กันยายน 2561

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
8
10
11
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
:::: คิดไว้เลยนะ ว่าจะไปอยู่ที่ไหน? ...ชีวิตบั้นปลายของช้านนนนนน ::::



ช่วงระยะหลังๆมานี่ จะได้ยินคำถามนี้จากสามีค่อนข้างบ่อยค่ะ
"เตรียมคิดไว้เลยนะ ว่าจะไปอยู่ที่ไหน?"
เค้าหมายถึง... อีกสาม..หรือ สี่ปีข้างหน้า
หรืออาจจะเป็น 3+4 = 7ปีข้างหน้าก็เป็นได้นะ




วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา...สามีชวนไปบ้านแม่ของเค้าค่ะ
ครั้งสุดท้ายที่ไป..คือปีที่แล้วตอนช่วงคริสต์มาส..55 สุดยอด
นี่หมายถึงเรานะคะ สามีน่ะเค้าจะพยายามไปทุกๆสอง หรือสามเดือนอยู่แล้ว
หากมีโอกาส หรือมีงานที่จะต้องไปทำที่นั่น เค้าก็จะไปนอนบ้านแม่



เราใช้เวลานานมากถึงสิบสองปี...กว่าที่จะ "ยอมรับในตัวแม่ของสามี"
จริงๆแล้ว แม่สามีไม่มีอะไรเลยนะ เค้าทำตัวปกติเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด
เราเองแหละที่ "เลว" ... ไม่ยอมรับเค้า อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้
เราพยายามทำตัวเป็น "คนนอก" มาตลอด..
เพราะเราไม่เคยรู้สึกดีกับ คำว่า "แม่ผัว" เลย
ดูหนังดูละครไทย หาดูยากมากแม่ผัวที่ดีๆ
"อคติ....ตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันจริงๆเลยด้วยซ้ำ ...เลวมั๊ยล่ะ.." อันนี้คือ ด่าตัวเอง..


จนกระทั่ง... "การสื่อสารภาษาเยอรมัน" ของเราเริ่มดีขึ้น
เริ่มเข้าใจมากขึ้น เริ่มสื่อสารได้ "ดี" คืออยู่ในระดับที่พูดแล้วเข้าใจกันได้
มัน...ใช้เวลานานมาก...ค่ะ แต่เราก็ "มีวันนี้"
วันที่เรา "ยอมรับในตัวของแม่สามีอย่างหมดใจเลย"
เค้าเป็นคนดีจริงๆ เป็นคนตรงเป๊ะ เป็นคนที่เกิดมาในสมัยสงครามโลก
และนิสัยเค้าคือ เค้าจะเกลียดการกินทิ้งกินขว้าง...
เพราะในสมัยสงคราม อาหารจะหายากมากๆ
พูดง่ายๆคือ ไข่ไก่มีค่ามากกว่าเงินน่ะ

แม่สามีส่งการ์ด "วันเกิด"มาให้เราทุกปีไม่เคยพลาดเลยว่า ปีไหนจะไม่ส่ง
แม่เราแท้ๆ ยังไม่เคยทำแบบนี้ อันนี้เรื่องจริง
คงจะเป็นเพราะมันคือ ธรรมเนียมปฏิบัติของคนเยอรมันน่ะนะ
ไม่ควรจะเอามาเปรียบเทียบ ไทย เยอรมัน วัฒนธรรม ต่างกันหลายเรื่อง

เวลาที่ไป "บ้านแม่สามี"
สามีจะต้องทำโน่นนี่นั่นให้ คือไม่เคยที่จะอยู่เฉยๆ
เพราะทั้งบ้าน แม่เค้าอยู่คนเดียว
มีลูกสี่คน ใครไปหาก็จะทำโน่นนี่นั่นให้ตลอด
ซึ่งเรามองว่า เป็นสิ่งที่สมควรทำนะคะ




ต้นแอปเปิ้ล.. สามต้น สามชนิดในสวนที่บ้านแม่



ซูมใกล้ๆ.... แม่สามีก็ถามว่า อยากจะขนกลับมาบ้านไหม
เอาไปทำแยมไหม แต่เราขี้เกียจมากกกก 555
ก็เลยไม่ได้ขน แต่ก็ไม่วาย...ที่เค้าจะให้ "ถั่วก้านเขียวๆ" สองกำมือกลับมาค่ะ
แถมให้ ซูกินี่ มาอีกอัน
เราได้ความรู้เรื่องเพาะปลูกพืชผักสวนครัวจาก สามี และพ่อแม่ของสามีนี่ล่ะ
เพราะบ้านเค้าแบบ...ไม่เคยซื้อผักจากตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเลย




