รักแม่มากที่สุดในโลก
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2558
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
18 พฤษภาคม 2558
 
All Blogs
 

Farvel...min pasient: 2



ฉันเดินเข้าไปในห้อง อากาศในห้องค่อนข้างเย็นเพราะเราต้องการให้ความเย็นรักษาสภาพศพไว้ก่อนจะย้ายลงไปห้องเย็น คนไข้นอนอยู่บนเตียง เหมือนนอนหลับ รับเวรจากเพื่อนร่วมงานก็บอกว่าเค้าผ่านไปได้ด้วยดี ญาติโอเค จะไม่กลับมาดูคนไข้อีกให้เราเข็นคนไข้ลงไปได้เลย แต่เราจะรอช่วงค่ำ ๆ ให้คนไข้คนอื่น ๆ เข้านอนกันก่อน ก่อนที่เราจะเข็นลงไป ที่นี่ค่อนข้างให้ความเคารพกับคนไข้ที่เสียชีวิตไปแล้ว สำคัญคือเราไม่ต้องการให้คนไข้ที่ยังอยู่เห็นคนไข้ที่เสียชีวิตหรือเห็นตอนเราเข็นคนไข้ไปห้องเย็น...




การดูแลคนไข้ระยะสุดท้ายของที่นี่ค่อนข้างให้ความสำคัญมาก มีมอร์ฟีนก็ฉีดให้ไปทุกสอง-สี่ชั่วโมงก็ว่ากันไปค่ะ ไม่อยากให้คนไข้มีความเจ็บปวดคือสิ่งสำคัญและสิ่งที่ญาติต้องการค่ะสำหรับคนที่นี่ บางรายใช้เวลาหลายวันค่ะก่อนจะจากไป บางรายแค่คืนเดียวก็จากไปอย่างสงบ มีญาติรุมล้อมข้างกายก่อนไป บางรายก็จากไปเองโดยที่เราไปเจอตอนเช้าหลังส่งเวรก็มี...




ฉันยืนข้างเตียงคนไข้พร้อมกับคิดว่า ตอนมาเราก็มาคนเดียว...เวลาจากไปเราก็จากไปคนเดียวเหมือนกัน...แต่พระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้ว่าเราสามารถสิ้นสุดการเดินทางนี้ได้...ทุกอย่างมันเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้วคนศาสนาอื่น ๆ นี่ทำอย่างไรนะเค้าถึงจะรู้ว่าเค้าสามารถยุติวัฎสงสารนี้ได้...โชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา...Smiley




หลังจากคนไข้เสียชีวิตลงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำความสะอาดร่างกาย แต่งตัวให้คนไข้ด้วยเสื้อผ้าที่ญาติหรือคนไข้ชอบ/ต้องการ ไม่แพ็คนะคะ แค่เอาแพมเพิร์สห่อด้านล่างเผื่อมีอะไรไหลออกมา ถ้ากรณีที่ไหลออกมาจากแทบทุกรูก็จำเป็นต้องทำค่ะ แต่ส่วนมากที่เจอไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นค่ะ เช็ดตัว แต่งตัวเสร็จ ตกแต่งห้อง เตียงให้สวยงาม จุดเทียน เรียกให้ญาติเข้าไปดูครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินทางกันกลับ ที่นี่ไม่เรื่องมากเท่าไหร่ค่ะ บริษัทที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องศพจะรับไป เราให้เบอร์โทรของบริษัทไปญาติก็จะติดต่อเองค่ะ ไม่ต้องมีญาติมานอนเฝ้าศพที่วัดเหมือนของไทย 




วัฒนธรรมของแต่ละที่ก็แตกต่างกันไปนะคะ เราเข็นศพลงไปช่วงประมาณสามทุ่ม ซึ่งคนไข้ส่วนมากจะอยู่ในห้องกันหมดแล้ว ห้องเย็นอยู่ชั้นใต้ดิน เป็นห้องกว้าง ๆ สักประมาณสามคูณสี่เมตรได้ มีเก้าอี้ยาว มีรูปพระเยซู ทำเหมือนเป็นโบสถ์เล็ก ๆ ไปในตัว เผื่อมีญาติที่อยากจะเข้ามาดูก่อนที่รถมารับศพจะรับไป เราเข็นคนไข้เข้าไปในห้อง ทางซ้ายมือมีประตูที่เปิดเข้าไปแล้วเหมือนห้องว่าง วางเตียงเข็นคนไข้ได้สองเตียง เราเข็นคนไข้ไปวางในห้องนี้ค่ะ ห่อด้วยผ้าขาว ติดป้ายชื่อวันเดือนปีเกิด วันที่เสียชีวิตไว้ที่ผ้าห่อและที่ปลายเท้าคนไข้




