรือ เอ็งพูดกระไรข้าหาเข้าใจไม่”
           “แน่ะ! ยังไม่เลิกเล่นอีก บอกฉันทีเถอะค่ะว่าทีมงานไปไหนกันหมด ฉันไม่เห็นใครแล้วก็ทำไมพร็อพอะไรต่อมิอะไรมันมาจากไหนกัน”
           เธอว่าพลางบีบมืออีกฝ่ายอย่างลืมตัว มิใยที่จมื่นพิภพโอสถจะดึงมือออกแต่ไม่สามารถทำได้กระทั่งมีเสียงฝีเท้าย่ำขึ้นเรือนมา จมื่นพิภพโอสถถือโอกาสปลดมือทำให้ร่างระหงที่ไม่ทันระวังตัวเซหงายหลังอีกครั้งอย่างหมดท่า ไม่ทันได้โอดครวญเสียงทุ้มแฝงความขุ่นข้องก็โพล่งขึ้น
           “กินข้าวเสียแล้วอยู่ที่นี่ เยื้อน!”
            “เจ้าคะ”
            เยื้อนวางสำรับแล้วรีบเข้ามา จมื่นพิภพโอสถพ่นลมหายใจอึดอัดก่อนปรายตามองรุ้งตะวันอีกครั้งก่อนหันไปสั่งการหญิงชราทันที
            “เฝ้ามันไว้ กลับมาข้าจะชำระความ”
             “เจ้าค่ะ” เยื้อนรับคำแข็งขันแล้วหันมาทางเธอแล้วเอ่ย “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเอ็งเป็นใครมาจากไหน แต่เพลานี้เกิดเหตุการณ์โกลาหลขึ้นในพระนคร รอคุณภพกลับมาก่อนเถิดค่อยว่ากัน”
            “เกิดอะไรขึ้นหรือยาย”
            “เกิดเหตุอาเพศใหญ่ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแต่ข้าก็ไม่รู้หรอกต้องรอให้คุณภพกลับมาก่อนจึ่งรู้ความ...”
           รุ้งตะวันยิ่งงงหนักกับคำพูดของหญิงชราเคี้ยวหมากปากแดงที่พูดจบก็จัดแจงสำรับให้ เธอได้แต่เดินตามไปนั่งที่กลางลานอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย เท่าที่จำได้เธอแค่ตกน้ำตามบทบาทที่ได้รับเท่านั้น...
            กระทั่งอาหารหมดสำรับด้วยความหิวโหย รุ้งตะวันจึงก้าวเข้ามาในห้องที่เยื้อนจัดเตรียมไว้ให้ระหว่างที่เธอกำลังเอร็ดอร่อยกับสำรับประดามีที่บรรจงปรุงอย่างดีจนเธออิ่มหนำสำราญโดยไม่ได้ฉุกใจคิดเลยว่ามันช่างแตกต่างกับข้าวหม้อแกงหม้อที่อาจารย์ทินพัฒน์สั่งมาสำหรับแต่ละมื้อให้ทีมงาน
มันดีเกินไป...
            ดีจนไม่เหมือนกับข้าวทีมงานที่เธอเคยกินทุกครั้งเลย...
            รุ้งตะวันปิดประตูห้องพลันพรูลมหายใจหนักหน่วง ดวงตาหวาดระแวงมองปราดไปทั่วห้องอย่างระมัดระวัง เท้าก้าวเดินตรงไปยังเตียงนอนไม้สักแกะสลักลวดลายทองบรรจงแล้วลงนั่งพักด้วยความเหนื่อยอ่อนกระทั่งเหลือบไปเห็นสายสร้อยทองคำสลับลูกปัดสีดำบนตั่งหัวนอนจึงยกมือขึ้นลูบไล้ที่ลำคอของตัวเองทันที
            “สร้อยฉัน!  นั่นสร้อยฉันนี่ ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้”
            หญิงสาวโน้มตัวไปเอื้อมหยิบสร้อยมาสำรวจจึงพบว่าที่ลูกปัดสีดำเม็ดที่สองจากปลายขอเกี่ยวบิ่นแตกไปเล็กน้อยก็นึกเสียดายรีบสวมใส่กลับคืนตามเดิมก่อนจะล้มตัวลงนอนพลางลูบคลำสายสร้อยบนคอไปพลางกระทั่งหลับไปในที่สุด...
 
