|
ลำพูนม้วนเดียวจบ
ว่าด้วยเรื่องของลำพูนที่ไปมาช่วงสงกรานต์ 2569 ครับ ลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ ในภาคเหนือที่ผมผ่านเกือบทุกรอบที่ขึ้นเชียงใหม่ แต่ไม่ได้แวะเที่ยวมานานมากๆ เที่ยวจริงจังครั้งเดียวตอนปี 2555 เก็บสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองที่แสนกะทัดรัดในเวลาอันสั้น แล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย
ก่อนเที่ยว ขอบรีฟประวัติเมืองลำพูนที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดภาคเหนือในยุคอาณาจักรหริภุญชัยครับ เอาแบบสั้นๆ นะ ยาวๆ เคยเขียนไปแล้วในบล็อกนี้ https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=shiryu&month=06-2013&date=05&group=7&gblog=26
- เมืองหริภุญชัยถูกสร้างโดยฤาษีวาสุเทพต้นพุทธศตวรรษที่ 13 แล้วเชิญพระนางจามเทวี ธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้มาปกครอง สร้างบ้านแปงเมือง พร้อมสร้างวัดสี่มุมเมืองคือวัดมหาวัน วัดดอนแก้ว วัดประตูลี้ และวัดคงฤาษี ก่อนสืบทอดราชสมบัติให้เจ้ามหันตยศลูกชายคนโตปกครองหริภุญชัย และสร้างเมืองเขลางค์นคร (ลำปาง) ให้เจ้าอนันตยศลูกชายคนเล็ก เมืองโบราณในภาคเหนือตอนบนหลายแห่งได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวียงบริวารของหริภุญชัย ประกอบด้วย เวียงฮอด (อ.ฮอด) เวียงเถาะ (อ.ดอยหล่อ) และเวียงมโน (อ.หางดง)
- หริภุญชัยช่วงแรกยังไม่ได้เข้มแข็งอะไรนักก็ถูกชนกลุ่มอื่นๆ ผลัดกันเข้ามายึดครอง ทั้งพวกมิลักขุ ละโว้ พุกาม มีช่วงที่ต้องทิ้งเมืองหนีโรคระบาดด้วย หริภุญชัยขึ้นมายิ่งใหญ่จริงๆ ในยุคพระเจ้าอาทิตยราช ช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 มีการสร้างพระธาตุหริภุญชัยขึ้นกลางเมือง และสร้างเวียงท่ากาน (อ.สันป่าตอง) เป็นเวียงบริวารของหริภุญชัยเพิ่มเติม
- พญามังรายจากเชียงรายร่วมกับชาวลัวะเข้ายึดครองหริภุญชัยในปี พ.ศ.1835 และยึดครองเขลางค์นครในปี พ.ศ.1839 สร้างเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา แล้วรวมทั้งสองเมืองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของล้านนา เป็นอันสิ้นสุดยุคของหริภุญชัยและเข้าสู่ยุคล้านนา
รอบนี้อยากเที่ยวโซนนอกเมืองเพิ่มเติม ซึ่ง อ.แม่ทา อ.ป่าซาง หรือ อ.ลี้ ที่อยู่เกือบถึงตาก ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชวนตื่นตาตื่นใจอีกมากมายแบบไม่ไปไม่รู้
แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน โดย ททท. รอบนี้ขึ้นเครื่องบินไปนะครับ ไป-กลับประหยัดเวลาไปวันนึงเต็มๆ เครื่องลงที่สนามบินเชียงใหม่ 8 โมงเช้าของวันที่ 10 เม.ย. 2569 เช่ารถ Altis เช่นเดิม รอบนี้ใช้ ThaiRentACar เห็นราคาดี แต่รถไม่มีอ๊อพชั่นอะไรให้ทั้งนั้น เสียบแอนดรอยด์ไม่ได้ และไม่มีกระทั่งเซนเซอร์หลัง
แวะขึ้นไปเที่ยวแม่ริม ไปตำหนักดาราภิรมย์กับหมู่บ้านลึกลับเมืองไดโนเสาร์ เก็บตกจากตอนปีใหม่ และอัพบล็อกไปเรียบร้อย จากนั้นก็ดิ่งลงมาลำพูนครับ ลำพูนห่างเชียงใหม่นิดเดียว ผมมาจอดรถตรงกาดติ้วริมน้ำฝั่งตรงข้ามวัดพระธาตุหริภุญชัย แล้วเดินมากินก๋วยเตี๋ยวลำไยครับ ได้ยินชื่อนานแล้วยังไม่ได้กินสักที ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยเวียงยอง ชามละ 60 บาท แพงหน่อยแต่ก็เพราะใส่กระดูกหมูตุ๋นชิ้นโตๆ ให้ครับ จุดขายคือให้ความหวานด้วยน้ำลำไย อีกเมนูเด็ดคือข้าวซอยซี่โครงหมูตุ๋น ร้านมีลำไยอบแห้งที่ใช้ต้มน้ำลำไยขายด้วย รถจอดทิ้งไว้กาดติ้วนั่นแหละ แถวนี้ที่เที่ยวติดๆ กันเดินได้อย่างทั่วถึง แต่ที่จอดรถหายาก  มาครับ ท้องอิ่มแล้วก็ข้ามสะพานท่าสิงห์ข้ามแม่น้ำกวง มาสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของลำพูนกัน... ...