เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ โรสลิต้านามปากกาแทนตัวฉัน ใช้วาดฝันปันใจในน้ำหมึก ร้อยอักษรที่ขีดเขียนขอจารึก คือส่วนลึกข้างในจากใจฉัน
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

ผู้ชายคนนั้น...ด้วยหัวใจฉันที่รู้สึก

สี่แยกประตูน้ำเต็มไปด้วยผู้คนเดินผ่านไปมา แม่ค้าแผงลอยและร้านค้าตึกแถวริมทางมีสินค้าไว้จำหน่ายอยู่ตลอดทาง ผู้คนทั้งไทยและชาวต่างชาติเดินสวนทางกันไปมา เมื่อเดินมาถึงถนนราชดำริเพื่อมุ่งหน้าไปยังบิ๊กซีราชดำริ ฉันกับคนรักก็ต้องหยุด เพราะไม่อยากเดินเบียดฝูงชนบนสะพานข้ามคลองแสนแสบ เพราะผู้คนจำนวนมากที่เพิ่งลงจากเรือตรงจุดท่าเรือประตูน้ำมุ่งหน้าขึ้นมาบนสะพานและเดินเบียดกันไปมา แต่ละคนต่างรีบเร่งมุ่งหน้าไปยังเส้นทางเป้าหมายของตัวเอง โดยไม่แคร์ว่าจะมีผู้คนที่ร่วมเส้นทางมากน้อยเพียงใด เพียงเพื่อต้องการให้ตัวเองก้าวไปให้พ้นฝ่าฝูงชนและเดินทางไปยังเป้าหมายให้ไวที่สุด

                สภาพชีวิตที่เดินร่วมกันบนถนนแคบ ๆ และเบียดเสียดกันไปมา ทำให้ฉันและคนรักรู้สึกอึดอัดไปอีกแบบ เราสองคนเลือกที่จะหยุดอยู่กับที่และหลบอยู่ด้านหลัง เพื่อให้คนที่กำลังอยู่ในสภาวะเร่งรีบเดินทางออกไปเสียก่อน หวังจะรอให้สะพานข้ามคลองแสนแสบมีคนเดินเบียดกันน้อยที่สุด ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเราต้องเดินเบียดกันไปมาด้วยความยากลำบาก ทำไมเราไม่ค่อยถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ค่อย ๆ รอให้คนข้างหน้าเดินออกไปก่อน แล้วเราค่อยก้าวไปทีหลังก็ได้ คนที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ควรที่จะรีบเดินออกไป เพื่อให้คนที่อยู่ด้านหลังจะได้ก้าวไปข้างหน้าได้ หากเราทุกคนมีความรู้สึกที่นึกถึงกันและกัน ฉันคิดว่า ไม่ว่าถนนจะแคบแค่ไหน แต่เราก็สามารถที่จะเดินไปถึงจุดหมายได้เร็วไม่ต่างกันเลย

                สภาพการจราจรติดขัดเป็นอย่างมากตรงสี่แยกประตูน้ำ บางวันรถมุ่งหน้าวิ่งไปทางถนนราชปรารภทั้งหมดทุกเลนส์ ส่วนบางวันก็เปิดให้วิ่งเพียงไม่กี่เลนส์ และก็เปิดถนนให้วิ่งสวนไปอีกเส้นทางหนึ่งแค่เพียงเลนส์เดียว บางวันก็แบ่งกันอย่างละครึ่งถนนไปเลย แม้จะมีการพยายามที่จะบริหารการเดินรถหลากหลายเพื่อแก้ปัญหารถติดให้ดีที่สุด แต่เพราะกรุงเทพมีรถเยอะเกินไป ทำให้การแก้ปัญหาจราจรเหล่านี้ยากยิ่งนัก