             แอ๊ด...
            รุ้งตะวันก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปภายใน เมฆหมอกหนาทึบจนดูไม่ออกว่าเธออยู่ในสถานที่ใดกันแน่ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนกันอาศรมคุณปู่แต่ไม่ใช่
             แล้วคือที่ใดกัน!
             ฉับพลันมีเสียงสะอื้นลอยมา รุ้งตะวันวูบไหวในอกจนซวนเซแต่ก็ยังก้าวเดินต่อไปกระทั่งถึงบานประตู เธอได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในนั้นจึงแนบหูฟังกับบานประตู เสียงสะอื้นที่ดังแว่วออกมาให้ได้ยินเมื่อครู่แจ่มชัดขึ้นทันที รุ้งตะวันงันไปกระทั่งเสียงพูดคุยดังขึ้น
            “อย่าร้องให้ไปเลยคุณ”
            “คุณจะให้ฉันทำยังไงในเมื่อลูกเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้”
            “คุณก็ได้ยินอาจารย์บอกแล้วไม่ใช่หรือ”
            “แล้วยังไงคะ จะให้ฉันเชื่อว่าลูกยังมีชีวิตทั้งที่แกจมน้ำหายไปต่อหน้าคนนับร้อยจนป่านนี้ยังหาตัวไม่เจองั้นหรือคะ ฉันทำไม่ได้!”
           เสียงพ่อกับแม่?
           “พ่อจ๋า แม่จ๋า” รุ้งตะวันร้องเรียกแต่กลับมีเพียงเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นตามมา ทันใดก็ตัวแข็งค้างเพราะคำพูดของมารดา
          “ฉันอยากไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ลูก เผื่อผลบุญจะส่งผลให้ลูกไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี”
           เกิดใหม่!
           เกิดใหม่อะไรกัน!
           รุ้งยังไม่ตาย!
           รุ้งอยู่นี่!
           รุ้งตะวันร่ำร้อง รีบผลักประตูเข้าไปจึงเห็นว่าบิดากำลังโอบประคองมารดาของเธอที่ในมือกอดกรอบรูปรับปริญญาของเธอไว้ร่ำไห้กับอก เธอรีบวิ่งเข้าไปหา
           ทว่า...
           พอถึงตัวมารดาเธอกลับคว้าไว้ไม่ได้ ทุกอย่างสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกวูบโหวงในอกกระทั่งเสียงหนึ่งร้องเรียกเธออีก
           “เจ้าตะวัน... เจ้าตะวัน...”
           เสียงคุณภพ!
           รุ้งตะวันลืมตาขึ้นมาแล้วถึงกับตัวชาเมื่อพบว่าน้ำตาไหลอาบนองแก้มทั้งสองโดยไม่รู้ตัว...

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอฝากนิยายด้วยค่า
ตอนนี้อีบุ๊คเล่ม 2 (เล่มจบ) วางที่เม็บแล้วค่ะ ราคาโปร 109.- ค่ะ
ส่วนรูปเล่ม กำลังส่งตรวจพิสูจน์อักษรกับจัดหน้าอยู่ค่ะ จะเปิดจองต้นเดือน พ.ย. ค่ะ 
ขอฝากคุณภพกับเจ้าตะวันด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่า


 




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2564
23 comments
Last Update : 18 ตุลาคม 2564 0:22:39 น.
Counter : 253 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณเริงฤดีนะ, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณอุ้มสี, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณkae+aoe, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtuk-tuk@korat, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณSweet_pills, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณNoppamas Bee, คุณชีริว, คุณดาวริมทะเล, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน

 

ไม่รู้สึกเสียดายเลยจ้า
เพราะถือว่าช่วงโควิด
อะไร save ก็ save
คนเดินทางปรับเปลี่ยนตามกาละเทศะ

 

โดย: อุ้มสี 18 ตุลาคม 2564 6:24:07 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับน้องนุ่น

ใครตื่นมาแล้วเจอเหตุการณ์แบบรุ้งตะวัน
ก็คงงงชีวิตนะครับ

ย้อนยุคไปไกลเลย 555

คำว่า "กงๆ" เป็นคำเก่า
สมัยก่อนพี่ก๋าเคยได้ยินคนเฒ่าคนแก่พูดกันอยู่บ้างครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 18 ตุลาคม 2564 6:26:00 น.  

