ตะพาบๆ กม.ที่ 398 "ความสุขในทุกเช้า"


ตะพาบๆ 
กม.ที่ 398 "ความสุขในทุกเช้า"


โ จ ท ย์ โ ด ย พี่   " ก ะ ว่ า ก๋ า "

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)

นิยามที่แท้จริงของความรวย
สำหรับคุณเป็นอย่างไร? 


ถ้าความมั่งคั่งไม่ได้วัดด้วยจำนวนเงินในบัญชี

แต่คือ . .


"จำนวนความสุขสงบที่เกิดขึ้นในทุกเช้า" 

คุณจะออกแบบชีวิตเพื่อให้ "รวย" ทางจิตใจได้อย่างไร? 
เขียนบอกเล่าเรื่องราวในแบบของคุณ
ให้เพื่อนๆได้อ่านกันขออย่าให้หลุดธีมก็พอ












คือ กว่าจะเขียนบล็อกได้ มีความเปลี่ยนเพลงไปเปลี่ยนเพลงมา 55+
พอตีความ
"ความสุขในทุกเช้า" ของพี่ก๋า ก็มีความอยากเขียนบล็อก
อย่างเริงรื่น แบบตื่นมาก็บันเทิงเลย แต่พอ คิดไปถึง . .

"ความมั่งคั่งร่ำรวยทางจิตใจ" ม๊านนนน . . ก็มีความอยากเขียน
ไปในอีกทิศทางหนึ่ง เป็นแนว 
"การตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ"

ความจริงการตื่นรู้มันไม่ใช่พลังวิเศษอะไรเลย
มันแค่การที่เราระลึกรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริงแค่นั้นเอง
อย่างไรก็ตามการตื่นรู้ไม่ใช่แค่รู้ทุกอย่างเพียงอย่างเดียว
แต่คือ . . การที่เรารู้ตัวในทุกขณะและไม่ปล่อยให้ตัวเราเอง
หลงไปกับมัน ไม่ปล่อยให้ตัวเราหลงไปกับเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นจนมันมากระทบต่อจิตใจของเรา 




รู้ว่า “ตอนนี้โกรธ” แต่ระงับได้ก่อนจะกลายเป็นความโกรธ
รู้ว่า “กำลังคิดมาก”  แต่ไม่ปล่อยให้ตัวเราจมไปกับความคิดมากนั้น
รู้ว่าตอนนี้ “กำลังทุกข์”  แต่ปล่อยได้ ไม่ยึด แล้ววางลงได้



อย่างไรก็ตามใช่ว่า คนที่ตื่นรู้แล้วจะไม่ต้องเจ็บปวด จะไม่โกรธ ไม่โมโห
ถ้าเรายังไม่บรรลุ ไอ้อารมณ์พวกนี้ มันก็เกิดขึ้นได้กับทุกคนนั่นแหละ
เพียงแต่ว่า . . เราจะรู้ตัวก่อน และดับมันได้ก่อนที่เราจะปล่อย
ให้ตัวเราหลงไปกับมัน . . ซึ่งมันก็รู้ตัวได้เร็วบ้างช้าบ้าง
ตามแต่สถานการณ์ แต่ไม่เป็นไร เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องของการฝึก
เราจึงต้องฝึกไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะจบชีวิต และถ้ายังไม่สำเร็จ
ก็แค่กลับมาฝึกใหม่ วนไปอยู่แบบนั้น . . 


การใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ มันจึงคล้ายๆ กับการรักษาพลังงาน
ถ้าเรารักษาพลังงานของเราให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป
รักษาใจของเราเอาไว้ ไม่ให้มันจมไปกับความทุกข์ หรือความสุขที่มากเกินไป
เราก็จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างเป็นปกติสุข ซึ่งมันคือ . .
ทางสายกลางที่พระพุทธองค์ของเราเคยบอกเอาไว้นั่นแหละนะ






ความมั่งคั่งร่ำรวยคืออะไร?  |



พอเราใช้ชีวิตมาถึงจุดหนึ่ง เราจะเข้าใจได้ว่า ความมั่งคั่งร่ำรวย
ความ Abundance ที่แท้จริงนั้น . . ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่เรามีเลย
แต่มันขึ้นอยู่กับ "ความเต็มอิ่ม" ที่เรามีจากข้างใน มันเป็นความอิ่มฟู
ที่เกิดขึ้นจากกลางใจของเรา มันเป็นความรู้สึกที่ว่า "ฉันมีพอ"
โดยที่ไม่ต้องมานั่งรอให้โลกมาเติมเต็มให้เราเลย . .