นั่นก็คือร้านเฉาก๊วย //ถุย! ผิด!! วัดพระธาตุหริภุญชัยสิครับ! |  แต่เฉาก๊วยหน้าวัดนี้อร่อยจริงๆ นะ เฉาก๊วยมุกดา ที่เคลมว่าอร่อยที่สุดในเมืองมนุษย์ เป็นเฉาก๊วยนมสดอร่อยหวานมัน มีเมนูเดียว และไม่ต้องมาสั่งหวานมาก หวานน้อย เพิ่มนม ลดพุง อะไรทั้งนั้น ทำสูตรเดียวครับ แก้วละ 45 บาท (กินครั้งแรกเมื่อปี 2555 แก้วละ 25 บาท) เดี๋ยวนี้เจ๊มุกดาไม่ขายเองแล้ว |  | วัดพระธาตุหริภุญชัย (Phra That Hariphunchai Temple) | พระธาตุแห่งนี้เป็นศูนย์กลางเมืองหริภุญชัยโบราณ เดิมเป็นเขตพระราชวังของพระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์ของหริภุญชัยซึ่งถวายที่วังสร้างพระธาตุในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17
วิหารหลวง สร้างในสมัยพระเมืองแก้วเจ้าผู้ครองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2057 แต่ในปี พ.ศ. 2458 ถูกพายุถล่มพังไป ชาวบ้านต้องบูรณะขึ้นมาใหม่ครับ วัดนี้เดิมทีเคยประดิษฐานพระเสตังคมณีศรีเมืองหริภุญชัยหรือพระแก้วขาว พระคู่บ้านคู่เมืองหริภุญชัย ซึ่งถูกพญามังรายยึดไปเชียงใหม่ตอนยึดหริภุญชัย และกลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของล้านนามานับแต่นั้น องค์จริงประดิษฐานอยู่วัดเชียงมั่น จ.เชียงใหม่ ส่วนพระแก้วขาวจำลองในบุษบกหน้าพระประธานในวิหารนี้ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2539 ครับ พระธาตุหริภุญชัย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนท้ายทอย อก ข้อปลายนิ้ว และเศษกระดูกอื่นๆ อัดแน่นเต็มหม้อ ตามตำนานกล่าวว่าเดิมองค์พระธาตุเป็นทรงปราสาท หลังพญามังรายตีเมืองหริภุญชัยได้ เจดีย์ได้ผ่านการบูรณะปรับเปลี่ยนรูปแบบอีกหลายครั้งในสมัยล้านนา จนมีรูปทรงเป็นเจดีย์ฐานกลมแบบลังกาปิดทองในปัจจุบัน
แดดอย่างแรงครับวันนี้ ใครอยากเดินเวียนรอบพระธาตุต้องถอดรองเท้าเดินบนพื้นร้อนๆ แสดงความมุ่งมั่นศรัทธา  หอธรรม หรือหอพระไตรปิฎก สร้างโดยพระเมืองแก้ว กษัตริย์ล้านนาองค์ที่ 11 ในปี พ.ศ.2053 |  หอระฆัง บรรจุระฆังโบราณที่หล่อขึ้นในปี พ.ศ.2403 จารึกอักษรฝักขามเป็นการบูชาองค์พระธาตุหริภุญชัย เดิมบริเวณนี้เคยเป็นหอพระแก้วขาว ที่ประดิษฐานดั้งเดิมของพระเสตังคมณี |  สุวรรณเจดีย์ หรือปทุมวดีเจดีย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุหริภุญชัย สร้างโดยมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราชตั้งแต่สมัยหริภุญชัยในปี พ.ศ.1607 เป็นหนึ่งในโบราณสถานภาคเหนือไม่กี่แห่งที่ถูกรักษาไว้ในรูปแบบเดิม |  ในพระอุโบสถหน้าวัดประดิษฐาน พระเจ้าทองทิพย์ (องค์กลาง) สร้างจากเศษทองคำและโลหะที่เหลือจากการหุ้มองค์พระธาตุ | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญชัย (Hariphunchai National Museum) |  | เดินออกด้านหลังวัด แล้วข้ามถนนเชียงใหม่-ลำพูน มาจะเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหริภุญชัย เปิดตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 มาคราวก่อนยังเป็นห้องพัดลม หนนี้ปรับปรุงดีขึ้นเยอะเลยครับ เปิดเวลา 9.00 น. - 16.00 น. ปิดวันจันทร์-อังคาร เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ของรัฐส่วนใหญ่ ค่าเข้าคนไทย 20 บาท ผู้สูงอายุเข้าฟรี
