|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
เรื่องสั้น...หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย)

สมหมายชื่อนี้ที่ใคร ๆ ได้ยินแล้วก็มักจะนึกถึงภาพใบหน้าผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แม้ว่าชื่อสมหมายจะฟังดูเชย ๆ ไปนิด แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่า ผู้หญิงที่ชื่อสมหมายที่ฉันรู้จักนั้น เธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้าน สวยที่สุดในตำบล จะว่าสวยที่สุดในอำเภอที่ฉันพักอาศัยอยู่ก็ได้
แต่แปลกนะผู้หญิงที่สวยที่สุดอย่างพี่สมหมายกลับไม่เคยได้รับรางวัลความสวยจากเวทีใด ๆ เหมือนผู้หญิงสวยบางคน แต่พี่สมหมายในความรู้สึกของฉันคือผู้หญิงที่มีความสวยโดยปราศจากเวทีความงามต่าง ๆ เธอสวยด้วยรูปหน้าและจิตใจอันบริสุทธิ์ที่ผู้หญิงหน้าตาดี ๆ หลายคนไม่มีเหมือนเธอ สวยด้วยความดีและความมีน้ำใจที่ใคร ๆ หลายคนในหมู่บ้านไม่มีใครสามารถเทียบเธอได้เลย
แม่ของฉันและแม่ของพี่สมหมายเป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองคนโตด้วยกันตั้งแต่เด็ก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ครอบครัวของฉันและครอบครัวพี่สมหมายมักจะไปมาหาสู่กันตลอด พ่อของพี่สมหมายเสียชีวิตเมื่อห้าปีก่อน และก็เป็นปีเดียวที่พ่อของฉันเสียชีวิตด้วย ฉันเองก็ ไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรที่ทำไว้ ทำให้ครอบครัวของฉันและครอบครัวพี่สมหมายต้องมาสูญเสียผู้นำครอบครัวไปในเวลาเดียวกัน
แม่ของฉันเลี้ยงดูฉันและน้อง ๆ จนเติบใหญ่ แม่ไม่มีเงินส่งให้ฉันไปเรียนที่ตัวอำเภอ จึงให้ฉันเรียนมัธยมในโรงเรียนที่ใกล้บ้าน ส่วนน้อง ๆ อีกสามคนก็กำลังเรียนอยู่ประถมศึกษา ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ฉันมักจะไปช่วยแม่รับจ้างทำงานให้กับคนข้างบ้านตลอด เพื่อที่จะได้มีเงินมาจุนเจือครอบครัว
พี่สมหมายอายุมากกว่าฉันห้าปี เธอแต่งงานกับผู้ชายในหมู่บ้านและมีลูกด้วยกันหนึ่งคน ต่อมาไม่นานสามีของเธอได้ขึ้นไปทำงานที่กรุงเทพฯ ในช่วงแรก ๆ สามีของเธอส่งจดหมายมาหาและส่งเงินมาให้ใช้ไม่เคยขาด แต่พอนานวันเข้าสามีของเธอก็ไม่เคยส่งเงินและส่งข่าวคราวมาให้เธอและลูกน้อยได้รับรู้เลย ฉันเคยได้ยินแม่พี่สมหมายบ่นเรื่องลูกเขยให้แม่ของฉันฟังอยู่บ่อย ๆ ฉันเองก็นึกสงสารพี่สมหมายไม่น้อย เพราะลูกของเธออายุแค่ไม่กี่เดือนเอง
มีอยู่วันหนึ่งแม่บอกให้ฉันแวะไปขอซื้อต้นข่าที่บ้านพี่สมหมาย ขณะนั้นพี่สมหมายกำลังรดน้ำผักอยู่พอดี ฉันรีบเดินไปหาพี่สมหมายและพูดคุยอย่างคุ้นเคย
"พี่หมาย แม่ให้หนูมาซื้อข่าห้าบาท" ฉันยื่นเงินห้าบาทให้พี่สมหมาย
พี่สมหมายมองเหรียญห้าในอุ้งมือของฉันพลางยิ้ม "จะมาซื้อทำไมล่ะ คนกันเอง ข่าบ้านพี่มีเยอะแยะ ออมก็เก็บไปกินเหอะ เก็บไปเยอะ ๆ เลย ผักอื่น ๆ ก็เก็บไปด้วย"
"หนูไม่กล้าเก็บหรอกพี่หมาย แม่บอกว่าถ้าพี่หมายไม่เอาเงิน แม่ไม่ให้หนูรับของจากพี่"
พี่สมหมายหันมามองฉัน เธอปรายยิ้มเล็กน้อย "ออมกลับไปบอกแม่นะน้อง ข่าบ้านพี่ไม่ได้มีไว้เพื่อขาย พี่ปลูกผักไว้กินและไว้แบ่งคนอื่น ๆ กับแม่ออมนะก็เหมือนน้าของพี่ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลย" พี่สมหมายพูดจบก็เดินไปหยิบเสียมข้างๆ เสาบ้านติด ๆ กับต้นมะยม จากนั้นก็เดินนำฉันมาที่ต้นข่าก่อใหญ่ไม่ไกลนัก ฉันเองรู้จักนิสัยพี่สมหมายดี หากเธอบอกว่าให้ก็คือให้จริง ๆ
"เดี๋ยวพี่ขุดให้นะ ว่าแต่เราเอาอะไรมาใส่ข่าบ้างไหม"
"เปล่าค่ะ หนูไม่ได้ถือถุงมาเลย" ฉันตอบเบา ๆ
"งั้นก็เข้าไปเอาถุงที่บ้านพี่นะ ตรงครัวติด ๆ กับเสาด้านซ้าย พี่เสียบถุงไว้ตรงนั้นแหละ"
"ค่ะ" ฉันเดินลัดเลาะไปด้านในบ้านพี่สมหมาย เข้าไปหยิบถุงหิ้วใบใหญ่ตามที่พี่สมหมายบอก และก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม
"หนูเห็นมีแค่สองใบ เลยหยิบอันนี้มา"
พี่สมหมายแหงนหน้ามองถุงหิ้ว ขณะที่มือข้างหนึ่งยังค้ำเสียมที่ขุดข่าเอาไว้
"ก็มีอยู่แค่สองใบนั่นแหละ มาสิ มาช่วยพี่เก็บข่าใส่ถุง ป่านนี้แม่ของออมคงรอเอาข่าใส่แกงปลาเก้อล่ะสิ"
"ทำไมพี่สมหมายรู้ว่าแม่แกงปลา" ฉันถามด้วยความแปลกใจ
"รู้น่า เพราะแม่ออมเพิ่งแบ่งปลามาให้แม่พี่ตอนบ่ายนี่เอง ว่าแต่แม่เราหาปลาเก่งเนาะ ต่างกับพี่และแม่ เก่งแต่ปลูกผัก แต่หากบหาปลาไม่ได้เรื่องเลย"