                ฉันกับคนรักได้แต่มองหน้ากัน เพราะรู้ได้เลยว่า หากต้องย้ายมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย ฉันกับคนรักคงจะมีปัญหาเรื่องการขับรถที่เมืองไทยแน่นอน เพราะเราไม่เข้าใจระบบการขับรถที่เปิดเลนส์ให้รถวิ่งแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ยิ่งการวิ่งของรถคนละฝั่งกับอเมริกา และพวงมาลัยรถที่อยู่คนละด้าน ยิ่งทำให้ฉันและคนรักสับสนมากกว่าเดิม ตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพฯ ฉันและคนรักเลือกที่จะใช้บริการแท็กซี่เป็นหลัก เพราะค่อนข้างสะดวกสบาย ที่สำคัญรู้สึกเป็นการส่วนตัวอีกต่างหาก ไม่ต้องไปเยื้อแย่งกับคนหลาย ๆ คน เวลาจะไปไหนก็สบายใจด้วย

"ผมหิวขนมโมจิ เราแวะซื้อที่เซเว่นอีลีฟเว่นได้ไหมที่รัก" เสียงคนรักเอ่ยขึ้น ใบหน้าเว้าวอนเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ ที่กำลังขอให้ซื้อขนมให้ ฉันรู้ว่าคนรักชอบขนมไทยโดยเฉพาะขนมโมจิที่มักจะชอบเป็นชีวิตจิตใจเป็นอย่างมาก คนรักคงจะเป็นฝรั่งอเมริกันเพียงคนเดียวที่ชอบขนมโมจิเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขนมโมจิรสอะไรก็ตาม คนรักรับประทานได้ทั้งหมด ส่วนฉันนั้นจะชอบขนมไหว้พระจันทร์เสียมากกว่า โดยเฉพาะรสเม็ดบัวผสมไข่แดงไข่เค็ม จะเป็นขนมที่ฉันโปรดปรานที่สุด ทุกครั้งที่เราสองคนออกมาเดินเล่นนอกโรงแรม เราสองคนก็มักจะแวะซื้อขนมที่ตัวเองชอบเอากลับไปรับประทานที่โรงแรมเสมอ

                เมื่อเดินมาถึงเซเว่นอีลีฟเว่นสาขาติด ๆ กับบิ๊กซีราชดำริและตรงข้ามห้างยักษ์ใหญ่เซ็นทรัลเวิร์ล ฉันกับคนรักก็เดินเข้าไปในร้านทันที แอร์เย็น ๆ จากภายในร้านพัดผ่านใบหน้าที่เพิ่งจะเดินฝ่าความร้อนของอากาศในกรุงเทพฯ มาหมาด ๆ ทำให้รู้สึกเย็นฉ่ำไม่น้อย เราสองคนเดินเลือกซื้อขนมที่ชอบ เสร็จแล้วก็เลือกซื้อน้ำและน้ำผลไม้ติดไปด้วย บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยลูกค้าขาจรและขาประจำหลายคนที่แวะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งแต่ละคนต่างก็เลือกซื้อสินค้าที่ตัวเองต้องการ

                ด้านหน้าเค้าเตอร์คิดเงินนั้นจะอยู่ติด ๆ กับประตูทางเข้า ซึ่งมีเครื่องคิดเงินที่เปิดทำการในเวลานั้นแค่เพียงสองเครื่อง โดยมีพนักงานคอยให้บริการคิดเงินให้พนักงานอย่างว่องไว พนักงานอีกคนหนึ่งจะเป็นคนคอยช่วยอยู่ด้านหลัง พนักงานอีกคนหนึ่งจะทำงานอีกส่วนหนึ่งอยู่ด้านหลัง และมีพนักงานชายกำลังจัดเรียงเติมสินค้าบางส่วนไม่ไกลมากนัก บาร์โค้ดสินค้าแต่ละตัวมีการยิงจากเครื่องสแกนเพื่อที่จะให้ราคาสินค้าเข้าไปในระบบและมีการตัดยอดขายแบบอัตโนมัติ

