6 วัน 6 เมือง เวียดนามเหนือจรดใต้ 1900 กิโลเมตร ตอนที่ 1 ฮานอย ฮาลอง




6 เมืองใน 6 วันฟังแล้วชัดเลยนะครับว่าทริปนี้กว้างไกลปูพรมขนาดไหน นายน้ำฟ้ามีโอกาสเดินทางไปสัมผัสเวียดนามเป็นครั้งแรกและโชคดีได้เดินทางแบบเหนือจรดใต้ในทริปสั้นๆ เอนทรี่นี้คงทำได้ดีที่สุดคือฉายภาพกว้างสถานที่และความรู้ตลอดจนความรู้สึกที่ได้เดินทางมาสัมผัสเวียดนามแผ่นดินที่มีอดีตกาลยาวไกล คงเป็นประโยชน์สำหรับคนยังไม่เคยเยือนเวียดนามได้พอสมควร
เวียดนามเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก ผ่านกาลเวลามาตั้งแต่ยุคสำริดนับพันพันปีก่อนคริสตกาล กล่าวได้ว่าดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนี่ยแหละที่เป็นต้นกำเนิดความรุ่งเรืองแห่งยุคสำริดร่องรอยอารยะธรรมยุคดงเซินของเวียดนามกลองมโหรทึกที่ทำจากโลหะสำริดถูกขุดพบเป็นประจักษ์พยานหลักฐานแห่งอารยะในแถบถิ่นนี้อย่างดี ดินแดนแห่งนี้ยังนับว่าเป็นแผ่นดินแห่งภัยสงคราม เวียดนามอยู่ภายใต้การรุกรานของจักรวรรดิจีนและอยู่ใต้ปกครองหลายร้อยปี สลับกับการปกครองตนเองภายใต้ราชชวงศ์ต่างๆ อีกหลายสมัย เมื่อพ้นภัยจีนก็โจนเข้าสู่ยุคจักรวรรดิฝรั่งเศสรุกรานอีก พอหมดยุคฝรั่งเศส ก็เข้าต่อสู้ในสงครามเวียดนามกับอเมริกา พอพ้นภัยอเมริกันด้วยการยัดเยียดความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่หลวงให้กับกองทัพสหรัฐก็เข้าสู่การแบ่งแผ่นดินเป็นเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ ต่อสู้กันเองอย่างเจ็บปวดสาหัส เพิ่งจะหมดยุคสงครามอย่างแท้จริงเมื่อปี พ.ศ.2519 มานี้เอง

พร้อมแล้วไปกันเลย โย่วๆ เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยสายการบิน Air Asia บินตรงจากดอนเมืองสู่ฮานอย เที่ยวบิน FD642 DMK-HAN บินตรงทุกวัน 7โมงเช้า ถึงฮานอย 8.40น. ระยะเวลาบินเคลมไว้ที่ 1ชม.40นาที ทริปนี้พิเศษที่เราได้ใช้อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ของท่าอากาศยานโหน่ยบ่าย สนามบินนานาชาติของมหานครฮานอย อาคารผู้โดยสารหลังนี้เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อ 4มค.2558 สองเดือนเศษเอง พร้อมกับการเปิดตัวของเส้นทางไฮเวย์ 6 เลนเส้นใหม่ผ่านสะพาน Nhat Tan Bridge (สะพานหงัดตัน) สะพานขึงที่ข้ามแม่น้ำแดงแห่งใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกัน

เครดิตภาพกลองมโหรทึกยุคดงเซินจากเวป วิกิพีเดีย
















อนุสรณ์สถานโฮจิมินห์

Ho Chi Minh Mausoleum

ณ จตุรัสบาร์ดิงห์ เมืองฮานอย
21.036787,105.834769

นี่เป็นสถานที่แห่งแรกที่เราแวะชมทันทีที่ก้าวเข้าสู่ฮานอย สถานที่ที่เก็บรักษาศพของโฮจิมินห์ไว้ในโลงแก้ว สถานที่ซึ่งโฮจิมินห์ขึ้นอ่านประกาศอิสรภาพจากฝรั่งเศส เมื่อ 2 กย.1945 สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบได้รับอิทธิพลการออกแบบจากรัสเซีย อาคารเป็นหินอ่อน+หินแกรนิต ความรู้สึกของผมเหมือนกำลังเดินเข้าสู่ใจกลางการรักษาความปลอดภัยแบบฉบับทหารสูงสุด การเข้าชมต้องตั้งแถวตอนเรียงสอง ปลดอุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์ถ่ายภาพ กระเป๋าสะพายต่างๆ ออกหมดถอดหมวกและเดินเข้าไปภายในด้วยอาการสำรวม ร่างท่านโฮจิมินห์ในโลงแก้วและเหล่าทหารเฝ้ารอบโลงให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของท่านมากๆ เราโชคดีเห็นการเปลี่ยนผลัดทหารภายในนั้นด้วย


ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนาม
อาคารหลังนี้เป็นจวนข้าหลวงฝรั่งเศสมาก่อน เมื่อมอบให้แก่โฮจิมินห์ใช้เป็นที่พักและทำเนียบ โฮจิมินห์นั้นปฏิเสธ และใช้บ้านพักธรรมดาๆ สามัญทำการแทน เดี๋ยวเราจะได้ไปชมด้วยซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของอนุสรณ์หรือสุสานโฮจิมินห์นี้เอง






กล้องและอุปกรณ์ต่างๆที่ห้ามนำเข้าไปเราฝากไว้ที่ไกด์สาวของเราคนนี้แต่เพียงผู้เดียว













ใครที่ตั้งใจมาให้เห็นลุงโฮในโลงแก้วนั้นวางแผนไปอย่าให้ตรงวันจันทร์และศุกร์ และในราวเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ก็จะปิดไม่ให้เข้าชมเลย ได้ยินมาว่าเพราะต้องนำร่างของท่านกลับไปรัสเซียเพื่อทำการอาบน้ำยาใหม่ทุกปี

อากาศที่ฮานอยเดือนมีนาคมที่เรามาเยือนนี้กำลังเย็นค่อนข้างหนาว อุณหภูมิอยู่ในราวสิบกว่าองศาเท่านั้น ท้องฟ้าก็ขมุกขมัวและมีฝนบางๆเป็นระยะ

ไปกันต่อครับ ออกจากสุสานแล้วเราก็มาเจอไกด์สาวของเราที่สะพายกล้องพะรุงพะรังเต็มตัวราวกับมือโปรระดับโลก รับกล้องคืนแล้วก็เดินชมสถานที่ถัดไปที่อยู่ด้านหลังสุสานฯ เป็นสวนร่มรื่นเขียวขจีมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ มีบ้านตึกสีเหลืองสดชั้นเดียวบ้างสองชั้นบ้างรายรอบอยู่ทั่ว นี่คือสถานที่ที่เป็นทั้งบ้านพักและที่ทำงานบริหารประเทศของท่านนายกฯและประธานาธิบดีโฮจิมินห์ผู้ซึ่งปฏิเสธที่จะพำนักในทำเนียบประธานาธิบดีผลิตผลจากจักรวรรดิฝรั่งเศส




บ้านพักโฮจิมินห์ โฮจิมินห์พักผ่อนนอนหลับอย่างสมถะ เป็นบ้านไม้ยกเสาสูง นักท่องเที่ยวมากมายพากันมาเยี่ยมชม ถ่ายมาคนตรึม!








วัดเสาเดียว
21.035831,105.833657

จากบ้านพักโฮจิมินห์ เส้นทางเดินมาลัดเลาะสระน้ำมาทะลุออกยังสถานที่สำคัญอีกแห่งนั่นคือวัดเสาเดียว




วัดเสาเดียว มีความเป็นมาที่น่าสนใจทีเดียว วัดนี้เป็นวัดโบราณอายุนับพันปี สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1049 (ก่อนเริ่มอาณาจักรสุโขทัยถึง 200 ปีเต็มๆ) สร้างโดยพระเจ้าหลีถายโต่ผู้สถาปนาราชวงศ์หลีขึ้นและย้ายเมืองหลวงจากได่ลามาเมืองทังลอง (ฮานอยในปัจจุบัน) พระเจ้าหลีถายโต่ทรงทอดพระเนตรเห็นเจ้าแม่กวนอิมนั่งในดอกบัวในมืออุ้มเด็กชายคนหนึ่งแล้วส่งให้พระองค์ ไม่นานหลังจากนั้นพระองค์ก็แต่งงานและกำเนิดรัชทายาทขึ้น จึงทรงโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นโดยสร้างให้ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวประดุจดอกบัว


กาลเวลาผ่านไปอีกเก้าร้อยกว่าปี ในยุคจักวรรดิฝรั่งเศสรุกรานเวียดนาม ฝรั่งเศสได้ระเบิดวัดเสาเดียวทิ้ง! //ใจร้าย หลังจากนั้นก็ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ เสาในปัจจุบันแปรเปลี่ยนเป็นเสาคอนกรีตอย่างที่เห็นในรูป วัดนี้มีชื่อเรียกในภาษาเวียดว่า วัดหมดโกด มาฮานอยแล้วอย่าพลาดแวะมาชมกันนะครับ เอาล่ะ เวลาอันจำกัดเราไม่สามารถเที่ยวเจาะลึกทุกสถานที่ในรัศมีจตุรัสบาร์ดิงห์นี้ได้ แม้ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่งอาทิ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ หอธงโกดเก่อและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางการทหาร แต่ไม่พลาดที่จะไปสถานที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ...












วิหารวรรณกรรม
อนุสรณ์สถานแด่ขงจี๊อ
21.02838,105.835923





วิหารนี้สร้างภายหลังวัดเสาเดียว 21ปี ในสมัยพระเจ้าหลีถายโต่เช่นเดียวกัน อิทธิพลจากจีนที่ปกครองเวียดนามนานหลายร้อยปี ท่ามกลางการต่อสู้ขับไล่จีนเป็นระยะๆสลับกันไป จนเมื่อพ้นภัยจีนและราชวงศ์หลีขึ้นปกครองประเทศนานกว่าสองศตวรรษ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นมรดกตกทอดมาจากจีนฝังแน่นอยู่กับชาวเวียดนามคือหลักคำสอนของขงจื๊อ และวิหารวรรณกรรมนี้ก็คือประจักษ์พยานสถานที่ซึ่งสร้างเพื่ออุทิศแด่ขงจื๊อในสมัยนั้น


ฮานอยเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานจริงๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เราได้มาเยือนก็สัมผัสที่ความรุ่งเรืองตั้งแต่ยุคอดีตนับพันปีมาแล้วเรียกว่าอารยะธรรมเก่าแก่มากก่อนยุคอาณาจักรสุโขทัยของเราเสียอีก ตลอดจนสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของท่านโฮจิมินห์ผู้นำการปลดปล่อยเวียดนามสู่อิสรภาพในยุคปัจจุบัน เราจะทิ้งฮานอยไว้เบื้องหลังก่อนเพื่อเบนเข็มไปดินแดนอีกแห่งหนึ่งออกนอกฮานอยไปทางทิศตะวันออกสู่เมืองฮาลอง เมืองมรดกโลกอีกแห่งพักและเที่ยวที่นั่นอีกหนึ่งวันค่อยย้อนกลับมาเก็บตกฮานอยกันอีกครั้ง














จากฮานอย สู่ ฮาลอง

ด้วยระยะทางเพียง 150 กิโลเมตร แต่สภาพถนนหนทางกว่าค่อนเป็นถนนสองเลนสวนกันและรถบรรทุกเยอะ ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางถึงกว่า 3ชม.ครึ่ง ถึงจะใช้เวลานานไปนิดแต่ก็มาถึงรร. ทันถ่ายแสงทไวไลท์

ภาพทไวไลท์ถ่ายผ่านหน้าต่างห้องพักใน Royal Lotus Hotel
มองเห็นสะพานที่ทอดข้ามไปยังเกาะที่เป็นท่าเรือท่องเที่ยวอ่าวฮาลองอยู่เบื้องหลังตรงเส้นขอบฟ้า












เราพักอยู่ฝั่งบ๋ายจั๋ย คือเมืองฮาลองนี่ขยายเมืองขึ้นมาจากการรวมเมืองเล็กๆ สองเมืองเข้าด้วยกันคือเมืองบ๋ายจั๋ยกับเมืองห่งกายเมื่อปี ค.ศ.1994 แหม่ ชื่อเมืองนี้ดี๊ดีฟังแล้วรู้สึกเหมือนคำว่าสบายใจ ปัจจุบันนี้ฮาลองเป็นเมืองมรดกโลกแล้ว บ๋ายจั๋ยมีชื่อเสียงด้านอาหารทะเลมากๆ และมือค่ำดินเนอร์มื้อแรกในฮาลองนี้เราก็ไม่พลาดชิมอาหารทะเลสดๆ อร่อยๆ เลิศรสกัน ทั้งปู กุ้งกั้ง ปลา จัดมาๆ และผมยังได้ลองลิ้มชิมรสชาติเบียร์เวียดนามยี่ห้อฮานอย กับยี่ห้อ 333 (ออกเสียงว่าบาบาบา) ลิ้มแล้วบ่องตงอร่อยกว่าเบียร์ไทยทุกยี่ห้อรวมทั้งเบียร์ฝรั่งอีกหลายสัญชาติเลยล่ะครับเพราะว่าแทบไม่มีความขมเลย