ห้องจัดแสดงใหญ่ชั้นสองจะแสดงโบราณวัตถุแบ่งตามยุคสมัยตั้งแต่ยุคหิน ยุคหริภุญชัย และยุคล้านนา  โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุ 1,500 - 2,000 ปี จากบ้านวังไฮ |  หม้อกระดูก จากบ้านวังไฮ เป็นหม้อกลมประกบปิดกันอยู่ | เข้ายุคหริภุญชัย ห้องนี้มีแผนที่เมืองโบราณหริภุญชัยพร้อมวิดีทัศน์แสงสีเสียงบรรยาย  พระพุทธรูปปางประทานธรรม จากวัดพระธาตุหริภุญชัย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18 ทำจากสำริด |  ดินเผารูปศีรษะบุคคล พบที่วัดประตูลี้ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15-17 ไม่แน่ชัดว่าเป็นเทวดา กษัตริย์ ฤาษี พระพุทธรูปทรงเครื่อง หรืออะไร | เข้าสู่ยุคล้านนาครับ ไม้แกะสลักชิ้นงามกลางห้องนี้คือสัตตภัณฑ์ ศิลปะล้านนา สร้างในปี พ.ศ.2460 เป็นเครื่องสักการะหน้าฐานพระพุทธรูปวัดพระธาตุหริภุญชัย แบบจำลององค์พระบรมธาตุหริภุญชัยทำจากแก้วคริสตัลใส ล้อมด้วยพระพุทธรูปโบราณขนาดเล็กจากกรุต่างๆ  ชุดของพลตรีมหาอำมาตย์โทเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 10 ก่อนยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร |  คชสีห์ดินเผาเคลือบเขียว จากแหล่งเตาพาน จ.เชียงราย |  พระพักตร์พระแสนแซว่ ทำจากสำริด อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19-20 พบที่วัดดอนแก้ว |  พระพุทธรูปปางมารวิชัย ทำจากสำริด อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19 ย้ายจากวัดพระธาตุหริภุญชัย |
อาคารด้านล่างเป็นห้องแสดงศิลาจารึก นี่คือภาพจำของพิพิธภัณฑ์นี้เลยครับ รวบรวมศิลาจารึกมามากมาย เป็นหัวใจสำคัญในการศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของอาณาจักรหริภุญชัย  ศิลาจารึกที่เก่าแก่ที่สุดอันดับสองคือชิ้นนี้ครับ จารึกธรรมมิกราชา วัดพระธาตุหริภุญชัย พุทธศตวรรษที่ 17-18 เป็นอักษรมอญโบราณ ส่วนชิ้นที่เก่าแก่ที่สุดถูกยกไปแสดงอยู่ในอาคารหลัก จารึกวัดข้าวแสนห่อ (ศิลาจารึกตะจุ๊มหาเถร) พุทธศตวรรษที่ 17 เป็นอักษรมอญโบราณ พบกลางเมืองหริภุญชัยบริเวณที่สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เอง  |  |
เดินต่อมาด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ข้ามถนนวังซ้ายมาจะเป็น พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของชาวลำพูน เดิมที่นี่เป็นคุ้มเจ้าราชสัมพันธวงษ์ ที่สร้างโดยเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูนคนสุดท้าย ในปี พ.ศ.2455 เพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงส่องหล้าผู้เป็นน้องสาว หลังหมดยุคเจ้าเมือง ที่นี่ก็ถูกเปลี่ยนเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีน ร้านอาหาร สถานีวิทยุ ก่อนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูนในปัจจุบัน ภายในจัดแสดงประวัติของคุ้ม ข้าวของเครื่องใช้โบราณ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวลำพูน เปิดทุกวัน เวลา 9.00 น. – 16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม แต่ช่วยบริจาคบำรุงพิพิธภัณฑ์ได้ครับ ทิ้งรถไว้ที่ตลาดเกือบสามชั่วโมง ที่เที่ยวฉ่ำมากครับ ร้อนมากด้วย ได้เวลาไปขยับรถ ขับตาม ถ.เชียงใหม่-ลำพูน ลงไปด้านล่างของเมืองบ้าง ตามถนนมีฉีดน้ำลดฝุ่น ฝุ่นคงไม่ลด แต่เย็นดี ได้บรรยากาศสงกรานต์ครับ |  |
