....OUR FAMILY'S JOURNEY....

+ 7 วันในเมียนมา (2) .... (@ ย่างกุ้ง) +









มิงคาลาบา ย่างกุ้ง...... Mingalaba Yangoon ถือว่าคำนี้เป็นคำทักทายเมื่อเจอกันในตอนเช้าประมาณนั้น ผมใช้คำว่ามิงคาลาบา ย่างกุ้ง ก็คงจะได้นะครับ

หลังจากวันแรกเนรามาถึงสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง เราก็ออกเที่ยวเลย โดยเริ่มต้นกันที่เมืองพะโค (Bago) หรือที่บ้านเราเรียกว่าหงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้านามว่าบุเรงนองของชาวพม่าเคยพำนักอยู่ที่นี่ในอดีต การเที่ยวหงสาวดีหลักๆก็คือ ไปชมเจดีไจ้ปุ่น หรือพระเจ้า 4 ทิศ พระมหาธาตุชเวมอดอว์ นมัสการพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว และชมพระราชวังของบุเรงนอง (ที่สร้างขึ้นมาใหม่) จากหงสาวดี เราเดินทางต่อไปที่เจดีย์พระธาตุอินแขวน และพักกันที่นั่นคืนหนึ่งครับ (อ่านเรื่องได้ที่นี่)

วันนี้เราจะพาคุณๆกลับไปเที่ยวเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของประเทศเมียนมา หรือพม่าในอดีต ซึ่งปัจจุบันเมืองหลวงของเมียนมาได้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเนปิดอว์ ที่สร้างขึ้นมาใหม่แล้วครับ .... โปรแกรมสำคัญๆของเราในวันนี้ก็จะมีไปแวะไหว้พระทำบุญที่มหวิทยาลัยสงฆ์หรือวัดไจ้คะวาย เมืองหงสาวดี แล้วเข้าย่างกุ้งไปชมพระพุทธรูปหินอ่อน ช้างเผือก และพระนอนตาหวาน หรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ก่อนกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้นครับ



ยามเช้าจากที่พักใกล้พระธาตุอินทร์แขวน


บรรยากาศบนเขาใกล้ๆพระธาตุอินทร์แขวนในยามเช้าของเดือนตุลาคม อากาศเย็นสบายครับ แม้ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางแค่ 1100 เมตร แต่สัมผัสความเย็นได้เลยในยามเช้าเช่นนี้ ... ฉะนั้นถ้ามีเวลาก็ควรออกมาเดินจากที่พักขึ้นไปนมัสการพระธาตุกันอีกซักรอบ ถือว่าเดินออกกำลังกายไปด้วย ได้ดูวิถีชีวิตในยามเช้าของผู้คนที่นี่ไปในตัว สายๆค่อยกลับมาอาบน้ำ ทานมื้อเช้าแล้วค่อยออกเดินทางต่อครับ




พระพม่ากำลังออกบิณฑบาตรที่ถถนสู่พระธาตุอินทร์แขวน




หน้าทางเข้าวัดพระธาตุอินทร์แขวนยามเช้า ..... จะเห็นสิงห์คู่เฝ้าทางเข้าครับ




ไก่ย่าง


จากพระธาตุอินทร์แขวน เรากลับลงไปทางหงสาวดีเพื่อไปทำบุญกันที่วัดไจ้คะวาย หรือมหาวิทยาลัยสงฆ์ของหงสาวดี ถ้าหากคุณๆได้เห็นสภาพพระเณรที่บวชมาเพื่อเรียนหนังสือในที่นี่แล้ว ท่านจะไม่ลังเลเลยที่จะนำสิ่งของไปบริจาค สิ่งของที่จำเป็น เช่น สมุด ดินสอ ปากกา เครื่องเขียน รวมทั้งข้าว สารอาหารแห้งนับว่าสำคัญมากๆ สำหรับข้าวสาร ซึ่งการถือไปนับว่าหนักเอาการ ท่านสามารถบริจาคเป็นเงินได้ที่วัด โดยจะมีคณะกรรมการคอยรับบริจาคและออกใบโมทนาบัตรให้เหมือนที่พระมหาเจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้งเลย ถ้าบริจาคข้าวสารเป็นกระสอบก็ประมาณ 1000 บาท (หนึ่งพันบาทไทย) ครับ ... ส่วนของที่จะนำไปใส่บาตรก็เป็นพวกอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว ซึ่งพระเณรจะออกบิณฑบาตรประมาณ 11.00 น. ของทุกๆวันครับ .... ผู้เขียนไปที่นั่นคราวที่แล้ว (ปี 2014) ก็นำสมุด ดินสอ ปากกา ไปด้วย ส่วนข้าวสารไปบริจาคที่นั่น 3 กระสอบครับ