ฉันไม่ได้ตอบพี่สมหมาย แต่นั่งยอง ๆ ข้าง ๆ พี่สมหมาย เพื่อที่จะช่วยเธอหยิบข่าใส่ถุงไปด้วย ฉันสังเกตดูผิวพรรณและใบหน้าของพี่สมหมายตลอด รู้สึกชื่นชมใบหน้ารูปไข่ที่สวยงามของเธอ บางครั้งก็แอบอิจฉาผมสีดำสลวยยาวประบ่าที่แสนจะดูดี ยิ่งเห็นจมูกที่โด่งเหมือนสาวลูกครึ่งฉันก็ยิ่งชอบมอง แต่พอเห็นคิ้วโก่งสวยที่ดกดำฉันก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้
"เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยเหมือนพี่หมายเลย ถามจริง ๆ เหอะพี่หมาย คนกรุงเทพฯ เนี่ยสวยเหมือนพี่หมายไหม"
ฉันถามพี่สมหมายไปตามประสาเด็กอยากรู้ เพราะมีเรื่องหลายอย่างที่ข้องใจ ฉันเคยได้ยินคนแถวบ้านนินทาเกี่ยวกับพี่สมหมายหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่สามีพี่สมหมายไปมีเมียน้อยอยู่กรุงเทพฯ
"นังสมหมายนะเกิดมาสวยก็จริง แต่ความสวยของมันไม่ได้ทำให้สามีมันรักเดียวใจเดียวเลย แล้วเนี่ยมันจะรู้ไหมหนอ สามีมันไปติดผู้หญิงคนใหม่ ฉันล่ะไม่อยากคุย ถ้าไม่ได้ไปเห็นกับตาที่กรุงเทพฯ ฉันก็คงไม่เชื่อตัวเองเป็นแน่" ป้าลำยองหญิงวัยกลางคนในหมู่บ้านเล่าเรื่องเกี่ยวกับสามีพี่สมหมายให้แม่ฟัง
"เรื่องจริงเหรอพี่ลำยอง" วันนั้นแม่ถามป้าลำยองซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อความแน่ใจ
"เอ๊ะ! น้องบังอรว่าฉันโกหกเหรอ นี่ไม่เชื่อฉันเลยเหรอ เรื่องที่สามีนังสมหมายมีผู้หญิงคนใหม่ใคร ๆ ก็รู้กันหมด ว่าแต่สมหมายมันไม่รู้เลยเหรอ"
"ฉันไม่รู้หรอกพี่ลำยอง ฉันไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเขา" วันนั้นแม่พูดตัดบทเรื่องนี้กับป้าลำยอง แต่ฉันเชื่อว่าแม่รู้เรื่องนี้มานานแล้ว ฉันไม่รู้ว่าแม่เคยบอกเรื่องนี้กับแม่พี่สมหมายบ้างไหม แต่คิดว่าแม่คงไม่มีเรื่องปิดบังเพื่อนสนิทเป็นแน่
พี่สมหมายส่งยิ้มอ่อนโยนให้ฉัน แววตาเศร้า ๆ ของเธอปะปนมากับความสวยงามบนใบหน้าที่สะอาดสะอ้าน เธอเอามือข้างหนึ่งซับเหงื่อไปด้วย ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ยังคงค้ำด้ามเสียมเอาไว้
"พี่ไม่รู้หรอกออม เกิดมาในชีวิตพี่ก็ไม่เคยไปกรุงเทพเลย มีแต่พ่อน้องมนเท่านั้นที่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ"
ลูกสาวพี่สมหมายชื่อน้องมน แม้จะกำลังหัดคลานแต่น้องมนก็เป็นเด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว ฉันและแม่ชอบมานั่งเล่นกับลูกพี่สมหมายเป็นประจำ วันไหนที่มีเวลาว่างแม่ก็มักจะอุ้มน้องมนไปเล่นที่บ้านเสมอ
ฉันมองนัยน์ตากลมสวยของพี่สมหมาย แม้ว่าเธอจะมีลูกหนึ่งคนแล้ว แต่ความสวยงามที่มีอยู่ในตัวไม่เคยลดน้อยไปเลย พี่สมหมายเป็นผู้หญิงที่สวยสดเหมือนดอกไม้ป่าที่ดูมีคุณค่าอยู่ในตัว โดยที่ไม่ต้องแต่งเติมเครื่องสำอางใด ๆ
"ถ้าพี่หมายมีโอกาส พี่หมายจะไปทำงานที่กรุงเทพฯ ไหมล่ะ"
"พี่ก็อยากไปนะออม เห็นเพื่อน ๆ พี่ไปทำงานบ้าน ไปเป็นคนรับใช้ บางคนก็ทำงานร้านอาหาร เห็นได้เงินเป็นกอบเป็นกำ พี่อยากทำงานเก็บเงินส่งมาให้ลูกและแม่พี่ด้วย"
"หนูอยากโตไว ๆ จังเลยคะพี่หมาย หนูอยากไปทำงานที่กรุงเทพ"
"ไว้ให้ออมเรียนจบเสียก่อน หากถึงวันนั้นพี่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง พี่จะมารับออมไปทำงานที่กรุงเทพนะ"
"ห้ามเบี้ยวนะคะพี่หมาย สัญญานะว่าพี่จะพาออมไปทำงานที่กรุงเทพ ออมไม่เกี่ยงเลยว่างานหนักหรืองานเบา ขอแค่ได้ทำงานเก็บเงินส่งให้แม่และน้อง ๆ ใช้ แค่นี้ออมก็สุขใจแล้วค่ะ"
พี่สมหมายยิ้มใจดี "จ้า พี่สัญญาจ้า ว่าแต่ออมตั้งใจเรียนให้จบสูง ๆ เสียล่ะ"
"ค่ะ"
วันนั้นฉันกลับมาบ้านพร้อมกับข่าในถุงหิ้วใบใหญ่ แต่หัวใจของฉันนั้นเต็มไปด้วยความหวัง ฉันอยากจะเรียนให้จบไว ๆ เพื่อที่จะไปทำงานที่กรุงเทพฯ กับพี่สมหมาย
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ฉันได้ข่าวจากแม่ว่า พี่สมหมายหอบลูกน้อยขึ้นไปหาสามีตามคำแนะนำของชาวบ้าน ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้แต่ว่าพี่สมหมายกลับมาบ้านเปลี่ยนเป็นคนละคน จากผู้หญิงสวยที่เคยยิ้มสดใส นัยน์ตาเปล่งประกาย แต่พี่สมหมายในวันนี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญเสียใจ ส่วนแม่ของฉันนั้นก็ไม่เคยนิ่งดูดาย แม่ยังคงแวะไปเยี่ยมปลอบโยนให้กำลังใจพี่สมหมายอย่างต่อเนื่อง