คุ้มเจ้าหลวงลำพูนไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ไม่เป็นไร เดินเลยลงไปหน่อยก่อนถึงถนนรอบเมืองมี พิพิธภัณฑ์ปั๊มน้ำมันสามทหาร หากใครเกิดทัน (ผมก็เกิดไม่ทัน) ปั๊มสามทหารเป็นปั๊มขององค์การเชื้อเพลิงที่สฤษดิ์ตั้งขึ้นมาทำธุรกิจน้ำมัน โดยปั๊มแห่งนี้สร้างในปี พ.ศ.2503 จากนั้นพอตั้ง ปตท. ขึ้นในปี พ.ศ.2521 ปั๊มสามทหารทั่วประเทศก็เปลี่ยนเป็น ปตท. ไป ที่นี่เป็นสถานีบริการน้ำมันตราสามทหารที่หลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และได้รับการอนุรักษ์และปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมครับ แต่ไม่ค่อยมีอะไรนะ มีแค่อุปกรณ์เติมน้ำมันเก่าๆ เก็บในห้องกระจกให้ชะโงกดูเอา บ่ายสามเที่ยวตามแผนวันแรกได้ครบละ ได้เวลาไปโรงแรมครับ ตั้งใจพักในเมืองลำพูน เพราะ 3 คืนนี้จะนอนโรงแรมเดียวแบบไม่ต้องย้ายที่นอนเลย Esy Hotel อยู่ทางเข้าเมืองลำพูนเลยครับ มันมีสองสาขาอยู่ใกล้กันด้วยนะ ต้องดูดีๆ อันนี้สาขา 1 ครับ อยู่ใกล้เมืองลำพูนมากกว่า มีที่จอดรถเหลือเฟือ แต่ก็ยังอุตส่าห์มีบางคันจอดขวางกินที่ไปสามช่อง น่าเข็นลงแม่น้ำกวง ค่าที่พักขนาดว่าช่วงสงกรานด์ก็ยังไม่แพง ราคานี้รวมอาหารเช้าเสิร์ฟตั้งแต่หกโมง เหมาะสำหรับคนเที่ยวเช้าแบบบ้านผมครับ เสียนิดตรงที่วางของในห้องน้ำน้อยไปหน่อย และสายฉีดตูดรั่วทำให้เสียอรรถรสตอนนั่งขี้ .....
วันนี้ยังไม่จบนะ เข้าที่พักเอาของไปเก็บแล้วนอนสัก 3 ชม. ให้อากาศหายร้อน ตกกลางคืนก็ออกหากินครับ ทุกวันศุกร์ตอน 18.00 - 22.00 น. ถนนรอบเมืองใน เส้นริมแม่น้ำกวง หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยตั้งแต่ประตูท่านางไปจนถึงประตูท่าขามจะเปิดเป็น ถนนคนเดินลำพูน ของที่ขายค่อนข้างหลากหลายเลย นอกจากของกิน เสื้อผ้า และของทำมือที่ถนนคนเดินทั่วไปมีแล้ว ยังมีอาหารเหนือ ทุเรียน ของเล่น การ์ดเกม ยันกัญชาแมวขาย ได้อาหารกลับไปกินที่ห้องเป็นมื้อเย็นแบบพอดีอิ่ม
11 เม.ย. 2569 วันที่สองของการเดินทาง กินข้าวเช้าในที่พักแล้วก็ออกแต่เช้าเลยครับ อยากเดินถ่ายสตรีทอาร์ตเมืองยองแบบแดดไม่ร้อน จอดรถที่วัดต้นแก้วแถวๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวลำไยเมื่อวาน แล้วเดินเที่ยวได้เลย มาทำความรู้จักชาวยองกันหน่อยครับ หลังจากพระเจ้าตากต่อด้วย ร.1 ช่วยกันกวาดล้างพม่าออกจากล้านนาแล้ว พระยากาวิละและราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนถูกสยามแต่งตั้งให้ปกครองหัวเมืองภาคเหนือ หัวเมืองส่วนใหญ่แทบร้าง จึงต้องไปหาคนที่อื่นมาอยู่เป็นแรงงาน ได้มีการกวาดต้อนชาวยอง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อจากเมืองยอง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เข้ามาอยู่อาศัยในลำพูน ตามนโยบายเก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง ชาวยองได้สร้างบ้านเรือนอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำตรงข้ามเมืองลำพูน ซึ่งก็คือพื้นที่ตำบลเวียงยองนี้เองครับ | Lanphun Street Arts เป็นโครงการที่วิทยาลัยสงฆ์ลำพูนและหน่วยงานท้องถิ่นหลายหน่วยงานจับมือกันเชิญชวนประชาชนและศิลปินมาแสดงผลงานศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม วัดต้นแก้ว สันนิษฐานว่าย้ายมาจากวัดดอนแก้วที่ร้างลงไปตามกาลเวลา สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1830 แม้ตัววัดจะไม่เหลืออะไรโบราณมากมายแต่ก็มีการตั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณเฮือนยองขึ้นในวัด เพื่อรวบรวมของโบราณที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ชาวยองในอดีต โดยเฉพาะชุดผ้าฝ้าย ที่ชาวยองสืบทอดฝีมือมาตั้งแต่โบราณ เป็นเสื้อผ้าของชนชั้นสูง และกลายเป็นสินค้า OTOP ของตำบลเวียงยองนี้
ในวัดเหลือเจดีย์ทรงโบราณองค์หนึ่ง ตั้งอยู่ริมกำแพงวัดเลยครับ มองจากถนนง่ายกว่า |  | วันนี้เช้าจะเที่ยววัดในเมืองลำพูนรอบๆ ครับ แต่ละแห่งไกลกันประมาณนึง เดินแบบเมื่อวานไม่ได้แล้วนะ วัดแรกวัดพระยืน ทางตะวันออกของเมืองลำพูนครับ....
