รียูเนียน(กับตัวเอง)


บทเรียนที่ได้จากการได้รู้จักความสัมพันธ์
ที่มีชื่อว่า
"ทวินเฟรม" คือ การได้เรียนรู้
ว่าการรียูเนียนที่มีคุณค่าที่สุด
ก็คือ
การรียูเนียนกับตัวของเราเอง



การรักคนผู้หนึ่งอย่างไร้เงื่อนไขนั้น เริ่มจาก..
รักตัวเองอย่างไร้เงื่อนไขให้ได้ก่อน..
พุดน่ะมันง่าย แต่จะทำได้จริงๆนั้นต้องใช้เวลา
การจะรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้จริงๆต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง
เรียนรู้ที่จะเคลียร์แผลเก่าที่เคยเกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้ตัวเอง
ได้ฝึกให้ตัวเรานั้นพร้อมรับบทเรียนใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น..



"รักตัวเองอย่างไร้เงื่อนไข" คำนี้พูดง่าย
แต่ทำได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่อง ล่าสุดเราเพิ่งเข้าใจกับประโยคนี้จริงๆ
เพิ่งได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้ ว่าการรู้คุณค่าในตัวเราเองจริงๆ
เริ่มจากการที่เราคิดแต่สิ่งดีๆให้กับตัวเองทำสิ่งดีๆ
ให้กับตัวเราเองให้ได้ทีล่ะนิดๆ วันละนิด วันล่ะนิด
การทำสิ่งดีให้ตัวเอง จะเป็นการเพิ่มพลังการรักตัวเองของเรา
ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยก็ตาม แต่พลังเหล่านี้
มีค่ามหาศาลนัก.. เพราะมันจะคอยหล่อเลี้ยง
ให้ตัวของเราเห็นค่าความเป็นตัวเราเพิ่มขึ้นทุกวัน..





และ พอเราเห็นค่าของตัวเราเองแล้ว
เราจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายตัวเราได้เลย
นั่นเพราะ . . เราดูแลตัวเองมาอย่างดีมาก
เราประคบประหงมกายและใจของเรามาอย่างดี
เราจึงรู้คุณค่า เราจึงภูมิใจในตัวเอง คิดดีกับตัวเอง
เห็นถึงสิ่งมีค่าที่ตัวเรามีอยู่ ณ เวลาปัจจุบัน
ดังนั้น . . แม้เราจะใช้ชีวิตเรียบง่าย
แต่เราก็จะมีความสุขได้ และพอใจกับสิ่งที่เรามี!



เราจะเข้าใจได้ว่า . . คนที่เราไปเกี่ยวข้องด้วย
คนรอบข้างมากมาย ทุกความสัมพันธ์ มากมายหลายสถานะ
ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา พวกเขาเหล่านั้นล้วนเกิดมา
เพื่อเรียนรู้บทเรียนชีวิตสำหรับตัวของพวกเขา

เราจะเข้าใจได้ . . ว่าการที่เราเข้าไปเป็นตัวละครหนึ่ง
ในชีวิตของพวกเขานั้น ก็เพื่อสอนบทเรียนหนึ่งให้
ดังนั้น พอคิดสลับมุมกันแล้ว . . จึงระลึกรู้ได้ทันทีว่า
การที่พวกเขาเข้ามาในชีวิตเราก็เพื่อเสียสละตน
มาร่วมแสดงเป็นตัวละครหนึ่งเช่นเดียวกัน


พวกเราล้วนเข้ามาสะท้อนบทเรียนใดบทเรียนหนึ่ง
ให้กันและกันเท่านั้น มันจึงไม่มีใครเป็นผู้ถูกทำร้าย
และไม่มีใครเป็นผู้ถูกกระทำ . .

ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสมมุติ . .
โลกนี้คือโรงละคร และเรามีหน้าที่เล่น
เล่น เรียนรู้ เข้าใจ สละทิ้ง . .



