....OUR FAMILY'S JOURNEY....

+ ที่นี่..ภูผาม่าน +

 
 

อัพบล๊อกวันนี้พาไปเที่ว อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่นต่อครับ อำเภอภูผาม่านแม้จะเป็นอำเภอใหม่ของ ขอนแก่นก็ตาม แต่มีธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การไปเที่ยวชมเป็นอย่างมาก  ถ้าท่านจะดูพื้นที่เขียวขจีของทุ่งนายามหน้าฝน ที่โอบล้อมด้วยขุนเขาหินปูนที่สลับซับซ้อนด้วยรูปทรงต่างๆแล้ว คุณมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่ๆ...และในฤดูที่แตกต่างที่ภูผาม่านยังคงมีเสน่ห์ที่ต่างกันออกไปด้วย เช่นถ้าหากท่านมาช่วงต้นฝนแบบนี้ท่านก็จะได้บรรยากาศของทุ่งนาที่เริ่มลงมือหว่านดำ สลับกับพื้นน้ำที่สะท้อนขุนเขาอย่างสวยงาม ได้ชมสวนผลไม้และพืชผักตามฤดูกาล ... แต่ถ้าท่านมาในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะได้ชมทะเลหมอก ที่มีพื้นสีเขียวทองเป็นฉากล่างพร้อมกับขุนเขาสีเขียวเข้มใต้ท้องฟ้าสีคราม (อ่านข้อมูลอำเภอภูผาม่านได้ที่นี่)  




ทุ่งนาข้าวที่เขียวขจีในหน้าฝนที่มีเทือกเขาเพชรบูรณ์เป็นฉากหลัง


สถานที่ท่องเที่ยวที่เด่นๆของอำเภอภูผาม่าน ก็มี ถ้ำค้างคาว ชมค้างคาวบินออกในยามเย็น ถ้ำภูตาหลอ ถ้ำพญานาคราช จุดชมวิวดงสะคร่าน ผานกเค้า น้ำผุดตาดเต่า น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกตาดใหญ่ น้ำตกตาดฮ้อง และน้ำตกพลาญทอง ... นอกจากนั้นยังมีวัดเฉลียงทอง และที่เที่ยวเชิงเกษตร เช่นสวนลองกอง สวนโกโก้ เป็นต้น ... วันนี้เราจะพาไปชมสถานที่บางแห่งในภูผาม่านครับ เนื่องจากเรามีเวลาอยู่ที่นั้นจำกัด จึงไม่สามารถเก็บภาพทุกๆสถานที่มาฝากกันได้ทั้งหมด และบางภาพก็ใช้ภาพเดิมที่เราเคยไปชมมาแล้วมาให้ท่านชมเพื่อเป็นแนวทาง ... ในหน้าฝนทางอุทยานเขาปิดสถานที่เที่ยว เช่น ถ้ำ น้ำตก เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวนะครับ ก่อนไปก็โทรติดต่อเจ้หน้าอุทยานก่อนนะครับ     อช.ภูผาม่าน โทรศัพท์043 001 753
 


ถ้ำค้างคาวภูผาม่าน


ถ้ำค้างคาว ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน เป็นถ้ำที่ไม่สามารถเข้าไปในถ้ำได้เพราะภายในถ้ำมีค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่นับล้านตัว ทางอุทยานได้มีการสันนิฐานว่าค้างคาวที่อาศัยอยู่ภายในถ้ำน่าจะเป็นค้างคาวพันธุ์ปากย่น จะมีลักษณะที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ บินสูงแบบเกลียวคลื่น และหากินในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก ชอบกินแมลงปีกแข็ง โดยค้างคาวในถ้ำแห่งนี้จะบินออกจากถ้ำเวลาประมาณ 18.00 น. ของทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที จึงจะหมดฝูง เพื่อออกไปหากินตอนกลางคืน ถ้ำค้างคาวอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาตินั่งชมความสวยงามของฝูงค้างคาวแบบที่ไม่มีในเมืองกรุง

ถ้ำค้างคาว ที่อยู่ : ต.ภูผาม่าน อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น (บริเวณที่ทำการ อบต.ภูผาม่าน)

 
 







ฝูงค้างคาวออกหากินในตอนเย็น ประมาณ 18.00 น. บินเกาะเป็นแถวยาวสุดลูกตา


..........................