วัดพระยืน สร้างสมัยพระนางจามเทวี แต่ทำการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพญากือนาแห่งล้านนาในปี พ.ศ. 1912 เป็นที่จำพรรษาของพระสงฆ์ที่เดินทางมาจากสุโขทัยเพื่อเผยแพร่ศาสนาพุทธแบบลังกาวงศ์ มีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือเจดีย์ทรงปราสาท มีพระพุทธรูปยืนทั้งสี่ด้าน เดิมวัดนี้มีพระพุทธรูปยืนสูง 9 เมตรที่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอาทิตยราชในยุคหริภุญชัย แล้วพญากือนาสร้างเพิ่มอีก 3 รวม 4 องค์ แทน 4 พระพุทธเจ้าในกัปนี้ จากนั้นก็ก่อสถูปครอบไว้ ภายหลังสถูปได้พังทลายลง ในปี พ.ศ. 2447 ทางวัดจึงสร้างเจดีย์ครอบพระพุทธรูปทั้งสี่ไว้ แล้วสร้างพระพุทธรูปยืนในเจดีย์ 4 ด้าน แต่องค์เล็กเพียงสะดือของพระพุทธรูปเดิม
 หน้าวัดมีอาคารเก็บศิลาจารึก อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20 สมัยของพญากือนา เป็นจารึกภาษาล้านนาที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบ ส่วนศิลาจารึกในภาคเหนือที่เก่ากว่านี้ที่เห็นในพิพิธภัณฑ์เมื่อวานจะเป็นภาษามอญ หนนี้ถ่ายไม่สวยเลยครับ ติดกระจกสะท้อน บล็อกเก่าชัดกว่าเยอะ
และที่อยากเก็บให้ครบรอบนี้คือวัดสี่มุมเมืองที่สร้างตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวีสร้างอาณาจักรหริภุญชัยครับ ประกอบด้วยวัดพระคงฤาษี (ทิศเหนือ) วัดประตูลี้ (ทิศใต้) วัดดอนแก้ว (ทิศตะวันออก) และวัดมหาวัน (ทิศตะวันตก) ที่ผ่านมาเคยไปแค่วัดมหาวันซึ่งโด่งดังเรื่องพระรอด หนนี้จะไปให้ครบทั้งสี่วัดเลยครับ วัดมหาวัน สร้างในปี พ.ศ.1204 โดยพระนางจามเทวี วัดนี้รวมทั้งวัดสี่มุมเมืองอื่นๆ ใช้เป็นที่พำนักของภิกษุ 500 รูป ที่นำมาจากละโว้ วัดนี้เป็นที่เก็บพระรอด หนึ่งในพระพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่สร้างแจกทหารและประชาชน
วิหารของวัดประดิษฐานพระสักขีปฏิมากร หรือพระรอดหลวง พระพุทธรูปนาคปรกเก่าแก่ที่พระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากละโว้ด้วย ด้านหลังพระรอดหลวง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิขัยที่สร้างขึ้นในยุคพญาสรรพสิทธิ์ เจ้านครหริภุญชัย เมื่อปี พ.ศ.1620   เจดีย์ประธานด้านหลังวิหารเป็นที่บรรจุพระรอด คนรุ่นหลังเรียกว่ากรุพระรอด ช่วงที่วัดร้างลง เจดีย์ได้พังทลายไป และถูกบูรณะทับฐานเจดีย์องค์เก่าในปี พ.ศ. 2465 พระรอดเป็นหนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ที่คนเล่นพระต้องการมากที่สุด ประกอบด้วย พระสมเด็จ วัดระฆัง (กรุงเทพ) พระนางพญา วัดนางพญา (พิษณุโลก) พระกำแพง วัดซุ้มกอ (กำแพงเพชร) พระผงสุพรรณ วัดพระศรีมหาธาตุ (สุพรรณบุรี) และพระรอด วัดมหาวัน (ลำพูน)
เลยวัดมหาวันมา 1 กม. จะมี วัดจามเทวี หลังพระนางจามเทวีสวรรคต ได้นำไปถวายพระเพลิงทางทิศตะวันตกของเมืองซึ่งถือเป็นทิศแห่งความตาย และสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิพระนางจามเทวี ให้ชื่อว่าเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าเจดีย์กู่กุดใน วัดจามเทวี นี่แหละคือเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ องค์เจดีย์มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ 60 องค์ ชาวบ้านเรียกว่าเจดีย์กู่กุดเนื่องจากยอดมันกุด ว่ากันว่าเดิมมียอดเป็นทอง ไม่แปลกใจว่าทำไมมันหายไป
