มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
14 มกราคม 2569

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – No more No Less :


: No more No Less :
เขียน : วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์








ผมเติบโตมากับการอ่านหนังสือและนิตยสาร
ก่อนจะมาทำ a day พี่โหน่ง วงศ์ทนงเคยเป็นบรรณาธิการ
ของนิตยสาร Hi-Class ,นิตยสาร Life & Decor ,นิตยสาร GM
นิตยสาร Trendy Man ,นิตยสาร Image
ผมได้อ่านทุกฉบับที่ว่ามา

และเมื่อพี่โหน่งเริ่มต้นทำนิตยสาร a day ผมยังจำจุดเริ่มต้นของนิตยสารเล่มนี้ได้
ถือเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่และน่าทึ่งมากในยุคนั้น
ด้วยการเริ่มต้นจากการระดมทุนด้วยนักอ่านและผู้สนับสนุนในลักษณะหุ้นส่วน
ทุกวันนี้ที่บ้านก็ยังมี a day ฉบับปฐมฤกษ์จนถึงฉบับที่ 100 (อยู่ในสภาพที่ยังดีด้วย)
ช่วงที่มี a day bulletin กับ นิตยสาร Hamburger ผมก็ยังตามอ่านบ้างเป็นบางฉบับ

แต่หลังจากตามอ่าน a day มานานหลายปี เปลี่ยนบรรณาธิการจากพี่โหน่งเป็นคนอื่น ๆ
ผมเริ่มรู้สึกว่า a day สนุกน้อยลง เนื้อหาเริ่มไม่ตรงกับความสนใจของตัวเอง
จนเลิกอ่านไปในที่สุด (หลังจากเล่มที่ 100 ผมเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ตัวเองสนใจ)

แล้วพี่โหน่งก็ขายหุ้นของ a day ออกไป จากนั้นก็ทำหน้าที่นักเขียนและพิธีกร
ผมยังตามอ่านหนังสือของพี่โหน่งเกือบทุกเล่ม



‘No more No Less’
เป็นหนังสืออีกเล่มของพี่โหน่งที่ผมเคยอ่านแล้วนำกลับมาอ่านซ้ำ
หนังสือที่รวมถ้อยคำ ความคิด คำคม ที่พี่โหน่งได้จดบันทึกไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
บางถ้อยคำมาจากความคิดที่ได้พิมพ์ไว้ในทวิตเตอร์
บางคำคมถูกนำมาขยายความเพิ่มเติมด้วยความเรียงสั้นๆ
ท้ายเล่มมีบทสัมภาษณ์ของพี่โหน่ง ที่สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี พ.ศ.2553

เลือกบางข้อความที่ชอบมาฝากให้อ่านกันครับ


-----------------------------------------


“ความสุขและความทุกข์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตทุกชีวิต
ไม่มีใครในโลกนี้ที่ชีวิตจะมีแต่ความสุขหรือมีแต่ความทุกข์ล้วน ๆ
สุขบ้างทุกข์บ้างเป็นเรื่องธรรมดา อยู่ที่เราให้ความสำคัญและยึดติดกับมันแค่ไหน
พูดง่าย ๆ ว่าถ้าคุณคิดว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องใหญ่ มันก็จะเป็นเรื่องใหญ่
คิดว่าเรื่องไหนเล็กมันก็จะเล็ก
ทั้งหมดทั้งปวงขึ้นอยู่กับการให้ค่าหรือไม่ให้ค่าของเราเท่านั้น”


-----------------------------------------


“เวลาอาจมีส่วนในการช่วยคลายความเสียดาย
แต่ความเข้าใจในความเป็นจริงต่างหาก คือ ปัจจัยสำคัญ
และความจริงที่ว่านั้นก็ง่ายแสนง่าย
นั่นคือ สิ่งที่สูญเสียแล้ว คร่ำครวญเสียดายไปก็เปล่าประโยชน์
และใช่ว่ามันจะกลับคืน การจมจ่อมอยู่กับมันรังแต่จะทุกข์ทรมาน
ดังนั้น ถ้าอยากหายเร็วก็ต้องรีบลืมแล้วลุกขึ้นมา แล้วดำเนินชีวิตต่อไป
จริงอยู่ว่าการลืมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าการจำมันเป็นสิ่งเจ็บปวด
การลืมก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า”