"ชีวิตมีจังหวะเวลาของมัน"  ในช่วงที่เศร้าอย่างถึงที่สุด
จึงไม่ต้องมานั่งให้ทุกข์ระทม ให้เวลามันจมไปกับความเศร้า
อย่างสูญเปล่าอีกแล้ว . . เวลาเป็นสิ่งมีค่าเรียนรู้ที่จะใช้มันให้ดี







ช่วงนี้เรามีความตื่นเต้นอย่างยิ่ง ตื่นเต้นที่ได้รู้ว่า
การสร้างความรู้สึกดีให้กับตัวเราเองวันละนิดๆเนี่ยะ
มันเป็นอะไรที่มีค่ามาก เพราะมันทำให้เรามีความรักตัวเอง
มากเพิ่มขึ้นทุกวันเลย และความรู้สึกนี้มันสะสมกันได้
การตั้งใจทำบางสิ่งที่เราอยากจะทำแม้เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย
ทำให้มันเสร็จ ก็เป็นการเพิ่มพลังรัก(ตัวเอง)อย่างหนึ่ง


การปล่อยให้ตัวเองได้พัก . . ทั้งที่สมองยังสั่งการว่า
ยังมีสิ่งต้องทำอีกมากมาย แต่ร่างกายร้องว่าต้องพักแล้ว
"เราก็พัก"  การเลือกที่จะพัก เลือกที่จะทำตามใจของเรา
การเลือกตัวเองในกรณีนี้ . . ก็เป็นการรักตัวเองอีกเช่นกัน
สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ มันช่วยให้เรามีความเชื่อมั่นว่า
การที่เราตัดสินใจเลือกตัวเอง มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว



เพราะ . . พอเราได้พัก ตื่นเช้ามาเราก็สดใส
มีแรงในการทำสิ่งต่างๆ มากมาย เช้านี้ . . เราตื่นตีสี่
ลุกขึ้นมาตัดคลิป แม้ช่วงนี้จะตัดคลิปได้ไม่เยอะเท่าอย่างที่ใจหวัง
แต่เราก็ไม่คิดที่จะหยุดทำ การส่งพลังบวกออกไป มันเป็นเหมือน
การออกกำลังกายทางใจ  ตัดคลิปเสร็จเข้าครัว ทำกับข้าว
ได้สามเมนู เข้าห้องน้ำไปเก็บอึ๊แมวสามกระบะ อาบน้ำแต่งตัว
มาถึงที่ทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงยี่สิบ ด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน
โอ้ววววว . . นี่ช่างเป็นความรู้สึกที่ดี 




การเรียนรู้ที่จะรักษาพลังงานของตัวเราให้ดี
เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไปๆ มาๆ สำคัญกว่าการหาเงินซะอีก
ไม่เถียง . . ว่าเรื่องเงินมันก็สำคัญ แต่ถ้าเรามีเงินแล้ว
ใจเราหงุดหงิดงุ่นง่านทุกวัน มันจะมีประโยชน์อะไร
เงิน คือ พลังงานเบา . . แรกไม่ค่อยเข้าใจ แต่หลังๆมานี้
พอจะอนุมานในใจได้ว่า ไม่ว่าจะมีเท่าไร จะมากหรือน้อย
แต่ถ้าเราพอใจในสิ่งที่เรามีได้ เราก็จะเบาได้ เราจะมีความสุขได้
ในปริมาณเงินที่เรามี . . แม้มีเงินน้อย แต่ถ้าเรากินข้าวไข่เจียว
อยู่บ้านก็มีความสุขได้แล้ว เราก็จะไม่มีความรู้สีกอยากได้อะไร
เราจะไม่ขาด . . การปรับพลังงานตัวเองให้ไม่ขาดได้
(ไม่ว่าเรื่องอะไร)ล้วนเป็นสิ่งที่ดี 





ความรักก็เช่นกัน . . เมื่อเราเข้าใจถึงหลักการ
ว่าทุกคนล้วนลงมาเล่น ลงมาเรียนรู้ในบทเรียนของพวกเขา
เราก็จะไม่โหยหาความรักอีกต่อไป . . ไม่โหยหา ไม่คาดหวัง
ไม่เหนื่อย เพราะเราจะไม่ต้องวิ่งตามใครอีกแล้ว

เราจะเชื่อในจังหวะชีวิต เชื่อในกฎของแรงดึงดูด
เชื่อมั่นในจักรวาล พอเราเชื่อมั่นแล้ว เราจะวางใจ
พอเราวางใจแล้ว เราก็จะขยันมากขึ้นไปได้เอง . . 