ฉันไม่รู้สึกกลัวเวลาที่เข็นคนไข้ไปห้องนี้ คิดเสมอว่าวันนึงฉันก็คงต้องถูกห่อด้วยผ้าขาวแบบนี้เหมือนกัน หรืออาจจะในรูปแบบอื่น เห็นแล้วให้เกิดความคิดว่าชีวิตมนุษย์เรานี้สั้นนัก เราที่ยังมีเวลาอยู่ในโลกนี้ได้ทำความดีเพียงพอหรือยัง คิดสะท้อนกลับมามองที่ตัวเอง ทำงานเป็นพยาบาลนี้ก็ถือว่าเป็นงานกุศลที่ได้ช่วยคนเจ็บป่วย แต่รู้สึกว่าไม่เพียงพอ (กิเลสหนาประมาณนึง 555) คือ อยากทำมากกว่านี้ อยากทำงานที่มันท้าทาย อยากเป็นพยาบาลในสนามรบ ในสงคราม ช่วยเหลือเด็กในแอฟริกา ช่วยเหลือผู้หญิงที่มีปัญหา ไม่รู้สินะ มันฝังอยู่ในหัวสมองไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าอยากทำงานอย่างนี้.....เมื่อไหร่...ก็เมื่อธรรมะจัดสรรนั่นแหละ...




หลังเข็นคนไข้ไปที่ห้องเย็นเรากลับมาทำความสะอาดห้องเพื่อเตรียมรับคนไข้รายใหม่ที่จะมาในวันพรุ่งนี้ ชีวิตมันก็เป็นเช่นนี้แล ต้องเดินต่อไปข้างหน้า ถอยหลังไม่ได้ก็จำต้องเดินต่อให้ดีที่สุด การจากไปของคนไข้แต่ละรายที่ฉันได้พบเจอมาล้วนแต่ทำให้ฉันได้คิดอย่างที่เขียนไปด้านบน (แต่คิดได้ไม่ทุกครั้งเพราะบางทีมันยุ่งงงง) 




วัฒนธรรมที่นี่ทำให้ฉันคิดถึงวัฒนธรรมไทยที่แวดล้อมอบอุ่นไปด้วยความรักในครอบครัว คนที่นี่เจอกันหลัก ๆ ในเทศกาลงานสำคัญ งานศพ คริสมาสต์ Konfirmasjon ไม่ใช่ว่าเค้าไม่คุยกันนะคะ คนที่นี่เองอาจจะชินกับที่เค้าเป็นอยู่ค่ะ เราไปคิดแทนเค้าไม่ได้ แต่อยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ใจเราสำคัญที่สุดค่ะ ใจเป็นประธาน ใจเป็นใหญ่ ห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอน ก็ถือเสียว่าได้มีประสบการณ์ โลกใบนี้กว้างกว่าที่เราคิดไว้นัก 




ฉันส่งเวรตอนสี่ทุ่มให้เพื่อนร่วมงานเวรดึก ต่างก็โล่งใจว่าผ่านไปด้วยดี .... ไม่ใช่โล่งใจว่าคนไข้ตาย แต่หากคนต้องทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บป่วยนั่นก็คงเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิด อายุ 96 ปีกับโรคหลายโรคที่ได้ต่อสู้มาหลายปี คงถึงเวลาที่ต้องปล่อยวาง เราทำดีที่สุดแล้วกับการให้การดูแลในระยะสุดท้าย ท้ายที่สุด เราก็คงต้องตายอย่างคนไข้เหมือนกัน...




ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะSmiley




ปล. หายไปนานมากค่ะ อิอิ ไม่ขอแก้ตัว แต่จะพยายามมาอัพมาเล่าเรื่องต่าง ๆให้ฟังค่ะSmiley










 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2558
10 comments
Last Update : 18 พฤษภาคม 2558 21:25:27 น.
Counter : 11533 Pageviews.

 

เหมือนไม่ได้มาบ้านนี้ นานมากกกก แล้วหนิ ซำบายดีน้อ

 

โดย: เป็ดสวรรค์ 18 พฤษภาคม 2558 23:16:41 น.  

 

หวัดดีน้องสาว..

เห็นเขียนแบบนี้แสดงว่าได้เป็น nurse จริงๆแล้วสิ
ก็ดีใจด้วยที่ถึงฝัน..