                แต่ละเค้าเตอร์คิดเงินจะมีลูกค้ายืนต่อคิวไม่น้อยกว่าสี่คนต่อหนึ่งแถว ฉันกับคนรักยืนอยู่ที่เครื่องเค้าเตอร์ฝั่งด้านในติด ๆ กับจุดที่ขายเครื่องดื่ม ระหว่างที่รอลูกค้าคนด้านหน้าฉันคิดเงินอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองลูกค้าอีกแถวหนึ่งที่กำลังสนทนาอะไรบางอย่างกับพนักงานเซเว่นอีลีฟเว่น ซึ่งฟังไม่ได้ศัพท์มากนัก ฉันพยายามเพ่งมองและเอียงหูฟังเรื่องที่สนทนา เพราะความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันใดนั้นบางสิ่งบางอย่างทำให้ฉันเข้าใจอะไรมากขึ้น

                 ผู้ชายคนนี้ไม่สามารถบอกอายุได้เลยว่าอยู่ในวัยใด  เพราะผิวพรรณหยาบกร้านเหมือนคนที่ไม่เคยได้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายมาหลายปี ใบหน้าคล้ำมีนัยน์ตาที่เศร้าหมอง ผมหยักโศก สภาพการแต่งตัวมอซอดูมอมแมมไปหมด เสื้อผ้าเก่าๆ มีสภาพทรุดโทรม ขาดรุ่งริ่งเป็นบางจุด เดินเท้าเปล่า มือกำเงินไว้แน่น พูดจาไม่ได้สติกำลังพยายามที่จะสนทนากับพนักงาน

                "ของชิ้นนี้ราคาสูงเกินไป คุณมีเงินไม่ครบนะคะ ทางเราขอโทษที่ไม่สามารถขายของให้คุณได้ โปรดพิจารณาสินค้าตัวใหม่นะคะ ของที่ราคาไม่สูงมาก" พนักงานสาวอธิบายด้วยถ้อยคำสุภาพ รู้ได้เลยว่าทางบริษัทได้มีการอบรมพนักงานเป็นอย่างดี

                ดูเหมือนว่าชายคนนี้คงจะไม่เข้าใจสิ่งที่พนักงานกำลังอธิบายให้ฟัง และยังคงยืนยันที่จะเอาสินค้าตรงหน้าให้ได้ อาจจะเป็นเพราะสติไม่ดี ทำให้การสื่อสารลำบาก พนักงานคนหนึ่งซึ่งยืนทำงานไม่ไกลกันนักเอ่ยขึ้น

                "เดี๋ยวดิฉันพาไปดูสินค้าที่คุณมักจะซื้อบ่อย ๆ นะคะ ทางนี้เลยค่ะ" พนักงานสาวพูดจบก็เดินอ้อมด้านในเค้าเตอร์ผ่านมาทางด้านหน้า เพื่อที่จะพาชายคนดังกล่าวไปเอาสินค้าที่เคยซื้อเป็นประจำ

                ลูกค้าหลายคนต่างมีสีหน้าอึดอัดที่ต้องมายืนรอคิดเงินช้ากว่าที่คิด แต่ละคนมองชายคนดังกล่าวด้วยสายตาแปลกประหลาด บางคนมองด้วยสายตาเหยียดหยาม บางคนชักสีหน้าเหมือนรำคาญ เสมือนชายคนดังกล่าวเป็นตัวถ่วงความเจริญของโลกใบนี้ บางคนก็มองด้วยความเวทนาสงสารเห็นอกเห็นใจ ฉันเห็นภาพหลากหลายที่ผู้คนมองชายคนดังกล่าวก็อดสงสารไม่ได้ คนเหล่านี้คงจะมีคำถามอะไรมากมายในใจ มีคำพูดหลากหลายที่อยากจะพูดออกไป แต่ก็เลือกที่จะเงียบเสียมากกว่า

