| |
|||||
รียูเนียน(กับตัวเอง) ![]() บทเรียนที่ได้จากการได้รู้จักความสัมพันธ์ ที่มีชื่อว่า "ทวินเฟรม" คือ การได้เรียนรู้ ว่าการรียูเนียนที่มีคุณค่าที่สุด ก็คือ การรียูเนียนกับตัวของเราเอง การรักคนผู้หนึ่งอย่างไร้เงื่อนไขนั้น เริ่มจาก.. รักตัวเองอย่างไร้เงื่อนไขให้ได้ก่อน.. พุดน่ะมันง่าย แต่จะทำได้จริงๆนั้นต้องใช้เวลา การจะรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้จริงๆต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง เรียนรู้ที่จะเคลียร์แผลเก่าที่เคยเกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้ตัวเอง ได้ฝึกให้ตัวเรานั้นพร้อมรับบทเรียนใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น.. "รักตัวเองอย่างไร้เงื่อนไข" คำนี้พูดง่าย แต่ทำได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่อง ล่าสุดเราเพิ่งเข้าใจกับประโยคนี้จริงๆ เพิ่งได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้ ว่าการรู้คุณค่าในตัวเราเองจริงๆ เริ่มจากการที่เราคิดแต่สิ่งดีๆให้กับตัวเองทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเราเองให้ได้ทีล่ะนิดๆ วันละนิด วันล่ะนิด การทำสิ่งดีให้ตัวเอง จะเป็นการเพิ่มพลังการรักตัวเองของเรา ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยก็ตาม แต่พลังเหล่านี้ มีค่ามหาศาลนัก.. เพราะมันจะคอยหล่อเลี้ยง ให้ตัวของเราเห็นค่าความเป็นตัวเราเพิ่มขึ้นทุกวัน.. ![]() และ พอเราเห็นค่าของตัวเราเองแล้ว เราจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายตัวเราได้เลย นั่นเพราะ . . เราดูแลตัวเองมาอย่างดีมาก เราประคบประหงมกายและใจของเรามาอย่างดี เราจึงรู้คุณค่า เราจึงภูมิใจในตัวเอง คิดดีกับตัวเอง เห็นถึงสิ่งมีค่าที่ตัวเรามีอยู่ ณ เวลาปัจจุบัน ดังนั้น . . แม้เราจะใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เราก็จะมีความสุขได้ และพอใจกับสิ่งที่เรามี! ![]() เราจะเข้าใจได้ว่า . . คนที่เราไปเกี่ยวข้องด้วย คนรอบข้างมากมาย ทุกความสัมพันธ์ มากมายหลายสถานะ ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา พวกเขาเหล่านั้นล้วนเกิดมา เพื่อเรียนรู้บทเรียนชีวิตสำหรับตัวของพวกเขา เราจะเข้าใจได้ . . ว่าการที่เราเข้าไปเป็นตัวละครหนึ่ง ในชีวิตของพวกเขานั้น ก็เพื่อสอนบทเรียนหนึ่งให้ ดังนั้น พอคิดสลับมุมกันแล้ว . . จึงระลึกรู้ได้ทันทีว่า การที่พวกเขาเข้ามาในชีวิตเราก็เพื่อเสียสละตน มาร่วมแสดงเป็นตัวละครหนึ่งเช่นเดียวกัน พวกเราล้วนเข้ามาสะท้อนบทเรียนใดบทเรียนหนึ่ง ให้กันและกันเท่านั้น มันจึงไม่มีใครเป็นผู้ถูกทำร้าย และไม่มีใครเป็นผู้ถูกกระทำ . . ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสมมุติ . . โลกนี้คือโรงละคร และเรามีหน้าที่เล่น เล่น เรียนรู้ เข้าใจ สละทิ้ง . . "ชีวิตมีจังหวะเวลาของมัน" ในช่วงที่เศร้าอย่างถึงที่สุด จึงไม่ต้องมานั่งให้ทุกข์ระทม ให้เวลามันจมไปกับความเศร้า อย่างสูญเปล่าอีกแล้ว . . เวลาเป็นสิ่งมีค่าเรียนรู้ที่จะใช้มันให้ดี ![]() ช่วงนี้เรามีความตื่นเต้นอย่างยิ่ง ตื่นเต้นที่ได้รู้ว่า การสร้างความรู้สึกดีให้กับตัวเราเองวันละนิดๆเนี่ยะ มันเป็นอะไรที่มีค่ามาก เพราะมันทำให้เรามีความรักตัวเอง มากเพิ่มขึ้นทุกวันเลย และความรู้สึกนี้มันสะสมกันได้ การตั้งใจทำบางสิ่งที่เราอยากจะทำแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย ทำให้มันเสร็จ ก็เป็นการเพิ่มพลังรัก(ตัวเอง)อย่างหนึ่ง การปล่อยให้ตัวเองได้พัก . . ทั้งที่สมองยังสั่งการว่า ยังมีสิ่งต้องทำอีกมากมาย แต่ร่างกายร้องว่าต้องพักแล้ว "เราก็พัก" การเลือกที่จะพัก เลือกที่จะทำตามใจของเรา การเลือกตัวเองในกรณีนี้ . . ก็เป็นการรักตัวเองอีกเช่นกัน สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ มันช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นว่า การที่เราตัดสินใจเลือกตัวเอง มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะ . . พอเราได้พัก ตื่นเช้ามาเราก็สดใส มีแรงในการทำสิ่งต่างๆ มากมาย เช้านี้ . . เราตื่นตีสี่ ลุกขึ้นมาตัดคลิป แม้ช่วงนี้จะตัดคลิปได้ไม่เยอะเท่าอย่างที่ใจหวัง แต่เราก็ไม่คิดที่จะหยุดทำ การส่งพลังบวกออกไป มันเป็นเหมือน การออกกำลังกายทางใจ ตัดคลิปเสร็จเข้าครัว ทำกับข้าว ได้สามเมนู เข้าห้องน้ำไปเก็บอึ๊แมวสามกระบะ อาบน้ำแต่งตัว มาถึงที่ทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงยี่สิบ ด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน โอ้ววววว . . นี่ช่างเป็นความรู้สึกที่ดี ![]() การเรียนรู้ที่จะรักษาพลังงานของตัวเราให้ดี เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไปๆ มาๆ สำคัญกว่าการหาเงินซะอีก ไม่เถียง . . ว่าเรื่องเงินมันก็สำคัญ แต่ถ้าเรามีเงินแล้ว ใจเราหงุดหงิดงุ่นง่านทุกวัน มันจะมีประโยชน์อะไร เงิน คือ พลังงานเบา . . แรกไม่ค่อยเข้าใจ แต่หลังๆมานี้ พอจะอนุมานในใจได้ว่า ไม่ว่าจะมีเท่าไร จะมากหรือน้อย แต่ถ้าเราพอใจในสิ่งที่เรามีได้ เราก็จะเบาได้ เราจะมีความสุขได้ ในปริมาณเงินที่เรามี . . แม้มีเงินน้อย แต่ถ้าเรากินข้าวไข่เจียว อยู่บ้านก็มีความสุขได้แล้ว เราก็จะไม่มีความรู้สีกอยากได้อะไร เราจะไม่ขาด . . การปรับพลังงานตัวเองให้ไม่ขาดได้ (ไม่ว่าเรื่องอะไร)ล้วนเป็นสิ่งที่ดี ![]() ความรักก็เช่นกัน . . เมื่อเราเข้าใจถึงหลักการ ว่าทุกคนล้วนลงมาเล่น ลงมาเรียนรู้ในบทเรียนของพวกเขา เราก็จะไม่โหยหาความรักอีกต่อไป . . ไม่โหยหา ไม่คาดหวัง ไม่เหนื่อย