| |
|||||
ชีวิตฉัน 05_2026 ![]() ชีวิตเราเปลี่ยนไป . . ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว . . ถ้าเราไม่เอาความสนใจของเราไปโฟกัสที่วันเวลา เราก็จะรู้สึกว่าเวลานาทีทุกวันนี้มันผ่านไปไวมากๆ เผลอแพร่บเดียวก็ผ่านไปอีกหนึ่งปีแล้ว ช่วงต้นปีที่แล้ว . . เราได้เรียนรู้บทเรียนชีวิต บทเรียนหนึ่ง มันเป็นบทเรียนเกี่ยวกับ ความไว้ใจ ความเชื่อใจ ความมั่นใจ เป็นความเชื่อมั่นในการดูคนของตัวเราเอง ซึ่งเราเชื่อว่าเราอายุก็ไม่น้อยแล้ว ผ่านอะไรมาก็มาก มั่นใจอยู่พอสมควร ว่าตัวเองเป็นที่ดูคนเป็น พอประมาณ แต่. . ไอ้บทเรียนนี้แหละที่ทำ ให้ความเชื่อนี้ของเราพังทลาย 555+ เมื่อเราพบว่าคนที่เรารู้สึกไว้ใจ เชือ่ใจเค้ามาก สุดท้าย.. เค้ากลับไม่ได้เป็นไปในแบบที่เราคิด มันเป็นไปได้ยังไง มันทำให้เราเสียสูญไปเลย . . หมายถึงความเชื่อมั่นในตัวเองอะนะ เรื่องที่เกิดนี้ ทำให้เราได้กลับมาทำความเข้าใจ กับตัวเองซะใหม่ มาเรียนรู้อีกด้านของตัวเอง มันทำให้เรารู้ว่า . . การที่เรามองคนผิด มันก็ไม่เชิงเรียกสิ่งนี้ว่า "ความพ่ายแพ้" จริงๆ บทเรียนที่เกิดขึ้นในชีวิตมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้างกับอายุเลย และไม่ว่าจะแก่แค่ไหน อายุบมากแค่ไหน เราก็สามารถผิดพลาดกันได้ ไม่แปลก . . ชีวิตที่ได้เรียนรู้สิดี มันถึงติบโตได้ เป็นการเติบโต ทางจิตวิญญาณ ความคิดนี้ มันทำให้เราไม่โกรธเกลียดใครเลย มันทำให้เรามองผู้คนด้วยความเข้าใจมากขึ้น มองว่าพวกเค้า คนทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้ ต่างคนก็ต่างมีบทเรียนกรรมของตัวเอง สัตว์โลกย่อมดำเนินไปตามกรรมของตัวเองเป็นธรรมดา จงขอบคุณพวกเขาเถอะที่เสียสละเวลาอันมีค่า มาสอนบทเรียนให้กับเรา! และไอ้การที่เราขาดความเชื่อมั่นในการดูคนไปแล้วนี้แหละ เราให้เราไปโหลด App แชท ปัดซ้ายปัดขวามาอีกรอบ แบบฉันนี่อยากรู้จริงๆ ว่า.. ฉันมันดูคนไม่เป็นจริงๆ หรือวะ ไรแบบนั้น . . อยากจะได้ สักสองสามเคสสต๊าดดี้ เพื่อพิสูจน์ ความเชื่อมั่น . . แต่ที่มันตลกก็คือ คุยไปๆ ดันเจอแต่มิจจี้ แล้วคือ . . มิจจี้แต่ละคนคือ ทนความซื่อของฉันไม่ไหวสุดท้าย ก็จะต้องสารภาพมาเองว่า..