Group Blog
 
<<
เมษายน 2569
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
26 เมษายน 2569
 
All Blogs
 

ผ่อวิวเชียงใหม่ฝั่งเหนือ


มาต่อบล็อกทริปปีใหม่ตอนจบครับ วันที่ 28 ธ.ค. 68 หลังลงจากปายแล้วเราก็เข้าสู่เขตจังหวัดเชียงใหม่ทางอำเภอแม่แตง โซนเหนือเมืองเชียงใหม่ที่ไม่ไกลตัวเมืองมากอย่างแม่ริม-แม่แตง กลับเป็นโซนที่ไม่เคยได้เที่ยวจริงจัง ไปจริงจังเอาแถว เชียงดาว-ไชยปราการ-ฝาง โน่นเลย มาครับ! หนนี้เรามาจริงจังกับแม่ริม-แม่แตงกันบ้าง

วิวส่งท้ายแม่ฮ่องสอนครับ ตอนนี้แปดโมงครึ่งแล้วยังเห็นทะเลหมอกอยู่ลิบๆ อาห์ ท้องฟ้าเดือนธันวาคม~ ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและการเริ่มต้นใหม่ เดี๋ยวปลายปีเจอกันอีกทีนะมวัฟ ♥ 



สถานที่ท่องเที่ยวแรกในเขตเชียงใหม่คือ น้ำพุร้อนโป่งเดือด อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ค่าเข้าผู้ใหญ่ 60 เด็ก 30 รถยนต์ 30 จากที่จอดรถเดินเข้าไป 10 นาทีก็ถึงโป่งเดือดครับ


ระหว่างทางมีพื้นที่ที่พระพันปีหลวงเคยมาประทับแรมเต๊นท์เมื่อปี พ.ศ.2540

 

โป่งเดือด เป็นน้ำพุร้อนไกเซอร์ที่พุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของหิน อุณหภูมิ 90-99 oC เกิดเป็นละอองไอน้ำปกคลุมทั่วบริเวณ

ส่วนพี่รูปข้างล่างคนนี้เขามาจากแม่สอด ทริปนี้ผมก็ขึ้นแม่ฮ่องสอนจากทางแม่สอดเหมือนกัน
 
 


ที่นี่นอกจากเส้นจากศึกษาธรรมชาติและโป่งเดือดแล้วยังมีที่อาบน้ำแร่ให้บริการหลายแบบเลย ห้องแช่เดี่ยว 50 บาท บ่อแช่รวมคนละ 20 บาท
 


ใกล้เชียงใหม่เข้ามาอีกนิด น้ำตกหมอกฟ้า ครับ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ค่าเข้าผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 รถยนต์ 30 เดิน 350 เมตรก็ถึงน้ำตก เป็นสายน้ำไหลลงจากผาสูง 20 เมตร บ่อด้านหน้าเล่นน้ำได้นะครับ มีฝรั่งเล่นกันเพียบ


บ่ายวันนี้ตั้งใจขับไปวัดพระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งออกนอกเส้นทางไปไกล และถนนคดเคี้ยวมาก แบบไม่มีสิ่งดึงดูดใจอื่นใดทั้งสิ้น หาร้านข้าวเที่ยงตามมีตามเกิดเอาระหว่างทาง ได้ร้านลองชิมฮิมฮาว มีขนมจีนและอาหารตามสั่ง รสชาติใช้ได้เลยนะครับ จัดจานมาดูดีเกินสำหรับร้านที่อยู่ริมทางในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงขนาดนี้ 


ใช้เวลาราว ชม. นึงก็มาถึงวัดพระพุทธบาทสี่รอย พร้อมป้ายประท้วงเต็มหน้าวัด คัดค้านส่วนกลางที่แต่งตั้งพระที่อื่นมาเป็นเจ้าอาวาส เป็นการเมืองเรื่องสงฆ์ๆ ครับ ส่วนเรามาเที่ยวถ่ายรูปอย่างเดียว

 
วัดพระพุทธบาทสี่รอย
(Temple of the Four Buddha Footprints)

ตำนานพระพุทธบาทสี่รอยเล่าว่าพระพุทธเจ้าโคตมะได้เดินทางมาเทือกเขาเวภารบรรพต ซึ่งปัจจุบันคือพื้นที่แถวนี้ เห็นรอยพระพุทธบาทที่พระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ในภัทรกัลป์ประทับไว้ ตั้งแต่รอยใหญ่สุดไล่ลงมาคือ พระพุทธเจ้ากกุสันธะ พระพุทธเจ้าโกนาคม และพระพุทธเจ้ากัสสปะ ท่านจึงประทับรอยที่สี่ ...นับว่าเป็นวัดที่สร้างจุดขายได้น่าสนใจและมีความแตกต่าง สมแล้วที่อยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังมีคนแห่มาทำบุญกันไม่ขาดสาย คุณได้เป็นหัวแถว 129

พระยาธรรมลังกา เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่คนที่ 2 ได้สร้างวิหารครอบพระพุทธบาทไว้ชั่วคราว จนกระทั่งครูบาศรีวิชัยสร้างวิหารครอบรอยพระพุทธบาทหลังปัจจุบัน 


นอกจากพระบาทแล้ว กาแฟกับข้าวเหนียวปิ้งวัดนี้ก็อร่อยนะครับ และคาเฟ่มันมีแอร์! ในสภาพอากาศแบบนี้มีความต้องการแอร์เป็นอย่างยิ่ง! จากวิหารพระพุทธบาท มาอุโบสถจตุรมุขไกลหน่อยแถมแดดขนาดนี้ ขับรถเอาดีกว่าครับ

อุโบสถทำใหม่ลวดลายสวยงาม กำลังฝังลูกนิมิตรเลยครับ 



 

กลับออกมาจากวัดด้วยทางอันคดเคี้ยวและยาวไกลเส้นเดิม เจอป้ายบอกทางเยอะๆ แบบนี้แม่ผมชอบมาก ต้องถ่ายไว้ ในป้ายนี้ไม่รู้จักอันเดียวคือวัดหนองก๋าย

จริงๆ แล้วมันคือป้ายโปรโมทวัดหนองก๋ายนั่นแหละ มีป้ายโฆษณาว่ามีพระโบราณด้วย ว่าแล้วก็ขอแวะสักหน่อยครับ

 

วัดหนองก๋าย เป็นจุดแวะพักสำหรับผู้เดินทางไปสักการะวัดพระพุทธบาทสี่รอย ในสมัยที่การเดินทางยังไม่สะดวกแบบทุกวันนี้ (ขนาดทุกวันนี้ผมยังว่าไปยากเลย) วัดหนองก๋ายเดิม ถูกทิ้งร้างและย้ายวัดมาสองรอบ พร้อมย้ายหลวงพ่อใหญ่ชัยมงคล พระประธานอายุ 1,300 ปีตามมา


