Shadow Work


รองเท้าผ้าใบที่เปื้อนฝุ่นดิน
กีตาร์เก่าๆที่เพิ่งหัดดีด
กระเป๋าหนึ่งใบแบกฝันไว้บนบ่า
มุ่งหน้าไปสู่ . . จุดที่วาดไว้ไกลๆ

- - - - - - - - - - - - - - - 
มองเห็นแค่ยอดเขาที่ยังอีกนาน
จนลืมดอกไม้ที่บานข้างทาง
รีบเดินจนหอบ . . ลืมฟังเสียงนกร้อง
เกือบลืมไปแล้วว่าออกมาเพื่ออะไร

- - - - - - - - - - - - - - - 
เพราะความสนุกมันมักจะอยู่ระหว่างทาง
ไม่ใช่แค่ "ภาพฝัน" ที่ปลายฟ้าไกล
คือรอยยิ้มเล็กๆจากคนที่ไม่รู้จัก
คือการได้หยุดพักและมองท้องฟ้ากว้างใหญ่

- - - - - - - - - - - - - - - 

ความสนุกมันซ่อนอยู่ในทุกก้าวเดิน
คือเพื่อนร่วมทางที่จับมือกันไว้
ถึงแม้จะล้มลงหรือต้องเจอทางตัน


- - - - - - - - - - - - - - - 
175173 แต่ทุกเรื่องราวนั้น . .
คือ ความสุขที่แท้จริง 174173

- - - - - - - - - - - - - - - 


"ชีวิต" คือ "การเดินทาง"
การเดินทางคือ "การเรียนรู้"
การเรียนรู้คือ "การเติบโตของจิตวิญญาณ"


ไม่น่าเชื่อ . . ว่าคนๆหนึ่งมันจะสามารถหา
ข้อดีในข้อเสียของการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตที่ผ่านมาได้
การใช้ชีวิตเละเทะ มันก็มีข้อดีแบบเละเทะของมันเอง
สิ่งที่ผ่านมาแล้ว ไม่ว่าจะดี จะร้าย สวยงามบ้าง เลวร้ายบ้าง
ล้วนมีดีในตัวของมันเอง..ถ้าเราสามารถมองเห็นมันได้อ่ะนะ
แม้จะดูคล้ายกับเป็นข้ออ้างของคนๆหนึ่งอยู่บ้างก็ตามเถอะนะ 55+

อาทิตย์นี้ . . ต้องขับรถไปรับแม่ที่สุโขทัยแล้ว
รอบนี้มอลจังดูยุ่งมาก อีกทั้งนางต้องบินไปจีนกลางอาทิตย์หน้า
จะลากนางไปเป็นเพื่อนก็ดูจะใจร้ายเกินไป เลยบอกให้นางพักเถอะ
ถ้าเธอไปมันจะเหนื่อยเกินไปนะ แต่ดูเหมือนว่านางกำลังคิดอยู่



แม่ไม่อยู่เดือนนึง เราใช้ชีวิตเละเทะมว๊าก. .


มันทำให้คิดไปถึงช่วงสมัยมหาลัยเลย ฟีลมันคล้ายๆตอนนั้น
สมัยก่อนเราเป็นเด็กเรียบร้อย (คิดว่านะ) ทั้งที่แม่ก็เลี้ยงเรามาแบบ
ไม่ได้กดดันอะไร (คิดเองอีกนั่นแหละ) ไม่เคยบังคับเรื่องการเรียน
แต่เราก็ไม่ได้เป็นคนที่เรียนแย่อะไรมากมาย แค่เกรดมันผันผวน
ไปตามอารมณ์อินดี้แค่นั้น.. 555+ แต่ถือเป็นเด็กเรียนคนหนึ่ง
สมัยปฐมฯ เราเรียนโรงเรียนเดียวกับแม่มาตลอด ไปกับแม่ กลับกับแม่
แม่เพิ่งจะปล่อยให้เราแว้นไปเรียนเองตอนมัธยม เราเป็นเด็กดีหกโมงเช้า
เราก็ออกจากบ้านละ เราเคยไปถึงโรงเรียนเช้าสุดคือหกโมงครึ่ง
ทำโน่นทำนี่แบบแช่ๆ เอากระเป๋าไปเก็บ แล้วก็ไปซื้อข้าวกิน
ที่โรงอาหารตอนเจ็ดโมง เราเรียนโรงเรียนหญิงล้วน มาจนจบมัธยมหก
เลิกเรียนก็ไปเรียนพิเศษต่อ . . เรียนพิเศษเสร็จก็กลับบ้าน
ไม่เคยเที่ยวผับ เคยไปดูหนังกับผู้หนึ่งครั้งถ้วน มันดูเหมือนอยู่
ในกรอบจริงๆ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร





ช่วงมัธยมปัญหาที่พอจำได้อยู่สองครั้งคือ ปมเรื่อง
โดนเพื่อนแบนหนึ่งครั้ง . . แต่กลุ่มนั้นตอน ม.ปลาย
พวกนางก็ย้ายไปอยู่โรงเรียนข้างๆ พอ ม.ปลาย เราเลย
ย้ายกลุ่มไปอยู่อีกกลุ่ม ชีวิตดำเนินไปอย่างราบเรียบ กับ
ปมปัญหาอาจารย์ที่สอนเคมี คืออาจารย์ชอบตอกย้ำกับเราเสมอว่า 
เราคิดผิด หมายถึงว่า เค้าชอบพูดว่า . . เราอ่ะ คิดผิด เราควรจะเรียน
สายศิล มากกว่าสายวิทย์ เพราะเราเก่งศิลปะ เค้าหมายถึงว่า
เราอ่ะมีความครีเอท ควรเรียนมาทางสายศิลมากกว่าการเอาตัวเองไปแปะ
อยู่กับสายวิทย์ แต่ในความคิดเรา เราคิดว่าตัวเองก็ไม่ได้เก่งภาษา
และวิชาสายวิทย์เกรดเราก็ไม่ได้แย่ . . ทีนี้พออาจารย์มาย้ำกับเรามาก
มันทำให้เรากลายเป็นคนขาดความมั่นใจ แน่นอนว่าเราเคยได้เกรด 2
กับอาจารย์คนนี้หนึ่งครั้งถ้วน มันเป็นเกรดต่ำสุด เราไม่เคยได้มาก่อน
แต่ไอ้สิ่งที่อาจารย์ย้ำมันกลายเป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในหัวจนเราควบคุม
เหตุการณ์ไม่ได้ มันไปถึงขั้นที่ว่า . . ข้อสอบที่คิดว่าถูกกลับผิด
แต่พอเรากา ตรงข้ามกับความคิด กลับถูก 55555+



มาตอนนี้.. พอมานั่งนึกถึงเรื่องนี้
กลับกลายเป็นเรื่องที่ดูตลกมาก เด็กน้อยจริงๆนะเรา
โตมาจนแก่ขนาดนี้เพิ่งจะเข้าใจความจริงของชีวิต

ชีวิตนี้ . . มันเป็นของเราเป็นสิทธิ์ของตัวเรา
เป็นตัวเราเองที่จะเลือกให้ชีวิตดำเนินไปในเส้นทางไหน
ชีวิตเป็นของเรา เราเลือกได้ และจะไม่มีใครหรืออะไร
มาทำให้เราไขว้เขวได้เลย  ถ้าเราหนักแน่นพอ

มันไม่มีใครจะมามีอิทธิพลเหนือตัวเราได้หรอกนะ
ถ้าเราไม่ให้อำนาจกับเขาน่ะ . . 




ยิ่งนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้น . .
เรากลับยิ่งรู้สึกอยากจะขอบคุณพวกเขา
เอามากๆ ขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณเพื่อนๆ
ที่เสียสละลงมาเล่นบทเรียนชีวิตนี้ 
ลงมาเล่นเพื่อสอนบทเรียนให้กับเรา
ขอบคุณมากๆนะคะ ^ ^