ฉันเองก็เพิ่งรู้ความจริงว่า สามีพี่สมหมายมีผู้หญิงคนใหม่ที่มีฐานะดีกว่าหลายเท่า และก็ไล่พี่สมหมายกับลูกน้อยกลับบ้านนอกโดยที่ไม่สนใจใยดีเลยสักนิด สามีพี่สมหมายบอกว่าเบื่อชีวิตความจนที่ต้องทนอยู่กับพี่สมหมาย เบื่อกับการที่ต้องทนตรากตรำทำงานหนักแต่ไม่มีวันรวย พอมีผู้หญิงคนใหม่ที่ฐานะดีและให้เงินได้ใช้โดยที่ไม่ต้องทำงานใด ๆ สามีพี่สมหมายก็เลือกที่จะอยู่กับผู้หญิงคนนั้น โดยที่ยอมทิ้งพี่สมหมายและลูกโดยที่ไม่ใส่ใจเลย
พี่สมหมายเสียใจกับความรักที่มีให้สามี เธอผิดหวังในตัวสามีเป็นอย่างมาก เธอตัดสินใจหอบหัวใจอันบอบช้ำและลูกน้อยกลับมาบ้านเพื่อหวังพึ่งไออุ่นจากครอบครัว เพราะไออุ่นและความรักจากคนในครอบครัวจะช่วยให้เธอมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น
เรื่องราวสามีพี่สมหมายมีผู้หญิงคนใหม่ดังกระฉ่อนไปทั่วหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ผู้หญิงที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดอย่างพี่สมหมายถูกสามีทิ้งไปมีผู้หญิงคนใหม่ พี่สมหมายทั้งเจ็บและเสียใจ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า รูปพรรณและใบหน้าที่งดงามที่เธอมีอยู่ในตัวนั้น ไม่ได้ทำให้ชีวิตคู่ของเธอมีความสุขเลย เงินและทรัพย์สินทำให้หัวใจของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยรักเธอมากเปลี่ยนไป เขายอมทิ้งเธอและลูกน้อยไปอย่างไม่มีเยื่อใยเลยสักนิด
วันหยุดช่วงปิดเทอม ฉันมีโอกาสแวะไปเยี่ยมครอบครัวพี่สมหมายกับแม่ เพราะได้ข่าวว่าแม่พี่สมหมายไม่สบายบ่อย ๆ และเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น วันนี้แม่ทำแกงเลียงฟักทองใส่ไก่เอาไปฝากครอบครัวพี่สมหมายด้วย
เมื่อเข้าไปด้านใน แม่ก็เดินไปนั่งคุยถามสารทุกข์สุกดิบกับแม่พี่สมหมาย ส่วนฉันก็กวาดตามองหาพี่สมหมายรอบ ๆ บ้าน พอไม่เห็นพี่สมหมายและสภาพภายในบ้านเงียบผิดสังเกต ก็อดไม่ได้ที่จะถามหา
"พี่หมายไม่อยู่เหรอป้า" ฉันถามแม่พี่สมหมาย เพราะเห็นน้องมนนั่งเล่นของเล่นอยู่บนแคร่กับแม่พี่สมหมายเท่านั้น และบ้านก็ดูเงียบกว่าปกติ
"พี่หมายไม่อยู่หรอกหนูออม พี่หมายของเอ็งไปทำงานกับป้าบัวศรีแหนะ นี่ก็ไปได้อาทิตย์กว่าแล้ว ไม่รู้ได้งานทำหรือเปล่า ตอนนี้ป้าก็รอจดหมายจากพี่หมายอยู่"
"พี่หมายไปทำงานอะไรคะป้า"
แม่พี่สมหมายถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่ายหัวไปมา มือข้างหนึ่งก็คอยจับน้องมนไปด้วย
"ป้าก็ไม่รู้หรอกลูก ที่จริงป้าก็ไม่อยากให้พี่หมายของเอ็งไปทำงานในกรุงเทพเลย แต่ป้าเล่นไม่สบายอยู่อย่างนี้ เงินค่ารักษาตัวก็ไม่มี แถมติดหนี้ติดสินเต็มไปหมด ป้าไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาใช้เขา พี่หมายของเอ็งเลยอาสาไปทำงานที่กรุงเทพฯ ป้าก็เลยเลี้ยงหลานไปพลาง ๆ เฮ้อ! ป้าก็ได้แต่หวังว่าพี่หมายของเอ็งได้ทำงานดี ๆ เหมือนคนอื่นเขา เผื่อมีเงินเก็บส่งมาใช้หนี้ให้หมด จะได้ไม่ต้องกลับไปทำงานที่กรุงเทพอีก"
"ถ้าพี่หมายกลับมา ป้าบอกพี่หมายด้วยนะคะว่าอีกสองปีหนูก็เรียนจบ ม. 6 แล้ว หนูอยากไปทำงานที่กรุงเทพฯ กับพี่หมายค่ะ" ฉันบอกแม่พี่สมหมาย
"จ้า เดี๋ยวป้าจะบอกให้นะ"
วันนั้นฉันกับแม่นั่งเล่นที่บ้านพี่สมหมายเสียนาน พอค่ำ ๆ ก็พากันกลับมาบ้าน ตั้งแต่พี่สมหมายย้ายไปทำงานที่กรุงเทพฯ ฉันก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวพี่สมหมายเลย จวบจนเวลาหกเดือนผ่านไป ฉันและแม่กลับไปเยี่ยมพี่สมหมายอีกครั้ง โดยที่แม่ให้ฉันเก็บมะพร้าวสุกสามลูกไปฝากแม่พี่สมหมายด้วย
ทันทีที่พี่สมหมายเห็นฉันกับแม่ เธอก็ส่งยิ้มให้แต่ไกล โดยที่มือสองข้างยังอุ้มลูกสาวอยู่ในอ้อมอก
"ว่ายังไงออม เรียนจบหรือยังน้อง" พี่สมหมายตะโกนถามแต่ไกล สีหน้าดูมีความสุขกว่าเก่าตั้งเยอะ
"หนูสบายดีค่ะ เรื่องเรียนอีกปีกว่า ๆ ถึงจะจบ ว่าแต่พี่หมายไปทำงานที่กรุงเทพฯเป็นยังไงบ้างคะ งานหนักไหม"
พี่สมหมายยิ้มอย่างสุขใจ ซึ่งฉันคุ้นเคยรอยยิ้มของเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอก็พาฉันเดินมานั่งที่แคร่ในตัวบ้าน
"งานที่พี่ทำไม่หนักหรอก พี่ก็ตั้งใจทำงานเก็บเงิน กะว่าจะใช้หนี้หมดก็จะเก็บเงินให้ได้สักก้อน แล้วจะกลับมาอยู่บ้านเราแล้วแหละ"