ได้พบท่านเจ้าอาวาส เป็นลูกครึ่งต่างชาติ (คุยแล้วจำไม่ได้ว่าชาติไหนจ้า) ท่านเป็นผู้เข้ามาฟื้นฟูบูรณะวัดนี้ และมีคนเข้ามากราบไหว้หลวงพ่อใหญ่อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ที่วัดมีโครงการสร้างพระอุโบสถทรงเจดีย์พุทธคยาจำลองด้วย


ออกจากวัดหนองก๋าย กลับสู่เส้นทางสายหลัก 107 หลังจากนี้มีแต่ถนนที่ขับง่ายละครับ ที่แม่แตงมีอีกที่เที่ยวนึงที่เห็นบนเว็บแล้วอยากไป คือวัดบ้านเด่น หรือที่มีชื่อใหม่แสนกะเทยว่าวัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน เนื่องจากมีต้นโพธิ์ (เก๊าสะหลี) ขึ้นในวัด และตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าที่เรียกว่าเมืองแกน ซึ่งเติบโตขึ้นในยุคล้านนา
 

วัดบ้านเด่น
(Wat Ban Den)

 

เดิมทีวัดนี้ชื่อวัดหรีบุญเรือง สร้างในปี พ.ศ.2437 และต่อมาครูบาเทืองได้เข้ามาปฏิรูปก่อสร้างศาสนสถานเพิ่มเติมจนเต็มไปด้วย อุโบสถ หอไตร หอกลอง วิหารเสาอินทขิล กุฏิไม้สักทองทรงล้านนา พระวิหาร พระสถูปเจดีย์ ด้วยความที่ครูบาเทืองคอลแลบกับครูบาบุญชุ่มแห่งสามเหลี่ยมทองคำ พอมีงานบุญ ศิษย์ทั้งสองฝั่งก็จะแห่กันมาร่วม และสร้างวัดให้เติบโตสวยงามขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 มาเรื่อยๆ

วิหารใหญ่ที่สุดหน้าองค์เจดีย์คือพระวิหารมาต๋าม ประดิษฐานพระแก้วเกล้าเจ้าบุญเรือง 




มองจากทางเข้าวัดมีวิหารเรียงกัน 7-8 แห่ง อาจนับไม่ครบนะครับ เพราะตอนนี้ก็กำลังสร้างเพิ่มเรื่อยๆ แบบหยุดไม่อยู่ แถมแต่ละวิหารก็ล้วนอลังการจนเลือกไหว้ไม่หวาดไม่ไหว เต็มไปด้วยฝีมือช่างเหนือที่วิจิตรงดงามและมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ขอสาดรูปให้ชมความสวยอลัง สวยเว่อร์ สวยไม่หยุด สวยตอแหล สวยน่าตบ ของวัดนี้ ณ บัดนาว 147










องค์พระธาตุด้านหลังหมู่วิหาร ล้อมด้วยพระธาตุประจำปีเกิดตามคติความเชื่อล้านนาทั้ง 12 องค์ที่จำลองมา



ออกจากวัดด้านเด่น กลับมาเส้น 107 ระหว่างทางลงไปแม่ริมมี แดนเทวดา สถานที่ท่องเที่ยวที่จำลองน้ำตก ถ้ำใต้น้ำตก หุบเขาหมอก ป่าไผ่ ฯลฯ ได้อย่างสวยงาม มีสวนดอกไม้ ฟาร์มสัตว์เล็ก และคาเฟ่ด้วยนะ  ค่าเข้า 80 บาท




แดนเทวดาเปิด 8.00-18.00 น. ผมไปตอนใกล้จะปิดแล้ว พวกร้านขายของ หรือร้านอาหารเริ่มเก็บแล้ว เลยออกมาหาข้าวกินใกล้ๆ มีร้านครัวตายาย ตั้งอยู่ด้านข้างแดนเทวดาเลยครับ เป็นอาหารตามสั่งที่จัดว่าอร่อยเลย คุณตาคุณยายเพิ่งเปิดร้านหลังเกษียณได้ไม่นาน ก็ได้แขกจากแดนเทวดามาอุดหนุนเยอะเหมือนกัน



ขับรถลงมาที่แม่ริม คืนนี้นอนที่ Urban Maerim อยู่ทางขึ้นม่อนแจ่มที่จะไปกันวันพรุ่งนี้ เป็นที่พักหรูที่เก่าพอสมควร ราคาเลยไม่แรง ห้องกว้าง แบ่งสัดส่วนเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ อยู่ถนนรองและลึกจากทางเข้ามาเลยเงียบสงบ แต่ก็แลกมาซึ่งการไม่มีร้านค้า ถ้าลืมซื้ออะไรต้องขับรถออกไปไกลอยู่ครับ 

 


ตอนเช้าวันที่ 29 ธ.ค. 68 ขับรถกลับเข้าไปถนนเส้นหลักเพื่อกินโจ๊ก 99 อยู่ใกล้ทางออกถนนช้างเผือกเส้น 107 เข้าเมืองเชียงใหม่ ร้านนี้ขายโจ๊ก ต้มเลือดหมู ขนมจีบ ซาลาเปา ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ติ๊กเมนูลงใบเขียนเลขโต๊ะแล้วส่งเข้าครัว แป๊บเดียวก็ได้ครบละครับ โจ๊กหมูเครื่องในใส่ไข่ 50 บาท เท่ากับร้านหลังที่ทำงานเลย ร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า จอดริมทางได้ ถนนนี้รถไม่ค่อยพลุกพล่าน เหมาะมากสำหรับมื้อเช้าก่อนขึ้นม่อนแจ่ม 


ขับรถ 40 นาที ถึงม่อนแจ่ม เป็นที่เที่ยวบนดอยที่โด่งดังมายาวนาน แต่ผมยังไม่เคยขึ้นมาสักครั้งเลยครับ ตอนนี้ 8.30 น. ที่จอดรถแน่นขนัด แต่ยังพอหาช่องยัดรถเข้าไปได้ 
 

ม่อนแจ่ม
(Mon Jam Mountain)

 