ภาพนี้.... เป็นภาพที่สำคัญมาก...
มันคือภาพที่สามีขุดเอา "มันฝรั่ง" ออกมาจากใต้ดิน
แม่เค้าปลูกไว้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยว..ล่ะนะ
ทำไมภาพนี้สำคัญ .....
ที่สำคัญเพราะ.. ในขณะที่สามีกำลังทำงานในสวนให้แม่อยู่นั้น
เราก็ชวนแม่เค้าคุย และถามเค้าว่า สมัยก่อน..ทั้งบ้านมี 6 คน
พ่อ แม่ ลูกอีกสี่ เค้าอยู่กันได้ยังไง? เค้ามีวิธีถนอมอาหารแบบไหน?
ตู้เย็น ตู้แช่แข็งในสมัยก่อนราคาคงแพงมากๆ บ้านเค้าไม่มีหรอกค่ะ
เค้าบอกว่าพวกเนื้อสัตว์ หากไม่นำมาทำการแปรรูป
ใส่น้ำเกลือแช่ในขวดแก้ว เก็บเอาไว้ปรุงอาหาร
เค้าก็จะเอาเนื้อสัตว์มา จัดการ "รมควัน" ทำแบบ แห้ง...เก็บไว้กินได้นานหน่อย


ฉันมองว่ามันน่าสนใจมาก...
และพอฉันเห็นภาพที่ สามีกำลังขุดเอา มันฝรั่งออกมาจากใต้ดิน...
ฉันได้คำตอบ...เลย และคำตอบนี้คือ "ชัดเจนมาก"....
ที่จะ ตอบคำถามของสามีว่า "คิดไว้เลยนะว่า จะไปอยู่ที่ไหน" หลังเกษียณ...

ฉันบอกสามีว่า เราไปอยู่บ้านแม่เธอกันเหอะ 555
คือไม่เคยสนใจที่จะ "ซื้อที่ดิน หรือ ซื้อบ้านเป็นของตัวเองนะคะ"
สารภาพตรงๆว่า "แก่แล้ว ไม่ต้องการเป็นหนี้...."
หากไปอยู่ก็จะ "จ่ายค่าเช่าให้"
และจะดูแลบ้านอย่างดีจนกว่าชีวิตจะหาไม่


เพราะหากสิ้นแม่ไปแล้ว...ไม่อยากให้ "ขายบ้านนี้เลย"
พื้นที่สองไร่.... มันคือความภูมิใจโคตรๆของ พ่อสามีน่ะค่ะ
และตัวสามีเองก็ "เกิดที่บ้านนี้" มันคือ บ้านเกิดของเค้าจริงๆ
แต่อ่ะนะ เรื่องนี้มันคือ มรดก ที่ฉันไม่เกี่ยวและไม่ต้องการที่จะเกี่ยว

เพียงแค่....ได้คำตอบ...ที่จะตอบสามีว่า...
หากคิดจะใช้ชีวิตบั้นปลาย...เราควรที่จะใช้ชีวิตที่นี่
เหตุผลง่ายๆ..
หากแม่ของสามี สามารถมีชีวิตรอด และเลี้ยงลูกสี่คนรอด
จาก ผืนดินที่นี่ ...ชีวิตเราสองคนก็ต้องรอดแน่นอน


อยากแค่มีพื้นที่ๆสามารถจะ "เพาะปลูก"
เก็บเกี่ยวพืชผักเอาไว้กินเองได้
อยากอยู่ในที่ๆ ใช้ใจ ...ใส่ใจ
มากกว่า ใช้เงินแค่อย่างเดียวน่ะค่ะ