"ถ้าหนูเรียนจบ พี่หมายช่วยหางานให้หนูทำได้ไหม"
พี่สมหมายสบตาฉัน เธอยิ้มแต่พองาม หากแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้า ๆ ไม่ได้สดใสเหมือนที่ฉันเคยเห็น
"ออมเรียนให้จบสูง ๆ นะ แล้วพี่จะหางานดี ๆ ให้ออมทำ"
"เอางานดี ๆ แบบงานที่พี่หมายทำนะคะ หนูอยากทำงานแบบพี่ จะได้มีเงินส่งให้แม่กับน้องไว้ใช้" ฉันบอกย้ำพี่สมหมาย
พี่สมหมายสบตาฉัน นัยน์ตาดูมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
"ถ้าออมตั้งใจเรียนหนังสือให้จบสูง ๆ ออมจะได้ทำงานดี ๆ เหมือนสาว ๆ ออฟฟิศ ออมคงไม่ต้องทำงานแบบพี่หรอกนะน้อง"
"ทำไมละคะหมาย"
พี่สมหมายไม่ตอบคำถามฉัน เธอคงจะไม่ต้องการอธิบายอะไรให้ฉันทราบ จึงหันไปหยิบขนมในจานส่งให้ฉัน
"ขนมชั้นและขนมตาล พี่ซื้อมาจากในเมือง ออมลองทานสิ อร่อยนะ"
"ขอบคุณค่ะ"
ฉันหยิบขนมตาลมาชิ้นหนึ่งและนั่งทานไปพลาง ๆ โดยที่พี่สมหมายนั่งเล่าเรื่องสภาพชีวิตของผู้คนในกรุงเทพฯให้ฉันได้ฟังไปด้วย ฉันฟังแล้วก็อยากจะเรียนจบไว ๆ เพื่อที่จะได้ขึ้นไปทำงานที่กรุงเทพฯ เสียที
"กรุงเทพนะ ไม่ได้สวยเหมือนที่ออมจินตนาการหรอกนะน้อง ไม่เหมือนในละครทีวีที่เราเห็นหรอกนะ วันหนึ่งถ้าออมเรียนจบและได้ไปทำงานที่นั่น ออมจะเรียนรู้อะไรอีกเยอะ เชื่อพี่นะน้องนะ เรียนให้จบสูง ๆ " พี่สมหมายสรุปสั้น ๆ ให้ฉันได้ฟัง
"ต่อให้ลำบากแค่ไหน หากมีงานทำและเงินดี ออมก็จะไปกรุงเทพฯ ให้ได้"
เย็นวันนั้นฉันกลับมาบ้านพร้อมกับแม่ ฉันคุยกับพี่สมหมายเสียนานแต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่าพี่สมหมายทำงานอะไร รู้แต่ว่างานพี่สมหมายทำนั้น เป็นงานที่ไม่หนักแต่ก็เงินดีเสียด้วย ซึ่งเห็นได้จากสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวพี่สมหมายที่ดีขึ้นกว่าเก่า
สามวันถัดไปฉันนั่งรถโดยสารไปโรงเรียน พอรถวิ่งผ่านตรงบ้านพี่สมหมายก็หยุดจอดรับใครสักคน ฉันเห็นพี่สมหมายอุ้มน้องมนขึ้นมาบนรถโดยสาร ฉันไม่รอช้ารีบเข้าไปช่วยถือของมาไว้ด้านในรถทันที
"พี่หมายพาน้องมนไปไหนคะ"
"พาไปฉีดวัคซีนน่ะจ้ะ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ยังไม่ได้ฉีดเลย" พี่สมหมายตอบ
"แล้วพี่จะกลับกรุงเทพฯ วันไหนล่ะ"
"คงอีกสองวันแหละ"
ฉันสังเกตเห็นผู้หญิงในหมู่บ้านที่นั่งอยู่ในรถโดยสารต่างก็พากันมองมาทางพี่สมหมาย แต่ละคนซุบซิบพูดคุยกันตามประสา ฉันได้ยินไม่ชัดว่าผู้หญิงเหล่านี้พูดอะไรกัน และก็ไม่ได้สนใจเสียด้วย
"กูก็ว่าแล้วผู้หญิงอย่างอีหมายจะทำอะไรได้ นอกเสียจากขายตัว" หญิงชราคนหนึ่งเอ่ยปากพูดลอย ๆ ทำให้ฉันมองด้วยความแปลกใจปนสงสัย
"ก็นั่นนะสิ ยัยป้าบัวศรีมันเคยพาคนไปทำงานบ้านที่ไหนกัน ยัยนี่นะมันพาผู้หญิงแถวบ้านเราไปทำงานอาบอบนวดทั้งนั้น และมันก็เลือกเอาแต่คนหน้าตาดี ๆ นะหล่อน แล้วไอ้อาบอบนวดนี่ มันก็หอนางโลมชัด ๆ" หญิงวัยกลางคนเห็นด้วย สายตาที่มองมาทางฉันและพี่สมหมายเห็นได้ชัดว่าดูถูกเหยียดหยามที่สุด
ตอนนั้นฉันทนไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน เลยพูดออกไป "ป้าพูดอะไร พูดให้ดี ๆ หน่อยนะ"
"พวกกูก็พูดความจริงยังไงล่ะอีออม หรือเอ็งไม่รู้เหรอว่าคนที่เอ็งนั่งพูดด้วยนี่เป็นใคร" หญิงชราคนหนึ่งหันมาบอกฉัน
ตอนนั้นฉันยอมรับว่ารู้สึกไม่พอใจมาก ๆ "พี่หมายเป็นพี่ของหนู ป้าอย่ามาว่าพี่ของหนูนะ"
"ถุย พี่ของหนู เอ็งพูดมาได้ยังไงอีออม หรือว่าเอ็งอยากเป็นกะหรี่เหมือนกับอีหมาย"
ป้าแพงเจ้าของโรงสีในหมู่บ้านไม่ได้พูดเปล่า แต่ถมน้ำลายใส่พี่สมหมายด้วย ทำให้ฉันเคืองเป็นอย่างมาก
"ป้าแพงอย่ามาพูดดูถูกหนูกับพี่หมายนะ"
"กูจะดูถูก เอ็งจะทำไมเหรออีออม หมู่บ้านเราที่ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาลก็เพราะมีผู้หญิงอย่างอีหมายเป็นเสนียดจัญไรนี่แหละ คนเลว ๆ อย่างอีหมายนะอย่ามาอยู่หมู่บ้านนี้เลย คนในหมู่บ้านไม่มีใครเขาต้อนรับหรอก" ป้าแพงว่าให้ฉันแต่สายตาจับจ้องอยู่ที่พี่สมหมาย ทางด้านพี่สมหมายก็ก้มหน้าก้มตากอดลูกสาวน้ำตาไหลพราก ฉันเห็นแล้วสงสารจับใจ ได้แต่ปลอบโยนให้กำลังใจ
"พี่หมายไม่ต้องไปสนใจคนพวกนี้เลยนะคะ คนพวกนี้ปากพูดไปทั่ว ชอบนินทาด่าว่าแต่คนอื่นเขา"
"ให้กำลังใจกันไปอีออม สักวันหนึ่งเอ็งก็ต้องเป็นเหมือนอีหมาย"