                ฉันมองหน้าคนรักและถามตัวเองอยู่ในใจตลอดว่า "ชีวิตที่มีความสุขที่สุด ไม่ใช่เพราะเรามีพร้อมทุกอย่าง แต่ชีวิตในทุก ๆ วันที่เราไม่เคยมองข้ามคนที่ขาดต่างหาก คนที่เราไม่ควรมองข้าม คนที่เราหยิบยื่นน้ำใจให้เขาได้ นั่นคือชีวิตที่มีความสุขที่สุด สุขใจที่ได้มอบสิ่งดี ๆ ให้คน ๆ หนึ่งได้มีวันดี ๆ เหมือนคนอื่นเขา มันอาจจะน้อยนิด แต่ถ้าเราทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน คนที่มีแต่ส่วนที่ขาด ก็สามารถเติมเต็มส่วนเหล่านี้ให้ได้แน่นอน"

                เมื่อฉันจ่ายค่าสินค้าเสร็จ พร้อมรับเงินทอนที่พนักงานมอบให้ ฉันคืนเงินทอนทั้งหมดให้พนักงานเซเว่น

               "รบกวนช่วยจ่ายค่าสินค้าให้ผู้ชายคนนั้นด้วยนะคะ ถ้าเขาอยากกินอะไร เงินนี้น่าจะช่วยเขาได้บ้าง เผื่อเขาจะได้มีวันดีๆ สักวันค่ะ"

"                พนักงานทุกคนหันมามองหน้าฉันและคนรักพร้อมๆกัน แต่ละคนมีสีหน้าอึ้ง ๆ อยู่ แต่ก็รีบบอกฉันว่า

                "ขอบคุณค่ะ ขอบคุณครับ" พนักงานเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน ทำให้ฉันพยักหน้ายิ้มนิด ๆ ก่อนจะจับมือคนรักและเดินออกจากร้านไปเงียบ ๆ เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ณ ที่ตรงนั้น

                พอเดินออกมาด้านนอกริมฟุตบาท ฉันหยิบขวดน้ำมาเปิดให้คนรักดื่ม และก็แบ่งขนมให้คนรักได้รับประทานไปด้วย ฉันเอ่ยบอกคนรักเบา ๆ

                " I just want him to have a good day. I believe a small thing we do for him will help him a lot. Life is too short. Sometimes it is ok to share with the one who doesn't have a chance to work and have a good life. If all of us can help him a little bit, it will mean so much to his life."

               "I understand and am always proud you are my wife." คนรักเอ่ยขึ้นและก็ยิ้มอย่างภาคสุขใจ เขาโอบไหล่ฉันเบา ๆ และเราสองคนเดินมุ่งหน้าไปยังบิ๊กซีราชดำริด้วยกัน โดยที่สายตามองไปยังเส้นทางด้านหน้าและก็ไม่ลืมที่จะมองรอบ ๆ ทางที่ก้าวผ่านไป ฉันยิ้มอยู่ในใจ อดคิดถึงเรื่องราวบางอย่างไม่ได้

ฉันจำได้เมื่อปีปลายปี 2002 ก่อนที่ฉันจะได้พบกับคนรักประมาณสามเดือน ฉันเคยถูกล้วงกระเป๋าหมดเนื้อหมดตัวหน้าเซเว่นอีลีฟเว่นตรงข้ามตลาดยิ่งเจริญแถวสะพานใหม่ ในวันนั้นฉันเหลือเงินเพียงแค่ยี่สิบบาทในกระเป๋ากางเกง เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณหนึ่งทุ่มกว่า ๆ ธนาคารและร้านค้าบางแห่งปิดหมดแล้ว ฉันไม่มีเงินที่จะซื้ออาหารกิน มือถือก็โทรออกไม่ได้ เพราะเพิ่งจะเติมเงินและต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงจะโทรออกได้ ในตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าชีวิตจะต้องทำอย่างไร รู้สึกจนมุมไปหมด ไม่รู้ว่าชีวิตจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่ขอแลกเงินร้านค้าแถว ๆ นั้นเพื่อที่จะโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ก็ไม่มีคนหยิบยื่นให้ฉันเลย