ไปเยี่ยมทำบุญที่วัไจ้คะวาย


วัดไจ้คะวาย วัดนี้ไม่ใช่วัดประเภทที่มีชื่อในเรื่องของเจดีย์หรือพระพุทธรูปองค์โตสูงใหญ่ แต่วัดนี้มีชื่อในเรื่องของการเป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาเปรียญธรรมชั้นตรี, โท และเอก อันโด่งดังของพม่า จึงมีคนส่งลูกหลานมาบวชเรียนธรรมะที่นี่กันเป็นจำนวนมากนับพันรูป อีกทั้งยังเป็นวัดที่มีคนนิยมทำบุญใส่บาตรพระหมู่เลี้ยงอาหารพระเพลกันเป็นประจำ .... ถ้าท่านมากับทัวร์ เขาจะบรรจุโปรแกรมสำหรับมาที่นี่ด้วยอยู่แล้วครับ




ถวายปัจจัยพระที่วัดไจ้คะวาย (มหาวิทยาลัยสงฆ์หงสาวดี)



ไม่ไกลจากที่นั่น (เยื้องๆกัน) มีร้านอาหารอยู่ร้านหนึ่ง คนไทยชอบไปทานกัน เจ้าของร้านเป็นหมอชาวพม่าครับ อาหารก็ถือว่าสอบผ่านนะครับ ทั้งผัดกระเพา ไข่เจียว ปลานึ่งซีอิ้ว และอีกหลายอย่าง ห้องน้ำห้องท่าสะอาดครับ ถ้าจะแวะไปก็ควรจะเลี่ยงเวลานิยมหน่อยละกันครับ เพราะขนาดเวลาเลยเที่ยงไปแลวผู้คนยังเยอะอยู่เลยครับ







ทานมื้อเที่ยงกัน



จากเมืองหงสาวดี เราเดินทางลงใต้ต่อไปที่ย่างกุ้ง แต่ระหว่าทางเราแวะทานกาแฟกันที่รีสอร์ท Swe Pyi Resort ครับ .... น่าจะเป็นร้านกาแฟดังเขาเลยล่ะครับ พนักงานแต่งตัวด้วยชุดพม่า น่ารัก สะอาดสะอ้าน พูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ส่วนราคากาแฟถ้าเทียบกับค่าครองชีพในพม่าก็แพงพอควรครับ แต่บรรยากาศยอดเยี่ยมครับ ด้านในเป็นรีสอร์ท รอบๆอ่างเก็บน้ำ น่าไปพักครับ




ภาพด้านหน้ารีสอร์ทติดถนน




แวะทานกาแฟที่รีสอร์ทนี้ ระหว่างทางจากหงสาวดี-ย่างกุ้ง




หน้า Shwe Pyi Resort.


ในย่างกุ้งเราเริ่มเก็บที่เที่ยวไปเป็นแห่งๆ โดยแวะที่ใกล้ๆกันให้หมดก่อน แล้วเหลือที่ห่างๆไว้ค่อยมาเก็บเอาในวันหลัง เพราะ 2 วันสุดท้ายเราจะกลับมาที่ย่างกุ้งนี่อีก ก่อนบินกลับกรุงเทพกันครับ .... ย่างกุ้งวันนี้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร นี่ผู้เขียนเพิ่งมาที่นี่เมื่อปี 2014 นี่เอง โดยครั้งนั้นอะไรๆยังเก่าๆอยู่ แต่วันนี้เราเริ่มเห็นอาคารสูงเพิ่มขึ้น และกำลังก่อสร้างอีกมากมาย และมีรถเมล์แบบบ้านเราวิ่งรับส่งผู้โดยสารอยู่ทั่วไป...เมืองนี้ปัจจุบันเขาไม่ให้รถจักรยานยนต์วิ่งในเขตเมืองนะครับ 