ชีวิตในเมือง citylife อาจจะเหมาะกับ วัยทำงาน
แต่วัยที่เลย....ผ่านชีวิตการทำงานมาแล้ว
เราก็อยากที่จะ ตื่นมา...เจอต้นไม้
ไม่ใช่ตื่นมาเจอถนนเจอควันจากท่อไอเสียของรถ
เราอยากจะตื่นมาได้ยินเสียง นกร้อง
ไม่ใช่ตื่นมาเพราะเสียงแตรที่บีบกันสนั่นหน้าบ้าน

เราอยากจะสูดอากาศที่บริสุทธิ์
อยากจะดื่มน้ำที่สะอาด
กินผักที่มาจากผืนดินที่ปลูกเอง
กินผลไม้ที่มาจากในสวนที่เราดูแลเอง

นี่คือคำตอบ...ที่เราตอบสามีไป...
สามีก็บอก ...ชั้นเห็นเธอเปลี่ยนคำตอบบ่อยมาก...555
คือก่อนหน้านี้...เราบอกสามีว่า ไม่อยากย้าย...ที่อยู่
เพราะเราชอบโลเกชั่น...บ้านที่เราอยู่ มันใกล้ทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์ฯ หมอ หรือ ที่ทำงาน
แถม ที่บ้านมี "ระเบียงหน้าบ้าน"
หลังบ้านมี พื้นที่ทำ "สวน" เล็กๆ ไว้ปลูกโน่นนี่นั่นได้ทุกปี
ในราคาที่จ่ายไปต่อเดือน ...หายากมากๆค่ะแบบนี้


ในอดีตเราก็มองว่า "เออ จะย้ายไปไหนทำไม อยู่ที่นี่ล่ะดีสุดแล้ว"
แต่.....

เมื่อ "เพื่อนบ้านใหม่ย้ายเข้ามา" ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป....
"เสียงเริ่มดังขึ้น"
ระเบียงหน้าบ้านเราก็ออกไปนั่งแทบไม่ได้แล้ว
เพราะพวกเค้าอยู่ชั้นบน...และ สูบบุหรี่กันควันขโมง....

ทุกเช้าเราก็ต้องตื่น...พร้อมเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้นบน
เพราะเวลาที่พวกเค้าตื่นหกโมงครึ่ง..
เสียงเท้าเดิน(บางทีวิ่ง)กระทืบพื้นบ้านของเค้าจะดังมาก
ส่งเสียงมาถึงชั้นล่างที่เราอยู่...
มีทั้งตอนเช้าและบางที...เกือบๆเที่ยงคืน...
นอนๆกำลังจะหลับ ก็จะได้ยินเสียงเท้ากระทืบพื้นบ้าน...


งานของเพื่อนบ้านคือ "งานก่อสร้าง" ..เป็นคนงานก่อสร้างเลยล่ะ
บางทีรองเท้าไปเหยียบโคลนดินมา
ก็เอามาปาดพื้นหน้าบ้านเราเปรอะไปหมด
เราโมโหหลายหนแล้ว แต่ทำไงได้...ต้องอดทน
กฏของตึกนี้คือ เราอยู่ชั้นล่างสุด
บริเวณทางเดินชั้นล่างไปจนถึงประตูทางเข้าออกหน้าบ้าน
มันคือ หน้าที่ของเรา ที่ต้องทำความสะอาด
แต่เพื่อนบ้านก็ไม่เคยมีความเกรงใจเลย...
ไม่เคยช่วยรักษาความสะอาด

เราเบื่อสันดานของคนพวกนี้มาก
(เพื่อนบ้านมาจากเซอร์เบีย... ยุโรปตะวันออก กากๆ...)
แต่เราก็ไม่อยากบ่น คือบ่นก็แค่เข้าหูสามี...
หลายหนที่เราเองก็ "เกรงใจสามี" เพราะเค้าก็ทำงานนอกบ้านเยอะแล้ว

เจอปัญหาเยอะแล้ว ต้องมาทนฟังเราบ่นอีก

แต่มีหลายหนที่ทนไม่ไหว..​
เราก็บอกสามีให้เขียนอีเมล์ไปให้เจ้าของบ้าน
ก็จะ "ดีขึ้นมาแป๊บเดียว" จากนั้นก็สันดานเดิมออกอีก
เราเบื่อ...