ขยันอะไร? . . ก็ขยันในการเรียนรู้บทเรียนชีวิต
ของตัวเราเองไง ขยันที่จะปรับพลังงานของตัวเองให้มันดีขึ้น
แน่นอนว่า
ความโลภ โกรธ หลง ยังมีเหมือนเดิม
ไม่แปลก แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ เราจะเข้าใจมันมากขึ้น . .


ล่าสุดมีบทเรียนใหม่มาให้ทดสอบเราอีกแล้ว
เป็น
บทเรียนของความโกรธ  เราขายรถไปตั้งแต่
กลางตุลาคมปีที่แล้ว แต่ดันมีจดหมายแจ้งค่าปรับ M Flow
มา 4 ฉบับที่บ้านต่างจังหวัด ซึ่งถ้าเราไม่ให้น้าเราไปเอา
จดหมายแจ้งเลขภาษีแม่ มาให้เราเพราะต้องยื่นภาษี
เราจะไม่เห็นเลยว่ามันมีแจ้งปรับมา พอรู้เราปริ๊ดขึ้นมาเลย
แชทไปหาเซลล์บอกว่า . . การพี่ที่เลือกที่จะเทิร์นรถ
ในราคาต่ำในกับศูนย์ ก็เพื่อเลี่ยงปัญหาพวกนี้ แล้วนี่อะไร
ถ้ามีคนเอารถพี่ไปชนคนแล้วหนี หรือไปขนยาจะทำยังไง
โกรธอยู่เกือบสิบนาทีได้ อยากปริ๊ดต่อ แต่ดันรู้ตัวก่อน . .


โกรธไปทำไม โกรธไปเพื่ออะไร . . 
คนที่เขาทำให้เราโกรธ เขาไม่รู้สึกอะไรหรอก
เพราะถ้ารู้สึกเขาจะไม่ทำ และการที่เราปล่อยให้ตัวเอง
โกรธอยู่นี่มันเป็นอะไรที่โง่มาก . . ยิ่งโกรธพลังงานยิ่งตก
พอพลังงานตก ยิ่งจะดึงดูดสิ่งแย่ๆ เข้ามา หนังหน้าก็จะยิ่งแก่ด้วย
โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า หนึ่งนาทีพอทน แต่สิบนาทีนี่พอเลย



หยุดคิด หยุดจินตนาการถึงสิ่งร้ายๆ ที่ยังมาไม่ถึง
มันยังไม่เกิดขึ้น อย่าไปดึงดูดมันเข้ามา กลับบ้าน
ไป สน. ลงบันทึกไว้ก่อนเลย คุยกับเซลล์บอกเค้าว่า
ให้เวลา 7 วัน ถ้ายังไม่เปลี่ยนชื่อ พี่จะไปอายัติเลขทะเบียนนะคะ
ซึ่งก็ไม่ได้ใจดีอะไร เพียงแต่ว่าอาทิตย์นี้เรางานยุ่งมาก(เพิ่งว่างวันนี้)
เราเลยยังไม่มีเวลาลางานออกไปทำกิจอะไร เลยให้เวลาเค้าไปแบบนั้น
อีกวันเซลล์ส่งสลิปมาให้ว่าเค้าจ่ายค่าปรับแล้ว เข้าเอ็มโฟลว
ไปสี่ครั้งถ้วนตั้งแต่เดือนกุมภาฯ ค่าปรับสิบเท่ายอดพุ่งไปสี่พันกว่าบาท


เรามานั่งคิดว่า . . บทเรียนนี้ถูกส่งมาเพื่อเรียนรู้อะไร
เราตะหงิดใจอยู่แล้ว อาทิตย์ก่อนคลิปเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
เด้งมามาอยู่นั่นแหละ ให้ฟังบทเรียนเกี่ยวกับความโกรธเรายังว่า
ช่วงนี้เราออกจะเบาสลาย คนอย่างเราจะไปโกรธใครได้
นี่ไง . . ไม่นาน ได้เรื่องเลย 55+


แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ . .
ทำให้เรากลับมานั่งนึก . .
นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดก่อนหน้านี้ . . 