เพราะเราจะไม่ต้องวิ่งตามใครอีกแล้ว เราจะเชื่อในจังหวะชีวิต เชื่อในกฎของแรงดึงดูด เชื่อมั่นในจักรวาล พอเราเชื่อมั่นแล้ว เราจะวางใจ พอเราวางใจแล้ว เราก็จะขยันมากขึ้นไปได้เอง . . ขยันอะไร? . . ก็ขยันในการเรียนรู้บทเรียนชีวิต ของตัวเราเองไง ขยันที่จะปรับพลังงานของตัวเองให้มันดีขึ้น แน่นอนว่า ความโลภ โกรธ หลง ยังมีเหมือนเดิม ไม่แปลก แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ เราจะเข้าใจมันมากขึ้น . . ล่าสุดมีบทเรียนใหม่มาให้ทดสอบเราอีกแล้ว เป็น บทเรียนของความโกรธ เราขายรถไปตั้งแต่ กลางตุลาคมปีที่แล้ว แต่ดันมีจดหมายแจ้งค่าปรับ M Flow มา 4 ฉบับที่บ้านต่างจังหวัด ซึ่งถ้าเราไม่ให้น้าเราไปเอา จดหมายแจ้งเลขภาษีแม่ มาให้เราเพราะต้องยื่นภาษี เราจะไม่เห็นเลยว่ามันมีแจ้งปรับมา พอรู้เราปริ๊ดขึ้นมาเลย แชทไปหาเซลล์บอกว่า . . การพี่ที่เลือกที่จะเทิร์นรถ ในราคาต่ำในกับศูนย์ ก็เพื่อเลี่ยงปัญหาพวกนี้ แล้วนี่อะไร ถ้ามีคนเอารถพี่ไปชนคนแล้วหนี หรือไปขนยาจะทำยังไง โกรธอยู่เกือบสิบนาทีได้ อยากปริ๊ดต่อ แต่ดันรู้ตัวก่อน . . โกรธไปทำไม โกรธไปเพื่ออะไร . . คนที่เขาทำให้เราโกรธ เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะถ้ารู้สึกเขาจะไม่ทำ และการที่เราปล่อยให้ตัวเอง โกรธอยู่นี่มันเป็นอะไรที่โง่มาก . . ยิ่งโกรธพลังงานยิ่งตก พอพลังงานตก ยิ่งจะดึงดูดสิ่งแย่ๆ เข้ามา หนังหน้าก็จะยิ่งแก่ด้วย โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า หนึ่งนาทีพอทน แต่สิบนาทีนี่พอเลย ![]() หยุดคิด หยุดจินตนาการถึงสิ่งร้ายๆ ที่ยังมาไม่ถึง มันยังไม่เกิดขึ้น อย่าไปดึงดูดมันเข้ามา กลับบ้าน ไป สน. ลงบันทึกไว้ก่อนเลย คุยกับเซลล์บอกเค้าว่า ให้เวลา 7 วัน ถ้ายังไม่เปลี่ยนชื่อ พี่จะไปอายัติเลขทะเบียนนะคะ ซึ่งก็ไม่ได้ใจดีอะไร เพียงแต่ว่าอาทิตย์นี้เรางานยุ่งมาก(เพิ่งว่างวันนี้) เราเลยยังไม่มีเวลาลางานออกไปทำกิจอะไร เลยให้เวลาเค้าไปแบบนั้น อีกวันเซลล์ส่งสลิปมาให้ว่าเค้าจ่ายค่าปรับแล้ว เข้าเอ็มโฟลว ไปสี่ครั้งถ้วนตั้งแต่เดือนกุมภาฯ ค่าปรับสิบเท่ายอดพุ่งไปสี่พันกว่าบาท เรามานั่งคิดว่า . . บทเรียนนี้ถูกส่งมาเพื่อเรียนรู้อะไร เราตะหงิดใจอยู่แล้ว อาทิตย์ก่อนคลิปเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เด้งมามาอยู่นั่นแหละ ให้ฟังบทเรียนเกี่ยวกับความโกรธเรายังว่า ช่วงนี้เราออกจะเบาสลาย คนอย่างเราจะไปโกรธใครได้ นี่ไง . . ไม่นาน ได้เรื่องเลย 55+ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ . . ทำให้เรากลับมานั่งนึก . . นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดก่อนหน้านี้ . . ![]() คือเราอ่ะ . . เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้มากๆ เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก เราเป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร ก่อนหน้านี้ เราเคยเอารถมาที่ทำงาน มันเป็นวันเสาร์ทำงาน แล้วเราต้องเอารถขึ้นช่องเก็บรถ ตอนถอยรถออกมาจากชั้น เราดันถอยไปชนกับรถจักรยานยนต์ของน้องอีกบริษัทนึง เราขอโทษเค้าแต่เค้าพูดไม่ดีมาก เราสองคนเลย สาดคำพูดไม่ดีใส่กัน มันทำให้เรารู้สึกหนักหัวมาก อึดอัดที่สุด คือน้องเค้าไม่ยอมให้เราเรียกประกัน เพราะรถเค้าปลอมทะเบียน และไม่มีประกัน แต่ . . เราต้องยอมเค้าหรอ แล้วเราจะ ทำประกันรถไว้ทำไม ถ้าพอถึงเวลาแล้วเราเรียกใช้ไม่ได้อ่ะ การที่เราต้องเอาหลักของเหตุผลมาเถียงกับคนไม่มีเหตุผล เป็นอะไรที่เราไม่ชอบเลย เราร้องไห้ จากนั้นก็ร่ำร้องเรียกหา ใครสักคนที่เข้าใจเรา ณ เวลานั้น ซึ่งมันไม่มี . . ทีนี้เราก็เลย ร้องไห้หนักเลย ไปๆมาๆ เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าร้องไห้เรื่องอะไร 55+ เหตุการณ์ในครั้งนี้ มันทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย และมันตลกมาก คือ มันรู้สึกเอ็นดูวกับความอ่อนด้อย ของตัวเอง ณ เวลานั้น . . คือ ถ้าเราได้เรียนรู้หลักในการ ใช้พลังงานเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดนั้นเลย . . เราจะไม่พยายามเรียกหาให้ใครมาเป็นฐานชาร์จ แบตเตอ์รี่ชีวิตให้เราแล้ว เพราะ . . จะหาใครไปทำไม ในเมื่อเราชาร์จแบตให้ตัวเองได้ การที่เราเอาตัวเองไปผูกติด กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรามันยิ่งทำให้เราทุกข์! ![]() สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือบทเรียน เป็นบทเรียนที่ถูกส่งมาเพื่อเคลียร์ปมเก่า ซึ่งพอเราเรียนรู้และทำความเข้าใจกับมันได้ รู้แล้ววางแล้ว เราจึงเบาสบายมากขึ้น . . ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ มันทำให้เรารู้ว่า อีนี่ลืมต่อทะเบียนรถมอไซค์ เนื่องจากปีที่แล้ว มันลืมและมาต่อในเดือนมีนา ก็เลยคิดว่าปีนี้ จะน่าจะมีนาอีก ใดใดคือ มันควรต่อตั้งแต่ พย. ไง เหอๆ ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ก็อาจจะไม่รู้ตัวง่ายๆ พึงหาข้อดีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น . . การใช้ชีวิตโดยยึดหลักการปรับพลังงาน ของตัวเราเองเป็นหลัก จึงเป็นสิ่งที่ดี เราจะเป็นมิตรกับตัวเองทุกวินาที . . เราจะเลิกโทษตัวเองโอเวอร์เกินจริง เวลาเราทำอะไรผิดสักอย่าง แต่เรา จะมองหาสิ่งที่เราต้องเรียนรู้จากมันแทน เราจะไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นลบ เพราะเรารู้แล้วว่า..