วันนั้นฉันยอมรับว่าโกรธผู้หญิงทุกคนที่ว่าพี่สมหมาย ฉันไม่รู้หรอกว่าการทำงานอาบอบนวดเป็นอย่างไร ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้งเลย รู้แต่ว่าฉันรับไม่ได้ที่มีคนมาดูถูกผู้หญิงดี ๆ คนหนึ่งที่ฉันนับถือ และด้วยความไม่เข้าใจปนสงสัย ฉันหันไปถามพี่สมหมาย
"พี่หมาย บอกออมมาสิคะ พี่หมายไม่ได้เป็นอย่างที่คนเขาพูดกัน"
พี่สมหมายยังอุ้มน้องมนไว้แนบอก เธอสบตาฉันซึ่งก็มีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตลอด
"พี่เป็นอะไรไม่สำคัญหรอกออม แต่พี่ก็ยังเป็นพี่ที่รักออมเหมือนน้องเสมอ"
"หนูไม่สนใจว่าใครจะด่าว่าพี่อย่างไร ไม่ว่าพี่จะทำงานอะไร แต่ถ้างานนั้นเป็นงานที่สุจริต พี่ไม่ได้ไปฆ่าแกงใคร ทำงานทุกอย่างแลกด้วยแรงกายแรงใจ หนูก็ให้กำลังใจพี่เสมอ หนูเคยรักและนับถือพี่อย่างไร พี่หมายก็จะเป็นคนพี่คนดีของหนูเสมอ"
"ขอบใจนะออม พี่จะจำคำพูดของออมเอาไว้"
"พี่หมายตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ทำให้คนที่ดูถูกเหยียดหยามพี่หมายนับถือในตัวพี่ให้ได้นะ ทำให้เขายอมรับพี่ให้ได้ หนูเป็นกำลังใจพี่ตลอด"
"จ้า ขอบใจนะออม"
วันนั้นฉันยอมรับว่าไม่สนใจผู้คนที่นั่งด่าทอใส่พี่สมหมายตลอดทาง ความรู้สึกของฉันที่เคยนับถือพี่สมหมายนั้น มันไม่เคยเปลี่ยนเพียงเพราะคำพูดของใครบางคน ฉันยกมือไหว้ร่ำลาพี่สมหมายก่อนที่จะลงจากรถโดยสารหน้าโรงเรียน
"ตั้งใจเรียนล่ะอีออม โตขึ้นเอ็งจะได้ไม่ต้องขายตัวเหมือนอีหมาย" เสียงป้าแพงด่าตามหลังฉันฉอด ๆ ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยสายตาที่เคียดแค้นอยู่ลึก ๆ
"ป้าไม่ต้องมาว่าหนูหรอกนะ ว่าแต่ป้าเหอะ เลี้ยงดูลูก ๆ ของป้าให้ดีเสียล่ะ ระวังนะด่าคนอื่นเอาไว้ เวรกรรมมันจะตามทัน" ฉันย้อนให้ป้าแพงก่อนที่จะก้าวเท้าฉับ ๆ เข้าไปด้านในประตูโรงเรียน
ฉันยอมรับว่าในวันนั้นฉันไม่มีสมาธิเรียนหนังสือเลย หัวสมองก็คิดถึงแต่เรื่องพี่สมหมาย อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับเธอเป็นอย่างมาก อยากรู้ว่าสิ่งที่คนอื่นด่าว่าเธอนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า พอเลิกเรียนและกลับมาถึงบ้าน ฉันก็เดินไปนั่งข้าง ๆ แม่ ซึ่งขณะนั้นแม่นั่งแยกเมล็ดข้าวเปลือกอยู่ใต้ถุนบ้าน
"แม่ หนูถามอะไรแม่หน่อยได้ไหม"
"มีอะไรเหรอออม"
"ผู้หญิงที่ขายตัวเลวมากไหมแม่"
คำถามของฉันทำให้แม่อึ้งอยู่สักพัก แม่ค่อย ๆ วางกระด้งลงบนแคร่และเดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน
"ออมถามอะไรแบบนี้ลูก มีใครพูดอะไรให้ออมเจ็บช้ำน้ำใจหรือเปล่าลูก" แม่ถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
"ก็พวกป้าแพงนะคะแม่ หาว่าพี่หมายเป็นผู้หญิงขายตัวและด่าว่าออมโตขึ้นจะต้องเป็นผู้หญิงขายตัวด้วย ออมถามแม่จริง ๆ เถอะ ผู้หญิงขายตัวเลวมากไหมคะแม่" ฉันถามแม่แต่น้ำตาคลอเบ้า
แม่สูดลมหายใจลึก ๆ มือสองข้างโอบกอดฉันเบา ๆ "คนหลายคนมักจะพูดว่าผู้หญิงขายตัวเลว แต่แม่ไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะความจำเป็นของชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องมองที่เหตุผลว่าคน ๆ นั้นทำเพื่ออะไร สาเหตุอันใดถึงทำให้เขาต้องทำแบบนั้น จำไว้นะลูก ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะทำงานอาชีพอะไร ออมอย่าไปดูถูกเขานะลูก"
"คะ แม่ ออมไม่ดูถูกอยู่แล้ว"
"ดีแล้วลูก วันหนึ่งที่ออมโตเป็นสาว ออมจะเข้าใจชีวิตมากขึ้น บางเหตุผลแม่อาจจะไม่สามารถอธิบายให้ออมเข้าใจอย่างละเอียดได้ แต่แม่เชื่อว่าลูกสาวของแม่จะมองคนด้วยเหตุผล และไม่ตัดสินคนดีคนเลวด้วยอาชีพ"
"เพราะอาชีพผู้หญิงขายตัว ไม่ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเลวใช่ไหมคะแม่"
"ใช่ลูก ผู้หญิงขายตัวมักจะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนเลว แต่เอาเข้าจริง ๆ พวกเขาไม่ใช่คนเลวหรอกลูก แม่เคยมีเพื่อนหลายคนที่เขาลำบากมาก มีชีวิตที่ยากไร้ คนเหล่านี้ไม่ได้เรียนหนังสือสูง ๆ ไปสมัครงานทำก็ไม่มีใครรับ สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจไปทำงานอาบอบนวด งานห้องอาหาร เพื่อที่จะเก็บเงินเก็บทองมาช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ด้านหลัง แม่ไม่เคยเห็นผู้หญิงเหล่านี้ไปทำอะไรเลว ๆ เลย เพราะผู้หญิงเหล่านี้เขาผ่านความทุกข์มาเยอะ เขาเลยเห็นคุณค่าของเงินแต่ละบาท"