 
สถานที่เที่ยวที่สวยงามที่จะแนะอีกแห่งของที่นี่ คือ "ถ้ำพญานาคราช"  ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับบริเวณผาสามยอด



ผาสามยอด อช.ภูผาม่าน
 
 

ถ้ำพญานาคราช ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ได้รับการก่อตั้งเมื่อ 8 ธันวาคม 2534 มีพื้นที่ทั้งหมด 218,750 ไร่ (350 ตร.กม.)  .... ถ้ำพญานาคราช อยู่ในแนวเทีอกเขาหินปูนใกล้ผาสามยอดและผานกเค้า เป็นถ้ำที่มีความสวยงามมากมีหลายคนลงความเห็นว่า สวยเป็นอันดับ 1 ของอุทยานแห่งชาติภูผาม่านจังหวัดขอนแก่น
 




หินงอกหินย้อย... ธรรมชาติที่สรรสร้างมาให้เราได้เชยชม ต้องใช้เวลามากมาย การแตะ หยิบจับ จึงไม่ควรทำ เพราะโครงสร้างเขาไม่แข็งแร็งเท่าที่ควร ... ควรชมและเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้น




ถ้ำพญานาคราช เป็นถ้ำที่มีประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงาม ภายในห้องโถงใหญ่ห้องแรกที่พบ มีเสาหินขนาดใหญ่ ที่แบ่งกั้นพื้นที่ภายในห้องโถงถ้ำออกเป็นห้องๆ ม่านหินปูนที่พลิ้วบางสวยเหมือนผ้าม่าน ทำนบหินปูนชั้นน้ำตก และหินปูนฉาบ ที่ไหลอาบตามเสาหินและพื้นถ้ำที่มีความแวววาว เหมือนดังเพชร ที่ส่องประกายระยิบระยับสวยงามมาก เสาหินบางจุดจินตนาการเหมือนผู้หญิง ลานม่านหินปูนบางจุดเหมือนลานเวที ที่ธรรมชาติได้ตกแต่งเอาไว้ และจุดอื่นๆ อีกตามแต่จินตนาการ

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเที่ยวชมธรรมชาติอย่างมาก ถ้ำพญานาคราชเป็นถ้ำที่สามารถเดินทะลุจากด้านหนึ่งออกไปอีกด้านหนึ่งได้


 


ตรงนี้เหมือนผ้าม่านมาก


หินงอกหินย้อย คือปรากฏการณ์ชนิดหนึ่งที่เกิดต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลาย ๆ พันหรือหมื่นปี ซึ่งส่วนใหญ่นั้นนมักเกิดขึ้นในถ้ำหินปูน เพราะมีความชื้นอันเป็นปัจจัยของการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ประเภทนี้ หินงอกหินย้อยนั้น มีลักษณะเป็นหินที่ยื่นหรือหยดเข้าหากันคล้ายกับเป็นของเหลว โดยมากเราเรียกหินที่หยดลงมาจากด้านบนว่าหินย้อย และเรียกหินที่ยื่นขึ้นไปจากทางด้านล่างว่าหินงอก ซึ่งกระบวนการต่างๆ ที่ทำให้เกิดสภาพนี้นั้นสามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้

หินงอกหินย้อยเกิดจากความชื้นต่างๆ ที่สะสมอยู่ในดิน คือเมื่อปลายยุคน้ำแข็ง หิมะเริ่มละลายตัว และความชื้นต่างๆ ก็ไหลมาสะสมในดิน หรือช่องว่างระหว่างดินกลายเป็นธารน้ำใต้ดิน เมื่อน้ำใต้ดินนั้นรวมตัวกับคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดกระบวนการสึกกร่อน และเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นกรดอ่อนชนิดหนึ่ง เมื่อหินปูนนั้นเจอกับกรดคาร์บอนิกที่สามารถกัดกร่อนหินปูนได้ ก็จะทำให้เกิดช่องว่างขึ้น เล็กบ้างใหญ่บ้าง ซึ่งเราเรียกช่องว่างที่เกิดขึ้นใหม่นี้ว่าถ้ำ หินย้อยเกิดได้จากกระบวนการเหล่านี้เอง กล่าวได้ว่าหินย้อยคือหินปูนที่จับตัวกันเป็นแท่งหรือแผ่นย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ เมื่อมีน้ำที่มีหินปูนสะสมอยู่หยดลงมาตามรอยแตกหรือรอยแยก และเมื่อน้ำนั้นสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป ก็จะทำให้เกิดสารประกอบประเภทคาร์บอเนต จากนั้นเมื่อเกิดการสะสมตัวพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดเป็นแท่งหินที่ย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ โดยมากมักมีลักษณะกลวงด้านใน