ม่อนแจ่มเป็นพื้นที่สันเขา สูง 1,350 เมตร เคยเป็นป่ารกร้างเรียกว่ากิ่วเสือ ก่อนชาวบ้านจะมาถางปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย กลายเป็นหมู่บ้านม้งหนองหอย จนกระทั่งมีโครงการพระราชดำริพัฒนาพื้นที่ปลูกพืชเมืองหนาวแทนฝิ่น ในปี พ.ศ.2527 และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในปี พ.ศ.2552 เปลี่ยนชื่อเป็น "ม่อนแจ่ม" ด้วยความที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่ เลยมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก มีร้านสินค้าเกษตรชาวเขาขายเรียงราย ตั้งแต่พืชผล เสื้อผ้า จนถึงไวน์ผลไม้ ผักสดๆ ราคาดี แต่ไม่มีโอกาสไปทำ ได้ขิงกับไวน์ผลไม้กลับไปครับ เก็บได้แบบยาวๆ

 

ฟอร์มูล่าม้งม่อนแจ่มที่โด่งดัง

เขาจะลากรถไม้ติดล้อขึ้นไปบนเนิน แล้วให้ลูกค้านั่งไถลลงจากเนินมา 400 เมตร (ถ้าเสียวก็มีเบรคมือให้ดึง)

นั่งคนเดียว 50 บาท นั่งคู่ 100 บาท

 


พื้นที่ด้านบนส่วนใหญ่เป็นสวนของเอกชน หลายแห่งปลูกเป็นดอกไม้สวยงามสำหรับเข้าไปถ่ายรูป เก็บค่าเข้า 50 บาทเท่ากันทุกสวนครับ พื้นที่ไม่ใหญ่มาก เดินถึงกันได้หมด ส่วนโซนนางพญาเสือโคร่งเป็นพื้นที่สาธารณะ เดินเลือกต้นถ่ายได้แบบเพลินๆ เลยครับ 








ชาวม้งหมู่บ้านหนองหอย ยังคงอยู่บนม่อนแจ่มนะครับ เป็นชาวม้งที่อพยพมาจากสะเมิง หางดง และบางส่วนของแม่ฮ่องสอน เพื่อหาที่ดินทำกิน ตอนนี้อาชีพหลักๆ คือทำไร่ ทำธุรกิจท่องเที่ยว และโฮมสเตย์
 


 

สวนพฤกษศาสตร์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

(Queen Sirikit Botanic Garden
- QSBG)

 

ลงจากม่อนแจ่มมาเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เตรียมเวลาไว้เยอะๆ แล้วเที่ยวแบบฉ่ำๆ ไปเลยครับ ที่นี่มีพื้นที่ 3,500 ไร่ เป็นสวนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของไทย ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2535 เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ตามหมวดหมู่ เปิดทุกวัน เวลา 8.30 - 16.30 น. ค่าเข้าคนไทย 50 เด็กมัธยม 20 อายุต่ำกว่า 12 ปี หรือเกิน 60 ปี เข้าฟรี ค่าเอารถยนต์เข้าอีก 100 บาท ไปจอดรถซื้อตั๋วก่อนเข้านะครับ

แต่ละจุดต้องขับรถไปจอดนะครับ เพราะมันไกลมาก! จุดแรกคือ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ (Canopy Walks) สร้างเสร็จปี พ.ศ.2558 เป็นสะพานเหล็กระยะทาง 500 เมตร สูงจากพื้นดิน 20 เมตร สำหรับเดินชมต้นไม้ มีกิ้งก่าบินเป็นสัตว์ประจำถิ่นด้วยนะครับ แต่ไม่ได้ออกมาให้เห็นง่ายๆ มีสินค้าลายกิ้งก่าบินอันแสนน่าเกลียดขายในร้านขายของที่ระลึกมากมาย


ขับรถมาอีกจุดเป็น กลุ่มอาคารเรือนกระจก (Plant Conservatories) เดินจากที่จอดรถผ่านสวนกุหลาบ สวนผัก เข้ามาในกลุ่มอาคารเรือนกระจก ที่รวบรวมพันธุ์ไม้แยกตามประเภท ทั้งพืชกินแมลง พืชเน้นใบ พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน กลุ่มสับปะรด พืชที่ปลูกในน้ำ พืชที่ปลูกบนอากาศ พืชทะเลทราย เฟิร์น กล้วยไม้ ฯลฯ ตรงนี้ใช้เวลามากที่สุดแล้วครับ และในนี้ก็ไม่ได้มีร้านอาหารให้กินเป็นเรื่องเป็นราวด้วย โปรดกะเวลาให้เหมาะสม


น้ำพุด้านหน้ากลุ่มอาคารเรือนกระจก เป็นจุดนั่งพักชมวิว มีจังค์ฟู้ดขายให้กินกันตายได้แป๊บนึง

 

ขับรถมาจุดสุดท้ายคือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ (Natural Science Museum) เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียนให้ความรู้ทางด้านพืช ธรรมชาติวิทยา ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

มันก็มีอะไรให้ดูเยอะนะครับ แต่มันน่าเบื่อ แต่ก็เยอะจริงๆ นะ เยอะแบบภาวนาให้หมดซะที 

 



ของจัดแสดงส่วนมากเป็นโมเดลหรือบอร์ดนิทรรศการ มีตัวอย่างเมล็ดหรือใบของพันธุ์ไม้ที่ถ้าไม่ได้อินเรื่องพฤกษศาสตร์ก็แทบจะเดินผ่านด้วยความเร็วสูง ชิ้นที่น่าสนใจอย่างกะโหลกเสือเขี้ยวดาบหรือมัมมี่แมวก็เป็นของจำลอง 


(ด้านบน) หุ่นจำลองของคาร์ล เคิร์ท ฮอสเซอุส ชาวเยอรมันที่เข้ามาไทยช่วงปี พ.ศ.2447-2448 เก็บตัวอย่างพันธุ์ไม้ของไทย 830 รายการ รักษาไว้ที่หอพรรณไม้เมืองหลายแห่งในยุโรป ข้อมูลไทยในอดีตหลายอย่างได้จากบันทึกของฝรั่งที่เข้ามาเยอะเลยครับ (ด้านล่าง) หุ่นจำลอง ศ.ดร.เต็ม สมิตินันทน์ ผู้เดินทางทั่วประเทศไทย เก็บพันธุ์ไม้ 13,000 รายการ รักษาไว้ที่หอพรรณไม้หลายแห่งทั่วโลก 


นอกจากสวนพฤกษศาสตร์นี้แล้ว ทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงใหม่ยังมี อุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่เคยพาไปเอ็นทรี่ก่อนหน้า อันนั้นเด่นเรื่องวัฒนธรรมเพื่อนบ้าน อันนี้เด่นเรื่องพันธุ์ไม้ เลือกเที่ยวกันได้ตามแนวเลยครับ