 | ทางขวามือของวิหารมีรัตนเจดีย์ สร้างโดยพระยาสรรพสิทธิ์ในพุทธศตวรรษที่ 17 |  วิหารของวัดสร้างโดยครูบาศรีวิชัยในปี พ.ศ.2480 |  ภายในวัดมีกู่บรรจุอัฐิของครูบาศรีวิชัยส่วนหนึ่ง | วัดจามเทวีแห่งนี้เป็นวัดสุดท้ายที่ครูบาศรีวิชัยเดินทางมาบูรณะก่อนมรณภาพ จากเดิมเป็นวัดร้างที่เหลือเพียงสุวรรณจังโกฏฺเจดีย์และรัตนเจดีย์ จนมีโบสถ์ วิหาร และสิ่งก่อสร้างเพียงพอที่ภิกษุจะเข้ามาจำพรรษาได้ ในวัดได้บูรณะกุฏิหลังหนึ่งทำเป็นโฮงนิทัศน์ที่จัดแสดงประวัติของครูบาศรีวิชัย มีห้องประดิษฐานรูปเหมือน ตอนนั่งสมาธิ ตอนอาพาธที่วัดนี้ในปี พ.ศ.2480 ภาพถ่าย และหนังสือที่เกี่ยวข้องกับครูบาศรีวิชัย
วัดพระคงฤาษี หรือวัดอนันทาราม อยู่เหนือเมืองลำพูน สร้างสมัยพระนางจามเทวี ขุดพบพระคง เป็นพระพิมพ์ดินเผาที่สร้างในสมัยแรกสร้างวัด ความเก่าแก่เป็นรองพระรอดเพียงเล็กน้อย วัดนี้พระนางจามเทวีสร้างถวายภิกษุที่มาจากลังกาเป็นที่บำเพ็ญเพียรและบรรจุพระคง และเป็นสถานที่ซึ่งฤาษีวาสุเทพออกแบบผังเมืองหริภุญชัย ปัจจุบันสร้างเป็นเจดีย์ทับไว้ ช่วงสงกรานต์เห็นชาวบ้านชักรอกน้ำขึ้นไปสรงพระเจดีย์ด้วย
เปิดประตูกันนกเข้าไปด้านในวิหารทำบุญแล้วเขามีพระคงแจกครับ ล็อตนี้คงทำใหม่ๆ แต่ดูเหมือนของเก่าเลย ส่วนพระคงองค์กลางหน้าพระประธานนี่จำลองขึ้นมาจากพระคงที่เป็นพระพิมพ์นะครับ ไม่ได้เก่าแก่แบบพระรอดหลวงวัดมหาวัน
ใกล้ๆ กันมีวัดดังครับ วัดสันป่ายางหลวง วัดนี้สวยแบบสวยจริงจังเลย พอไปแข่งกับวัดแถวแม่ริม-แม่แตง หรือเมืองเชียงรายได้
วัดสันป่ายางหลวง (Wat San Pa Yang Luang) เดิมทีพื้นที่ชุมชนสันป่ายางหลวงนี้นับถือศาสนาพาหมณ์-ฮินดู จนกระทั่งช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 พระเถระจากพม่าได้เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใส จึงเปลี่ยนเทวสถานเป็นวัดให้ชื่อว่าวัดขอมลำโพง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวัดสันป่ายางหลวง
 พระธาตุวัดสันป่ายางหลวง เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุกระหม่อมของพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร |  พระพุทโธองค์ดำแห่งนาลันทา ด้านหน้าเจดีย์ สร้างจากหินดำเมืองนาลันทา เป็นการจำลองหลวงพ่อองค์ดำแห่งนาลันทาที่คนอินเดียนับถือกันมาก | วิหารของวัดติด TOP10 วิหารสวยของประเทศไทย สร้างจากไม้ตะเคียนทองในปี พ.ศ.2536
ซุ้มด้านบนประดิษฐานพระพุทธรัตนมหานทีศรีหริภุญชัย หรือพระเขียวโขง พระพุทธรูปแกะสลักจากหินแม่น้ำโขงสีเขียวอมดำจากบ้านดอนมหาวัน อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ในวิหารนี้มีพระเก่าจากกรุเยอะมาก แต่องค์แพงๆ ระดับเบญจภาคีจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระรอดมหาวันเลยครับ อยู่ตึกด้านหน้าวิหารนี้เลย ค่าเข้า 50.- แต่ถ่ายรูปไม่ได้นะจ๊ะ ในภาพนี้เป็นพระที่ใส่กรอบแปะเสาวิหารพระเขียวโขง
มณฑปพระเขี้ยวแก้ว ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วของพระกัสสปะ พระพุทธเจ้าองค์ที่ 3 ในภัทรกัปป์ (ก็ช่างสรรหา lore เนอะ)