-----------------------------------------


“ชีวิตที่ผ่านมา ผมได้พบเห็นผู้คนมากมายที่ไม่พึงพอใจกับชีวิตตัวเอง
บางคนถึงขนาดเกลียดสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ด้วยซ้ำ
หากสิ่งที่เกิดขึ้น คือพวกเขาก็ได้แต่บ่นเบื่อชีวิตตัวเอง
หรือก่นว่าสภาพแวดล้อมไปวัน ๆ แต่ไม่ยอมลุกเดินออกมา
หรือลงมือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมัน ซึ่งผมค้นพบว่า
สาเหตุสำคัญก็เพราะพวกเขาไม่กล้าแลกหรือไม่ยอมแลกนั่นเอง
ต้องยอมรับว่าในทุกการเลือกมันต้องเอาอะไรไปแลก
อยากมีชีวิตเบาลง ก็ต้องทิ้งของหนัก ๆ ไปบ้าง
อยากช้าก็ต้องชะลอ อยากนิ่งก็ต้องหยุด
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ใช่อย่างนั้น
พวกเขาอยากเบา อยากช้า อยากสงบ อยากสบาย
แต่พวกเขายังไม่ยอมหยุดความอยากได้ อยากมี อยากเป็น
คำถามคือ ตกลงเราจะเอายังไงกับชีวิตกันแน่ ?”













































 

Create Date : 14 มกราคม 2569
10 comments
Last Update : 14 มกราคม 2569 5:15:07 น.
Counter : 255 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณtanjira, คุณปัญญา Dh, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณกะริโตะคุง, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณSleepless Sea, คุณmcayenne94

 

หนังสือแนวนี้ อาจารย์เต๊ะ ไม่ได้อ่านเลยครับ
ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนมา555 ชอบอ่านแต่แนวเทคโนโลยี+คอมพิวเตอร์แค่นั้นเอง แนวใช้ชีวิตนี่ ไม่ได้อ่านเลยละครับ

สมัยก่อนตอนทำงาน อาจารย์เต๊ะ ชอบวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน
แต่ พอขั้นตอน ติดขัด ก็ต้องหยุดชะงักไป เป็นแบบนี้ตลอด

พอตอนหลัง เปลี่ยนใหม่ ไม่ต้องมีผงมีแผนอะไรแล้ว
นึกอะไรที่ต้องทำ ก็ทำมันเลย ไม่ต้องวางแผน ทำไปอาจไม่ดีที่สุด
แต่ก็ได้ทำแล้ว เพราะ มัวแต่รอก็ไม่ได้ทำ เวลาไม่รอใคร

แล้วถ้ามีเวลาเหลือค่อยกลับมาแก้ไขใหม่

กทม วันนี้เย็นนิดๆ อยากใส่เสื้อกันหนาวอีก ก็ไม่ได้ใส่ครับ 555

 

โดย: multiple 14 มกราคม 2569 5:48:44 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

พี่ก็อ่าน a day Life & Decor GM Image ค่ะ
สมัยนั้นนิตรสารพี่เต็มบ้านเลยค่ะ สุดท้ายไม่มีใครดูแล
เพราะพี่ต้องไปอยู่กับน้องป่าน เลยขายเหมาๆไปให้คนรับซื้อหนังสือค่ะ
ตอนนี้ไม่ได้นึกเสียดายที่ขายเลยค่ะ เพราะถ้าอยู่คุณปลวกเล่นงานหมดแน่ๆค่ะ

......

พี่ก็ได้อ่านค่ะ เรื่องพ่อกับแม่ ที่พ่อต้องนั่งวิลแชร์ แต่แม่ยังเดินได้
มันก็จริงตามที่เขาเล่าไว้นะคะ ต้องให้พ่อกับแม่ใช้ชีวิตให้เป็นปกติให้มากที่สุด
เพราะถ้าตามใจเขาไปทุกเรื่อง เรี่ยวแรงเขาก็จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ

พ่อพี่เขาก็ไม่ออกกำลังค่ะ แต่เขายังเดินเข้าเดินออกในบ้านหลังบ้านวันล่ะหลายรอบค่ะ
แต่ท่าบริหารขาเข่าที่หมอบอกมา เขาก็ไม่ทำค่ะ ยาทาแก้ปวดเขายังไม่ทาเลยค่ะ
พ่อบอกทาแล้วแสบตา ที่นี่ร้องห๊ะะะะ อะไรของพ่อ 555 พี่บอกทาแล้วพ่อก็ไปล้างมือซิ
สุดท้ายพ่อก็ไม่ทา ถ้าพี่ไม่ทาให้เขาก็ไม่หยิบมาทาค่ะ เฮ่ออออ