เต็มอิ่มกับอาหารทะเลสดๆ หลายหลายและรสชาติสุดยอดของฮานอยเบียร์






เช้าตรู่วันรุ่งเราก็เดินทางออกจากรร.มุ่งหน้าท่าเรือท่องเที่ยวอ่าวฮาลอง ออกเดินทางจากรร. ข้ามสะพานความยาว 1.7 กิโลเมตรไปยังเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งซึ่งก่อสร้างเป็นท่าเรือ ขุดร่องน้ำเข้าในตัวเกาะอย่างดี ระยะทางจากรร. ถึงท่าเรือบนเกาะ 9 กิโลเมตร แผนที่ข้างล่างนี้แสดงเส้นทางเดินเรือชมความงามของอ่าวฮาลองในทริปของเรา ไปถ้ำเทียนกุงและวนชมอ่าวก่อนวกกลับเข้าท่าระยะทางรวมประมาณ 14 กิโลเมตร










เห็นแล้วทึ่งกับการสร้างท่าเรือของฮาลองนะครับ ขุดหรือเปล่าไม่รู้ น่าจะขุดแหละ ทำเป็นร่องน้ำตรงเข้ามาภายในตัวเกาะ ลักษณะเหมือนถนนใหญ่ ถนนทะเลที่เรียบ ตรง มีท่าเทียบเรือของหลายๆ บริษัททัวร์อยู่ที่นี่ การขึ้นลงเรือมีกฏเพื่อความปลอดภัยที่เคร่งครัดขึ้นเรือแล้วยังห้ามขึ้นดาดฟ้าเรือและห้ามไปหัวเรือหรือแม้แต่ยืนเล่นท้ายเรือจนกว่าเรือจะออกจากท่าจึงจะเดินเล่นได้สะดวก เนื่องมาจากการจราจรแถวท่าเรือที่ปกติจะค่อนข้างคับคั่งเวลาเรือออกจากท่าจะค่อนข้างเบียดเสียดจนอาจเบียดกระแทกกับเรือลำอื่นกระเด็นกระดอนตกเรือกันไป

อ่าวฮาลองช่วงที่เรามาเยือนนี้สภาพอากาศยังค่อนข้างหนาวเหมือนๆ ในเมืองฮานอย ฤดูท่องเที่ยวจะอยู่ในราวเดือนพฤษภาคม-กุมภาพันธ์ จะเว้นอยู่แค่สองเดือนคือมีนาคม-เมษายนช่วงที่เรามาเนี่ยล่ะที่สภาพอากาศมักขมุกขมัวแบบนี้ แต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกอย่างหนึ่งสำหรับผมนะ ทะเลที่มีหมอกปกคลุมและอากาศเย็นๆ แบบนี้หาได้ง่ายๆ ในเมืองไทยซะที่ไหน






อ่าวฮาลองนับเป็นท้องทะเลที่มีความสวยงามมหัศจรรย์มากๆ เรียกว่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยก็ว่าได้ พื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่า 1500 ตร.กม. พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ทำให้การเที่ยวไม่กี่ชั่วโมงของเราเป็นเพียงปฐมบทเล็กๆ ไปเลย ว่ากันว่าจะเที่ยวให้ค่อนข้างทั่วถึงต้องปักหลักพักและตะลอนเที่ยวถึงสามสี่คืนเป็นอย่างน้อย ทะเลบริเวณนี้ประกอบด้วยเกาะแก่งเขาหินปูนจำนวนมากมาย มากถึงกว่า 3000 เกาะ! มีเกาะใหญ่ที่สุดคือเกาะก๊าดบา ทะเลที่ไหนมีเกาะหินปูนขึ้นก็แทบจะเรียกได้ว่าสวยงามทุกที่นะครับ เหมือนๆ กับที่อ่าวพังงาของไทยเรา หรือแม้กระทั่งเขื่อนเชียวหลานนั่นไงสวยขนาดไหน แต่ที่นี่สวยกระทั่งได้รับการรับรองจากยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก และเป็นถึงสองแขนงคือสถานที่ที่สวยงามยากจะหาที่ใดเทียบและสาขาความหลากหลายของพันธุ์สัตว์