มาถึงช่วงเรียนมหาลัย . . เราที่ก่อนหน้านี้
ค่อนข้างจะใช้ชีวิตในกรอบ ตอนปี 1 แม่จองหอพักหญิง
ในมหาลัยให้เรา แต่ตอนปิดเทอมดันมีรุ่นพี่ อ่านหนึงสือ
ในช่วงปิดเทอมมากไป แล้วเค้ากินกาแฟมากไปเลยหัวใจวายตาย
ในชั้นที่เราจะไปอยู่ เราเลยไปงอแงกับแม่ ว่าเราไม่อยากอยู่แล้ว
(ช่วงนั้นเราเจอผีบ่อย) มาคิดดูตอนนั้นแม่เราใจดีมากจริงๆ
ที่ยอมให้เราออกมาเช่าหอเอกชนได้ เพราะนั่นหมายถึงว่า
เค้าต้องมีรายจ่ายเพิ่ม ซึ่งมันน่าจะสร้างความลำบากให้กับผู้หญิงคนนึง
ที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเอามากๆ พอแก่แล้วจึงได้เข้าใจ
การเลี้ยงเด็กคนนึงมาจนกว่าจะโตเนี่ยะ . .ไม่ง่ายเลย


ช่วงปี 1 ในมหาลัย เราผู้ได้ออกสู่โลกกว้างมาใช้ชีวิตอิสระครั้งแรก
เพิ่งจะได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนหลากหลาย เราผู้นั้น
เลยเริงร่ามากกกกก 555+ ตอนนั้นเราไปเช่าหออยู่กับเมทหญิง
ที่เป็นเพื่อนสมัยมัธยม เป็นคนที่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว . .
อยู่ด้วยกันได้ปีเดียว พอปีสองเลยตัดสินใจแยกย้าย
ออกไปอยู่ของใครของมัน เราอยู่คนเดียวก็ชีลหนักเลยทีนี้
นอนดึก หกโมงเช้าขับรถไปซื้อผักแม็คโครฯก็มี ทั้งๆที่หอพักเนี่ยะ
ห่างจาก มอเราตั้งเก้ากิโลฯ แต่ก็บ่ยั่น นอนกี่โมงก็ได้ ตื่นกี่โมงก็ได้
เราเคยติดเกมซิมแบบเล่นตั้งแต่ดึกยันเช้า แบบที่แจ้งคาตา
เช้ามาลุกสะบัดๆ กระโปรงนักศึกษาใส่ไปเรียนไรแบบนั้น 55+
บ้าบอ เคยมีของที่อยากได้ ใช้เงินรายเดือนจนหมด
แล้วกินฮอทดอกสองไม้ตอนกลางวันเป็นมื้ออาหาร 

ตอนปี 2 เราโดนเพื่อนแบน เป็นการแบนที่แรงมากที่สุดในชีวิต
แต่เรา . . ท่องไว้อย่างเดียวคือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นตูก็จะอยู่ที่นี่นี่ล่ะ
จะไม่ยอมเอ็นทร้านซิ่วไปอยู่ที่อื่นเด็ดขาด มันก็เกิดเรื่องมากมาย
เด็กมหาลัยในวัยว้าวุ่น ช่วงนั้นนี่เปิดเสียงของท่านพุทธทาสภิกขุ
"การออกจากความทุกข์" ฟังทุกคืน สลับกับกินเบียร์สามขวดรวดก่อนอน
อยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ให้มันเมา ให้มันหลับ ให้มันไม่คิดไปวันๆ
 ตูนี่ก็แม่มโคตรจะคอนทราส 555+


และ ความเละเทะ อันน่าหลงใหลนี้ . .
มันกลับมาหาเราอีกครั้งก็ตอนที่
แม่ไม่อยู่บ้านหนึ่งเดือนนี้ล่ะ บันเทิง!



อย่างไรก็ตาม . . พอมานั่งนึกเรื่องพวกนั้น
มันกลับทำให้เราค้นพบความจริงที่ว่า . . ไม่ว่าชีวิต
จะถูกทำให้เดินไปในทิศทางไหน จะสงบสุขหรือเละเทะ
ไปขนาดไหนก็ตาม . . ถ้าเราทำตัวเองให้เบาได้นิ่งได้
ชีวิตเราจะสุขสงบไปเองในแบบที่สถานการณ์โลก
ใดใดก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบต่อตัวเราได้เลย
สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่พลังงานในตัวเราจริงๆ


ถ้าเราไม่ทำตัวเรา . .ให้ไหลไหวเอน
ไปกับคนรอบข้าง เราก็สงบได้

ถ้าเราไม่เอาตัวเรา ไม่เอาความสุขของเรา
ไปผูกติด ยึดติดกับปฎิกิริยา กับความคิดของคนรอบข้าง
มันก็จะไม่มีเรื่องอะไรมาทำให้ใจเราทุกข์ได้!