หินงอกเกิดจากกระบวนการที่คล้ายกันคือ เกิดจากน้ำที่มีหินปูนสะสมอยู่ที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำ สู่ชั้นหินเบื้องล่าง ความที่น้ำนั้นมีตะกอนหินปูนอยู่มาก เมื่อเกิดการสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ไปจึงทำให้เกิดสะสมเป็นแท่ง ยื่นไปในอากาศสูงจากพื้นถ้ำกระบวนการเกิดหินงอกหินย้อยนี้มีความสัมพันธ์กัน ดังนั้นเมื่อเกิดหินย้อยแล้วจึงต้องมีหินงอกด้วย (ยกเว้นถ้ำที่ไม่มีพื้น) และเมื่อมีหินงอกต้องมีหินย้อยด้วยเช่นกัน

ที่มา :
https://www.princess-it-foundation.org/princess-it-archive/wp-content/thai/S-T//Read/R19.pdf



 
 



การเข้าชมถ้ำพญานาคราชนั้นจำเป็นจะต้องใช้ผู้นำทางท้องถิ่นพาเข้าไปชมนะครับ ไม่แนะนำให้เข้าไปเอง เพราะในถ้ำนั้นค่อนข้างมืด มีห้องมากมาย ด้านล่างมีน้ำด้วย แถมยังมีทางทะลุไปอีกด้านของถ้ำด้วย ซึ่งเราสามารถใช้บริการจากผู้นำทางท้องถิ่นได้



การเดินทาง : จากที่ทำการอุทยานฯ โดยผ่านหมู่บ้าน โรงเรียนและวัดป่าซำผักหนาม ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และป่าอนุรักษ์ เข้าไปประมาณ 10 กม. เป็นถนนลูกรังและทางดิน ในช่วง กม. สุดท้าย จะเป็นเนินสูงมีความลาดชัน ถึงลานจอดรถ และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 350 ม. ถึงปากถ้ำ ...

หรือจะเข้าทางตลาดผานกเค้าก็ได้ มีป้ายบอกทาง 



***ช่วงนี้เป็นหน้าฝนถ้ำปิดอยู่นะครับ..อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จุดท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าเที่ยว คือ ลานกางเต็นท์ / บ้านพักนักท่องเที่ยว #น้ำตกและถ้ำปิดการท่อเงที่ยวในฤดูฝนเป็นประจำทุกปี โดยจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 528 คน ต่อวัน (27.07.2020)***
ติดต่อ อช. ภูผาม่าน โทร : 043 001 753

 

.................



ต้นเฉลียงทอง ที่วัดเฉลียงทอง บ้านเซินเหนือ


 
วัดเฉลียงทอง เป็นวัดที่มีต้นเฉลียงทองใหญ่ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เป็นประวัติความเป็นมาของอำเภอภูผาม่านตามประวัติ นายกองส่วยสีผึ้งบ้านเซิน (นายพุ่ม) หรือหลวงพิพิธภูมิเรศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากทางการให้มาดูแลราชการส่วยผึ้ง ณ ต้นเฉลียงทอง ในปี 2380 (ปัจจุบันคือ วัดเฉลียงทอง บ้านเซินเหนือ) ต้นเฉลียงทองจึงเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกเรื่องราว บริเวณดังกล่าวจึงถือได้ว่า เป็นแผ่นดินแห่งแรกที่ของชาวภูผาม่านที่ค้นพบตามประวัติความเป็นมา ซึ่งเป็นต้นแบบของต้นเฉลียงทองจำลองซึ่งตั้งอยู่ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอภูผาม่าน
 


ต้นเฉลียงทองมักจะมีผึ้งมาเกะทำรังมากมาย



วัดเฉลียงทอง

........................
 

อีกที่ที่จะแนะนำคือไปเที่ยวเชิงเกษตร ที่สวนเกษตรแบบผสมผสาน ที่ "สวนลองกองบ้านไร่ฝายตาสวน"  ซึ่งเป็นสวนที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ผุดตาดเต่ามากนัก คือจากตัวอำเภอภูผาม่านก็เดินทางไปทางเดียวกันกับที่จะไปน้ำผุดตาดเต่าหรือ อบต.วังสวาบ  




ในสวนซึ่งอยู่ริมน้ำเซิน เจ้าของไร่จะทำเกษตรแบบผสมผสาน มีทั้งลองกอง ทุเรียนซึ่งกำลังเจริญเติบโต รวมทั้งเงาะ ส้มโอ ลำใย ลิ้นจี่ หน่อไม้หวาน ไร่สับปะรดภูแล ไร่ข้าวโพด และพืชอื่นๆอีกหลายอย่าง ... แต่ที่เก็บผลได้แล้วก็มีลองกอง ลำใย มะละกอ ส้มโอ กล้วย และหน่อไม้ไผ่หวาน นอกนั้นก็กำลังเติบใหญ่ ... เมื่อเราถามเจ้าของสวนเรื่องปลูกลองกอง ก็ได้คำตอบว่าใช้เวลาปลูก 6 ปี ก็เริ่มออกผล แต่ยังไม่ออกเต็มที่ จนเมื่อปีที่ 8 นั้นลองกองจะออกเต็มที่เหมือนในภาพ
 
 
 

 

.