 

เจิมๆๆ
แน่ะ ตอน 6.2 มาแล้ว
พี่อ้อ มาวางเก้าอี้ จองที่ไว้ก่อน

ได้load..meb ลงหน้ามือถือ
แอบไปทดลองอ่านตอน 14-15 และ 16 นิดนึง
สนุกสนานไป ลุ้นๆ

จัดวาง"ภพรัก"ไว้ที่ชั้นหนังสือที่อยากได้แล้ว
ไว้ตาดีๆ.และศึกษาวิธีจัดเก็บและชำระเงิน
จะไปหยิบวางอย่างถาวรค่ะ

เป็นกำลังใจ ให้เจ้ารุ้ง และ เจ้าของบ้านค่ะ

 

โดย: เริงฤดีนะ 18 ตุลาคม 2564 6:30:30 น.  

 

อ่านแล้ว เหมือนนำตัวเองเข้าไปสู่ สมัยโบราณเลย

นึกถึง คนเคี้ยวหมาก น้ำหมากไหลย้อยติดลงร่องข้างริมปาก
ยาม ยายยื่นหน้าเข้ามาได้กลิ่นพลูปูน ระเหยออกมาเลย 555

น่ากลัวแต่ก็อยากอ่านอยู่ดี
...
คุณนุ่นลอง วางพล๊อต การใช้คนคอมพิวเตอร์รุ่นบุกเบิกซิครับ
ผม เคยเขียนนิยาย(นานมากแล้ว) เป็นเรื่อง คนตรวจกิจการ
รัฐวิสาหกิจ และพบการโกง แต่ไม่อาจจะเขียนว่าเป็น กิจการ
ในไทย เลยแปลงเป็น ชาติอื่นใกล้ ๆ ไทยแทน

มีตัวเอกเป็น โปรแกรมเมอร์สาว ที่เปิ่น ๆ น่ารัก (ผมมีเพื่อนเป็น
โปรแกรมเมอร์มีชื่อเขียนซอฟแวร์ใช้กับ รพ.หลายแห่งและที่
สถาบันการแพทย์เป็น ผู้ชายนะครับ) เลยให้เป็นตัวเอกแทน
แต่เป็นหญิง.. ผมค้นหา การใช้คอมยุครอยต่อ และการใช้
เน็ต เป็นเครือข่าย ใช้สายแลน แทนคลื่นแบบปัจจุบันและอื่นๆ
อีกเยอะ.. เขียนได้ 4 -5 ตอนไม่เขียนต่อแล้ว มันยากสำหรับผม 555 ผมชอบเขียนสั้น ๆ เปลืองพล๊อตหน่อยก็ไม่เป็นไร

คุณนุ่นเขียนเลยครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 18 ตุลาคม 2564 7:02:25 น.  

 

ตอนนี้นี่ นึกถึง หนัง ตบจูบ ชองอาเปี๊ยก จำเลยรักขึ้นมาทันทีเลย
เพราะมี ฉากปิดประตูฟาดหัว นางเอก หัวปูด แล้วเตะซ้ำ ตามด้วยเข่าเข้าลิ้นปี่ อีก 3ดอก อิอิ

น้องพิมมาศบอก หนอยๆ นั่นมันเอ็งแล้ว นางเอกข้า ไม่ใช่นักมวยกรง นะว้อย เดี๊ยะๆ555

ส่วนฉาก หญิงชราที่ปัดอายแชร์โดว์ ขอบตาคล้ำ ริมฝีปากเปื่อนน้ำหมากแดง ไหลย้อยนี่ นึกถึง สาปกระสือ ทันทีไม่มีเรื่องอื่นปน
เพราะมีจ้องหน้า แยกเขี้ยว น้ำลายกระเซ็นเปื้อนหน้า นางเอก นี่ ชัดเลย
เดาว่า ตอนหน้า วันโกน น้องรุ้ง ต้องถอดหัว แน่นอนไม่พลาด 555