หมอกจางๆ ปกคลุมไปทั่วอ่าว และคลุมหนาๆ อยู่ตามยอดเขาผมรู้สึกเหมือนกำลังแล่นเข้าไปในฉากของภาพยนต์จูราสสิกปาร์คก็มิปาน แลกกับที่อดเห็นผืนทะเลสีเขียวมรกตในฤดูที่อากาศแจ่มใสถึงจะเสียดายไปบ้างแต่ก็ดีไปอีกอย่างคือไร้แดด ไม่ร้อน ไม่ต้องทาครีมกันแดดนะครับ ดีเน้าะ










ถ้ำเทียนกุง
ปราสาทแห่งสรวงสวรรค์
20.911848,107.018196

เรือ แล่นออกมาราว 4 กิโลเมตรก็มาเทียบท่าขึ้นเกาะแห่งหนึ่งที่มีแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายมาที่นี่ มาชมความงามของถ้ำเทียนกุง แปลว่าปราสาทบนสรวงสวรรค์ ยังมีถ้ำสวยๆ อีกมากมายในอ่าวฮาลองนะครับ แต่ถ้ำเทียนกุงน่าจะมหานิยมที่สุด เนื่องจากใกล้และสะดวกสุดสำหรับพวก half day trip ล่ะ สะดวกแค่ไหนลองนับหัวนักท่องเที่ยวดูนะครัช ตรึม Y Y เห็นคนเยอะแบบนี้ผมงี้ทิ้งขาตั้งกล้องไว้ในเรือเลย แถมเจอทัวร์จีนขึ้นเกาะพอดี โอ้โหยสมคำร่ำลือครับ ทั้งเบียดทั้งกระแทกชนแซงเสียงดังเหมือนทะเลาะกันขโมงโฉงเฉงก้องกังวานลั่นถ้ำ 5555


ได้ภาพสวยๆ มาไม่กี่ภาพ แม้ไม่มีขาตั้งก็อาศัยวางกล้องบนกระเป๋า หามุมดีดีหน่อย ถ้ำตกแต่ง lighting ได้สวยงามมาก แต่หลายคนก็บอกว่าเล่นแสงสีเยอะไปหน่อย แต่อย่างน้อยสำหรับความคิดผมน้า เล่นแสงเยอะไปนิดก็ยังดีกว่าหลายที่ในบ้านเราที่เล่นหลอดฟลูออเรสเซนต์แบบโจ่งแจ้งไม่ซ่อนหลอดกันเลยทีเดียว ว่ามะ








เส้นทางเดินชมถ้ำเค้าจัดให้เข้าทางนึงแล่วเดินไปออกอีกทางนึง ออกจากถ้ำแล้วก็เป็นเส้นทางเดินลงเขาลาดๆ มีวิวชมพอสวย มีร้านค้าขายของที่ระลึกตั้งเรียงราย แล้วก็มีจุดแวะจุดนึงเป็นจุดชมวิวให้ชมทัศนียภาพข้างล่างบริเวณอ่าวที่เป็นท่าเรือ ขากลับเดินกันไกลนิดกว่าจะถึงเรือ เอาล่ะครับ ชมถ้ำเสร็จก็พร้อมเดินทางต่อแระ ออกสู่ทะเลชมความงามของอ่าวฮาลอง หรือฮาลองเบย์กันอีกครั้ง ไปกัน






เกาะไก่ชน สัญลักษณ์ที่เรือต้องพามาเฉียดใกล้ๆ แลดูเหมือนไก่สองตัวหันหน้าชนกัน ผมงี้จะถ่ายจังหวะที่เหมือนกับกำลังจูจุ๊บแต่แม่ยกกล้องไม่ทันมันไซร้ซอกคอกันไปซะแระ อิอิ












เรือที่นำพวกเรามานี้ปกติความจุที่รับนักท่องเที่ยวได้เนี่ยราวๆ สี่ห้าสิบคนสบายๆ แต่พวกเรา vip กันมาก เหมาลำกันเลยทีเดียว 6คน+ไกด์อีก 2 โหะๆ สวรรค์ชัดๆ กับเรือส่วนตัว แถมได้กินมื้อพิเศษสุด lunch กับอาหารทะเลสดๆ อีกมื้อกลางทะเลกันทีเดียว



ได้เวลาอำลาฮาลอง อ่ะ ถ่ายภาพหมู่กันบนเรือหน่อย แหม่ รองเท้า Keen กันทั้งนั้นนะครัชหนุ่มๆ เท่ระเบิดระเบ้อเลย