                ในค่ำวันนั้นฉันยืนร้องไห้ริมทางติด ๆ กับตู้โทรศัพท์ ทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่นหวาดกลัวไปหมด หวาดระแวงผู้คนรอบข้าง รู้สึกเวทนาตัวเองยิ่งนัก ในขณะนั้นฉันเห็นนักศึกษาชายคนหนึ่งมาโทรศัพท์ ฉันยกมือไหว้นักศึกษาคนนั้นและหยิบเงินแบงค์ยี่สิบบาทที่เหลือก้อนสุดท้าย ขอร้องอ้อนวอนให้นักศึกษาช่วยแลกเหรียญให้ เพื่อที่ฉันจะได้โทรศัพห์หาผู้จัดการให้ช่วย นักศึกษาเห็นสภาพของฉัน ใส่ชุดพนักงาน มีบัตรพนักงานติดกระเป๋าเสื้ออีกข้างหนึ่ง รู้ได้เลยว่าฉันไม่ใช่พวกหลอกลวงต้มตุ๋น ฉันเองก็คงดูน่าสงสารด้วย เพราะยังคงสะอื้นไห้และตัวสั่นหวาดกลัวไปด้วย ฉันเล่ารายละเอียดเพียงน้อยนิดให้นักศึกษาชายคนนี้ได้ฟัง ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อสิ่งที่ฉันเล่าหรือไม่ เพราะไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมา มีแต่สายตาของเขาที่มองฉันด้วยความฉะงนปนสงสัยไปหมด เพียงครู่เดียวนักศึกษาชายคนนั้นหยิบเงินเหรียญให้ฉันห้าบาทสองเหรียญ ฉันพยายามยื่นเงินแบงค์ยี่สิบบาทให้นักศึกษาคนนั้น แต่นักศึกษาไม่อยากจะรับ เพราะคงอยากจะช่วยฉันจริง ๆ ฉันบอกนักศึกษาชายว่า

                "รับไปเถอะนะคะ ถ้าพี่ไม่รับ หนูไม่กล้าเอาเหรียญของพี่หรอก"

                วันนั้นนักศึกษาชายปฏิเสธอย่างเดียว "ไม่เป็นไรครับ น้องโทรหาญาติเถอะครับ พี่มีอยู่เยอะ"

                "ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริง ๆ พี่" วันนั้นฉันยกมือไหว้นักศึกษาชายเสร็จ ก็รีบโทรศัพท์หาผู้จัดการทันที ซึ่งผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้า พี่ติ๋ว (จิดาภา สุขเจริญ) ไม่สามารถมาช่วยฉันได้ เพราะกำลังนั่งรถทัวร์กลับบ้านต่างจังหวัด และเธอก็ได้กำชับฉันไม่ให้กลัว ให้รีบกลับไปห้องพักด่วน เธอจะโทรหาคนที่ดีที่สุดให้มาช่วยฉัน

                ในตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเธอหมายถึงใคร แต่พอคุยกันได้สักพัก พี่ติ๋วก็บอกฉันว่า "พี่จะโทรไปขอให้พี่นิ (นิทัศน์ คำจันทร์) ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายเอ็นจิเนียร์มาช่วยหนูนะ หนูไม่ต้องกลัว กลับไปรอที่ห้อง เดี๋ยวพี่นิทัศน์จะไปหาหนูนะ ไม่ต้องร้องไห้ เชื่อพี่นะ"

                "ขอบคุณค่ะพี่ติ๋ว"