คือเราอ่ะ . . เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องอะไรแบบนี้มากๆ
เป็นคนที่ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก เราเป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร
ก่อนหน้านี้ เราเคยเอารถมาที่ทำงาน มันเป็นวันเสาร์ทำงาน
แล้วเราต้องเอารถขึ้นช่องเก็บรถ ตอนถอยรถออกมาจากชั้น
เราดันถอยไปชนกับรถจักรยานยนต์ของน้องอีกบริษัทนึง
เราขอโทษเค้าแต่เค้าพูดไม่ดีมาก เราสองคนเลย
สาดคำพูดไม่ดีใส่กัน มันทำให้เรารู้สึกหนักหัวมาก อึดอัดที่สุด
คือน้องเค้าไม่ยอมให้เราเรียกประกัน เพราะรถเค้าปลอมทะเบียน
และไม่มีประกัน  แต่ . . เราต้องยอมเค้าหรอ แล้วเราจะ
ทำประกันรถไว้ทำไม ถ้าพอถึงเวลาแล้วเราเรียกใช้ไม่ได้อ่ะ
การที่เราต้องเอาหลักของเหตุผลมาเถียงกับคนไม่มีเหตุผล
เป็นอะไรที่เราไม่ชอบเลย เราร้องไห้ จากนั้นก็ร่ำร้องเรียกหา
ใครสักคนที่เข้าใจเรา ณ เวลานั้น ซึ่งมันไม่มี . . ทีนี้เราก็เลย
ร้องไห้หนักเลย ไปๆมาๆ เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าร้องไห้เรื่องอะไร 55+


เหตุการณ์ในครั้งนี้ มันทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย
และมันตลกมาก คือ มันรู้สึกเอ็นดูวกับความอ่อนด้อย
ของตัวเอง ณ เวลานั้น . . คือ ถ้าเราได้เรียนรู้หลักในการ
ใช้พลังงานเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเองไปถึงจุดนั้นเลย . . 


เราจะไม่พยายามเรียกหาให้ใครมาเป็นฐานชาร์จ
แบตเตอ์รี่ชีวิตให้เราแล้ว เพราะ . . จะหาใครไปทำไม
ในเมื่อเราชาร์จแบตให้ตัวเองได้ การที่เราเอาตัวเองไปผูกติด
กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรามันยิ่งทำให้เราทุกข์!


สิ่งที่เกิดขึ้นมันคือบทเรียน
เป็นบทเรียนที่ถูกส่งมาเพื่อเคลียร์ปมเก่า
ซึ่งพอเราเรียนรู้และทำความเข้าใจกับมันได้
รู้แล้ววางแล้ว เราจึงเบาสบายมากขึ้น . .



ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ มันทำให้เรารู้ว่า
อีนี่ลืมต่อทะเบียนรถมอไซค์ เนื่องจากปีที่แล้ว
มันลืมและมาต่อในเดือนมีนา ก็เลยคิดว่าปีนี้
จะน่าจะมีนาอีก ใดใดคือ มันควรต่อตั้งแต่ พย. ไง
เหอๆ ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ก็อาจจะไม่รู้ตัวง่ายๆ
พึงหาข้อดีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น . .


การใช้ชีวิตโดยยึดหลักการปรับพลังงาน
ของตัวเราเองเป็นหลัก จึงเป็นสิ่งที่ดี
เราจะเป็นมิตรกับตัวเองทุกวินาที . .
เราจะเลิกโทษตัวเองโอเวอร์เกินจริง
เวลาเราทำอะไรผิดสักอย่าง แต่เรา
จะมองหาสิ่งที่เราต้องเรียนรู้จากมันแทน

เราจะไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นลบ
เพราะเรารู้แล้วว่า..มันไม่ช่วยอะไร ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
เราจะเลิกคาดหวังกับคนรอบข้าง และหันไปโฟกัสแต่สิ่ง
ที่ทำให้พลังชีวิตเราเติบโตแทน คิดแต่สิ่งดีๆ ให้กับตัวเองในทุกๆวัน
ตื่นมาก็คิดแล้วว่าวันนี้เราจะทำอะไรดีๆ ให้กับตัวเราเองดี