กว่าจะออกจากสวนพฤกษศาสตร์ก็บ่ายแล้วครับ มันมีอะไรให้ดูเยอะกว่าที่คิด ระหว่างทางลงจากดอยมา จะมีร้านเรียงรายตามลำน้ำแม่สาที่ไหลลงมาแบบน้ำตกตลอดข้างทาง เลือกเอาร้าน River rock cafe hill นี่แหละ จอดรถเสียบเอาหน้าร้าน รถค่อนข้างแน่นเลย ด้านในที่นั่งเยอะ แต่โต๊ะก็เต็ม ต้องไปนั่งในคาเฟ่ ครัวกับเด็กเสิร์ฟไม่พอจำนวนโต๊ะเลยรอนิดนึง (20 นาที) แต่มีมุมสวยๆ ให้เดินถ่ายรูปได้เพลินๆ เยอะครับ เมนูหลากหลายมาก ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ก็สั่งเอาอาหารเหนือนี่ละครับ ข้าวแกงฮังเลไข่ดาวกับข้าวซอยไก่ ชุดละ 130 จัดมาอย่างสวย แล้วอร่อยด้วยนะครับ 



ลงมาใกล้เส้น 107 อีกนิด จะมีที่เที่ยวอีกเพียบเลยนะครับ ทั้งปางช้างแม่ริม คุ้มเสือแม่ริม มินิซูลุงพงศ์ โชว์งูเห่า หมู่บ้านกะเพรี่ยงคอยาว ฯลฯ ส่วนผมตั้งใจมาอันนี้แหละ --> สวนสัตว์แมลงสยาม ตั้งใจจะมาตั้งแต่รอบที่แล้ว แต่ไปผิดอัน ไปพิพิธภัณฑ์แมลงแถว มช. (แต่อันนั้นก็ดีมากๆ ครับ มีฟอสซิลด้วย) ที่นี่จะแบ่งโซนแมลงเป็น แมลงสตัฟ แมงมุม ต่อ แมลงสาบ มด จิ้งหรีด สวนผีเสื้อ แมลงพรางตัว กิ้งกือ ด้วง ตั๊กแตน แมงป่อง เปิดทุกวัน เวลา 9.00 - 17.00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ 120 เด็ก 80 


แมลงสตัฟที่นี่ละลานตามากที่สุดแล้วครับ 




(ใครกลัวแมงมุมหรือแมลงสาบโปรดเลื่อนผ่านภาพล่างนี้โดยไว) ที่นี่พวกแมลงตัวเป็นๆ ก็เยอะนะครับ ชอบพวกตั๊กแตนที่อำพรางตัวได้เนียนแบบสุดๆ คิดว่าใบไม้กิ่งไม้แห้ง โซนที่สัมผัสแมลงได้จะมีน้องพนักงานคอยอธิบาย เหมาะพาเด็กๆ มาสัมผัสแมลงหายากตัวเป็นๆ มาก


โซนสวนผีเสื้อที่เต็มไปด้วยผีสื้อนานาพันธุ์ มีผลไม้ล่อผีเสื้อมาเกาะ และส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ตื่นคนเหมือนผีเสื้อในสวนรถไฟ ถ่ายรูปง่ายครับ 



ขับรถลงมาเส้นหลัก 107 มีพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์และวัดป่าดาราภิรมย์ อดีตเคยเป็นที่ดินของเจ้าดารารัศมี เจ้าหญิงจากเมืองเหนือที่ต้องลงไปเป็นชายา ร.5 ด้วยสถานการณ์การเมืองระหว่างสยามกับล้านนาในยุคล่าอาณานิคม วันนี้ 29 ธ.ค. เป็นวันจันทร์ พิพิธภัณฑ์ปิด (ถ้าเป็นไปได้จะพยายามมาให้ถึงตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่สามารถจริงๆ ...วัดพระพุทธบาทสี่รอยมันกินเวลาเดินทางมาก) เลยเที่ยวเฉพาะวัดป่าก่อนครับ 
 

วัดป่าดาราภิรมย์
(Wat Pa Daraphirom Royal Temple)

 

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้เดินทางบำเพ็ญสมณธรรมมาที่ภาคเหนือในปี พ.ศ.2477 และนั่งวิปัสสนาในพื้นที่ป่าช้าติดกับสวนเจ้าสบายในพระตำหนัก ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้สร้างเป็นวัดขึ้นชื่อวัดป่าวิเวกจิตตาราม และในปี พ.ศ.2482  หม่อมเจ้าหญิงลดาคำ ณ เชียงใหม่ ทายาทของเจ้าดารารัศมี ได้ถวายที่ดินบริเวณนี้ให้แก่วัด และอัพเกรดเป็นวัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งในเขตพระราชฐานของพระตำหนัก เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าดารารัศมี


ถือว่าเป็นอีกวัดในภาคเหนือที่สวยงามมาก พระอุโบสถไปสองรอบไม่เคยเปิดเลย ด้านหลังมีเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย ซึ่งจำลองพระพุทธบาทสี่รอยมาไม่สวยเท่าไหร่ ชอบทรงมณฑป จิตรกรรมฝาผนัง รูปจำลองพระสงฆ์ และบูรพกษัตริย์ที่อยู่รายล้อมมากกว่า


ที่สวยงามที่สุดในวัดยกให้หอนี้เลยครับ มณฑปพระจุฬามณีศรีบรมธาตุ หรือหอแก้ว เป็นทรงจตุรัสกว้างด้านละ 21 เมตร สูง 39 เมตร จำลองจากเขาพระสุเมรุ ชั้นล่างมีพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ และหุ่นจำลองพระอริยสงฆ์จำนวนมาก องค์กลางด้านหน้าสุดคือพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาพุทธเจ้า ด้านในสุดภายในมณฑปคือพระพุทธปฏิมามหาธัชชัย พระเจ้าล้านตอง




สามารถขึ้นชั้นสองได้จากทางขึ้นด้านหลัง มีพระทันตธาตุบรรจุอยู่


มณฑปพระเจ้าทันใจ ศิลปะล้านนาแบบเชียงตุง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์


วิหารหลวง กว้าง 12 เมตร ยาว 46 เมตร จำลองจากหอคำเจ้าหลวงเชียงใหม่ พระประธานเป็นพระทรงเครื่องในมณฑปทรงปราสาท ล้อมด้วยพระพุทธเจ้า 28 พระองค์


หลังจากนั้นก็ลงไปนอนที่ลำปาง ก่อนขับรถกลับวันถัดมา เป็นอันสิ้นสุดทริปปีใหม่ครับ 154

 


...แต่การเที่ยวแม่ริมยังไม่จบเพียงเท่านี้ มันจะขาดพระตำหนักดาราภิรมย์ไปไม่ได้เด็ดขาด! ว่าแล้วตอนขึ้นเหนือเที่ยวลำพูนช่วงสงกรานต์ 69 ก็ขับรถขึ้นแม่ริมอีกรอบครับ ได้เข้าพระตำหนักสมใจ