แม่ลูบผมฉันเบา ๆ ก่อนที่จะจับไหล่ฉันให้ตั้งขึ้น แม่สบตาฉันด้วยความรัก
"ออมจำไว้นะลูก อาชีพของแต่ละคนไม่ได้ทำให้คน ๆ นั้นเป็นคนเลวเสมอไป"
"ค่ะ แม่ ออมจะจำคำของแม่เอาไว้"
หลังจากที่คุยกับแม่ในวันนั้น ฉันก็ไม่เคยถามแม่ถึงอาชีพที่พี่สมหมายอีกเลย ฉันตั้งใจเรียนหนังสือและช่วยแม่ทำงานเหมือนเดิม จวบจนวันหนึ่งฉันไปโรงเรียนตามปกติ ฉันกับเพื่อนต้องนั่งรถโดยสารไปโรงเรียนทุกวัน ในช่วงเย็นของบางวันที่โรงเรียนเลิกช้า ฉันกับเพื่อน ๆ ก็มักจะตกรถโดยสารเป็นประจำ และพวกเราก็ต้องเดินกลับบ้านกัน
ระยะทางจากโรงเรียนไปยังหมู่บ้านของฉันประมาณสิบกิโลเมตร ฉันไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลยกับการที่ต้องเดินกลับบ้านเป็นบางวัน เพราะดูเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว วันนี้ก็เหมือนกับบางวันที่ผ่านมาที่ฉันจะต้องเดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ในบางวันฉันกับเพื่อน ๆ ก็พากันโบกรถที่วิ่งผ่าน ซึ่งก็มีรถน้อยคันนักที่จะจอดให้พวกเราได้นั่ง
ช่วงระหว่างที่เดินพ้นประตูโรงเรียนได้ประมาณห้าร้อยเมตร รถคันหนึ่งแล่นมาแต่ไกล ฉันกับเพื่อน ๆ พากันโบกมือเพื่อจอดเหมือนคันอื่น ๆ พอรถสีบลอนซ์คันหรูจอดตรงหน้า ฉันและเพื่อน ๆ ก็พากันรีบวิ่งไปหาเจ้าของรถทันที
ฉันและเพื่อนยืนเบียดกันเพื่อที่จะยกมือไหว้เจ้าของรถเป็นการทักทาย พอเจ้าของรถไขกระจกลง ฉันก็มองด้วยความตะลึง
"พี่หมาย!" ฉันเอ่ยทักด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าเจ้าของรถคันหรูจะเป็นผู้หญิงที่ฉันรู้จัก "สวัสดีคะพี่หมาย ดีใจจังเลยที่ได้เห็นพี่"
"สวัสดีจ้าออม สบายดีไหมเรา แม่และน้องเป็นยังไงบ้าง"
"แม่และน้องสบายดีค่ะ"
"ตกรถเหรอถึงได้พากันเดินกลับบ้าน"
"ค่ะ พอดีหนูเรียนวิชาเลือกเสรีอยู่นะคะ อาจารย์เลิกช้าเลยตกรถค่ะ" ฉันตอบพลางยิ้มสดใสตามประสา ส่วนเพื่อน ๆ ก็ยกมือไหว้ไปด้วย
"ขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวพี่ไปส่งเอง"
"ขอบคุณค่ะ"
ฉันกับเพื่อน ๆ พากันขึ้นไปนั่งข้างในรถ แอร์เย็น ๆ ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ฉันและเพื่อน ๆ ต่างมองหน้ากันและกันด้วยความตื่นเต้นดีใจ เฟอร์นิเจอร์ไม้อย่างดีที่ตกแต่งด้านในทำให้รถของพี่สมหมายดูมีระดับเป็นอย่างมาก เครื่องเสียงมียี่ห้อที่ติดตั้งด้านในทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง
"อยากฟังเพลงอะไรเป็นพิเศษไหม เดี๋ยวพี่จะเปิดให้ฟัง พี่มีซีดีหลายแผ่นเลยนะ"
"หนูขอเพลงบ้านนาคอยอยู่ได้ไหมพี่" เพื่อนสนิทของฉันเอ่ยปากขึ้น ทำให้พี่สมหมายอมยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ก่อนที่จะเอี้ยวตัวไปหยิบแผ่นซีดี
"ไม่น่าเชื่อเลยว่าออมและเพื่อน ๆ จะชอบเพลงนี้เหมือนพี่" พี่สมหมายกดแผ่นซีดีเข้าไป ก่อนที่เพลงจะบรรเลงตามจังหวะ "ใครอยากร้องตามก็ขอเชิญตามสบายนะ ไม่ต้องเกรงใจพี่ล่ะ"
จากนั้นฉันและเพื่อน ๆ ก็พากันร้องประสานเสียงประกอบเพลง บ้านนาคอยอยู่ ของบิลลี่ โอแกนพร้อมกัน
เด็ดเดี่ยวจริงหนา ทิ้งนามาจากอีสาน ตรากตรำทำงาน ทั้งวันจนเหงื่อท่วมตัว เงินได้หยิบมือ อดออมไปให้ครอบครัว ยอมสู้เหนื่อยตัว เพื่อคนที่เธอดูแล
อยู่ในเมืองหลวงแล้วเธอก็คงคิดถึง ฝั่งคลองริมบึง ท้องนาและปูน้อยใหญ่ แล้วเธอทำใจอย่างไร ก็คงเหงาสิเธอ เหงาไหมเธอ
นานแล้วสิที่จากอีสานบ้านนา เข้ามาลำบากอยู่ในเมืองหลวง ทุกคนคงห่วงหนักหนา บ้านนาคอยอยู่ ตัวของเธอมาอยู่กรุงเทพ แต่ใจของเธอคงอยู่กับคนอีสาน...บ้านเดิม
ผู้คนเมืองหลวง น้ำใจค่อนข้างขัดสน มากมายผู้คนดิ้นรนเอาตัวรอดกัน ไม่เหมือนบ้านนา จิตใจมีไว้ผูกพัน ขาดเหลือช่วยกัน แบ่งปันเหมือนคนกันเอง
อยู่ในเมืองหลวงแล้วเธอก็คงคิดถึง ฝั่งคลองริมบึง ท้องนาและปูน้อยใหญ่ แล้วเธอทนได้อย่างไร ก็คงเหงาสิเธอ เหงาไหมเธอ
นานแล้วสิที่จากอีสานบ้านนา เข้ามาลำบากอยู่ในเมืองหลวง ทุกคนคงห่วงหนักหนา บ้านนาคอยอยู่ ตัวของเธอมาอยู่กรุงเทพ แต่ใจของเธอคงอยู่กับคนอีสาน...บ้านเดิม
แล้วเธอทนได้อย่างไร แล้วเธอทำใจอย่างไร ก็คงเหงาสิเธอ เหงาไหมเธอ