กลับสู่กรุงฮานอยกันอีกครั้ง

เรานั่งรถยนต์เดินทางกลับสู่ฮานอย ทิ้งฮาลองไว้อยู่เบื้องหลัง สามชั่วโมงกว่าๆ กับระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตร ในที่สุดรถก็พาเราข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแดง นั่นก็หมายความว่าเรากำลังจะเข้าเขตใจกลางฮานอยอีกครั้งแล้ว เพื่อที่จะเริ่มต้นเก็บตกในฮานอยกันอีกหน่อยก่อนจะจับรถไฟล่องใต้ยาวไปภาคกลางของเวียดนาม








วัดหง็อกเซิน
หรือ วัดเนินหยก วัดบนเกาะเล็กๆ แห่งทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (หรือทะเลสาบคืนดาบ)
21.030654,105.852453




สะพานรุ่งอรุณ (หรือสะพานเทฮุก) สะพานไม้สีแดงๆ เล็กๆ ทรงเสน่ห์ ที่ทอดข้ามสู่วัดหง็อกเซิน นักท่องเที่ยวแน่นขนัดเต็มสะพาน บ่งบอกให้รู้ว่านี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งใจกลางฮานอย เราเสียค่าเข้าวัดคงละเล็กน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวโดยยกเว้นให้แก่ขาวเวียดนามหรือเปล่า ลืมบอกไปว่าทุกๆ ที่ที่เราแวะเที่ยวตลอดเอนทรี่นี้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นสุสานโฮจิมินห์ วิหารวรรณกรรม ถ้ำเทียนกุง ล้วนต้องซื้อบัตรเข้าชมนะครับ ยกเว้นวัดเสาเดียวมั้งที่ดูเหมือนจะไม่ต้องซื้อบัตร (ไม่แน่ใจ)

วัดหง็อกเซินหรือวัดเนินหยกนี้เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่ง อายุอานามก็ราวๆ สองร้อยถึงสามร้อยปี สร้างในศตวรรษที่ 18 อุทิศแด่ลาตอเทพผู้พิทักษ์แพทย์และขุนพลเจิ่นฮึงด่าวนายทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของเวียดนามในวีรกรรมที่สามารถขับไล่ทหารมองโกล!ในปี ค.ศ.1288 แหม่ ทหารมองโกลกองทัพแห่งกุ๊บไลข่าน หรือเจงกิสข่านผู้เกรียงไกร ยอดนักรบที่เก่งที่สุดของหนึ่งของโลกที่ยึดเอเชียได้เกือบทั่วทวีป แต่ต้องมาเพรี่ยงพล้ำให้นายพลเจิ่นในยุทธการบนหนองน้ำที่กองทัพมองโกลต้องตกเป็นรอง ให้ตายสิแผ่นดินประเทศนี้ช่างดึงดูดสงครามจริงๆ ทั้งจักรวรรคดิจีน มองโกล ฝรั่งเศส ยันกองทัพสหรัฐอเมริกา ไหนจะการรบกันระหว่างเพื่อนบ้านอย่างเขมรอีก









ผมเห็นผู้คนชาวเวียดนามมากมายในบริเวณวัด แน่ใจว่าน่าจะเป็นคนแถวๆ นี้ คนท้องถิ่น ทำกิจกรรมสารพัดในบริเวณนี้ ทั้งออกกำลังกาย เดินเล่น พักผ่อน และการดวลหมากรุกจีน มีทั้งการดวลที่มีคนล้อมชม คนดวลแต่งตัวเซอๆ กระทั่งบางคู่ที่เห็นนักดวลหมากรุกด้วยมาดที่สุขุมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและความสูงวัยและความนิ่งบนใบหน้า ตอนนี้ผมคิดแล้วล่ะว่าค่าธรรมเนียมเข้าวัดนี้ต้องยกเว้นให้แก่ชาวเวียดนามแน่ๆ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น







มาดูหมากรุกจีนกัน เดาว่าคุณลุงคนที่นั่งหันหน้ามากำลังเหงื่อผุดอยู่ใต้หมวกแระ เพราะว่าปืนใหญ่กำลังตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก กำลังจะโดนรถฝั่งดำฟาด จะยกรถข้ามไปป้องก็ไม่ทันการ ปืนใหญ่อีกกระบอกฝั่งตัวเองก็ไม่พร้อมยิง ม้าก็ดันทะลึ่งโดนรถขัดตาเดินอีก 555 ฝั่งดำโดนบุกแต่ดูท่ากำลังจะพลิกเป็นต่อและชนะในเกมส์นะครับ