ไปไหว้พระพุทธรูปหินขาว


เราเริ่มกันที่ไปชมพระพุทธรูปหินอ่อน ....วัดพระหินขาว หรือ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกกันว่าพระหินอ่อน "Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha Image" พระหินขาวนี้สร้างจากหินขาวที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาดและไม่มีตำหนิ สูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต หนัก 600 ตัน เป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกายกขึ้นหันฝ่าพระหัตถ์ออกจากองค์ หมายถึงการไล่ศัตรูและประทานความเจริญรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีการนำหินที่เหลือมาสลักเป็นพระพุทธบาทซ้าย-ขวา ประดิษฐานอยู่ บริเวณด้านหลังพระพุทธรูปด้วย




พระอินขาวที่ปั้นจากหินอ่อนก้อนเดียว




รูปปั้นหน้าพระใหญ่ แทนพระโมคคะลานะ และพระมหากัสสะปะ




พระพุทธบาทจำลอง




ด้านทางขึ้นมีสิงห์คู่เฝ้า



ตามศาสนสถานทุกแห่งในพม่า ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือเจดีย์มักจะพบรูปปั้นรูปสิงห์ประดับตามประตูวัดหรือมุมเจดีย์แทบทุกแห่ง.... ทำไมถึงต้องมีสิงห์ ?

เรื่องนี้มีที่มาจากตำนาน “สีหพาหุ” ในมหาวงศ์พงศาวดารลังกา ที่เล่าขานกันว่า มีราชสีห์ตัวหนึ่งลักพาเจ้าหญิงองค์หนึ่งเข้าไปในป่า เจ้าหญิงมีพระโอรสและพระธิดาที่ยังเป็นทารก ราชสีห์ก็เลี้ยงดุจนเติบใหญ่ ต่อมาพระโอรสพาพระมารดาและพระขนิษฐาหนีกลับพระราชวังได้

ฝ่ายราชสีห์จึงออกจากป่ามาตามหาด้วยใจผูกพันใครขวางทางก็กัดตายหมดร้อนถึงพระโอรสต้องออกมาปราบโดยยิงลูกศรกรอกปากราชสีห์ตายแล้วได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าผู้ครองนคร แต่จะทำการใดก็ให้ติดขัด ปุโรหิตจึงทูลว่า เพราะทรงมีบาปกรรมที่ฆ่าราชสีห์ผู้มีพระคุณ เจ้าผู้ครองนครองค์นั้นจึงทรงปวารณาว่าจะสร้างรูปราชสีห์เป็นการบูชาล้างบาปโดยฝากไว้ที่ประตูวัดหรือมุมเจดีย์ จนกลายเป็นประเพณีนิยมในการปั้นรูปสิงห์สืบมา เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “สิงห์ไถ่บาป”




ไปชมช้างเผือก



ไม่ห่างจากวัดพระหินขาวมากนัก เราก็เดินเข้าไปชมช้างเผือกของย่างกุ้ง ซึ่งว่ากันว่าเป็นช้างเผือกที่ถูกลักษณะมากที่สุดในย่านอาเซียนเลยก็ว่าได้ .... ข้อมูลด้านล่างนี้ผมได้มาจาก Pantip.com ของคุณ  Navarat.C  

ช้างเผือก (อังกฤษ: White Elephant) คือช้างที่มีลักษณะต่างจากช้างธรรมดาทั่วไป ด้วยมีนัยน์ตา และเล็บสีขาว รวมถึงสีผิวที่อ่อนกว่าช้างธรรมทั่วไป อาจจะเป็นสีชมพูหรือสีขาวก็ได้ โดยที่มิใช่เป็นสัตว์เผือก จัดได้ว่ามีลักษณะที่หาได้ยาก จึงเป็นที่เชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์ที่เป็นมงคลให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของ และเป็นเครื่องมงคลชนิดหนึ่งในสัปตรัตนะแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ได้แก่ จักรแก้ว ช้างแก้ว (ช้างเผือก ชื่อ อุโบสถ) ม้าแก้ว มณีแก้ว นางแก้ว คฤหบดีแก้ว และ ปรินายกแก้ว