นานแล้วสิที่จากอีสานบ้านนา เข้ามาลำบากอยู่ในเมืองหลวง ทุกคนคงห่วงหนักหนาบ้านนาคอยอยู่ ตัวของเธอมาอยู่กรุงเทพ แต่ใจของเธอคงอยู่กับคนอีสาน...บ้านเดิม
นานแล้วสิที่จากอีสานบ้านนา เข้ามาลำบากอยู่ในเมืองหลวง ทุกคนคงห่วงหนักหนาบ้านนาคอยอยู่ ตัวของเธอมาอยู่กรุงเทพ แต่ใจของเธอคงอยู่กับคนอีสาน...บ้านเดิม
ฉันและเพื่อนมีความสุขมาก ๆ กับการได้ฟังเพลงร้องเพลงไปด้วย พี่สมหมายเองก็ดูมีความสุขไม่น้อยไปกว่ากัน ในวันนั้นพี่สมหมายพาฉันนั่งรถไปส่งเพื่อน ๆ ที่หมู่บ้านอื่น ๆ จนครบทุกคน จากนั้นเราสองคนก็ขับรถกลับมาบ้าน พี่สมหมายมาส่งฉันที่บ้านและลงมาทักทายแม่ด้วย เธอหอบขนมถุงใหญ่ยื่นให้แม่
"ขนมหนูซื้อมาฝากน้า เห็นน้องออมบอกว่าขาน้าเคล็ดเหรอ ไม่ทราบว่าไปหาหมอหรือยัง" พี่สมหมายถามแม่ ขณะที่ฉันเอากระเป๋านักเรียนวางลงข้าง ๆ
"น้าไม่ได้ไปหาหมอหรอก ค่าหมอแพงจะตาย เลยให้คนเฒ่าคนแก่แถวบ้านนวดประคบยารากไม้เอา" แม่บอกพี่สมหมายและก็นั่งลงบนแคร่ไม้ไผ่ สายตาก็หันไปมองรถคันใหม่ของพี่สมหมาย "ได้ดิบได้ดีแล้วล่ะสิเรา น้าดีใจที่หมายประสบความสำเร็จในชีวิต"
"พอดีมีเฮียผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเขารักและเอ็นดูหนูนะน้า เขาขอให้หนูเลิกทำงานและส่งเสียให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่าเก่า" พี่สมหมายตอบด้วยท่าทีเขิน ๆ
"เขาคนนี้คงจะฐานะดีน่าดูเลยนะ เขาคงจะรักหมายมาก ๆ รถคันนี้ราคาคงเป็นล้านละมั้ง" แม่คิดเดาไปตามประสาคนบ้านนอก
"ก็ไม่แพงเท่าไรหรอกน้า พอดีเฮียเขาซื้อให้หมาย เวลาไปไหนมาไหนจะได้ไม่ลำบาก นี่หมายก็มีแผนจะมารับน้องมนไปเที่ยวเหมือนกัน ว่าง ๆ น้าไปเที่ยวด้วยกันนะ"
"ขอบใจหมาย แต่น้าคงไปไม่ได้หรอก น้ามีภาระต้องรับผิดชอบเยอะ แต่น้าก็ดีใจนะที่หมายได้ดิบได้ดีแล้วไม่ลืมคนที่บ้านนอกของเรา"
"หนูไม่ลืมหรอกน้า หนูก็กะว่าจะสร้างสิ่งดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้คนในหมู่บ้านของเราด้วยแหละ ตอนนี้ก็รอดูก่อนว่าจะทำอะไรดี"
"สร้างวัดสร้างวา สร้างโบถส์ก็ดีนะ วัดบ้านเรายังขาดเหลืออะไรอีกเยอะ" แม่ให้คำแนะนำแก่พี่สมหมาย ซึ่งฉันเองก็นั่งฟังไปด้วย
"หนูก็คิดอยู่เหมือนกัน ไว้หนูจัดการอะไร ๆ ลงตัว หนูจะมาสร้างวัดสร้างวาให้บ้านเรา"
"ดี ๆ ลูก เวลาสร้างวัดสร้างโบสถ์ แต่อย่าสร้างจนเสร็จเพียงคนเดียวเสียล่ะ เพราะความเชื่อคนบ้านเราบอกว่า ถ้าเราสร้างวัดสร้างวาเพียงคนเดียว เราจะอายุสั้น เพราะบุญกุศลยิ่งใหญ่นัก พระท่านบอกว่าคนที่มีกุศลยิ่งใหญ่จะอายุไม่ยืน เพราะไม่ต้องอยู่ชดใช้กรรมในโลกมนุษย์ต่อไป" แม่บอกพี่สมหมายถึงความเชื่อเก่า ๆ ที่คนเฒ่าคนแก่บอกเล่าตกทอดกันมา
พี่สมหมายยิ้มสดใส ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุข "ค่ะน้า แต่เวลาหนูทำบุญ ทำทาน หนูชอบทำอะไร ๆ ให้เสร็จไปเลย ไม่ชอบทำแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เอาไว้"
"ก็แล้วแต่หมายแล้วกัน น้าก็บอกไปตามแบบความเชื่อของคนแก่นั่นแหละ"
วันนั้นก่อนกลับไปบ้าน พี่สมหมายได้มอบเงินก้อนหนึ่งให้แม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพื่อรักษาขาที่เคล็ดมาหลายวัน แม้ว่าแม่จะปฏิเสธที่จะรับเงินจากเธอ แต่พอถูกเธอคะยั้นคะยอให้รับเงินให้ได้ แม่ก็ยอมรับเงินจากพี่สมหมายด้วยความเต็มใจ
"รับไว้เถอะน้า ที่เหลือก็ไว้เป็นค่าขนมค่ารถให้น้องออมและน้อง ๆ ไปโรงเรียน"
"มันจะดีเหรอหมาย น้าไม่เคยให้อะไรหมายเลย" แม่บอกอย่างเกรงใจ
"ทำไมน้าจะไม่ให้ล่ะคะ น้าให้กำลังใจหมาย น้าให้เกียรติหมาย น้าไม่เคยรังเกียจและดูถูกหมาย ทุกอย่างที่น้าและครอบครัวมีให้หมาย มันมีค่ามากกว่าเงินเสียอีก" พี่สมหมายบอกแม่ด้วยถ้อยคำหนักแน่น
"ก็หมายเป็นคนดีนี่ลูก น้าเคยรักหมายแบบไหน ความรู้สึกของน้าก็ยังเป็นแบบนั้น ต่อให้หมายเป็นดินเป็นดาว แต่หมายก็เป็นหลานที่น้ารักเสมอ"
พี่สมหมายประนมมือไหว้แม่ด้วยความนอบน้อม "หมายจะทำให้น้าภูมิใจในตัวหมายที่สุด หมายจะทำแต่สิ่งดี ๆ"
วันนั้นฉันพยุงแม่ค่อย ๆ เดินมาส่งพี่สมหมายที่ถนนหน้าบ้าน เราสองคนยืนมองรถคันหรูของพี่สมหมายด้วยความยินดีกับสิ่งดี ๆ ที่พี่สมหมายได้รับ