มันเป็นความรู้สึกที่ . . พอใจในสิ่งที่ตัวเรามีและสามารถ
Happy กับมันได้โดยที่ไม่ต้องไปวิ่งตามหรือแสวงหาจากที่ไหน
แบบ . . กินข้าวไข่เจียวอยู่บ้าน เราก็มีความสุขได้โดยไม่ต้อง
ไปตามหาแซลมอนซาซิมิ นอกบ้านอ่ะ (อธิบายให้เห็นภาพอะนะจ๊ะ 55+)




คือ . . นี่เราเขียนบล็อกไปและเราก็ฟังเพลงไปด้วย
กำลังลุ้นอยู่กับตัวเองว่า . . กว่ามันจะเขียนบล็อกจบ
มันจะเปลี่ยนเพลงไปซักกี่เพลงหนอ 555+



ชีวิตในทุกวันนี้ . . มันก็ค่อนข้างจำเจพอสมควร
การทำตัวเองให้สนุกในเรื่องเล็กๆได้จึงเป็นอะไรที่ . .
อธิบายยังไงดีล่ะ . . คือ ถ้าเราใช้ชีวิตของเราให้เหมือน
เป็นเด็กตลอดเวลาได้ เราก็จะสามารถปรับพลังงานของเรา
ให้อยู่ในคลื่นที่เบาสบายได้ โดยที่ไม่ต้องไปตามหาตัวแปรอื่น
เพื่อมาช่วยดึงหรือจูนมันเลย อีกทั้งยังไม่เสียตังค์ซักบาท . .





การใช้ชีวิตให้ดี จึงอยู่ที่ตัวเราเป็นหลัก
มีความทุกข์มากมายบนโลกใบนี้ ถ้าเราเอามันมายึด
เราก็จะมีเรื่องทุกข์ได้ในทุกๆ วันแบบไม่ต้องสรรค์หาเลย
แต่ถ้าเราไม่ยึดล่ะ ถ้าเราไม่แบก ประโยชน์ที่ได้มันก็เกิดกับตัวเราทั้งนั้น
บนโลกใบนี้ มีคนที่จมอยู่กับความทุกข์มากมาย บางคน . . เอาเรื่อง
ของสิบปีที่แล้ว ที่ . . มันผ่านไปนานมากๆ แล้ว มากจน
คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น ปัจจุบัน ไม่มีใครอยู่ในวงจร
ของชีวิตเราแล้ว แต่เราก็ยังสามารถขุดเอาเรื่องเก่าก่อนนั้น
เอามาคิดมากได้ เอามาทุกข์ได้  คนแบบนี้ เป็นอะไรที่น่าสงสารมาก
ซึ่งเราเข้าใจมันดี ทำไมน่ะหรอ . . ก็เพราะเราก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อนไง
ฮ่าาาา . . 117 ( เอ็งจะอวดเพื่ออะไรก๊อนนนนนนน . . )


แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงกับ ความมั่งคั่งร่ำรวยที่ว่าหรอ
จะบอกไม่เกี่ยวก็ไม่ได้ พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะว่า
ไอ้สิ่งที่เรากล่าวมานี้แหละ ที่เป็นบ่อเกิดของความทุกข์
มันคือ "ความขาด" ความขาดที่เราสร้างขึ้นจากภายในของเราเอง
พอเรารู้สึกว่าเราขาด ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เงิน งาน ความรักความสัมพันธ์
เราก็จะแสวงหา ขุดเอาเหตุการณ์ที่มันแสดงถึงความไม่เต็มของเรา
ในแต่ละช่วงเวลามานั่งนึก นั่งคิดอยู่นั่น ว่าทำไมเรื่องพวกนี้ถึงเกิดขึ้นกับเรา
และไอ้นิสัยพวกนี้แหละที่มันยิ่งส่งเสริมความขาดในตัวเราและพอเรา
มีพลังงานความขาดสะสมไว้ในตัวมากๆ สิ่งเหล่านี้มันก็ดึงดูด
คนที่ขาดๆมาเจอกัน . . มันก็ยิ่งพากันขาดเข้าไปใหญ่
มีแต่คนอยากได้ ไม่มีคนอยากให้ ความสัมพันธ์นั้นๆจึงยิ่งพากัน
ลงหนองคลองบึง . . มุดลงไปใต้โคลนตมโดยไม่รู้ตัว
การเติมเต็มตัวเองจากภายในจึงสำคัญ!




ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ . . เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่เรากำลัง
หาสาเหตุของมันอยู่ คือตกเย็นมา เราชอบรู้สึกอกหัก แบบอยู่ดีๆก็ทุกข์
แบบ งงๆ อกหักได้ไง ผู้สักตัวก็ไม่มี 55+ อาการเราคือทั้งห่อเหี่ยว
แต่ก็ขำตัวเองไปด้วย แล้วนะ . .ใน 7 วันมันมีอาการไปแล้ว 2 วัน
กลับมาบ้านเหมือนคนหมดแรง ไม่ทำอะไรเลย อาบน้ำแล้วก็นอนเลย
พอหัวถึงหมอน ตัวสัมผัสเตียงเบาหวิวๆทันทีเลยจร้าา  เจี้ยะ..
นี่คืออะไร อาการอย่างกะคนกล้ามเนื้ออ่อนแรงไงงั้น


แต่ใช่ว่าพอตั้งท่าจะนอนแล้วมันจะหลับได้เลย มันยังไม่หลับ
เราก็เลยหาอะไรฟัง . . แล้วเพลงๆ นี้ก็เด้งมา มันทำให้เรารู้ว่า
เพลงที่เราชอบก่อนหน้านี้ มันไม่ใช่เพลงที่หมอซีร้องเว้ย
มันเป็นเพลงของพลอยคณิตกุล เป็นเพลงในช่อง "ขอบคุณพระเจ้า"
ซึ่งเราคือคนที่นับถือศาสนาพุูทธนะ . . . แต่พอฟังไปฟังมา . .
เรากลับรู้ซึ้งว่า . . ไม่ว่าจะศาสนาไหน มันก็คือหลักการเดียวกันเลย
มันใช้หลักการปรับพลังงานไม่ได้แตกต่างกันเลย ทั้งเรื่องของแรงดึงดูด
ทั้งการยิ่งให้ยิ่งได้ . . มันเป็นกฎของจักรวาล


เมื่อเราปรับพลังงานของเราให้ดีได้เราก็จะเติมเต็มตัวเองจนเต็มได้
เติมความรักให้กับตัวเองจนเต็ม จนมันล้นออกมาข้างนอก
เราจึงจะมีพลังส่งต่อความรักให้กับคนรอบข้างได้  ดังนั้นไม่ว่า
จะศาสนาไหน ขอเพียงเราเข้าใจกับหลัการของมัน เราก็จะไม่มีการมานั่ง
ทะเลาะกันเพราะนับถือศาสดาคนละคนกันเลย . .




ฟังเพลงแนวพระเจ้าไปสี่ห้าเพลง . .ใจมันก็เบา
มันก็วาง มันก็ปลงลงได้ . . ชีวิตก็แค่นี้ . . ถ้าใจมันหนัก
จนเราไม่สามารถปรับพลังงานด้วยตัวเองได้ ก็ไม่ต้องทำอะไร
ไม่ต้องไปบีบคั้นให้มันทำได้ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ . .
ปล่อยมัน วางลง . . แค่อย่าเอามันมาวนอยู่ในหัวก็พอ . .
อย่าเอาเรื่องเดิมๆ มาคิดซ้ำ อย่าทำอะไรแบบนั้นเพราะมันเปลืองเวลา
เอาตัวเองไปนอนสักตื่นหนึ่งยังดีซะกว่า ตื่นมาพลังชีวิตเราก็เต็มขีด
อีกคร้งหนึ่ง แค่นี้ . . เราก็พร้อมสู้ไปกับเรื่องราวใหม่ๆที่มัน
จะเกิดขึ้นในชีวิตของเราได้เอง . . ชีวิตคือการเดินทาง
การเดินทางคือการเรียนรู้ . . เรียนรู้ต่อไป ไม่รู้จบ มันต้อง
เป็นอย่างนั้นแหละ เราถึงจะเติบโตทางจิตวิญญาณได้ . . 