มันไม่ช่วยอะไร ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เราจะเลิกคาดหวังกับคนรอบข้าง และหันไปโฟกัสแต่สิ่ง ที่ทำให้พลังชีวิตเราเติบโตแทน คิดแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเองในทุกๆวัน ตื่นมาก็คิดแล้วว่าวันนี้เราจะทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเราเองดี ซึ่งมันดีมากเลย มันทำให้ชีวิตเราดูมีคุณค่าขึ้นเยอะ เป็นคุณค่าที่ไม่ได้วัดโดยใครหรืออะไร เป็นความภูมิใจส่วนตัว ที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อเพิ่มพลังกายใจให้กับตัวเราเอง และนี่คือการเสริมสร้างพัฒนาพลังในการรักตัวเองของเรา ค่อยๆ ทำไป ค่อยๆ เติมพลังรักตัวเองนี้ ให้ตัวเราเองวันละนิด เติมให้มันเต็มไปเรื่อยๆ เติมมันเข้าไปทุกวัน ถ้าเราขยันพอ วันนึงเราจะกลายเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และพร้อมจะมอบความรักอันเต็มปริ่มของเรานี้ ให้กับคนรอบข้าง ให้กับคนที่เรารักได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ![]() คุรุเรนดอมฯ บอกว่า . . ช่วงนี้ให้เราจดความฝันไว้ เพราะเราอาจจะได้ Sign บางอย่างจากความฝัน แต่ . . ก่อนหน้านี้เราป่วยนิดหน่อย นั่งสมาธิทีไรหลับทุกที เราเลยคิดว่า Sign ความฝันอาจจะยังไม่ช่วยอะไรเรา วันก่อน เปิดแอร์นั่งสมาธิอยู่ชั้นล่าง โงก แม่หันมาหัวเราะใหญ่ งืออออ . . ยังดีที่ป่วยไม่นาน การอาบน้ำแล้วขอพลังพระแม่ธรณี ช่วยกราวดิ้งทุกวันช่วยได้เยอะจริงๆ . . แต่เราก็ฝันนะ . . วันก่อนเราฝันว่า เราและคณะ(ใครก็ไม่รู้) นั่งรถที่มันเป็นคล้ายๆรถโดยสารสมัยก่อน เป็นรถโดยสารที่มีที่นั่งสามแถว(ซ้ายขาวและตรงกลาง) ด้านหลังเปิดโล่ง มีหลังขาด้านข้างมันขนาบด้วยแผ่นไม้ใหญ่ๆ ในฝันเรากำลังนั่งอยู่บนรถที่ว่า รถกำลังวิ่งบนถนน สองข้างเต็มไปด้วยต้นไม้กำลังผลัดใบ มันคล้ายๆ ต้นสัก เพราะข้างทางมันดูเต็มไปดว้ยใบสักสีน้ำตาลไปหมด และเรายังไม่ทันทำอะไร รถโดยสารที่ว่า ก็พลิกคว่ำพุ่งไป ข้างทางเข้าไปในดงสัก และเราก็ตื่น 555+ แล้วเราจะได้ไซน์อะไรจากฝันนี้ล่ะหนอ . . แต่ว่าตอนนี้ก็หายป่วยแล้วนะ ทอนซินไม่บวมแล้ว อีกวันเราก็ไม่ต้องกินอะมอกซิคราฟแล้ว พลังเรากลับมาแล้ว (บางส่วน) คิดว่าหลังจากนี้ต้องกลับมาจัดระเบียบชีวิตจริงจัง อีกสักครั้งแล้วล่ะ Slow Life มันชีลดี แต่จะทำทั้งปีก็ไม่น่าไหว 555555555555+ เอาล่ะ โม้มาถึงบรรทัดนี้ น่าจะถึงเวลา ที่ควรบอกลากันแล้ว ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกๆคนที่มาส่งกำลังใจนะคะ เจอกันใหม่บล็อกหน้านะคะ . . เลิฟๆ ไปจริงๆ แล้วค่ะ บั๊บบายน๊าา ป อ ล อ . ยั ง ไม่ ไ ด้ ต ร ว จ ค ำ ผิ ด น ะ ค รั้ ช :) บั น ทึ ก D a i r y โ ด ย ตั ว ห น อ น กิ๊ ว ๆ
|
nonnoiGiwGiw
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]![]() All Blog
Link |
||||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||||












ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [
