ขยะที่เยอรมัน เค้าจะมี ถังสี่ถัง แยก...
ที่ต้องแยก...เพราะ ถังสำหรับที่ใส่ ขยะพลาสติก
ขยะกระดาษ ขยะ bio เศษกากผักที่จะเอาไปทำปุ๋ย
ขยะพวกนี้ เราไม่ต้องเสียเงินจ่ายรายเดือนค่ะ
เพราะรัฐเอาไปทำประโยชน์อื่นๆได้

ส่วนขยะถังสุดท้าย ถังสีดำ
คือ ถังสำหรับใส่ขยะอื่นที่นอกเหนือไปจาก สามถังที่ว่านั่น
ขยะถังสีดำนี่ล่ะที่ทุกบ้านจะต้องจ่าย...ค่าเก็บขยะจ้า

และคุณเพื่อนบ้านที่ไร้การศึกษา...ก็ไม่เคย "แยกขยะ" เลย
ถังไหนว่าง มันก็หลับตาทิ้งไป...ไม่สนใจว่าจะเป็นถังแบบไหน
ความซวย..ก็มาตกอยู่กับ คนแก่ที่ดูแลตึก...ต้องมาคอยแยกให้เก็บทิ้งให้
หากฉันเห็น ฉันก็ช่วยคนแก่นี้เก็บทิ้งให้... คือเห็นใจคนดูแลตึกนะ
เค้าก็แก่มากแล้ว ช่วยได้ก็ช่วยกันไป เหตุที่ต้องทำเพราะ...

** หากคนที่เก็บขยะมาเก็บ...**
และเค้าเปิดเจอว่า เราไม่ "แยกขยะ" ให้ถูกต้อง..
สิ่งที่เค้าจะทำคือ เค้าจะไม่มาเก็บขยะนั้นๆอีกค่ะ...
หากคุณต้องการให้เค้ามาเก็บขยะที่ว่า คุณจะต้อง "แยกขยะ" ให้ถูกต้องก่อน
และคุณ...ผู้อยู่อาศัยจะต้องไปเสียเงินค่าปรับ...ก่อน
จากนั้นเค้าถึงจะมาเก็บขยะที่ "แยกแล้วอย่างถูกต้องให้" นะจ๊ะ
นี่คือเรื่องสำคัญว่า "ทำไมคุณควรที่จะ แยกขยะทิ้งให้ถูกต้องน่ะค่ะ"

บอกตรงๆว่า รอแทบไม่ไหว...วันที่สามีเกษียณ เราจะรีบย้ายออกเลย
ไม่เอาแล้ว..และจะไม่ไปอยู่ที่ไหนที่มีสภาพแบบนี้อีก

คือเราเองก็ไม่ใช่ ผู้มาก ลากดีมาจากไหนนะคะ
เคยจน เคยอยู่ห้องแถว เคยอยู่ตึกแถว เคยอยู่อพาร์เม้นต์...
เคยอยู่คอนโด เคยอยู่บ้านไม้ซอมซ่อหลังวัด มาก่อน
แต่...เราไม่เคยเจอ...
สภาพที่ใครจะมาทำกับเราเหมือนที่ เพื่อนบ้านพวกนี้ทำอ่ะค่ะ

"ความเกรงใจ" มันคงจะเป็นสมบัติของ "คนดี" มั๊ง...
คงไม่เกี่ยวกับ ความจน หรือ รวยล่ะนะ
หากขาดความเกรงใจนี่ก็...ไม่รู้จะพูดยังไง...เพลียค่ะ
แต่เราคงต้องทน จนกว่าสามีจะตัดสินใจว่า
จะเอายังไงกับชีวิตหลังเกษียณ

ไอ้ตัวเราน่ะ ตายที่ไหนก็ตายเหมือนกัน
แต่ตัวสามีสำคัญมากกว่า เราต้องยึดที่อยู่ไว้ที่เยอรมัน
แม้ว่าจะแพลนว่า อยากอยู่ปีละหกเดือนก็ตาม
เพราะต่อไปเรื่องของสุขภาพของสามี การรักษา การหาหมอ และอื่นๆ

ชีวิตบั้นปลาย..เนอะ
ตอนนี้ห้าสิบ...อีกยี่สิบปีหากไม่ตายจากกันไป
ก็ต้องอยู่ในที่ๆ เราสามารถพึ่งตัวเองได้
ยิ่งเงินมีน้อย ยิ่งต้องยึดหาพื้นที่พื้นดินที่สามารถเพาะปลูกเองได้น่ะค่ะ
อันนี้คือ แค่คิดไว้เฉยๆนะคะ ...อนาคตต้องคอยติดตามกันต่อไปค่ะ

แค่นี้ก่อนน๊า ไว้พบกันใหม่ค่ะ จุ๊ฟๆๆๆๆ




Create Date : 18 กันยายน 2561
Last Update : 18 กันยายน 2561 14:04:47 น.
Counter : 335 Pageviews.