บรรยากาศรอบๆสวน ร่มรื่นดีมากเลย ติดสวนยังมีการทำนาด้วย  ริมสวนอีกด้านหนึงเป็นสาขาลำน้ำเซิน ซึ่งถ้าไม่ใช่หน้าฝนแบบนี้น้ำจะใสสวยเหมือนกับน้ำผุดตาดเต่า เพราะเป็นใต้น้ำซึ่งห่างจากตาดเต่าประมาณ 300 เมตร ซึ่งสามารถขับต่อไปถึงกันได้


สวนลองกองบ้านไร่ฝายตาสวน ตั้งอยู่ที่ บ้านฝายตาสวน ต.นาฝาย ใกล้ๆน้ำผุดตาดเต่า ตามเส้นทางจาก อ.ภูผาม่านไป อบต.วังสวาบ ขับรถไปเจอ รร.บ้านนาฝายวิทยา แล้วตรงไปอีกหน่อยจะเจอร้านคาร์แคร์ด้านซ้ายมือ ขับไปอีกประมาณ 100 เมตร ทางขวามือจะเจอซอยคอนกรีต ให้เลี้ยวขวาเข้าไปจนถึงโค้งใกล้บ้านหลังใหญ่จะมีป้ายเล็กบอกว่าสวนลองกอง ให้ขับเข้าไปจนเจอบ้านและสวนลองกอง.

สวนลองกองบ้านไร่ฝายตาสวนเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของ อ.ภูผาม่าน ไปแล้วในปัจจุบัน ... ถ้ามีโอกาสลองเข้าไปชมและดูสวนนี้ได้ครับ
โทรถาม..0944850301



 

นอกจากสวนลองกองแล้ว ที่ อ.ภูผาม่านยังมีผลไม้อีกหลายชนิด เช่นเงาะ ลำไย โกโก้ อินทผลัม มะพร้าว และทุเรียน หลายอย่างกำลังจะออกผลในไม่ช้า เช่นทุเรียน เป็นต้น นอกจากนี้แล้วตรงทางสาย 201 (แยกบ้านหัน - เลย) ก็มีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ผล หลายชนิดไว้ขายให้ผู้ที่สนใจ ... มาภูผาม่านทานอาหารขึ้นชื่อของที่นี่คือ "หลามไก่" ที่เขาเอาไก่ที่ปรุงเครื่องเสร็จแล้ว ใส่ในบั้งไม้ไผ่ (เหมือนข้าวหลาม) ไปเผาไฟให้สุกแล้วเสริฟ 

ติดต่อเยี่ยมชมท่องเที่ยววิถีชุมชน 
สำนักงานเกษตร อ.ภูผาม่าน โทรศัพท์. 0 433 96 019 โทรสาร. 0 4339 6004  email : kk_puphaman@doae.go.th
 

...........................

 
มาต่อกันที่ "จุดชมวิวดงสะคร่าน"  ต.วังสวาบ อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่นกันครับ ..... ออกจากชมสวนขับออกมาที่ถนนไป อบต.วังสวาบ และถ้ำภูตาหลอ ก่อนถึง อบต. ก็เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทาง ถึงจุดชมวิวจะเป็นถนนคอนกรีตให้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 50 เมตร ทางอบต.ทำเทอเรซให้ถ่ายภาพใต้ป้ายจุดชมวิว และด้านข้างเป็นศาลาไว้หลบแดด หลบฝน
 






จากจุดชมวิวเห็นทะเลภูเขาหินปูนสุดลูกหูลูกตา...ไกลสุดคือเทือกเขาภูเวียง



จุดชมวิวดงสะคร่าน ตั้งอยู่บ้านดงสะคร่าน หมู่ที่ 7 ตำบลวังสวาบ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 20 กิโลเมตร

จุดชมวิวดงสะคร่าน ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลภูเขาแห่งอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ได้เกือบทั้งหมด และสามารถมองวิวได้ 360 องศา ด้านตะวันตกเห็นภูกระดึงด้วย ... อากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะในฤดูหนาวอากาศหนาวจัด สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าได้อย่างสวยงาม


 




จากจุดชมวิวดงสะคร่าน



ทะเลภูเขาจากจุดชมวิวดงสะคร่าน

 