จากความเชื่อในพระพุทธศาสนา ช้างเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลแห่งการบำเพ็ญบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ ดังปรากฏในชาดกเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์เคยเสวยพระชาติเป็นพระยาช้างที่ทรงบำเพ็ญบารมี เช่น พระยาฉัททันต์และพระยาช้างปัจจัยนาเคนทร์[2] ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการบำเพ็ญบารมีในพระเวสสันดรชาดก และพระยาเศวตมงคลหัตถี หรือพระยามงคลนาคในทุมเมธชาดก และตามพระพุทธประวัติ เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์ ก็ทรงพระสุบินเห็นช้างเผือกนำดอกบัวมาถวาย อันเป็นนิมิตว่าผู้มีบุญญาธิการเพียบพร้อมด้วยบารมี ได้มาอุบัติเป็นมนุษย์สู่พระครรภ์มารดาทางพระนาภีเบื้องขวาในรูปของช้างเผือก ช้างเผือกจึงเป็นที่นับถือว่าเป็นสัตว์มงคลที่สำคัญประเภทหนึ่ง ในพระพุทธศาสนา โดยจะพบว่าสัญลักษณ์ในมงคล 108 ปรากฏในรอยพระพุทธบาทนั้นมีรูปช้างมงคล 2 ช้าง






ส่วนช้างเผือกที่เราไปชมมีที่มาได้แก่ :

1. เมื่อตุลาคม ๒๕๔๔ นี้   ที่บ้านAhtetnanya  เมือง Rathedaung ในรัฐ Rakhine ของพม่า ที่ไทยเรียกว่ายะไข่แถวๆที่พวกโรฮิงยาอยู่นี่แหละ ที่พบช้างเผือกช้างแรกในพม่ายุคทหารครองเมือง บริษัทป่าไม้ของรัฐคล้องได้จากโขลงที่อยู่รวมกัน๘ตัวในป่า บรรดาบื๊กทหารทั้งหลายดีใจกันมาช้างเผือกช้างแรกมีชื่อว่า  Yazagaha Thiripyitsaya Gaza Yaza ถูกนำส่งมาย่างกุ้ง เมืองหลวงโดยเรือบรรทุกไม้ของบริษัท

2. อีกเพียง๔เดือนให้หลัง ในเดือนมกราคม ๒๕๔๕ ช้างเผือกช้างที่๒ก็ถูกค้นพบอีกในรัฐยะไข่เหมือนกัน ที่บ้าน Kainggyi เมือง Maung-taw และถูกจับโดยการยิงยาสลบ

นายพล ขิ่น ยุ้นต์ เลขาธิการคนที่ 1 สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐคนก่อนถึงกับบินไปตรวจสอบด้วยตนเอง

3. ช้างเผือกพม่าช้างที่๓ ได้ในปี ๒๕๔๖ ด้วยวิธีอย่างไรไม่แจ้ง แต่มีพิธีฉลองใหญ่โตในย่างกุ้งในเดือนกุมภาพันธ์  เป็นลูกช้างอายุ๔ขวบ ฉลาดและน่ารัก ชื่อว่า Rati Mala


ช้างเผือกที่มีคชลักษณ์ต้องตามตำราโบราณของพม่า กล่าวคือ

๑  ตาเป็นสีไข่มุกด์
๒  กลีบนิ้วเป็นสีชมพู
๓  หลังทอดลงดังใบกล้วยคว่ำ
๔  ขนตัวและปลายหางขาว
๕  หางทอดตรง
๖  ใบหูใหญ่
๗  เล็บเท้าข้างละ๔เล็บ

ที่มา : Navarat C. (Pantip.com)




ทานาคา...ที่ฝนเอาผงทาหน้า


จากปางช้างเผือกเราไปไหว้พระนอนตาหวาน (ชื่อตามคนไทยเรียก) กันต่อครับ



พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี 

สถานที่ต่อมาในวันนั้นคือไปไหว้พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว สั่งผลิตมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ รวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ ด้านหน้าวัดก็จะมีร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย











ไหว้พระนอนตาหวาน



การปั้นท่าวางพระบาทพระนอนในพม่า

พระนอนองค์นี้นักท่องเที่ยวที่มาทัวร์พม่าจะเห็นว่าตรงบริเวณพระบาทจะมีภาพวาดเป็นมงคลสูงสุดเพราะประกอบไปด้วยลายลักษณ์ธรรมจักร ในส่วนใจกลางของฝ่าพระบาทจะล้อมรอบด้วยรูปมงคล 108 ประการ





ย่างกุ้งในปัจจุบัน รถเพิ่มขึ้นมาก




รู้จักเมืองย่างกุ้งหน่อยเป็นไร .....


ย่างกุ้ง หรือ ยานโกน (พม่า) หรือ ร่างกุ้ง (อังกฤษ: Rangoon) เป็นเมืองหลวงของเขตย่างกุ้ง ย่างกุ้งเป็นเมืองหลวงของพม่าจนถึงปี พ.ศ. 2549 เมื่อรัฐบาลทหารย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองเนปยีดอในภาคกลางของประเทศพม่า ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีประชากรกว่า 7 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของพม่า

ย่างกุ้งมีจำนวนอาคารยุคอาณานิคมมากที่สุดในภูมิภาคนี้ และเป็นเมืองในยุคอาณานิคมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เศรษฐกิจยุคอาณานิคมมีศูนย์กลางบริเวณรอบเจดีย์สุเลซึ่งขึ้นชื่อว่าเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งเป็นเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในพม่า ย่างกุ้งยังเป็นที่ตั้งสุสานของจักรพรรดิโมกุลองค์สุดท้าย ซึ่งถูกอังกฤษเนรเทศมายังย่างกุ้งหลังการจลาจลของอินเดียในปี ค.ศ. 1857






ตามที่จอดรถหรือรถติดจะมีน้ำมาขายด้วย





อาคารสูงๆเริ่มมีให้เห็นมากขึ้นในย่างกุ้ง


วันนี้เหนื่อยกับการเดินทางพอสมควร โดยเริ่มจากพระธาตุอินทร์แขวน แล้วมาทำบุญกันที่วัดไจ้คะวาย ทานมื้อเที่ยงในร้นอาหารแถวนั้น ก่อนมาแวะร้านกาแฟชื่อดัง Swe Pyi Resort แล้วเดินทางไปย่างกุ้งชมวัดพระหินขาว ช้างเผือก และพระนอนตาหวานตามลำดับ .... ตอนเย็นเราแวะร้านอาหารในย่างกุ้งก่อนเข้าพักที่ Mother's  Home Motel เตรียมแรงไว้บินไปพุกามในวันพรุ่งนี้ ..... ขอบคุณที่ตามอ่านครับ




ลาด้วยภาพจากย่างกุ้งครับ








 

Create Date : 15 กันยายน 2561
3 comments
Last Update : 16 กันยายน 2561 15:23:13 น.
Counter : 125 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณTui Laksi, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณSweet_pills, คุณKavanich96, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

 

ภาพสวยกริบ มากๆคะ
สนใจอยากไปเที่ยวพม่าอยู่ เลยตามมาเก็บข้อมูลท่องเที่ยวด้วยเลย
ขอบคุณคะคุณวิค

 

โดย: Tui Laksi 15 กันยายน 2561 17:52:10 น.  

 

เห็นภาพแล้ว อยากไปอีก... ชอบคนพม่า.. แท๊กซี่ไม่โก่งราคา.. แต่อาหาร ไม่โอ ครับ 555

มีเป็นบางร้านอร่อยดี.. อย่าเผลอไปกินแซนด์วิซกับกาแฟ ใกล้ตลาดนายพล บ๊อกยอค
ไป 5 คน..ร้านที่มีฝรังเข้า เขาฟันเรา 1,500 กว่าบาทไทย

พระออกบินฑบาตตอน 11 โมงเหรอครับ ผมไม่ได้สังเกต แปลกดีครับ

v

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 15 กันยายน 2561 22:07:44 น.  

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

 

โดย: Kavanich96 17 กันยายน 2561 2:44:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
 
กันยายน 2561
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 กันยายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.