ด้านเหนือของเมืองหริภุญชัยเต็มไปด้วยสุสานสัตว์ของราชวงศ์สมัยนั้นนะครับ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือกู่ช้าง-กู่ม้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ คนไปกราบไหว้กันเยอะกว่าวัดดังวัดอื่นอีก! ส่วนรอบนี้มีกี่กู่ไปให้ครบเลยครับ จะกู่ช้าง กู่ม้า กู่ไก่ กู่แมว ไปหมด!  กู่ช้าง เป็นสุสานฝังปู้ก่ำงาเขียวช้างทรงของพระเจ้ามหันตยศ เป็นช้างคู่ใจของพระนางจามเทวีซึ่งให้ลูกชายใช้ออกรบ ว่ากันว่าช้างเชือกนี้มีอิทธิฤทธิ์มาก หากงาชี้ไปทางไหน คนที่อยู่ทิศนั้นจะต้องตาย จึงต้องฝังแบบนั่งเอางาแหงนขึ้นฟ้า แล้วก่ออิฐโบกปูนรอบช้าง รูปร่างสุสานถึงเป็นอย่างที่เห็นในภาพนี้ครับ |  กู่ม้า อยู่ติดกับกู่ช้าง เป็นที่ฝังม้าทรงของพระเจ้ามหันตยศ ลักษณะคล้ายเจดีย์ทรงลังกา จึงคาดว่าได้อิทธิพลจากลังกาผ่านมาทางพุกามหรือถูกบูรณะในยุคหลัง |  กู่ไก่ อยู่ห่างกู่ช้างมาทางตะวันตก 400 เมตร บรรจุอัฐิเปตตกุกกุฏ ไก่ขาวของพระเจ้าอาทิตยราช |  กู่แมว อยู่ริมถนนฝั่งตรงข้ามกู่ช้าง เป็นเนินดินไม่ทราบที่มาที่ไป ให้มันเป็นกู่แมวไปละกัน หน้ากู่มีศาลและรูปปั้นแมว ศิลปะยุคพิกซาร์ ส่วนม้าลายนี่เป็นสัตว์ที่มีทุกศาล |
มื้อเที่ยงไปหาของกินใกล้ๆ กู่ช้าง เป็นร้านท้องถิ่นที่พี่ที่ทำงานแนะนำมา ร้านอาหารดาวคะนอง ก่อตั้งโดยคุณตาคะนอง และคุณยายบุญทอง โด่งดังจากสูตรน้ำพริกลาบของคุณตา และคุณตาเคยเป็นนักมวยเก่า ได้ตั้งค่าย ศ.ดาวคะนองขึ้น เลี้ยงดูนักมวยในสังกัดด้วยกับข้าวฝีมือตายาย ก่อนเปิดเป็นร้านอาหารในเวลาต่อมา ซึ่งร้านริมถนนเจริญราษฎร์นี้เป็นสาขาแรกครับ เสียดายผมกินน้ำพริกลาบหมูไม่เป็น แต่อยากกินอาหารเหนือเลยสั่งไก่เมืองนึ่ง ต้มยำไข่ปลา และปูอ่อง รสชาติเบาๆ แนวอาหารเหนือครับ
ช่วงบ่ายจะขับออกนอกเมืองไป อ.แม่ทา ทางตะวันออกของลำพูนติดกับลำปาง ขาออกจากเมืองมี 1 ใน 4 วัดมุมเมือง วัดดอนแก้ว หรือวัดอรัญญิการาม สร้างในสมัยพระนางจามเทวีเพื่อป้องกันเมืองด้านทิศตะวันออก เป็นวัดที่อยู่ห่างไกลตัวเมืองหริภุญชัยมากที่สุด สมัยก่อนเป็นป่าดง หรือเขตอรัญญิก มีการขุดพบศิลาจารึกและพระพิมพ์ดินเผาในบริเวณวัด แต่ตัววัดก็ถูกบูรณะจนไม่เหลือเค้าเดิมเช่นกันครับ

ขับรถต่อมาครึ่ง ชม. เข้าเขตป่าเขา อ.แม่ทา ชื่อตำบลหรือชุมชนใน อ.แม่ทา จะขึ้นต้นด้วยคำว่า "ทา" เป็นส่วนมากนะครับ ทั้งทาสบเส้า ทาขุมเงิน ทากาศ ทาปลาดุก ฯลฯ แม่ทาไปทั่วจริงๆ ทายันปลาดุก! ซึ่งคำว่าทามาจากชื่อลำน้ำทาที่ไหลผ่านบริเวณนี้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่จะแนะนำนี้ คือสะพานขาวทาชมภู สันนิษฐานว่าเป็นชื่อหมู่บ้านทาชมภูที่มีต้นชมพู่เยอะ หรืออาจเป็นจุดชมวิวภูเขา
สะพานขาวทาชมภู ตั้งอยู่ใน อ.แม่ทา ทางตะวันออกของลำพูน สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2463 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ผิดกับสะพานรถไฟอื่นๆ ที่เป็นโครงสร้างเหล็กที่รับแรงได้ดีกว่า แต่ช่วงนั้นเหล็กขาดแคลน เลยใช้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กบวกด้วยการคำนวณทางวิศวกรรมอันยอดเยี่ยมของพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ทำให้สะพานยังคงสามารถใช้งานได้จนถึงทุกวันนี้ครับ