ไคลแม๊ก นี่ตอนนางเอกย้อนเวลา แต่พบว่าตัวเอง กลายเป็น
อากาศธาตุไปซะแย้ว
แต่แหม ไหนๆก้ไหนๆแล้ว อ.เต๊ะ อยากจะขอเพิ่ม ฉาก น้องรุ้ง
มาจกเครื่องเซ่น ลาบเลือด ซกเล็ก รกเด็ก ตรงทาง 3แพร่ง หน่อยน่าจะเพิ่มดีกรี ความสยองได้ไม่น้อย ยังไงตะเองก็เพิ่มให้เค้าหน่อยน้า ได้มั้ยอ่าาา อิอิ

 

โดย: multiple 18 ตุลาคม 2564 7:32:32 น.  

 

คำว่า "กระตุกยิ้มหยัน" นี่มองเห็นภาพเลยนะคะ
ดูอีตาคุณเพิ่มนี่ไม่ค่อยเป็นมิตร แล้วมาเปลี่ยนใจตอนไหนเนี่ย
กลับชาติมาเกิดรับกรรมที่ทำไว้ชาติก่อนกระมัง 555

"เอ็งพูดกระไรข้าหาเข้าใจไม่" อิอิ
ภาษาโบราณก็เข้าท่าดีเนอะ
คนสมัยก่อนเขาพูดกันอย่างนี้จริง ๆ เหรอคะ

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 18 ตุลาคม 2564 8:58:17 น.  

 

ตามมาอ่านต่อค่ะ ขาดไปหลายตอนเชียว

 

โดย: tuk-tuk@korat 18 ตุลาคม 2564 12:23:05 น.  

 

ได้ยินเสียงและเห็นพ่อแม่แต่สัมผัสไม่ได้
น่าเห็นใจรุ้งตะวันมาก สนุกและน่าติดตามต่อค่ะน้องนุ่น

ยินดีกับน้องนุ่นด้วยนะคะที่ทำต้นฉบับคุณภพเสร็จแล้ว
รอๆรูปเล่มค่ะ

 

โดย: Sweet_pills 18 ตุลาคม 2564 15:49:39 น.  

 

555555555 ตอนนี้ตลกมากครับ 555555555 ตลกตอนที่รุ้งเจอกับคุณยายเยื้อน อุทานซะเป็นบันทัด นิมนต์มาทั้งจักรวาลสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยครับ อารมณ์นี้ได้ๆ 55555

ส่วนรุ้ง ยังอีก...ยังอีก ยังไม่รู้ตัวเองว่าคุณภพไม่ใช่นักแสดงสิ อะไรจะอินบท ตีบทแตกได้เนียนขนาดนั้น 55555
สงสารก็แต่คุณพ่อคุณแม่ของรุ้ง รุ้งเองก็น่าสงสาร ต้องพลัดพรากจากครอบครัว จะบอกก็ไม่ได้ว่าเรายังอยู่ตรงนี้ อยากกลับไปหาก็ยังกลับไปไม่ได้ ถ้าส่งข่าว หรือสัญญาณให้คุณพ่อคุณแม่มีหวังได้ ว่ารุ้งยังอยู่ รอแค่เวลาที่เข้ากันได้พอดีจะได้เจอพ่อกับแม่อีกครั้งก็ดีสิครับ ^^

จากบล๊อก
ช่วงนี้ผมไม่ได้อัพบล๊อกบ่อยหรอกครับ เหนื่อยงาน เหนื่อยอาการเปลี่ยนด้วยครับ เหอะๆๆ

บอสเลือกโซฟา เตียง โคมไฟ What!!!
ส่วนห้องน้ำผมส่งแบบที่ต้องการให้พี่เขยแล้ว สุดแท้แต่พี่เขยคุยกันจบ ผมดูแค่ตอนเส็ดแล้วละ น้ำลายจะหมดปากละครับ 55555

Island ในห้องแต่งตัว นี่ก็พยายามจะลืมๆ ไปครับ 555555 เผื่อบอสจะลืม

 

โดย: จันทราน็อคเทิร์น 18 ตุลาคม 2564 16:37:52 น.  