พูดถึงเรื่องคนตาย
วานนี้เพิ่งๆปกราบร่างหลวงพ่อคูณที่ศูนย์ประชมกาญจนามา
ท่านละสังขารไปเมื่อ 2 วันก่อน
และมอบร่างกายให้คณะแพทย์ มข. ครับ

สบายดีมีความสุขนะครับ

 

โดย: wicsir 19 พฤษภาคม 2558 20:03:22 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องอัอ ไม่ได้มาทักทายนาน มาทีไรก็อดชื่นชม คำคม คิดคม ของน้องไม่ได้ บล็อกนี้ต้องบอกว่าสาธุค่ะ

 

โดย: tju 4 กรกฎาคม 2558 2:57:05 น.  

 

คุณอ้อ..สบายดีไหมคะ
คิดถึงๆๆนะคร้า

 

โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ 20 ตุลาคม 2558 18:37:22 น.  

 

สวัสดีปีใหม่นะค่ะคุณน้องอ้อ..

ขอให้น้องอ้อและครอบครัว

มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง

และร่ำรวยเงินทองตลอดไปนะค่ะ

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 31 ธันวาคม 2558 15:40:00 น.  

 

สวัสดีคะ
ใครอยากอ่านเรื่องราวของพยาบาลไทยที่จับพลัดจับผลูมาเป็นพยาบาลในอเมริกา จากสาวบ้านนากินสะตอดองกับหัวมันสำปะหลังต่างข้าวเพราะฐานะแร้นแค้น เรียนจบมหิดล มาเป็นRN ที่อเมริกา,เรียนต่อจบป.โทและป.เอกจากสองมหาลัยชื่อดังในอเมริกา Vanderbilt university และ Duke universityโดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินสักเหรียญเดียว แล้วเธอทำได้ยังไงไปอ่านกัน เธอเป็นNP และมีคลินิคส่วนตัวเป็นของตัวเอง เธอรับราชการในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาเป็นทหารกองหนุนยศพันตรีเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อประเทศที่ให้อนาคตที่ดีแก่เธอ และตอนนี้เธอก็แพลนจะเกษียณในวัย 42 ปี เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ดิฉันบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของตัวเองเพื่อเป็นกำลังใจสำหรับคนที่ท้อแท้และเหนื่อยหน่ายกับชีวิตให้ทุกคนได้ข้อคิดว่า ไม่มีอะไรยากเกินกว่าความพยายามแต่ความฝันต้องตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ด้วยคะ หากคุณคิดว่าคุณมีชีวิตที่แย่และbad luck ลองอ่านเรื่องของดิฉันดูคะ คุณจะรู้ว่าคุณอาจจะโชคดีกว่าดิฉันมากมาย God bless you. ไปอ่านได้ที่นี่คะ
https://www.facebook.com/ThainurseUSA/

 

โดย: Anne IP: 192.95.30.51 18 พฤษภาคม 2559 5:11:09 น.  

 

แวะมาเยี่ยมจ้าน้องอ้อ หลังหายไปปีกว่าๆ
น้องอ้อสบายดีนะจ๊ะ คิดถึงเสมอจ้า

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 3 มิถุนายน 2559 0:31:43 น.  

 

คิดถึงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

พี่สบายดีจ้ะ แต่ช่วงนี้ยุ่งๆหน่อยจ้ะ ตามประสาสว. อิอิ

หายไปนานเลยนะน้องอ้อ ไปปั้มน้องอยู่หรือจ้ะ 555

พี่ก็หายไปปีกว่าๆ เพิ่งจะกลับมาอัพบล๊อกได้ 2 เดือนกว่า

น้องอ้อสบายดีนะจ๊ะ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 20 กันยายน 2559 1:53:12 น.  

 

อัพบล๊อกได้ 3 เดือนกว่าๆแล้ว
จำผิดแหะ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 20 กันยายน 2559 1:55:00 น.  

 

สวัสดีปีใหม่จ้ะน้องอ้อ
ขอให้น้องและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 4 มกราคม 2560 23:26:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


thainurse@norway
Location :
Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
พึงชนะความไม่ดีด้วยความดี
พึงชนะความตระหนี่ด้วยการให้
พึงชนะผู้พูดเท็จด้วยคำจริง


หน้านอกบอกความงาม
หน้าในบอกความดี
หน้าที่บอกความสามารถ
หน้านอก....แต่งให้พอดี
หน้าในและหน้าที่....แต่งให้มาก ๆ
(หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ)


ขอบคุณของตกแต่งบล็อคจากป้ามด คุณดอกหญ้าเมืองเลย คุณKungGuenter ด้วยค่ะ

blog counter
blog counter
New Comments
Friends' blogs
[Add thainurse@norway's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.