"ออมจำไว้นะลูก คนเราจะมาจากไหน มีอาชีพอะไรก็ไม่สำคัญหรอก ดูพี่หมายเป็นตัวอย่างนะลูก หากเราเป็นคนดี เราจะทำอะไรก็ตาม ย่อมมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ต่อให้ชีวิตที่มีอุปสรรคแค่ไหน ก็ต้องผ่านพ้นตรงนั้นมาได้ และเราก็ต้องได้ดิบได้ดีวันยังค่ำ ขอให้คิดดี ทำดี ความดีจะตอบแทนเราเอง และห้ามดูถูกใครเด็ดขาด" วันนั้นแม่บอกสอนฉันเสียหลายอย่าง โดยที่ยกพี่สมหมายเป็นตัวอย่างให้ฉันได้เอาเป็นแบบอย่างด้วย
"ค่ะ แม่ ออมจะจำไว้ หากวันหนึ่งออมต้องทำงานแบบพี่หมาย แม่จะโกรธออมไหมล่ะ" ฉันกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะถามคำถามนี้กับแม่ เพราะอยากรู้ว่าแม่รู้สึกอย่างไร
"แม่ไม่เคยโกรธออมหรอกลูก ขอแค่ออมเป็นคนดี ไม่ได้ฆ่าหรือทำร้ายใครเขา แม่ไม่ว่าหรอกลูก แม่รักและรับทุกอย่างที่เป็นออมได้เสมอ"
ฉันกอดแม่เบา ๆ ซบหน้าตรงอ้อมอกของแม่ "ถ้าออมเลือกได้ ออมจะเรียนให้สูงที่สุด และจะทำงานดี ๆ ส่งเงินให้แม่และน้องได้ใช้"
"ดีลูก คิดดี ทำดี สิ่งดี ๆ จะเข้ามาในชีวิตเราตลอด"
หลังจากที่คุยกับพี่สมหมายในวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เห็นพี่สมหมายอีกเลย จะมีก็แต่วัดในหมู่บ้านที่มีการก่อสร้างศาลาหลังใหม่ขึ้น นอกจากนั้นก็มีการสร้างกำแพงรอบ ๆ รั้ววัดและประตูด้านหน้าอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งใคร ๆ เห็นแล้วก็ได้แต่ชื่นชมยินดีไปด้วย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เงินค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดเหล่านี้เป็นเงินที่พี่สมหมายบริจาคเพียงคนเดียว โดยที่ไม่มีใครสักคนช่วยออกค่าใช้จ่ายส่วนตรงนี้เลย
หลังจากที่มีการเฉลิมฉลองศาลาหลังใหม่และกำแพงพร้อมประตูวัดเสร็จสิ้น พี่สมหมายก็ขับรถกลับไปบ้านที่กรุงเทพ โดยที่เธอยังคงบริจาคเงินช่วยเหลือส่วนอื่น ๆ เพื่อพัฒนาหมู่บ้านและโรงเรียนของฉันอย่างต่อเนื่อง คนที่เคยดูถูกดูแคลนเธอต่างก็หันมาให้ความนับถือเธอมากขึ้น ฉันเองก็เห็นกับตาตัวเองว่าความดีที่พี่สมหมายทำไว้นั้น ทำให้ทุกคนที่เคยเกลียดชังเธอหันมารักเธอมากขึ้น
สามเดือนผ่านไปฉันกำลังเรียนจบพอดี ขณะที่ฉันเดินไปหาแม่ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม่ก็หันมามองฉันด้วยใบหน้าเศร้า ๆ มีน้ำตารื้นอยู่เต็มเบ้า นัยน์ตาของแม่เหมือนคนที่มีความทุกข์ ฉันนั่งลงข้าง ๆ แม่
"แม่เป็นอะไรคะ ทำไมแม่ร้องไห้"
แม่สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะเล่าเรื่องให้ฉันฟัง "พี่หมายเสียชีวิตแล้วนะลูก เห็นแม่พี่หมายบอกว่า พี่หมายประสบอุบัติเหตุตรงถนนวิภาวดี แม่ก็ไม่รู้ว่าถนนนี้อยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าเธอเสียชีวิตทันที จากนั้นสามีของเธอก็ได้นำร่างของเธอไปทำบุญที่วัดขึ้นชื่อในกรุงเทพ โดยที่ได้นำอัฐิของเธอมาไว้ที่วัดในหมู่บ้านของเราด้วย"
ฉันรู้สึกเจ็บปวดที่ใจทันทีกับข่าวร้ายที่ได้ยิน ยอมรับว่านั่งน้ำตาซึม รู้สึกเสียดายคนดี ๆ ที่ต้องจากโลกไปเร็วอย่างนี้ อยากให้ผู้หญิงดี ๆ อย่างพี่สมหมายมีชีวิตในโลกนี้นาน ๆ
ทุกครั้งที่ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านนอก ฉันก็มักจะเห็นภาพสิ่งดี ๆ ที่พี่สมหมายได้ทำเอาไว้ ภาพเหล่านี้มันทำให้ฉันได้ระลึกถึงพี่สมหมายตลอด ผู้หญิงที่เคยถูกคนในหมู่บ้านตราหน้าว่าเป็นคนเลว แต่ช่วงชีวิตสุดท้ายของเธอกลายเป็นผู้หญิงที่ผู้คนในหมู่บ้านและตำบลละแวกนั้นต่างสรรเสริญเยินยอและชื่นชมในความดีที่เธอได้ทำเอาไว้
ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่แวะมาเยี่ยมกันค่ะ ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขมาก ๆ นะคะ 
ขอบคุณบทเพลง "แม้เลือกเกิดได้" มากค่ะ ยีนส์ขอมอบเพลงนี้่แด่ทุก ๆ คนที่ยีนส์รักและแด่มิตรรักเพื่อนบล็อกทุกคนค่ะ 
ของคุณโค้ดแต่งบล็อกจากพี่ ๆ เพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ ยีนส์ขอยกเครดิตให้เจ้าของโค้ดทั้งหมดค่ะ ขอบคุณค่ะ
| Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 13:27:43 น. |
| |
5 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: หมูหนาว 18 พฤศจิกายน 2552 18:48:30 น. |
|
|
|
| | |
โดย: kiriya 18 พฤศจิกายน 2552 20:56:01 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Jujastar 19 พฤศจิกายน 2552 14:22:27 น. |
|
|
|
|
|
|
|
Thank you for sharing na kha.