ตัวเองเป็นมิจจี้อะไรแบบนั้น คือ ตลกมาก ![]() กลางปี . . มันเกิดขึ้นในพฤษภาคม เรารู้จักผู้ชายคนหนึ่ง(จากในแอพนี่แหละ) แล้วเค้าดันเป็นคนที่มาทางสายวิปัสนาเหมือนกัน ซึ่งตอนนั้น เราเพิ่งจะได้เริ่มเส้นทางนี้ ยังมีอะไรที่ไม่รู้อีกมาก อะไรที่เราไม่รู้ เราถามคนรอบข้างไม่มีใครตอบได้ แต่เขาคนนี้ดันตอบได้ .. เราก็เลยชอบคุยกับเขา แต่เขาดูไม่อยากเหมือนเราเท่าไร (ดูเล่นตัวมว๊ากกกก) แต่มันน่าประหลาดใจมากตรงที่แม้ ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ฉันดันโดนผู้คนนี้ปักตะกร้าไปได้ คือไร งงมาก . . แต่สุดท้ายเราก็เลิกคุยกันไป จริงๆ แล้วเราอยากคุยมาก แต่ . . เนื่องด้วยเรารู้จักตัวเองดี ว่า . . ถ้าเรายังมีคอนแทคกับเค้าอยู่ เราก็คงจะทักเค้าไปเรื่อยๆ ซึ่งเค้าก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้างหายไปหลายวันบ้าง มันทำให้เรา . . รู้สึก ควบคุมพลังงานของเราไม่ได้ และจากประสบการณ์ ที่ผ่านมาของเรา เราตั้งใจมุ่งมั่นว่าต่อไปจากนี้ เราจะไม่ยอมเสียคุณค่า ของตัวเราให้ใครอีกแล้ว เราจะกลับมาโฟกัสที่ตัวเราเท่านั้น เราเลยเลือก ที่จะลบคนแทคนี้ไป . . ให้ตัวเองไม่สามารถติดต่อเขาได้ . . เราเลือกที่จะปล่อยทุกอย่างให้มันเป็นไปตามชะตากรรม 5555+ แต่ที่ตลกกว่าเดิมคือ . . หลังจากที่เราไม่ได้คุยกับเค้าเลย ไม่มีอะไรที่ได้ปฎิสัมพันธ์กันเลย เรากลับเอาเค้าออกจากหัวไม่ได้ เหมือนเดิมเลย อย่างกะคนโดนของ . . มันปักตะกร้าฉัน แต่ไม่คิดจะซื้อ ได้ไง . .อยากจะเบิ๊ดกะโหลกนัก แต่คือ . . จากชีวิตของเราก่อนหน้า เราดันสะสมพลังงาน สะสมพลังของการ "ช่างเถอะ" มาเยอะมาก แม้เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้ว(หรือเปล่านะ)เราก็เลย ยังใช้ชีวิตอยู่ได้ ด้วยการโฟกัสที่ตัวเองเหมือนเดิม . . มันก็ไม่ได้ลำบากมากนัก มันก็แค่เราเรียนรู้เรื่องการปรับพลังงาน ภายในของเราเองเยอะหน่อย เรารู้สึกว่ามันเหมือนการปลอกหัวหอม นั่นแหละ . .ถือโอกาสในการลอก "หัวหอมของตัวเอง" ไปในตัว พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส แม้หัวหอมเรายังไม่ใสเท่าที่ควร . . แต่เราก็เชื่อว่ามันก็ใสมันเบากว่าปีก่อนๆเยอะ มันคือบททดสอบ เป็นบททดสอบของการกลับมารักตัวเอง กลับมาเลือกตัวเอง กลับมาเห็นคุณค่าของตัวเราเองให้ได้ก่อน พอเราทำได้แล้ว ก็ถูกส่งไปเล่น Shadow Work 555555+ เออ . . เอาเข้าไป แต่มันก็สนุกดีนะ . . . ทุกบทเรียนที่เราต้องผ่านมันเหมือนการเคลียพลังงานของเรา เคลียร์พื้นที่ว่าง และเพื่อเป็นการดึงพลังที่เราส่งออกข้างนอก กลับมาที่ตัวเราเองให้ได้ . . เราถึงจะหลอมรวมกับตัวเองได้ เพื่อกลายเป็น Oneness