ดินเนอร์เล็กๆ ส่งท้ายฮานอย
เย็นมากแล้ว เราออกจากวัดหง็อกเซินข้ามถนนมายืนชมบรรยากาศทั่วๆ ไปบนหัวถนน 36สาย ย่านช็อปปิ้งบรรยากาศเมืองเก่าที่สุดแสนคึกคัก และโรงละครหุ่นกระบอกน้ำที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่เราไม่ได้แวะทั้งสองที่ว่า กลับตรงไปที่นี่แทน เพราะหิว หม่ำมื้อค่ำอาหารเวียดนามขนานแท้มื้อแรก ก่อนจะเข้า รร.แห่งหนึ่ง ( Candle Hotel ) ใช้บริการในแบบ Day use เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเดินทางไกลไปกับรถไฟตู้นอนผ่านราตรีบนเส้นทางรถไฟจากฮานอยสู่เมืองเว้









สถานีรถไฟฮานอย
21.024184,105.841071


จากฮานอย สู่ เว้ สู่เมืองหลวงเก่าแห่งราชวงศ์เหวียน ซึ่งย้ายเมืองมาจากฮานอย ในปี ค.ศ.1802 หรือตรงกับ พ.ศ.2345 ให้หลังยี่สิบจากการสถาปนาราชวงศ์จักรีของไทยเรา ระยะทางสู่เว้ประมาณ 700 กิโลเมตร ระยะทางพอๆกับเดินทางด้วยรถไฟจากเชียงใหม่สู่กรุงเทพ ระยะเวลาเดินทางก็เท่าๆ กันคือ 14 ชั่วโมง


สองวันในทริปเวียดนามผ่านไปแล้ว สำหรับผมนอกจากได้สัมผัสทำความรู้จักเวียดนามเป็นครั้งแรกแล้วยังได้ต่อภาพจิ๊กซอเชื่อมทามไลน์ประวัติศาสตร์แห่งอุษาคเนย์ในหัวให้สมบูรณ์ขึ้น ลาบล็อกนี้ไปด้วยภาพในตู้นอนรถไฟ เตียงสองชั้นแบบนอนได้ห้องละ 4 คน กับพวกเราเหล่าบล็อกเกอร์หนุ่ม บล็อกหน้าคงเปิดตัวด้วยตู้นอนของห้องบล็อกเกอร์สาวๆ นะครับ จะพาไปดูว่าสาวๆ เค้าใช้ชีวิตในตู้นอนกันยังไง สำหรับเอนทรี่นี้ต้องขอขอบคุณที่ชมจนถึงบรรทัดสุดท้าย พบกันใหม่ตอนหน้า



ฝากคอมเมนท์ไว้เป็นกำลังใจ Like & Share หรือทิ้งร่องรอยให้รู้ว่าท่านมาเยี่ยมเยือนเรา นายน้ำฟ้า นะครับ โย่ว





 

Create Date : 16 เมษายน 2558
44 comments
Last Update : 17 เมษายน 2558 11:11:22 น.
Counter : 909 Pageviews.

 

มาโหวตให้นะเฮีย

มันยังอยู่ในหมวดท่องเที่ยวไทยง่ะ เฮียอย่าลืมเปลี่ยนเป็นเที่ยวต่างประเทศเน้อ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 16 เมษายน 2558 8:36:17 น.  

 


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
................................
โหวตก่อนเดี๋ยวจะกลับไปอ่านขอรับ ท่าทางยาวต้องใช้เวลาพอตวรอิอิ
ปล.ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตขอรับ

 

โดย: ขุนเพชรขุนราม 16 เมษายน 2558 8:56:23 น.  

 

ทักทายสวัสดีครับคุณหยี

ตามมาเที่ยวชมภาคแรกกันไว้ก่อนเลยครับ เดี๋ยวจะพลาดชมเรื่องราวดีๆ กับการเดินทางไกลๆ ทริปท่องเที่ยวที่เติมเต็มประสบการณ์ และได้ชมอะไรใหม่ๆ ได้ถ่ายภาพในสถานที่ใหม่ๆ และแปลกตากันด้วยครับ
เห็นใจไกด์สาวเลย ที่กลายเป็นที่รับฝากกล้องทั้งหมด

 

โดย: ถปรร 16 เมษายน 2558 8:57:29 น.  