 
พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์
(Dara Pirom Palace Museum)
 

เจ้าดารารัศมี เป็นพระธิดาของเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 7 ในยุครัตนโกสินทร์ เจ้าหลวงผู้ปกครองเชียงใหม่เป็นเพียงเจ้าประเทศราชภายใต้สยาม ไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรัฐเอกราชเหมือนกษัตริย์ราชวงศ์มังรายในยุคล้านนาแล้วนะครับ

เจ้าดารารัศมีถูกนำเข้าถวายตัวเข้ารับราชการในฐานะเจ้าจอมที่กรุงเทพในปี พ.ศ.2429 ตามนโยบายเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสยามและล้านนา ต้องจากบ้านเกิดมาถึง 22 ปี และได้กลับเชียงใหม่เมื่อเจ้าอินทวิชยานนท์พระบิดาถึงแก่พิราลัย เจ้าดารารัศมีได้สร้างกู่บรรจุอัฐิไว้บนยอดดอยอินทนนท์ จุดที่สูงที่สุดในแดนสยาม

และหลังกลับกรุงเทพได้ 10 เดือน ร.5 ก็สวรรคต เจ้าดารารัศมีขอกลับเชียงใหม่มาประทับที่พระตำหนักดาราภิรมย์อย่างถาวรตั้งแต่ปี พ.ศ.2457 จนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.2476 บรรจุอัฐิที่วัดสวนดอก ที่บรรจุอัฐิของราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน และอัฐิอีกส่วนหนึ่งอยู่ในสุสานหลวงวัดราชบพิธ

 


พระตำหนักดาราภิรมย์ เป็นที่ประทับของเจ้าดารารัศมี หลังได้รับอนุญาตจาก ร.6 ให้กลับมาเชียงใหม่ได้ ท่านได้นำความรู้จากกรุงเทพมาพัฒนาภาคเหนือทั้งด้านศาสนา การเกษตร ศิลปะหัตถกรรม หลังเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ พื้นที่ตำหนักก็ถูกแบ่งให้ทายาท และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอซื้อที่จากทายาททีละแปลงจนรวมกลับมาเป็นผืนเดียวกัน เคยถูกขอใช้พื้นที่ตั้งกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนอยู่หลายสิบปี จนย้ายออกไปและจุฬาได้ปรับปรุงพื้นที่ตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี พ.ศ.2542 เปิดให้เข้าชมวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 9.00-16.30 น. (พัก 12.00-13.00) ค่าเข้าเพียง 20 บาทเท่านั้น 

ด้านหน้าพระตำหนักมีอนุสาวรีย์เจ้าดารารัศมีและแปลงกุหลาบ เป็นลูกผสมระหว่างกุหลาบฝรั่งและกุหลาบจีนหลายชั้น ได้กุหลาบสีชมพูกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ ซึ่งเจ้าดารารัศมีตั้งชื่อว่า "กุหลาบจุฬาลงกรณ์"


ภายในพระตำหนักจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าดารารัศมี แต่ภายในห้ามถ่ายภาพนะครับ ถ่ายได้แค่ตึกอื่นๆ มีตึกนิทรรศการข้างๆ ที่ก็ไม่ได้เล่าประวัติเจ้าดารารัศมีละเอียดเท่าในตึกพระตำหนักด้วยซ้ำ ด้านหน้ามีร้านขายของที่ระลึกอย่างชากุหลาบ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีลวดลายของพระตำหนักหรือกุหลาบจุฬาลงกรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ขายราคาไม่แพงครับ



ออกจากพระตำหนักแล้วแวะไปวัดป่าดาราภิรมย์อีกรอบ เผื่ออุโบสถจะเปิด ...ซึ่งก็ยังคงไม่เปิด ขอเที่ยวอีกที่ส่งท้ายก่อนไปลำพูนครับ หมู่บ้านลึกลับเมืองไดโนเสาร์ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์สเต็กที่มีโซนถ่ายรูปเป็นเรื่องเป็นราว ค่าเข้าผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ถ้ากินบุฟเฟ่ต์สเต็กก็หัวละ 348 ครับ ไม่แพงแต่ไม่ได้ตั้งใจมากินสเต็กอะ

ด้านในจัดเป็นโซนให้ถ่ายรูป ป่าแมลงยักษ์ บ้านต้นไม้ หมู่บ้านสัตว์เลี้ยง ห้องอาหาร และหมู่บ้านไดโนเสาร์ 


ไฮไลต์ของที่นี่คือหมู่บ้านไดโนเสาร์ที่อยู่ด้านในสุดครับ มีรูปปั้นไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงกว่า 20 สายพันธุ์ ถึงจะไม่เยอะเท่าสวนนงนุช แต่เด็กๆ ภาคเหนือก็ไม่ต้องถ่อไปถึงพัทยาครับ







จากนั้นก็ขับเข้าเมืองลำพูน รอบนี้เที่ยวทั้งจังหวัดยัน อ.ลี้ เดี๋ยวจะเอาทริปลำพูนช่วงสงกรานต์ลงบล็อกถัดไปเลยครับ 126

 


เป็นอันว่าทริปรอบตัวเมืองเชียงใหม่ที่ไปเก็บมาสามรอบทั้งตะวันตก ตะวันออก เหนือ เป็นอันครบถ้วนกระบวนความ เหลือแค่ทางใต้มีแค่ อ.สารภี ที่นอกจากเวียงกุมกาม ก็นึกที่เที่ยวอื่นไม่ออก คราวหน้าคงไปเก็บอำเภอไกลๆ ที่ยังไม่เคยไปอย่างดอยเต่า อมก๋อย สะเมิง แม่แจ่ม พร้าว เวียงแหง ฯลฯ มากกว่า 


 




 

Create Date : 26 เมษายน 2569
20 comments
Last Update : 26 เมษายน 2569 10:41:51 น.
Counter : 389 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtanjira, คุณThe Kop Civil, คุณkae+aoe, คุณcyberlifenlearn, คุณnewyorknurse, คุณmariabamboo

 

วัดพระพุทธบาทสี่รอย เป็นวัดเดียวที่พี่ก๋าเคยไปครับ 555
ไปเพราะเพื่อนมาบวชที่นี่
นอกนั้นยังไม่เคยไปเลย
น้องชีริวเที่ยวเก่งกว่าคนเชียงใหม่อีกครับ 555

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
ไปบ่อยตอนหมิงเป็นเด็ก ไปที่นี่แล้วก็ต่อด้วยสวนแมลง
ตอนนี้ชวนยังไงเจ้าตัวก็ไม่ไปแล้วครับ
อยากจะไปเที่ยวในเมืองอย่างเดียวเลย


 

โดย: กะว่าก๋า 26 เมษายน 2569 13:26:13 น.  