การเดินทางโดยรถยนต์ไปจุดชมวิวดงสะคร่าน :

1. จาก อ.ภูผาม่านขับไปทาง อบต.วังสวาบ หรือทางที่จะไปถ้ำภูตาหลอ... ก่อนถึง อบต. จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายขึ้นไปที่จุดชมวิวดงสะคร่าน เป็นทางลูกรัง บางช่วงทาง อบต.ได้เทคอนกรีตไว้กันน้ำเซาะ เป็นทางขึ้นเขา แต่ไม่ถึงกับชันมาก รถ SUV หรือ ปิ๊กอัพไปได้สะดวก ส่วนรถเก๋งโหลดเตี้ยไม่แนะนำครับ...ขับขึ้นไปจุดสูงสุดก่อนที่ลงไปดงสะคร่าน จะมีถนนคอนกรีตเลี้ยวขวาเข้าไปจุดชมวิว .. ทางนี้ใกล้ที่สุด

2. ถ้าขับมาจากชุมแพ ขอนแก่น หรือ หล่มสัก (ตามทางหลวงสาย 12) ให้เลี้ยวเข้าไปทาง อ.น้ำหนาว พอถึงแยกนามนให้เลี้ยวขวาเข้าไปที่บ้านดงสะคร่าน หรือทางไปน้ำตกตาดทิดมี (ดูแผนที่ประกอบ) ทางนี้สะดวกรถเข้าได้ทั้งเก๋ง suv และปิ๊กอัพ



สีเขียว ... ในบรรยากาศที่ชาวบ้านกำลังถอนกล้าเพื่อนำไปดำนา

 
สีเขียวของทุ่งนาในหน้าฝน.... สีเขียวขึ้นชื่อว่าเป็นสีแห่งความหวัง เพราะเมื่อสายตาของเราสัมผัสกับสีเขียวก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น เพิ่มพลังใหม่ๆ ให้ชีวิต และทำให้เกิดความเชื่อมั่น ... ที่ภูผาม่านมีทุ่งนาข้าวเขียวขจี และมีฉากหลังเป็นภูเขาหินปูน ... จนบางคนเรียกว่า "ดินแดนในอ้อมกอดของภูเขาหินปูน"   ....  ว่ากันว่า สีเขียว ยังเป็นสีบำบัดในแง่ที่ว่ามันช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ช่วยฟื้นฟู และสะสมพลัง คนจึงนำสีเขียวมาเป็นสีบำบัดเพื่อลดอาการว้าวุ่น สับสน จิตใจแปรปรวน และให้ความรู้สึกใหม่ๆ กับชีวิต ... ลองมาใช้ชีวิตแบบสะโลไลฟ์ (Slow Life)  ที่ภูผาม่านดูซักครั้ง รับรองว่าท่านอยากจะมาที่นี่อีกแน่นอน
 
 


ทุ่งนา .. ภูเขา .. และสวนผลไม้ที่ภูผาม่าน .. บนฉากหลังที่มีเทือกเขาเพชรบูรณ์



ลาด้วยภาพผานกเค้าครับ


__________________

 





 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2563
5 comments
Last Update : 28 กรกฎาคม 2563 11:40:43 น.
Counter : 201 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณKavanich96, คุณทนายอ้วน, คุณหอมกร, คุณคนผ่านทางมาเจอ

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

 

โดย: Kavanich96 29 กรกฎาคม 2563 3:27:29 น.  

 

ไม่ถนัดเที่ยวถ้ำเลยครับ ไปถ้ำทีไรเหมือนหายใจไม่ออก ต้องรีบเดินออกมา แต่วัด กับสวยนผลไม้บ่ยั่นครับ อิอิอิ

 

โดย: ทนายอ้วน 31 กรกฎาคม 2563 12:59:36 น.  

 

wicsir Travel Blog ดู Blog
สวยงามจริงๆ แหละพี่อ็อด
แต่แดดดูท่าจะร้อนอยู่นะจ้าเชียว

 

โดย: หอมกร 2 สิงหาคม 2563 21:14:15 น.  

 

สวัสดีค่ะ...

วาว...ภาพสวยๆทั้งนั้นเลย..โดยเฉพาะลองกอง..อิอิ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 5 สิงหาคม 2563 17:54:02 น.  

 

จากบล็อกอุตสาหกรรมหนังเกาหลี
คอนเทนท์แน่นกว่าหนังไทยที่เน้นสนุกเฮฮา
หรือหนังฮ่องกงที่เน้นหมัดมวยมากจ้า

 

โดย: หอมกร 8 สิงหาคม 2563 8:40:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


wicsir
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊ง ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2563
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.