8 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเริงฤดีนะ, คุณอุ้มสี, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณRananrin, คุณคนบ้านป่า, คุณสองแผ่นดิน

  
การใช้ชีวิต แบบสบาย ๆ ไม่เร่งริบ นึกอยากจะกินก็กิน
ไม่ต้อง แหะ ๆ แหกขี้ตา ขับรถไปทำงาน มันสุดยอดที่สุด ๆ

ระยะหลังก็ พยายามทำตัวให้ว่าง ไปอยู่บ้าน ตจว.บ่อยหน่อย
เพื่อนบ้านไม่ส่งเสียงรบกวน นั่นใช่เลย ต้องการจริง ๆ

คุณแมกซ์กับคุณสามี คงจะเริ่ม แหะ ๆ ไม่ใช่แกร่..นะ เริ่มมอง
เห็น "ธรรม" ชาติเป็นสิ่งสำคัญ ดีใจด้วยครับ

v

รบกวนติ๊ดนุง... ตัวหนังสือเล็กจัง จ๋งจ๋านคนมีสายตาแย่ ๆ
หน่อยครับ 555
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:6:31:08 น.
  
ฝรั่งบอก
ชีวิตเริ่มต้นที่ 50
ดังนั้น ยังไม่บั้นปลายหรอกค่ะ
Vote
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:7:53:17 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog

ตามมาอ่านค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:8:41:14 น.
  
สามีเป็นคนน่ารักนะค่ะเนี่ย ^^
โดย: kae+aoe วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:9:10:54 น.
  
อืมมม์...อ่านแล้วก็คิด

นั่นสิบั้นปลายชีวิตอยู่ไหนดี จะอยู่คอนโดตัวเองไปจนแก่จะไหวไหมน้าาา

แต่คอนโดหนูไม่ค่อยพลุกพล่านค่ะ แต่ก็ต้องดูต่อไป ตอนนี้เพื่อนบ้านไม่มีปัญหา รอบๆ เริ่มมีร้านสะดวกซื้อเอยอะไรเอยเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

วันหนึ่งอาจจะเปลี่ยนความคิดไปเหมือนเจ้ก็ได้นะ

แต่มีที่ปลูกโน่นนี่ได้ก็น่าจะมีความสุขนะคะ สำหรับคนที่ปลูกได้ แต่หนูนี่..จะไหวไหม ปลูกอะไรก็ตายเรียบอะค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:9:24:44 น.
  
กลับสู่ธรรมชาติสินะครับ ถ้ามองว่าอายุมากขึ้น แล้วมีอะไรให้ทำบ้างเป็นกิจกรรมในยามแก่ แถมได้ในเรื่องสุขภาพ มันก็น่าสนนะ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 กันยายน 2561 เวลา:22:23:39 น.
  
มายิ้มให้กับความตั้งใจและความคิดดีๆนี้ค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 19 กันยายน 2561 เวลา:18:53:46 น.
  
เมือง กับ ชนบท ผมเลือกชนบทครับ อยู่กับธรรมชาติ
บ้านแม่สามีน่าอยู่มากๆครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 21 กันยายน 2561 เวลา:22:21:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Max Bulliboo
Location :
  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 95 คน [?]



มีความตั้งใจนำทาง มีบทเรียนเป็นภูมิคุ้มกันให้ชีวิต ไม่มีพรสวรรค์แต่สร้างพรแสวงมาตลอด ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรมากมายที่มีประโยชน์จากที่ Bloggang แห่งนี้่ค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนกันนะคะ

อยากเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาเขียนความคิดเห็นได้แบบเสรี โดยไม่ต้อง Log in เข้ามาค่ะ ดังนั้น **ขออนุญาต ไม่รับ "ฝากร้าน" โฆษณาอะไรทั้งหลายนะคะ**