การเติมเต็มตัวเองจากภายใน . . จึงไม่ควรบีบคั้นตัวเองจนมากเกินไป
ไม่กดดัน คาดคั้น หรือตั้งความหวังว่าเราจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
จะต้องทำให้ได้เท่านั้นเท่านี้ . . แต่คือการปล่อยให้ชีวิตไหลไป
ตามจังหวะของมัน เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตตามหลักของความเป็นจริง
เลือกทำแต่สิ่งสิ่งดีๆให้กับตัวเราเอง ให้มันเกิดประโยชน์กับตัวเราเอง
มันถึงจะเป็นการสะสมพลังในการรักตัวเองให้มากขึ้นได้ . .


ยิ่งเราสะสมพลังการรักตัวเองได้มากเท่าไร เราก็จะรู้สึกว่า . .
ตัวเรา "ด้อยค่า"  น้อยลงเท่านั้น . . เราจะไม่รุ้สึกว่าเราด้อยค่าเลย
เพราะเราดูแลตัวเรามาอย่างดี . . แต่สำหรับคนที่ด้อยค่าตัวเองมากนาน
มันอาจจะทำแบบนี้ไม่ได้ในเร็ววันนัก บางวัน . . เราอาจรู้สึกท้อแท้
รู้สึกว่า . . ทำตั้งนาน ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้นเลย ไม่เป็นไรนะ
ค่อยๆ ฮีลไป . . ค่อยๆ สะสมสิ่งดีๆ ต่อไป . . วันหนึ่งเมื่อพลังรัก
ในตัวเรามันมากขึ้น ไอ้ความคิดลบเหล่านี้ มันก็จะหายไปจากสมองเราเอง





ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ
ขอบคุณที่เราได้เกิดมา . . ขอบคุณทุกคนในชีวิต
ที่เดินเข้ามาเพื่อให้เราได้เรียนรู้ ขอบคุณทุกความสัมพันธ์
ที่ช่วยสอนบทเรียนเหล่านั้นให้กับเรา

ขอบคุณ . . ขอบคุณ


"จำนวนความสุขสงบที่เกิดขึ้นในทุกเช้า"

มันจึงเกิดจากที่เราใช้ชีวิตด้วยความขอบคุณ
เราจะเริ่มเห็นได้ทันทีว่า.. ชีวิตเรานั้นมันไม่ได้ขาดอะไรเลย
มันมีแต่จะเพิ่ม “เพิ่มขึ้นๆ” ทีละนิดในทุกๆวัน

และนี่แหละ.. คือการเติมเต็มตัวเราอย่างแท้จริง
เติมเต็มจากการเรียนรู้ เติมเต็มจากทุกบทเรียนที่ผ่านเข้ามา
เติมเต็มจิตวิญญาณของเราให้ค่อยๆตื่นขึ้น

ใครจะรู้ว่า.. ไอ้สิ่งที่เรียบง่ายเหล่านี้
อาจเป็นเหตุผลหลักที่เราตั้งใจเลือก
ลงมาเกิดบนโลกใบนี้ก็ได้นะ . .



แท้จริงแล้ว . . เราอาจจะไม่เคยขาดอะไรเลย
มีแต่ “ได้รับ” อยู่ทุกวันทุกวัน . . คิดได้แบบนี้
เราจึงจะสามารถเติมเต็มตัวเองจากภายในได้อย่างแท้จริง
 128




เขียนไปเขียนมาบล็อกยาวอีกแล้ว พอก่อนนะคะ
ไว้มาเพ้อใหม่ 
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจนะคะ  :> 
เดวแวะมาใส่รูปอีกทีนะ อิอิ ไปละ ไม่อยากบอกว่า
หนีงานมาอัพบล็อกแหละ ฮ่าาาาาา ... 118





บั น ทึ ก ต ะ พ  า บ โ  ด ย   ตั ว  ห น อ น กิ๊ ว ๆ



Create Date : 07 เมษายน 2569
Last Update : 7 เมษายน 2569 18:19:31 น.
Counter : 91 Pageviews.