 

พี่ก๋าเคยได้ยินคำว่ากงจากญาติๆที่ชลบุรีครับ
เวลาจะบอกว่าไปตรงๆ
ก็จะบอกว่า "ไปกงๆ"

ยุคนี้ไม่ค่อยได้ยินคนพูดกันแล้วนะครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 18 ตุลาคม 2564 22:44:35 น.  

 

ตอนนี้อ่านแล้วสนุกมากเลยครับ
รุ้งยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองย้อนยุคไปอยู่ในอดีต
ตัดมาที่พ่อกับแม่ก็ยังไม่รู้ว่าลูกตัวเองยังไม่ตาย
ตอนต่อไปอยากรู้ละครับว่ารุ้งและคุณภพจะพูดคุยกันรู้เรื่องมั๊ย 555

 

โดย: The Kop Civil 18 ตุลาคม 2564 22:48:10 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ครับน้องนุ่น

 

โดย: กะว่าก๋า 19 ตุลาคม 2564 6:11:50 น.  

 

พี่ก๋าอัพสองบล็อกติดกันมาสองวัน
เพราะคิดว่าบล็อกที่อัพไปไม่น่าจะมีคนอยากอ่าน
แต่พี่ก๋าอยากอัพไว้ครับ 555
เนื้อหาหนักมากๆ
คนก็คงไม่อยากอ่านสักเท่าไหร่

พี่ก๋าอยากทำหนังสือเล่มนะ
แต่ดูแล้วสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยเลย
ลงให้อ่านฟรีไปเรื่อยๆน่าจะดีกว่า

ตลาดนิยายยังไปได้ดี
พี่ก๋าว่ามีผลกระทบไม่มากเท่าตลาดอื่นๆนะครับ
นักอ่านนิยายนี่ติดตามกันตลอด น่าดีใจแทนนักเขียนครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 19 ตุลาคม 2564 6:23:04 น.  

 

จากบล๊อก

พอพูดถึงฮอร์โมนผมนี่คิดถึงเรื่องหนาวแหววเลยครับ 5555 ผมกับไอ่ยอดไม่แหววแน่นอน
เรื่องล้อชื่อพ่อชื่อแม่เป็นเรื่องคลาสิกเลยครับ 5555 ไม่รู้เพื่อนอยากรู้จักพ่อแม่เรามากขนาดนั้นหรอ ไม่รู้ทำไมเด็ก ๆ ถึงโกรธ แต่พอโตซัก มัธยมนี่เป็นเพื่อนฮาครับ

ผมเขียนเรื่องของคนชื่อภพเอาไว้ แอบลองอ่านได้ครับ
แต่อย่ากลับมาด่าผมนะครับ 555555
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=threepopstory&month=26-04-2021&group=2&gblog=136

สำหรับคุณภพ หมอยาสุดหล่อคนนั้น
ต้องไปเจอปัญหาเหมือนนายภพคนข้างบนแน่นอน
ทะยอยๆ อัพเรื่อยๆ นะครับ รอติดตามอยู่ อัพถี่เดี๋ยวผมตามไม่ทัน 55555 ช่วงนี้ผมก็ตอบเม้นช้า อ่านบล๊อกได้น้อยมาก เพราะงานยุ่งมากครับ

 

โดย: จันทราน็อคเทิร์น 19 ตุลาคม 2564 17:25:16 น.  

 

มาอ่านค่ะ

 

โดย: Noppamas Bee 19 ตุลาคม 2564 20:35:17 น.  