                พี่นิทัศน์เป็นผู้จัดการฝ่ายเอ็นจิเนียร์ที่ฉันเคยทำงานด้วยในบริษัทดีดีเค เมื่อฉันกลับไปถึงห้องพัก ก็นั่งร้องไห้ ยังรู้สึกกลัวไม่หาย ไม่รู้โชคชะตาฟ้าลิขิตอะไรทำให้ชีวิตฉันต้องเผชิญกับวันที่เลวร้ายแบบนี้ ฉันพยายามที่จะคิดดี ทำแต่สิ่งดี ๆ แต่ไม่วายเรื่องร้าย ๆ ก็เกิดขึ้นกับฉันจนได้ ขณะที่นั่งคิดหมกมุ่นกับเรื่องเลวร้ายเพียงไม่นาน พี่นิทัศน์ก็โทรเข้ามือถือ และรีบขับรถมาช่วยเหลือฉันทุกอย่าง ครั้งแรกที่เห็นผู้จัดการมายืนรอด้านหน้าอพาร์ทเมนต์ ฉันรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ไม่เคยคิดเลยว่า ในคืนที่เลวร้าย ฉันยังมีคนดี ๆ ที่เขาคอยให้ความช่วยเหลือ คืนนั้นพี่นิทัศน์พาฉันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจที่ สน. บางเขน ให้เงินกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะรู้ว่าธนาคารปิด ฉันคงไม่สามารถเบิกเงินในบัญชีได้ เนื่องมาจากเอทีเอ็มและเอกสารสำคัญทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าเงินทั้งหมด และก็ถูกคนร้ายเอาไปหมด พี่นิทัศน์ยังใจดีให้ฉันได้ลาพักร้อนเพิ่มหลายวัน เพื่อกลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่กับครอบครัวให้หายหวาดกลัว ให้ชีวิตมีแต่ความสุขก่อนกลับมาทำงานหลังปีใหม่ หลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายในวันนั้น ฉันก็บอกกับตัวเองเสมอว่า จะต้องหาของฝากอะไรไปขอบคุณผู้จัดการทั้งสองให้ได้ โชคดีที่น้าสาวทำสินค้าโอท็อปจำหน่ายประจำตำบล ฉันเลยขอเซ็นสินค้าของน้าสาวสองอัน เพื่อเอาไปฝากผู้จัดการทั้งสองคน เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ ก็รีบไปเบิกเงินที่ธนาคารเพื่อเอามาคืนให้พี่นิทัศน์พร้อมกับของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการขอบคุณที่ผู้จัดการทั้งสองมีน้ำใจให้ จากนั้นก็รีบโอนเงินไปให้กับน้าสาวด้วย

                   ฉันยอมรับว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันอาจจะลืมใครหลาย ๆ คนในชีวิต แต่ฉันไม่เคยลืมน้ำใจและสิ่งดี ๆ ที่คนเหล่านี้ได้ช่วยเหลือฉันไว้เลย ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาชายคนนั้น ที่ฉันไม่เคยรู้จักชื่อเขาเลย ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร  มาจากไหน ไม่เคยมีโอกาสได้ตอบแทนน้ำใจเขา หรือแม้แต่พี่ติ๋วผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้าที่ดีเสมอต้นเสมอปลายและรักลูกน้องมาก ๆ รวมทั้งพี่นิทัศน์ ผู้จัดการฝ่ายเอ็นจิเนียร์ที่จิตใจดีและใจกว้างคอยดูแลลูกน้องอย่างดีมาตลอด  ผู้จัดการสองคนนี้ที่ฉันเคยทำงานในบริษัทดีดีเคด้วยกัน เป็นคนที่มีบุญคุญกับฉันมากมาย หากชีวิตนี้มีโอกาสได้พบกับบุคคลทั้งสามอีกครั้ง ฉันก็อยากขอบคุณน้ำใจและสิ่งดี ๆ ที่ทั้งสามคนเคยมอบให้ฉันในยามที่ชีวิตไม่เหลือใครอีกครั้ง แต่เพราะฉันไม่เคยมีโอกาสได้พบพวกเขาอีก ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่มุมใดของเมืองไทย ฉันจึงทำได้แค่เพียงเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ และพยายามให้สิ่งดี ๆ แก่คนที่ลำบากกว่า เพราะอย่างน้อยฉันก็พยายามทำเหมือนที่นักศึกษาชายคนนั้น เหมือนที่พี่ติ๋วกับพี่นิทัศน์เคยมอบให้ฉัน เพราะสิ่งที่ฉันได้รับจากบุคคลทั้งสามเหล่านี้ เป็นบทเรียนที่คอยสอนใจฉันเสมอว่า เมื่อมีโอกาสได้แบ่งปันช่วยเหลือ ก็ขอให้ช่วยให้ดีที่สุด เท่าที่เราจะช่วยได้ และช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะอย่างน้อย ๆ ทั้งคนให้และคนที่ได้รับต่างก็มีความทรงจำดี ๆ เก็บไว้ในใจตลอดไป