ซึ่งมันดีมากเลย มันทำให้ชีวิตเราดูมีคุณค่าขึ้นเยอะ
เป็นคุณค่าที่ไม่ได้วัดโดยใครหรืออะไร เป็นความภูมิใจส่วนตัว
ที่เราสร้างมันขึ้นมาเพื่อเพิ่มพลังกายใจให้กับตัวเราเอง 



และนี่คือการเสริมสร้างพัฒนาพลังในการรักตัวเองของเรา
ค่อยๆ ทำไป ค่อยๆ เติมพลังรักตัวเองนี้ ให้ตัวเราเองวันละนิด
เติมให้มันเต็มไปเรื่อยๆ เติมมันเข้าไปทุกวัน ถ้าเราขยันพอ
วันนึงเราจะกลายเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
และพร้อมจะมอบความรักอันเต็มปริ่มของเรานี้
ให้กับคนรอบข้าง ให้กับคนที่เรารักได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด



คุรุเรนดอมฯ บอกว่า . . ช่วงนี้ให้เราจดความฝันไว้
เพราะเราอาจจะได้ Sign บางอย่างจากความฝัน แต่ . .
ก่อนหน้านี้เราป่วยนิดหน่อย นั่งสมาธิทีไรหลับทุกที
เราเลยคิดว่า Sign ความฝันอาจจะยังไม่ช่วยอะไรเรา
วันก่อน เปิดแอร์นั่งสมาธิอยู่ชั้นล่าง โงก แม่หันมาหัวเราะใหญ่
งืออออ . . ยังดีที่ป่วยไม่นาน การอาบน้ำแล้วขอพลังพระแม่ธรณี
ช่วยกราวดิ้งทุกวันช่วยได้เยอะจริงๆ . . 

แต่เราก็ฝันนะ . . 

วันก่อนเราฝันว่า เราและคณะ(ใครก็ไม่รู้)
นั่งรถที่มันเป็นคล้ายๆรถโดยสารสมัยก่อน
เป็นรถโดยสารที่มีที่นั่งสามแถว(ซ้ายขาวและตรงกลาง)
ด้านหลังเปิดโล่ง มีหลังขาด้านข้างมันขนาบด้วยแผ่นไม้ใหญ่ๆ
ในฝันเรากำลังนั่งอยู่บนรถที่ว่า รถกำลังวิ่งบนถนน
สองข้างเต็มไปด้วยต้นไม้กำลังผลัดใบ มันคล้ายๆ ต้นสัก
เพราะข้างทางมันดูเต็มไปดว้ยใบสักสีน้ำตาลไปหมด
และเรายังไม่ทันทำอะไร รถโดยสารที่ว่า ก็พลิกคว่ำพุ่งไป
ข้างทางเข้าไปในดงสัก และเราก็ตื่น 555+
แล้วเราจะได้ไซน์อะไรจากฝันนี้ล่ะหนอ . .

แต่ว่าตอนนี้ก็หายป่วยแล้วนะ ทอนซินไม่บวมแล้ว
อีกวันเราก็ไม่ต้องกินอะมอกซิคราฟแล้ว พลังเรากลับมาแล้ว
(บางส่วน) คิดว่าหลังจากนี้ต้องกลับมาจัดระเบียบชีวิตจริงจัง
อีกสักครั้งแล้วล่ะ Slow Life มันชีลดี แต่จะทำทั้งปีก็ไม่น่าไหว
555555555555+  เอาล่ะ โม้มาถึงบรรทัดนี้ น่าจะถึงเวลา
ที่ควรบอกลากันแล้ว
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกๆคนที่มาส่งกำลังใจนะคะ

เจอกันใหม่บล็อกหน้านะคะ . . เลิฟๆ ไปจริงๆ แล้วค่ะ บั๊บบายน๊าา 127




ป อ ล อ   .  ยั  ง ไม่ ไ ด้ ต ร ว จ ค ำ ผิ ด น ะ ค รั้ ช  :)
บั น ทึ ก   D a  i r y   โ ด ย   ตั ว ห น อ น กิ๊ ว ๆ 



Create Date : 25 มีนาคม 2569
Last Update : 25 มีนาคม 2569 20:19:21 น.
Counter : 61 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน


nonnoiGiwGiw
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 55 คน [?]



Group Blog
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มีนาคม 2569

1
3
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
MY VIP Friends