เส้นทางรถไฟสายเหนือขึ้นสู่เชียงใหม่จะผ่านสะพานตรงนี้ครับ เป็นจุดที่สวยมาก สวนใต้สะพานก็มีจุดถ่ายรูปชิคๆ เยอะอยู่นะ แต่ด้วยความโหดของแดดตอนนี้แล้วไม่สามารถชิคได้
 | อุโมงค์ขุนตาน (Khun Tan Tunnel) | ขับต่อมาอีก 11 กม. ถึงชายแดนลำพูน-ลำปาง บนดอยขุนตาล มีอุโมงค์ขุนตาน เป็นอุโมงค์รถไฟคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 1.3 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2461 เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยมายาวนาน ก่อนจะถูกล้มแชมป์โดยอุโมงค์ผาเสด็จ จ.สระบุรี ที่เพิ่งเปิดใช้งานในปี พ.ศ.2567 ยาว 5.4 กม. |  |  สถานีรถไฟขุนตานหลังเดิม ก่อสร้างในปี พ.ศ.2461 หลังใหม่ย้ายไปอยู่อีกฝั่งของรางรถไฟใกล้ๆ กัน |  สุสานของ Emil Eisenhofer วิศวกรชาวเยอรมันผู้คุมงาน ก่อสร้างอุโมงค์ขุนตาน และภรรยา Irmgard |  | ศาลเจ้าพ่อขุนตาน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนบริเวณนี้นับถือ ในประวัติศาสตร์เจ้าพ่อขุนตานคือพญาเบิก กษัตริย์เมืองเขลางค์นครคนสุดท้ายที่เข้าทำศึกกับพญามังรายและพญาไชยสงคราม หลังพญามังรายยึดครองหริภุญชัย พญาเบิกได้สร้างเวียงต้านขึ้นบนดอยขุนตาล เพื่อตั้งรับกองทัพของพญามังราย พญาเบิกมีฤทธิ์อยู่ยงคงกระพัน ฆ่าไม่ตาย หลังถูกจับตัวได้พญามังรายจึงฝังดินไว้บนดอยขุนตาน และกลายเป็นตำนานหลังจากนั้น ศาลเจ้าพ่อขุนตานที่โด่งดังมีคนกราบไหว้มากที่สุดอยู่ริมทางหลวง 11 เลยครับ |
ที่จอดรถและสถานีอยู่ในเขต จ.ลำพูน แต่ตัวอุโมงค์ตั้งอยู่ในเขต จ.ลำปางนะครับ จะมีป้ายเส้นแบ่งชายแดนให้สังเกตด้วย จอดรถแล้วเดินมา 200 เมตรจะถึงตัวอุโมงค์ มีบ้านนึงมาถ่ายรูป+ไลฟ์สด เวียนถ่ายสลับตัวสมาชิกด้วยวิธีแฟคทอเรียลทุกมุมที่จะขวางหน้าอุโมงค์ได้แบบไม่แคร์คนต่อคิวและไม่มีใครเตือนใคร รอนานมากกว่าจะได้ถ่าย
วิธีแฟคทอเรียล = การคูณจำนวนเต็มบวกจนถึงเลข 1 ใช้คำนวณจำนวนครั้งในการสลับสิ่งของ เช่นบ้านนี้มีสมาชิก 4 คน จะมีวิธีการถ่ายรูป = 4! = 4 x 3 x 2 x 1 = 24 ช็อตในแต่ละจุดของอุโมงค์
 จุดนี้ยังเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางรถไฟในประเทศไทยด้วยนะครับ สูง 578 เมตรจากระดับน้ำทะเล หลังรถไฟลอดผ่านอุโมงค์ที่เคยยาวที่สุดในประเทศแล้วยังต่อด้วยสะพานขาวทาชมภู ถ้ามีเวลานั่งรถไฟชิลๆ ผ่านตรงนี้คงฟินน่าดู
ขับรถกลับเข้าเมืองลำพูน ถึงตอนบ่ายสาม วันนี้ก็เที่ยวจบไวเช่นกัน (เสียเวลากับบ้านนักไลฟ์สดไปนิดหน่อย) แวะกินข้าวที่ กาดลำพูนจตุจักร เป็นฟู้ดเซ็นเตอร์ติดแอร์ ที่นี่จะมีตลาดนัดทุกวันพุธและวันเสาร์ ตอน 14.00 - 20.00 น. วันนี้วันเสาร์พอดีครับ จัดไป! ได้มาทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ขาดแค่ที่อยู่อาศัยก็จะครบปัจจัย 4
| Create Date : 26 มิถุนายน 2569 |
|
3 comments |
| Last Update : 26 มิถุนายน 2569 22:20:31 น. |
| Counter : 131 Pageviews. |
|
 |
|
เพิ่้งรู้ว่าลำพูนมีดีมากกว่าที่คิด
พระนางจามเทวีไม่ใช่ชาวเหนือ
เสียดายไม่มีรูปฤาษีชื่อดังให้ดูจ้า
ยาวมากแล้วจะแวะมาอ่านสรุป
เดี๋ยวจารย์ต้องเข้ามาบรีฟแน่ๆ