เป็นหนึ่งเดียวกับตัวเองอย่างสมดุล กว่าที่เราจะก้าวผ่านความทุกข์มาได้ ปล่อยว่างได้ กว่าจะรักษาพลังงานของตัวเองให้สุขสงบ โล่ง โปร่ง เบาสบายได้ ก็ต้องผ่านการตบตีกับตัวเองพอสมควร แต่เรามองว่ามันเป็น อะไรที่น่ารักดี คือ เรามองพลังงานของตัวเราว่ามันน่ารักดี นี่ไม่เชิงเป็นการชมตัวเอง แต่เราอ่ะ มันเป็นพวกชอบขบถ ในทุกเรื่องที่ถูกสั่งให้ทำ คือจะว่าไงดี ภายนอกของเราอ่ะ มันดูเหมือนจะเป็นคนที่เชื่อฟังนะ แต่ลึกๆ ข้างในแล้วอ่ะ เราเป็นคนที่ดื้อมาก ดื้อเงียบและเราชอบทำอะไรแบบที่ไม่สนโลก เราจะทำอย่างที่เราอยากจะทำก่อน ต้องลองแบบที่ตัวเองคิดว่าใช่ก่อน ต้องลองให้รู้ว่าสิ่งที่ทำเนี่ยะ มันไม่ได้จริงๆ แล้วถึงจะยอมปรับเปลี่ยน เหมือนก้อนดินน้ำมันที่ต้องบีบบี้ให้เละเทะเสียรูปไปซะก่อน ถึงสามารถปั้นออกมาเป็นรูปลักษณ์ที่สวยงามได้ ![]() เราเอ็นดูวความขบถของตัวเองมาก เราว่าพลังนี้ มันเป็นพลังที่ดีกับตัวเรา มันเหมือนเราหลงเสน่ห์ของตัวเอง เป็นเสน่ห์แบบแปลกๆ โดยรวมนิสัยเราก็แปลก แต่ความแปลกนี้ มันก็เป็นพลังของการ "รักตัวเอง" ในรูปแบบนึงของเรา หลังๆ เราเลยไม่ค่อยโทษตัวเองมากนัก เวลาทำอะไรที่มันผิดขั้นตอน เราจะมองว่า .. มันจะต้องมีเหตุสักอย่างให้เราต้องทำสิ่งนี้ หรือมันอาจจะต้องมีบทเรียนอะไรให้เราต้องรู้สักอย่าง เราถึงเลือกที่จะทำสิ่งนี้..และสิ่งที่เราเลือกแล้ว มันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เพราะแม้ว่า..เราจะเสียสิ่งหนึ่งไป แต่เราก็จะได้อีกสิ่งหนึ่งกลับมาทุกรอบ มุมมองความคิดของเราดีขึ้นมาก โดยเฉพาะความคิดในเชิงบวก ไอ้การที่เราเป็นแบบนี้นี่แหละทำให้เราเชื่อมั่นว่า . . คนอย่างเราเนี่ยะ มันจะไม่กลายเป็นคนที่ซึมเศร้าอย่างแน่นอน จากคนเบื่อโลก เบื่อการใช้ชีวิต กลายเป็นคนที่มีอะไรให้อยากทำ มากมายเต็มไปหมด ซึ่งเราก็ชอบอยู่นะ ชีวิตแบบนี้ . . จริงๆนะ พอเราเรียนรู้ที่จะอยู่กับความทุกข์ได้ เราจะรู้เลย ว่าความทุกข์เนี่ยะ . . จริงๆ มันก็ไม่ได้หนักอะไรเท่าไรเลย เพราะทุกอย่างมันก็วนกลับมาที่เรื่องเดิมคือ การปรับพลังงาน รับรู้ . . แต่ไม่รับเอา ปรับพลังงานของตัวเองให้ดี ให้มันกลางๆ ไม่สุขจนพีค ไม่ทุกข์จนดิ่ง มองทุกอย่างตามความเป็นจริงให้ได้ แล้วก็อย่าไปโฟกัสไปยึดติดกับวันเวลามาก ไม่เอาอดีตมาคิดวน ไม่กังวลอนาคต เวลาฟุ้งก็ดึงตัวและใจให้อยู่กับปัจจุบัน แค่นี้ . . ชีวิตมันก็เหมือนถูกปลดล็อกแล้ว เราจะไม่รู้สึกว่า การใช้ชีวิต