 

สวยเว่อร์ สวยไม่หยุด สวยตอแหล สวยน่าตบ
ช่างใช้ถ้อยคำ เที่ยววัด เที่ยวน้ำตก เที่ยวสวน
รอจารย์เต๊ะมาบรีฟสรุปทัวร์แบบกระชับอีกรอบจ้า

 

โดย: หอมกร 26 เมษายน 2569 15:56:53 น.  

 

สงสัยต้อง พรุ่งนี้ แล้วละนะครับ
วันนี้ยุ่งทั้งวัน มัวแต่ตามช่างมาซ่อมปั๊มน้ำ+
ปรับระดับน้ำ ชักโครก พอดี shopee เอาอุปกรณ์คอมมาส่งอีก

เลยต้องรีบ เอาใส่คอม เทส กว่าจะเรียบร้อย เล่นซะมืดค่ำเลยละครับ แฮร่ 555

 

โดย: multiple 26 เมษายน 2569 18:44:18 น.  

 

เคยไปเชียงใหม่เมื่อตอนที่มีงานพืชสวนโลกค่ะ เขาพาไป ไปครั้งแรก และครั้งเดียว ยังไม่เคยไปใหม่อีกเลย
-ดอยอะไรไม่รู้จำชื่อไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช่ดอยปุยไหม รู้แต่ว่ามีหมู่บ้านม้ง
-ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ
-ไปเวียงกุมกาม
-ตลาดไนท์บาซ่า(ไปหาข้าวกิน)


ปล.โจ็กในรูปน่าหินมากกกกกกค่ะ

 

โดย: lovelylittleying (สมาชิกหมายเลข 9218829 ) 26 เมษายน 2569 20:00:23 น.  

 

พวกน้ำพุร้อนส่วนมากไป อย่างมากก็แค่แช่ขาครับ แต่ก้ช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้ดีนะ

วัดหลายที่เลย วัดบ้านเด่นผมว่ารูปปั้นเด่นกว่า 555

พระพุทธรูปปากแดงเลย เดี๋ยวนี้หลายๆ ที่ทำกรงไว้หมดเลยครับ เอาจริงๆ ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ช่วยไม่ได้ พวกโจรมันเยอะ

แดนเทวดา น่าเข้าไปเดินเล่นจริงๆ ครับ ถ้ามีคู่แข่งคงจะเปิด แดนปีศาจมาแข่ง

ที่พักแบบนี้ก็ได้อย่างเสียอย่างเหมือนกัน แต่น่าจะได้ในเรื่องของความเงียบนะครับ

ฟอร์มูล่าม้งเคยเห็นคนเล่นกันครับ ท่าทางน่าสนุกดีเหมือนกัน

สวนพฤกษศาสตร์ถึงแม้ไม่ได้สนใจโดยตรงแต่ได้เข้าไปเดินเล่น ก็คุ้มแล้วล่ะครับ อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใบไม้

พวกแมลงผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ส่วนมากมันมีพิษ และชอบมาทำร้ายเราด้วย เลยไม่ค่อยชอบ พระตำหนักดาราภิรมย์ค่าเข้าชมถูกเกินคาดแฮะ

เก็บรายละเอียดได้สุดยอดเลย เชียงใหม่ผมเที่ยวแต่พวกที่คนนิยมๆ ไปกันมากกว่า พวกสวนสัตว์ กำแพงเมือง อะไรพวกนี้



จากบล็อก
จริงครับ แม้จะมีอักษรม้าแต่ไม่ค่อยเกี่ยวกับม้าเท่าไหร่ แต่มีสำนวนอันนึงเกี่ยวนะ ผมเขียนแยกไว้เฉพาะเลย ไว้ลงแล้วจะมาชวนไปดูครับ ว่าแต่ปีนี้คุณชีริวได้ไปงานหนังสือมั้ยครับ (โฆษณาซะเลย)

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 26 เมษายน 2569 21:49:08 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องชีริว

ทริปนี้เก็บสถานที่เที่ยวได้มากมายเลยนะ สถานที่ที่กล่าวมา ครู
ไปเชียงใหม่หลายครั้งก็จริง แต่ไม่ได้เจาะลึกอะไร เที่ยวตัวเมือง
เที่ยวแม่แจ่ม คือไปทอดกฐิน เที่ยวดอยอินทนนท์ วัดที่ไปเที่ยว
ส่วนใหญ่ก็เป็นวัดในตัวเมอง แต่บล็อกเธอ เที่ยวได้หลายที่มากมาย
เป็นความรู้ทั้งประวัติความเป็นมาของสถานที่ ภาพประกอบคำอธิบาย
นับเป็นบล็อกคุณภาพเหมือนเดิมจ้ะ
-เปิดบล็อกด้วยภาพทิวทัศน์ธรรมชาติ สวยมากนะ ชอบภาพแรกนี้เลย เห็นแล้วรู้สึกสดชื่นดี จ้ะ
-น้ำพุร้อนโป่งเดือด เที่ยวในเชิงเส้นทางธรรมชาติ มีให้นักท่องเที่ยว
ไปแช่ด้วย ทั้งส่วนตัวและสาธารณะ ราคาไม่แพงด้วย
-น้ำตกหมอกฟ้า มีค่าเข้าชมด้วย เดินไกล ถึง 350 เมตร ก็ไม่
ไกลมากนะ สำหรับวัยชรา พอไหว เนาะ
- วัดพระพุทธบาท สี่รอย รู้ประวัติ ทำไมจึงใช้ชื่อ สี่รอย ได้
ความรู้แต่ตามเหตุการณ์ด้วย
-วัดหนองก๋าย ชื่อแปลกดี เป็นจุดพักรถสมัยก่อนที่จะไปวัดพระพุทธ
บาท สี่รอย รู้ประวัติของวัดนี้ รู้ชื่อเดิมของวัด วัดหรีบุญเรือง
- วัดบ้านเด่น วัดนี้ดูจากภาพสวยมากเลย จ้ะ พระพุทธรูปก็งดงาม
-แดนเทวดา สถานที่นี้ ก็ชอบนะ ถึงจะเป็น้ำตกจำลอง มีถ้ำ หุบเขา หมอก ป่าไผ่ ค่าเข้า 80 บาท ก็คุ้มนะ ได้ถ่ายรูปสวย ๆ
-ม่อมแจ่ม เหมือนครูเคยไป นะ ทิวทัศน์สวย ดูทะเลหมอก น่าจะ
จำไม่ผิด อิอิ
-สวนพฤษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เห็นภาพแล้ว สวยงามมาก ดอกไม้มากมาย ที่ดิน ตั้ง 3500 ไร่ ที่สำคัญคือ การอนุรักษ์
พันธุ์ไม้ไปตามหมวดหมู่ ถ้าครูไป ครูก็เข้าฟรี อิอิ
- สวนสัตว์แมลงสยาม ที่นี่ มีแมลงต่าง สตาฟ ไว้เยอะมาก เป็น
แหล่งรู้ได้เป็นอย่างดี
- วัดป่าดาราภิรมย์ ได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ของพระชายาของ
รัชกาลที่ 5
- หมู่บ้านลึกลับเมืองไดโนเสาว์ เป็นร้าบุฟเฟ่ สเต๊ก รูปที่ถ่ายมาให้
ชม มีไดโนเสาร์ให้ถ่ายรูป หลาย ๆ มุม