4 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณ**mp5**, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณmultiple, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน

  
รู้ว่า “ตอนนี้โกรธ” → แต่ระงับได้ก่อนจะกลายเป็นความโกรธ
รู้ว่า “กำลังคิดมาก” → แต่ไม่ปล่อยให้ตัวเราจมไปกับความคิดมากนั้น
รู้ว่าตอนนี้ “กำลังทุกข์” → แต่ปล่อยได้ ไม่ยึด แล้ววางลงได้
.
.
ยอดเยี่ยมเลยครับ

แล้วพี่ก๋าเชื่อว่าเราทุกคน
สามารถ "รู้ความจริง" สิ่งนี้ได้เหมือนกันทุกคน
ต่างกันแค่จะรู้ได้ที่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร เท่านั้นเอง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 เมษายน 2569 เวลา:15:21:19 น.
  
555 มีคนมาส่ง หนุน สวนเมืองนนท มาประกวดแข่งกับ สวนรามอินทราด้วย กรี๊ดดด ลูกใหญ่เป้ง นี่ถ้ากระรอก บ้านเราเห็น มันต้องหัวใจวายตายแน่ ไม่รู้จะแทะลูกไหนก่อนดี 555

เปิดมาเจอ การตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ เอาแหล่ววว ยังไงดี อิอิ
อาจารย์เต๊ะ สังเกตดู ตั้งแต่ น้องหนอนถือศีลมานี่
วิธีคิดเปลี่ยนไปแยะ เหมือนว่าจิตใจสงบสุขดี แต่ยอมรับว่า
อาจารย์เต๊ะ ทำไม่ได้เลยจ้า 555

เพราะ เวลา วันเลขพิเศษ 2/2 4/4 เทศกาล ของลดราคามาทีไร จิตใจจะว้าวุ่นไปหมด คูปองก็ต้องเก็บ ข้อมูลก็ต้องค้นคว้าหา ว่าจะซื้ออะไร รุ่นไหนดี เวลาก็กระชั้นเร่งรีบมาก เดี๋ยวของก็จะหมดอีก เอาเข้าไป555

พูดเรื่องอาหาร อาทิตยืก่อน พึ่งไปเจาะเลือด เป็นเพื่อน พี่สาวมา เจอ คนเจาะไม่เก่งอะ หาเส้นไม่เจอ
โดนไป 2รู 2แขน แล้ว 2รอบแล้วด้วย
แต่น้ำตาลไม่รู้ไปไหนหมดเหลือ 80กว่า สะสม 5.7 เอ้ง เอาเข้าไป 555

กลับมาเรื่องกลับข้าว มอลเรายังอยู่ในตู้เย็น ตั้งหลายชิ้น
แต่มีความ ขี้เกียจทอด555

ควักไข่ไก่ หมูสับมาทอดกินมันซะงั้น ปล่อนม่อล มันหนาวตายไป 555

พูดเรื่องความรัก ไม่มีก็ได้ทำให้ตายน้า
สมัยก่อน อาจารย์เต๊ะ ก้กิ๊กแยะ ตอนมีก็จะเป็นจะตายคิดถึงเขา แบบเพลง คนมีเป็นล้าน... นั่นแหละ
แต่ตอนนี้ กลับเฉยชา ไม่มีก้ไม่วุ่นหัวใจดีออก
เล่นกับหมาแมว บันเทิงกว่า

แล้วยังไง หนีงานมาอัพบล็อก นี่ คืองานแยะจัด ไม่รู้จะทำอันไหนก่อน หรือรอ อาเฮียตรวจว่าจะแก้ตรงไหนดีน้อ 555

โดย: multiple วันที่: 7 เมษายน 2569 เวลา:19:32:11 น.
  
ทางแห่งการรู้แจ้ง
เข้าได้ในทุกศาสนา
(หรือจะไม่มีศานาก็ได้)
พี่ก๋าเชื่อแบบนี้ด้วยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 เมษายน 2569 เวลา:20:44:47 น.
  
ปีนี้มีอะไรหลายๆ อย่างไม่เป็นใจครับ แต่แค่ยังมีลมหายใจ ยังตื่นขึ้นมาได้ผมว่ามันก็ยอดเยี่ยมแล้วล่ะครับ ยังไงเราก้ต้องสู้กันต่อไป
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 เมษายน 2569 เวลา:22:26:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]



Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
เมษายน 2569

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
MY VIP Friends