ความทรงจำดี ๆ มิอาจลืมเลือน

ณัฐฑินี โคตรอาสา โจนส์

(Natthinee Khot-asa Jones)

July 24 , 2015




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2558
0 comments
Last Update : 11 ตุลาคม 2558 4:44:30 น.
Counter : 110 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


roslita
Location :
Okla -Alaba-Siana United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามมิให้นำไปเผยแพร่และอ้างอิง
ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของข้อความ
ในสื่อคอมพิวเตอร์แห่งนี้เพื่อการค้า
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้ละเมิดจะถูกดำเนินคดี
ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด


"Every Bitter Thing" โดย Hardy Jones ขอเชิญอุดหนุนได้จากเวบ http://blacklawrence.com/HardyJones.html และเวบ Amazon.com รวมทั้งเวบจำหน่ายหนังสือทั่วโลก

ขอฝากนิยายเรื่อง...นาฬิกาหัวใจ....ไว้ในอ้อมใจทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ พบกับนิยายเรื่อง... นาฬิกาหัวใจ.... ในเร็ว ๆ นี้ค่ะ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ช่วยอุดหนุนและมอบแรงใจให้โรสลิต้าเสมอมาค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ขอฝากหนังสือ...เรื่องเล่าสาววอลมาร์ท....ไว้ในอ้อมใจทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ พบกับหนังสือ...เรื่องเล่าสาววอลมาร์ท...ได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่จะถึงนี้ และร้านหนังสือทั่วประเทศ สำหรับท่านที่อยู่ต่างประเทศ สามารถสั่งซื้อได้ที่ www.pinklemon.com และ www.naiin.com ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ช่วยอุดหนุนและมอบแรงใจให้โรสลิต้าเสมอมาค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

"รักแรก" เรื่องสั้นรวมเล่มปี 2007 กับนักเขียนหลาย ๆ ท่าน

Wal-Mart Family Cookbooks 2006 ส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันลืมเลือน กับเมนูอาหารที่ชนะเลิศ และมีโอกาสได้เป็น 1 ใน 80 คนที่มีผลงานรวมอยู่ในหนังสือเมนูอาหารเล่มนี้

สูตรอาหารคนต่างแดนแวะชมได้ที่ About My Cooking ค่ะ

กุ้งเผากับน้ำจิ้มสูตรเด็ด

เปาะเปี๊ยะสด

เนื้อแดดเดียว

ต้มจืดหมูสาหร่าย

ผัดวุ้นเส้น

ยำไส้กรอก

เปาะเปี๊ยะทอดกรอบ

หมูทอดสมุนไพร

ไก่ตะไคร้

ข้าวมันไก่คนต่างแดน

ปูผัดผงกะหรี่

ตำผลไม้รวม

เป็ดอบสมุนไพร

ลาบเครื่องในหมู

สปาเก็ตตี้ลูกชิ้นเนื้อเอ็น

Nacho อาหารเม็กซิกันแบบง่าย ๆ

Nacho กุ้งและหอยนางรมพันเบค่อน

ขนมจีนน้ำยาสามภาค (กลาง อีสาน ปักษ์ใต้)

ยำวุ้นเส้นกุ้งสด

ห่อหมกทะเล

ปีกไก่ย่างแซ่บ ๆ

กัมโบ (Gumbo) อาหารเคจั่นที่ขึ้นชื่อในรัฐหลุยส์เซียน่า
New Comments
Friends' blogs
[Add roslita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.