ครูเที่ยวชมครบสถานที่ต่าง ๆ ครบ แล้วจ้ะ ขอบใจที่ค้นคว้าหา
ความรู้มาให้อ่า นะจ๊ะ
โหวดหมวด ท่องเที่ยว

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 26 เมษายน 2569 22:21:34 น.  

 

มีแต่วัดที่เราไม่เคยไปแทบทั้งนั้นเลย เชียงใหม่นึกว่าเที่ยวเกือบหมดแล้ว ยังมีอีกเยอะจริงๆ ที่ยังไม่เคยไป

ไดโนเสาร์ไม่ว่าใครก็เหมือนจะชอบกันนะ

 

โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) 26 เมษายน 2569 22:42:20 น.  

 

เดี๋ยวมาใหม่ครับ

 

โดย: สองแผ่นดิน 26 เมษายน 2569 23:51:19 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว

 

โดย: กะว่าก๋า 27 เมษายน 2569 4:56:22 น.  

 

ตั้งแต่ ไม่ได้ทำงานสนามบินนี่ ไม่ได้ไป ชม เลยครับ
สมัยก่อนไปทุกปี เค้าส่งไปทำงานด้วย งานเสร็จก็เที่ยวต่อครับ

น้ำพุร้อนโป่งเดือด บรรยากาศดีมากแต่ต้องไปหน้าหนาว
ถ้าไปกับคู่รัก ท่ามกลางไอหมอก กอดกันอุ่นๆ แช่น้ำด้วยกัน วี้ด วิ้ววว
ถ้าไปหน้าร้อน ก็กะทะทองแดงดีๆนี่เองนะครับ 555

น้ำตกหมอกฟ้า นี่แหละๆ ต้องไปหน้าร้อน เล่นน้ำให้ปลาตอด หนุบหนับ เพลินๆ แฮร่555

ส่วนร้านข้างทาง ชื่อฝร้่ง ขายอาหารไทยนี่
ผัดกระเพราเห็นแล้วหิวววเลย

ส่วน
วัดพระพุทธบาทสี่รอย ไกลขนาดนี้ คนมาไม่ขาด ต้องเพราะ คาเฟ่มีแอร์แน่นอน ป้าด555 ม่ายช่าย พลังศรัทธานะครับ อาจมีเลขเด็ดผสมด้วย ไม่มากก็แยะแหละ555

แต่โบสถ์นี่ ช่างที่ทำ ต้องมีพลังล้นเหลือ เพราะประดับประดา detail ละเอียดยิบจริงๆเลยนะครับ แฮร่ 555

ส่วนวัดชื่อ กระเทย นี่ อาจารย์เต๊ะ ว่าสวยสุด
ช่างฝีมือ ทำงานระดับนี้ได้ อึดขนาดนี้ ต้องซดน้ำท่อมทั้งวันแน่ อิอิ

ม่ายช่าย พลังศรัทธา โว้ยยย ซีริวบอก555

ทางผ่านชมธรรมชาติ แดนเทวดา สวนดอกไม้ เห็นอะไร ข้าว ขาว สาวสวย
โดดเด่นออกมา อยากจะตีคนถ่าย ทำไมไม่ซูมเข้าไปให้ดู มันน่านัก ซีริว บอก อะไรขาว อ๋อ แพะละซี้ แล้วก็ไม่บอก ว่าเอ็งชอบแพะ ป้าด555


แล้ว บล็อกยาววว อ่า พักก่อน เดี๋ยวมาต่อนะจ๊ะ...





 

โดย: multiple 27 เมษายน 2569 5:08:31 น.  

 

ม่อนแจ่ม บรรยากาสดีสุดๆ แต่ ฟอร์มูล่า ม้ง อาจารย์เต๊ะ ไม่เอาด้วยแน่
พลาดพลั้ง ผีผลัก รถคว่ำ ตกเขา จะไม่คุ้มนะครับ 555

แต่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ นี่แหละ น่าไปมาก
อยากไปเดิน สะพานเหล็ก บรรยากาส คล้ายๆในหนัง จูลาสสิคปาร์คเลยอ่า แบบว่า เดินๆอยู่ มีนกยักษ์บินมาโฉบเราไปหม่ำ 555

แต่อ่านไปอ่านมา ที่บอกว่า ถ้าไม่อินเรื่องพฤกษศาสตร์ มันจะเมื่อย+เบื่อมาก งั้นไม่ไปดีกว่า ป้าด 555

สวนสัตว์แมลงสยาม นี่ ถ้ามันไม่หลุดออกมา ก็เฉยๆ
แต่ถ้าหลุดละก็ ขนาดแมลงสาป ที่บ้าน บินเฉียด ยังร้อง กรี๊ดดดๆสาวแตก เลยครับ 555

วัดป่า ดาราภิรมย์
มณฑปพระจุฬามณีศรีบรมธาตุ สวยจริงไม่ติงนัง
ช่างฝีมือล้านนา สมัยก่อนนี่ ฝีมือสุดยอดมากเลยนะครับ
นี่ถ้าเป็นสมัยเป็น นศ อาจารย์พาไปละก็ โดนทำโปรเจค หูตูบแน่
ของดี ของสวย แยะมากกก

ก่อนกลับ ยังอุตส่าห์ ตามเก็บ พระตำหนักดาราภิรมย์มาได้อีก โอ๊ย
เป็นอาจารย์เต๊ะ นี่ ป่านนี้ นอนนวดขาทาเคาร์นืเตอเพน แก้ปวดเมื่อยอยู่แน่ 555

แล้วอะไรนะ บล็อกหน้าไปลำพูน โหดกว่านี้อีกเหรอ แง๊ๆๆๆ 555

จากบล็อก เรื่อง ai นี่กระทบมากเลยละครับ
โชคดีที่อาจารย์เต๊ะ เลิกทำงาน เลิกสอน
ไม่งั้นนี่ ต้องเจอ นศ ใช้AI ทำงานทำโปรเจค มาส่งแน่ๆเลยนะครับ555

จริงๆมันก็ช่วยลดเวลา render งาน ที่สมัยก่อน ต้องมีคอมแรงๆทำไปได้ แต่ แง่ ความคิดสร้างสรรค์ การ create งานนี่ สมองน่าจะฝ่อแน่ 555 เพราะ ใช้ ai ทำแทนทุกอย่าง แต่โลกเปลี่ยนไป
อนาคต อาจจะไม่ต้องมี นักออกแบบ สถาปนิก กันแล้วก็ได้นะครับ 555






 

โดย: multiple 27 เมษายน 2569 8:40:50 น.  