คือ การเฝ้ารออะไรอีกต่อไป . . เราไม่ต้องรอแล้ว เพราะเราทำมันแล้ว ณ เวลาปัจจุบัน อยากมีความสุข >>ไม่ต้องรอ . . สุขได้เลย อยากโล่งโปร่งเบาสบาย >>ไม่ต้องคิดว่าจะต้องไปหาที่นั่งสมาธิที่ไหน แค่ปรับพลังงานของตัวเราให้อยู่ ณ เวลาปัจจุบันให้ได้ มันก็เบาเอง! ![]() ฝีมือการปรับพลังงานของเราดีขึ้นมาก นี่ไม่ได้คุยนะ เราดีขึ้นจริงๆ 555+ (ไม่ได้คุยเล้ยยยย) คือ เราอาจจะยังไม่เก่ง แต่มันก็ไม่ได้มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดใช่ไม๊ล่ะ เก่งบ้างโง่บ้างอะไรบ้าง สลับกันไป มันก็มีสีสันดี . . เราคิดว่าเราต้องฝึกไปเรื่อยๆ แหละ คนเรามันสามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆที่เราอยากเรียนได้ไปยันแก่นั่นแหละ .. เนี่ยะ . . เราคิดว่า เราใกล้จะผ่านบทเรียนการรอคอยแล้วนะ หรือว่าผ่านแล้วก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจในเปอร์เซ็น แต่เรารู้สึกว่า เรามีความสุขได้ แม้ว่า . . อะไรบางอย่างมันจะไม่เป็นอย่างที่ เราคิดไว้ตั้งแต่แรก บางอย่างอาจจะล้มเหลวไปเลยก็มี แต่เราก็ยังมีความสุขได้ ล้มก็ลุกได้ แบบไม่โทษตัวเอง . . เรื่องผู้คนนั้น คนที่เรายังเอาคเค้าออกจากหัวไม่ได้ หลังๆมีแอบ สับสนอยู๋นิดหน่อยว่า . . ตกลงคนๆ นี้ยังมีตัวตนหรือไม่ หรือเป็นสิ่งที่เรามโนขึ้นมาเอง หรือว่ามันอาจจะเป็นบทเรียนสักอย่าง ที่ถูกส่งมาให้เราเพื่อก้าวผ่าน คือ เราก็พยายามเคลียร์พลังงาน ความสับสนนี้ออกไปอยู่ . . อย่างไรก็ตาม . . ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง เราวางแระ . . วางแทบจะทุกเรื่องแล้วที่มันเข้ามากระทบกับชีวิต อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด . . สิ่งที่สำคัญ คือ "ตัวเรา" โฟกัสที่ตัวเรา โฟกัสในการปรับพลังงาน โฟกัสในการทำสิ่งดีๆ ให้กับตัวเรา . . อะไรที่ทำได้ ทำแล้วชีวิตมันดี . . ก็ทำ อะไรที่ทำไม่ได้ อะไรที่มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเรา แต่ขึ้นอยู่กับคนอื่นที่เรา ไม่สามารถไปคอนโทรลได้ . . เราก็ต้องวาง เราเปลี่ยนใครไม่ได้ เราเปลี่ยนได้แค่ตัวเองเท่านั้น . . ทำสิ่งที่เราทำได้ ใช้สิ่งที่เรามี ให้มันเกิดประโยขน์ให้มากที่สุด อย่าไปคิดคาดหวัง ไม่ว่าเรื่องอะไร แค่ทำวันนี้ให้มันดีในทุกๆวันชีวิตมันก็จะต้องดี นี่แหละคือสิ่งที่แน่นอน! ตัวตนที่มั่นคง . . คือสิ่งที่แน่นอนที่สุด ในความไม่แน่นอนทั้งหลายบนโลกใบนี้ . . และนี่ คือ เราในระยะนี้ . . เลยต้องมาบันทึกไว้ค่ะ ความจริงอยากเขียนยาวกว่านี้ อยากเล่าว่าไปทำอะไรมาบ้าง แต่ว่า . . มันก็หลายเรื่องหลายราวไปหมด ถ้าเล่าแล้วเราต้องพิมพ์ จนเหนื่อยแน่ๆ คนอ่านก็อาจจะต้องมาเหนื่อยอ่านอีก 5555+ เอาแบบสรุปในเชิงพลังงานก็พอ รายละเอียดข้ามไปละกัน เนอะ . . เท่านี้ก่อนนะคะ ขอบคุณทุกคน ที่เข้ามาส่งกำลังใจค่ะ Love นะคะ ปล. รูปปลากรอบอาจไม่ตรงกับเรื่องราว . . แค่อยากเอาความบวมมาอวดเฉยๆ น่ะ ว่าแต่เรื่องนี้ มันเรื่องที่จะเอามาอวดได้หรือวะ เอิ๊กกกกก . . ![]() บั น ทึ ก D i a r y โ ด ย ตั ว ห น อ น กิ๊ ว ๆ
555 นี่แหละประเด็นสำคัญ ที่เป้นตัวต้นเรื่อง ทำให้จิตใจว้าวุ่นไงล้าาา555
ของอาจารย์เต๊ะ ใน shopee ก้ปักตะกร้า ไว้เป็น ร้อย แต่ซื้อจริงไม่เท่าไหร่ วันนี้ ช้อปไปอีก 3 รายการ เติมของ คอมใหม่ทุกวันเลยจ้า 555 ![]() โดย: multiple
|
nonnoiGiwGiw
ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]![]() All Blog
Link |
||||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||||










ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [

























แต่งหน้าเป็นดอกไม้ สวยมากก อิอิ
เม้นท์แบบนี้ได้มั้ย 555
เพราะเรื่อง เวียนหัวมาก แต่ก็อ่านจนจบฃจับใจความได้ว่า
น้องหนอน โดน ปักตะกร้า แต่มันไม่ยอมซื้อ ช่ายม้ายยย 555
คนสายวิปัสสนา ต้องไม่หวั่นไหวเรื่องผู้ชายซี้
ทีหลังไม่เอานะ คุยกับคนแก่ๆธรรมะ ธรรมโห อิติปิโสภัคว่า นะมามิ ดีกว่า เพราะมันจะไม่ทำให้เราหวั่นไหวแน่ๆ 555
บอกแล้วไงว่า ต้องมีความสุขได้ด้วยตัวเอง อย่าหวังไปรอ
ความสุข จากคนอื่น มันไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืนนะจ๊ะ
มิน่าช่วงนี้ ไม่ยอมอัพบล็อกเลย
แล้ว สุขภาพเป็นยังไงบ้างไปเจาะเลือดบ้างเปล่า
ของอาจารย์เต๊ะ ล่าสุดน้ำตาลขึ้นมาเป็น 5.7
เพราะกินหนมปัง +มะม่วง+ ขนมมากก
สงสาร คนขาย ขี่มอไซด์ มาเรียกให้ซื้อหน้าบ้าน
มันเผามั่ง ข้าวโพดต้มบ้าง หนมปลากิมก็มี
ซื้อมันหมดทุกเจ้าเลย 555
อ้อ เรื่องตอบไลนืไวนี่ อาจารย์เต๊ะ ก้ตอบไวนะ
ชมรมแม่บ้านในซอยเดียวกันนี่ ชอบไลนืมาคุยด้วย
ไม่มีให้รอ ตอบไวทันใจทุกคนเลยจ้า
ถ้าบ้านอยู่ใกล้จะไปคุยด้วย แต่เราไม่คุยเรื่องธรรมะด้วยนะ
คุยเรื่องแมวอ้วน แมวคลั่งรัก เรื่องของอร่อยๆได้ เรื่องผลเลือดได้
แต่ห้ามคุยเรื่องธรรมะ ปล่อยคุณก๋า แกคุยไปคนเดียวก็พอแล้ว 555