 

เรื่องกินเผ็ดภาคใต้เก่งสุดแล้วน้า แต่บางคนก็ไม่กินเนอะ
ร้านที่อยุธยาชื่อร้านบะกุ๊ดเต๋ แต่ไม่ได้ขายบะกุ๊ดเต๋ครับ .....แป่ว.... ผมกะเข้าไปกินบะกุ๊ดเต๋นะทีแรก
เลยเจออาหารจีนเสฉวนสุดโหดเข้าไปแทน 555 แต่อร่อย
นิยายภาคต่อเพื่อนสนิทเคยอ่านที่คนสรุปไว้บนพันทิปเมื่อนานมาแล้วครับ พอได้มาดูหนังก็รู้สึกว่าจบแบบหนังไปเลยอะดีแล้ว
มีอีกหลายเกาะเลยครับที่ยังไม่เคยไป เอาจริงๆผมเที่ยวเกาะน้อยมากเลยอะ ไว้หมดโควิดจะไล่เที่ยวดู

----

วันนี้มาต่อคุณภพบท 6/2 ครับ
คิดว่ารุ้งเจอผีเข้าแล้ว ที่แท้เป็นยายแก่ เอ้ย! คุณยายเยื้อน เยือนเหยื่อนเหยื้อนเยื้อนเหยือน
โดนปิดประตูใส่หน้ายังไม่เท่าโดนน้ำหมากกระเด็นใส่หน้านะครับ
มีคนจากยุคปัจจุบันในชาตินี้คือคุณเพิ่มเหรอครับ
รุ้งได้วาร์ปไปชมยุคปัจจุบันเป็นพักๆ สะดวกดีเหมือนกัน อิอิ
น่าสนใจว่าเกิดเหตุการณ์ใหญ่อะไรในอยุธยานะครับ

 

โดย: ชีริว 19 ตุลาคม 2564 21:37:30 น.  

 

ได้ไอเดียหมูก้อนทอดใส่มันบดด้วย
ขอบคุณน้องนุ่นและคุณแม่ด้วยนะคะ

ขอบคุณกำลังใจจ้าน้องนุ่น

 

โดย: Sweet_pills 20 ตุลาคม 2564 0:44:26 น.  

 

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบ้านขาวหลังน้อยค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 20 ตุลาคม 2564 15:39:27 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปอ่านตะพาบ "ความคิดถึง" นะคะ
มาตอบช้าเพราะตอนนี้เดี้ยงค่ะ

 

โดย: ดาวริมทะเล 20 ตุลาคม 2564 16:51:01 น.  

 

ลูกปัดสีดำ ผมว่าสุดท้ายมันต้องแตกแน่เลย (เดา) แล้วน่าจะมีผลกระทบพอควรกับเรื่องราว

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 20 ตุลาคม 2564 20:09:14 น.  

 

บางบล็อกพี่ก๋ารู้สึกว่ามันหนักๆ
ก็ทำให้ลังเลครับว่าควรอัพลงดีรึเปล่า
แต่ไหนๆก็เขียนไว้แล้ว
ลงดีกว่า 555

ตลาดวรรณกรรมนี่คงยากจริงๆครับ
ยิ่งปรัชญา ศาสนา บทกวี
พี่ก๋าว่าแทบไม่มีงานใหม่ๆให้อ่านเลย
แล้วดันเป็นงานที่พี่ก๋าชอบเขียนซะด้วย 555




 

โดย: กะว่าก๋า 20 ตุลาคม 2564 20:54:49 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ครับน้องนุ่น

 

โดย: กะว่าก๋า 21 ตุลาคม 2564 5:57:54 น.  

 

ขอบคุณกำลังใจให้น้องเหมียวชาลีนะคะ

เรื่องป้อนยาน้องหมาน้องแมว ก็แล้วแต่ตัว ๆ ไปค่ะ
อย่างที่บ้านมี 2 ตัว ชาลีจะนุ่มนิ่มขี้อ้อนให้ยาง่ายกว่า
ส่วนนินจาฤทธิ์เยอะ รู้มาก ทาสก็จะเหนื่อยหน่อย 555

 

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ 21 ตุลาคม 2564 9:35:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
lovereason
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]









+ ++
Friends' blogs
[Add lovereason's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.