 

สวัสดีครับคุณชีริว

ผมยังไม่เคยไปเลยสักที
อาศัยเป็นลูกทัวร์หน้าจอแทน
ทัวร์นี้จุใจมากเลยครับ
ภาพเปิดก็ฮีลใจแล้ว
ทั้งธรรมชาติ โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ วัดวาอีก
แอบเล็งของกินก็น่าอร่อย โจ๊ก ข้าวซอย น้ำแข็งไสครับ อิอิ

จากบล็อก
อ่านสนุกดีครับ เพลินๆ ไม่เครียด
ที่จริงพล็อตเหมาะกับเขียนเป็นตอนๆ หลายๆ เล่มมากเลย
แต่โทนสีปกสวยดีนะครับ

 

โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา 27 เมษายน 2569 23:36:55 น.  

 

สวัสดีค่ะชีริว

โอ้โฮ้ ทริปนี้ของชีริวได้ครบเลยนะคะ
แค่เลื่อนดูรูปก็มีความสุขแล้วนะคะนี่

ธรรมชาติและดอกไม้ สวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ

 

โดย: tanjira 28 เมษายน 2569 6:38:19 น.  

 

ตามติดคุณชีริว มาเที่ยวเชียงใหม่ด้วยคนครับ ห้วยน้ำดังมีหมอก บรรยากาศน่าเที่ยวมากเลยครับ ส่วนวัดทุกวัดโบสถ์สวย ๆ ทุกวัดเลยนะครับ ผมอยากไปม่อนแจ่มเหมือนกันครับ ยังไม่มีโอกาสไปเลยครับ ดอกพญาเสือโคร่งสวยมาก ๆ ชอบสวนพฤกศาสตร์เหมือนกันครับผมว่าน่าจะเหมาะกับอากาศร้อนช่วงนี้นะ ร้อนตับแตก

 

โดย: The Kop Civil 28 เมษายน 2569 10:04:10 น.  

 

วัดหนองก๋ายยังไม่เคยแวะไปเลยครับ
เส้นแม่ริม แม่แตง
พี่ก๋าแทบจะไม่ผ่านเลย
เมื่อก่อนตอนหนุ่มๆ
ชอบไปเชียงดาวครับ
โดยเฉพาะสำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่องไปบ่อยมาก

ตอนนี้บ่อยสุดคือ วัดอุโมงค์ครับ

พี่ก๋าไม่หยุดก็เหมือนหยุด
นักท่องเที่ยวหายหมดครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 28 เมษายน 2569 22:42:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว

 

โดย: กะว่าก๋า 29 เมษายน 2569 4:06:47 น.  

 

ความสุข คือการได้ออกไปเที่ยว นะคะ ^^

 

โดย: kae+aoe 29 เมษายน 2569 8:13:30 น.  

 

ยินดียิ่งแล้วแขกแก้วมาเยือน

ทางเดินไปโป่งเดือด ต้นไม้ที่โค้งทอดมาขวางทางเดินยังอยู่ไหมคะ

เส้นทางจากแม่ริมไปพระพุทธบาทสี่รอยแล้วตัดไปออกเส้นแม่มาลัย-ปาย (ทล.3009) มีวัดเก่าที่ยังคงมีวัฒนธรรมโบราณที่น่าศึกษาหลายวัดเช่น
วัดท่าข้าม-จิตรกรรมฝาผนัง
วัดดอนเจียง-อุโบสถหนอง(หนองแปลว่าสระน้ำ) โบราณ
อุโบสถหัวหมวด เป็นอาคารอุโบสถตั้งโดดๆกลางทุ่งใช้ทำสังฆกรรมร่วมกันหลายวัดแถวโซนนั้น
แต่ข้อเสียคือ หมาเยอะมากต้องทำใจดีสู้หมา เบ่งใส่ ขู่ใส่
แต่มีวัดหนึ่งไปเหยียบงูตอนเขานอนตากแดดอยู่บนลานซีเมนต์ เราก็ถอยหามุมดูแต่ภาพในกล้อง ดีที่รู้สึกว่าโดนอะไรนิ่มๆ แล้วโดดออกมาก่อนจะลงน้ำหนักเต็มเท้า ปลอดภัยทั้งคนและงู
ตั้งแต่นั้นเลิกไปถ่ายรูปวัดเก่าไปเลย

รูปม่อนแจ่มที่มีระเบียงยื่นไปชมวิวยอดดอยม่อนแจ่ม จะเห็นเขาสูงยอดยึกยือ อยู่ตรงกลางค่อนมาทางซ้ายของรูป นั่นคือดอยหลวงเชียงดาว

หมู่บ้านลึกลับไดโนเสาร์อยู่ห่างบ้านพี่ตุ๊กไม่ถึงโล แต่ไม่เคยไปเลยค่ะ

มาแอ่วแฮ๋มเน่อเจ้า

 

โดย: tuk-tuk@korat 29 เมษายน 2569 9:18:30 น.  

 

พักนี้เลิกงานทานอิ่มแล้วนอนหลับเป็นอุตุนิยมวิทยาไปเลยฮ่า
...
ขอลงชื่อไว้ก่อนนะคะ สัญญาว่าจะมาภายใน10 ชั่วโมงอิอิ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 4313444 30 เมษายน 2569 6:37:49 น.  

 

หิวข้าวเลย หิวโจ๊กด้วย

คิดถึงเชียงใหม่จ้า

 

โดย: cyberlifenlearn 30 เมษายน 2569 18:52:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ชีริว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]





**5 Latest Entries**
เชียงใหม่ฝั่งเหนือ
โดราเอม่อน ตอน รถขนาดเล็ก
ปางมะผ้า
ขุนยวม
แม่สะเรียง


Friends' blogs
[Add ชีริว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.