พี่นี่บอกตัวเองทุกวันค่ะ เราต้องออกกำลังให้ได้ทุกวัน อกกกำลังท่าไหนที่ช่วยให้ขาแข็งแรง
ช่วยให้ไม่ปวดหลัง ไม่ปวดเข่า พี่นี่เซฟไว้เต็มไปหมดค่ะ แล้วเลือกเอาที่เหมาะกับเราเลยค่ะ

 

โดย: tanjira 14 มกราคม 2569 6:04:40 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า
เมื่อก่อนผมก็ชอบอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีเหมือนอาจารย์เต๊ะครับ
และชอบอ่านหนังสือธรรมะด้วยครับ

 

โดย: ปัญญา Dh 14 มกราคม 2569 6:56:40 น.  

 

ไม่อ่านหนังสือแนวนี้เหมือนจารย์
แต่ก็ไม่อ่านหนังสือแนวเทคโนโลยี
ชอบอ่านแนววรรณกรรมเยาวชนจ้า
วันนี้มาช้าสุดเหมือนเดิมเลย 555

 

โดย: หอมกร 14 มกราคม 2569 7:22:14 น.  

 

สมัยมัธยมที่บ้านน้าเป็นร้านเสริมสวย มีหนังสือ IMAGE สกุลไทยให้อ่าน ผมชอบอ่านคอลัมน์ เรื่องสั้นในเล่มนะครับ ของมติชนด้วย
คุณวงศ์ทนง รู้สึกแกเป็นคนจัดปั่นจักรยานรอบกรุงเทพฯ Night Bike ด้วยใช่มั๊ยครับ ผมเคยปั่นอยู่ครึ้งนึงปั่นกันจนสว่างเลยครับ

 

โดย: The Kop Civil 14 มกราคม 2569 10:05:39 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

หนังสือเล่มนี้ จากตัวอย่างที่เธอยกมา ก็เป็นข้อคิดให้คนอ่าน
ได้คิดและนำไปประยุกต์ใช้ตามที่ตรงกับเรื่องราวของเราเนาะ คนอ่าน
หนังสือมากอย่างก๋า ก็สุดยอดนะ ได้ข้อคิดมากกว่าคนอื่น และนำมา
เขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน คนอ่านก็พลอยไดความรู้ ได้ข้อคิดด้วย ถือเป็นเรื่องดี สนับสนุนให้เขียน แนะนำ ต่อไป จ้ะ
วันนี้ไม่แสดงความเห็นมาก เพราะประเดี๋ยว ลูกศิษย์นัดว่าจะมา
หาและออกไปกินข้าวนอกบ้าน อิอิ

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 14 มกราคม 2569 12:15:06 น.  

 

สมัยเรียนสถาปัตย์นี่ a day คือหนังสือประจำห้อง studio เลยครับ ก็ได้หยิบอ่านบ้างเหมือนกัน เนื้อหาแนวดี แต่ผมก็ไม่ได้ติดตามมากนักนะครับ เพราะหนังสือเกี่ยวกับการเรียนหรือหนังสือเกี่ยวกับศิลปะจะไปอ่านในห้องสมุดคณะครับ

ส่วนหนังสือที่ซื้อด้วยเงินตัวเองจะเป็นหนังสือการ์ตูนแล้วก็นิยาย

เพิ่งทราบนี่ล่ะครับว่าคุณก๋าเคยทำหนังสือด้วย น่าทึ่งดีครับ

 

โดย: กะริโตะคุง 14 มกราคม 2569 15:00:21 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ 2569 ขอบคุณที่เข้าไปชมบล็อคนะคะ

 

โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว 14 มกราคม 2569 16:08:36 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่ก๋า จะทุกข์ จะสุขอยู่ที่ใจของเราค่ะ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 9218829 14 มกราคม 2569 18:21:36 น.  

 

ตั้งแต่คุณก๋ารีวิวหนังสือมา
ชอบคนเขียนเล่มนี้มากสุด
อยู่บนพื้นฐานความจริง
ชีวิตสอนอะไรผู้คนมากมาย
ถ้าเขาเฝ้าสังเกตมันอย่างไม่อคติ
คนเขียนน่าจะหลงเหลือทุกข์ในใจน้อยมาก
ถ้าเขาคิดได้และเขียนมันออกมาได้ขนาดนี้

 

โดย: mcayenne94 14 มกราคม 2569 19:08:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]