การทำตัวเละเทะในเดือนนี้ มันทำให้เราย้อนคิด
ถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเรา และค้นพบว่า
เราจะไม่ทุกข์เลย ถ้าเรารักษาพลังงานของตัวเราให้ดี
ไม่ว่าโลกจะดำเนินไปในทิศทางไหน ไม่ว่าคนรอบข้าง
จะปฎิบัติกับเราอย่างไร เราก็จะสุขและเบาได้ในระดับที่คงที่
 สุขหรือทุกข์ ไม่ได้อยู่ที่ใคร มันอยู่ที่ใจเราล้วนๆ!



ดังนั้น . . ถ้าเรารู้สึกว่าใจเราแกว่ง หรือมีเหตุการณ์อะไร
ที่มันเข้ามากระทบกับตัวเราใจเรา ขอแค่เรารู้ตัว . .
ว่า ณ เวลานั้นเรารู้สึกกับมันยังไง รู้ว่าอะไร
ที่มันมากระทบเรา เราก็จะตัดมันออกได้ในทันที

นั่นเป็นเพราะว่า . .
เราได้เรียนรู้มาก่อนหน้านี้แล้วไง ว่าการเอาตัวเอง
ไปจมกับสิ่งนั้น มันจะยิ่งทำให้ทุกข์ มันยิ่งทำให้
พลังงานของเราทำให้ความถี่ของเราถูกดึงต่ำลง



ย้ำ!! สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต
จึงไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราทำอะไร ไม่ได้เกี่ยวกับว่า
ใครจะคิดอะไรกับเรา ทุกอย่างไม่สำคัญเลย


จำไว้อย่างเดียว คือ เราต้องดึงพลังงานตัวเอง
กลับมาให้อยู่ในช่วงความถี่บนๆให้ได้ ทำใจให้เบาให้ได้
ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องอะไร ถ้าเราทำใจเบาได้ ทุกอย่าง
ที่อยู่รอบข้างรอบตัวเรา มันจะถูกปรับพลังงาน
ให้สอดคล้องไปกับพลังงานในตัวของเราได้เอง





ความทุกข์ ความเละเทะของชีวิต . . .
คิดในอีกมุมมันก็เปรียบดังของขวัญที่ถูกส่งมาให้เราเรียนรู้
กับ Shadow Work ในตัวเราเอง . . ทำให้เราได้กลับมามอง
เงามืดในตัวเราเหล่านั้น ด้วยความเข้าใจ พอเราเข้าใจและยอมรับ
ยอมรับกับตัวเองว่า การที่เราเลือกที่จะอยู่ในโหมดเละเทะเนี่ยะ
มันเพราะอะไร เรากำลังเยียวยาปมอะไรในตัวเองอยู่ พอเรายอมรับได้
เราจะยิ่งเข้าใจธรรมชาติของตัวเราเองมากยิ่งขึ้นไปอีก เราจะอ่อนโยน
กับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ความเข้าใจตัวเองนี้แหละที่จะเป็นการเยียวยาเบื้องลึก
เป็นการเติมพลังการรักตัวเอง อัพขีดพลัง Self Love จนเต็มโดยไม่รู้ตัว!



ค้นพบ  >> ทำความเข้าใจ >> เยียวยา


ทำแค่สามขั้นตอนนี้ . . เราก็สามารถก้าวผ่านความทุกข์
ที่เคยเกิดขึ้นในใจเราได้ ไม่ว่ามันจะเคยเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยไหนก็ตาม
แค่ทำสามขั้นตอนนี้ เราก็จะ Move On ไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม




เรียนรู้ . . ที่จะตัดจบพลังงาน  จริงๆนะ
เรามานั่งคิดดูทำไมแต่ก่อนเราช่างเป็นคนที่โง่เขลาขนาดนี้นะ
คิดถึงตอนที่ตัวเองมานั่งอกหักจมน้ำตา มาทำงานไม่ได้
เอาแต่นอนมองผ้าม่าน ตลกมาก . . แต่คิดไปคิดมาถ้าเรา
ไม่อ่อนด้อยแบบนั้น ถ้าเราไม่เคยทุกข์สุดๆมาก่อนแบบนั้น 
เราก็คงจะไม่ได้เรียนรู้ว่าต้องทำยังไง ให้ตัวเองก้าวผ่านมันไปได้
ถ้าไม่เคยทุกข์มาก่อนก็คงไม่รู้ว่า "ความสุขสงบเบาสบาย" มันเป็นยังไง
ถ้าไม่เคยเอาตัวเองไปยึดติดกลับคนอื่นมาก่อน . . ก็คงไม่รู้ว่า
การดึงพลังงานออกมาโฟกัสตัวเองได้จริงๆนั้น เป็นอะไรที่ล้ำค่าแค่ไหน
พอคิดได้แบบนั้น . . อีโมเม้นที่อกหักแล้วไปขนผ้ามาซักมารีดให้หมดตู้
อะไรแบบนั้น มันเลยไม่ดูแย่ เลยเป็นเรื่องที่น่าเอ็นดูวไปเลย 
เอ็นดูวตัวเองมากก กว่าจะมาเป็นฉันในทุกวันนี้ . .
ก็ต้องถูกตัวเอง เตะตีถีบทุบ มามากมาย 555+



ต้องขอบคุณมิตรภาพมากมายหลากหลายที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ
แม้ว่า . . จุดจบในความสัมพันธ์แต่ละช่วงแต่ละตอน อาจจะมีทั้งดีและไม่ดี
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไง๊ยังไง เราก็อยากจะบอกขอบคุณพวกเขาอีกล้านๆรอบ
ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น . . มันเหมือนเราได้ดูซีรี่ย์จบไปเป็นเรื่องๆเป็นตอนๆไป
 ทุกตัวแสดง พวกเขาล้วนต้องเสียสละวันเวลาในชีวิตมาเพื่อเราทั้งนั้น
ขอบคุณที่เสียสละ . . หนังชีวิตทุกเรื่องที่เราเคยได้ไปร่วมแสดงนั้น
มันสอนบทเรียนล้ำค่าให้เราได้เติบโตมาเป็นตัวเรา
ที่แข็งแกร่งสุดๆ ณ เวลานี้ ณ ปัจจุบันนี้ จริงๆ 


การตื่นรู้ไม่ง่าย ล้วนต้องใช้ใจลงไปเล่น
"ซาบซึ้งจัง" ขอบคุณทุกคนนะคะ 127



ผลงานจากการทำ Shadow Work นี้มันดีจริงๆ มันทำให้เรา
เข้าใจตัวเองชัดขึ้น ลึกขึ้น ทำให้เราขุดเอาแผลที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตเรา
ออกมา เรียนรู้และทำความเข้าใจกับมันใหม่ เรียนรู้เงามืดของตัวเอง
ด้วยความเข้าใจ จนสุดท้ายก็เบาสบายไปได้เอง  ไม่ถูก trigger ง่ายๆด้วย
เวลามีอะไรมากระทบก็จะรู้สึกตัวไวขึ้นด้วย ตัดจบพลังงานได้ไวสุดยอด 
ทำให้เรากลับมารักและอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว . .ดี๊ดีย์



ว่าแต่ . . มันกลายมาเป็นเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ยะ
กะว่าจะเขียนเรื่องเละเทะเบาๆ ลงรูปว่าเราไปทำอะไรมาบ้างแท้ๆ
มันกลายมาเป็นโหมดตื่นรู้ไปซะแล้ว แบบ งงๆ ดังนั้น
ขอย้ายกรุ๊ปนะค้า ขอบคุณ คุณหอมกร ที่มาส่งกำลังใจนะค้า102 141
แต่ชื่อหายไม่ต้องตกใจ เค้าแอบย้ายกลุ่ม วันนี้มาเม้านิดนึงพอ ..



ขอบคุณเพื่อนๆ Bloggang ทุกคนที่แวะมาทักทาย
และส่งกำลังใจนะคะ ม๊วฟๆๆ ไปจิงๆละ . . 54 105



บั น ทึ ก    D i a r y    โ ด ย ตั ว ห น อ น กิ๊ ว ๆ



Create Date : 11 มีนาคม 2569
Last Update : 12 มีนาคม 2569 12:14:05 น.
Counter : 114 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณmultiple, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณกะริโตะคุง, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtoor36, คุณhaiku


nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]



Group Blog
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มีนาคม 2569

1
3
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
11 มีนาคม 2569
All Blog
MY VIP Friends