 

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

โห!! น่าไปโดนมากครับ เวียดนามเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจมากเลยครับ
มีโอกาสผมก็อยากจะไปตามรอยบ้าง
อยากไปฮาลองบ้างจังครับเคยเห็นแต่รูป คงฟินน่าดู
บล็อกนี้ครบครันทั้งอาหาร ทั้งที่เที่ยว แต่ขาดอย่างนึงครับ...
ขาดสาวๆเวียดนามนะครับ ผมว่ามันต้องมีบ้างแหล่ะ ที่แอบถ่ายมา รอชมครับ 555+
โหวตให้เลยครับ แจ่มมาก
ปล.ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและโหวตให้ด้วยครับผม

 

โดย: Ariawah Auddy 16 เมษายน 2558 9:03:44 น.  

 

Wonderful Viet Nan

สวยจริงๆ...คิดถึงตอนไปหลบภัยมอไซด์ที่ฮานอย

 

โดย: wicsir 16 เมษายน 2558 9:16:12 น.  

 

เล่าได้สนุกมากๆจนทำให้อยากไปเห็นฮานอยและทะเลสวยด้วยตาขอรับ

 

โดย: ขุนเพชรขุนราม 16 เมษายน 2558 9:23:43 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยเด้อ
อ่านแล้วไม่มีอะไรต้องชม เพราะดีอยู่แล้ว ^__^
พร้อมกับทิ้งร่องรอยไว้
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

 

โดย: เนินน้ำ 16 เมษายน 2558 10:14:55 น.  

 

ภาพสวยทุกรูปเลยครับ พี่หยี

 

โดย: ต้นหอม IP: 1.20.150.104 16 เมษายน 2558 10:15:22 น.  

 

ดูจากไอแพดมะมันเลย แม่มาหาหมอทำกายภาพบำบัด
เด๋วกลับไปดูในคอมที่บอสัทอีกที

สวยว่ะ

 

โดย: พรหมญาณี IP: 27.55.1.214 16 เมษายน 2558 10:32:36 น.  

 

ตามมาเที่ยวเวียดนามด้วยคน สวยมากมากค่ะ

 

โดย: Quel 16 เมษายน 2558 11:02:59 น.  

 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog

ภาพขึ้นไม่หมด แต่เชื่อเครดิตอยู่แว้ววววว

โหยเมื่อไหร่จะได้ไปมั่งนิ

สุขสันต์วันสงกรานต์ย้อนหลังเน๊อะ
อยู่โยงเฝ้าบ้าน
แต่ไปกินข้าวกับลูกๆสองวันติดกัน

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 16 เมษายน 2558 13:44:19 น.  

 

อยากกินทุกอย่างที่อยู่ในรูปอาหารอ่ะ...ถ่ายมากซะน่ากินเชียววววววววว

 

โดย: กระรอกบิน IP: 110.164.159.30 16 เมษายน 2558 14:59:38 น.  

 

ส่งกำลังใจไปให้คุณหยีครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: **mp5** 16 เมษายน 2558 17:33:36 น.  

 

เวียตนามเป็นหนึ่งที่ผม กาไว้ว่าจะต้องไปเที่ยวให้ได้

แม้คนที่ไปบอกว่า ระวังหน่อย เวลาสะพายกระเป๋า
ถูกกระชากบ่อย หายจ้อยไปกับ มอไซค์ 555

เห็นภาพที่คุณหยีถ่าย สวยจริง ชอบภาพวายร้าย เอ้ย
ทไวไลท์.. สวยมาก ๆ

ชอบร้านอาหารสีเหลือง สวย..น่านั่ง

ตากล้องหญิงก็สวยครับ 555 ชอบภาพใส่หมวก
ก้มหน้านิด ๆ สวย..

เสียดาย ถ่ำหินย้อย... เพราะแสงไฟ..เหมือนดูงาน
วัด...ความเห็นส่วนตัวนะครับ เพราะคนชอบต้องมี
อยู่แล้ว... อันนี้ไม่ว่ากัน

อาหารทะเล น่ากินมาก ๆ คงจะคัดสรรอย่างดี

งั้นโหวต
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
พรหมญาณี Dharma Blog ดู Blog
กาบริเอล Pet Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog

กระซิบเบา ๆ ผมพยายามเข้าบล๊อกคุณหยี ก่อน
เที่ยง 2 ครั้ง ๆ ละ 5 นาที เข้าไม่ได้..ช้ามาก ๆ

ตอนเย็นลองดูอีก 6 นาทีเข้าได้.. เป็นซิหยังมัน
ช้า... หรือว่า ภาพมันใหญ่โต


 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 16 เมษายน 2558 17:54:08 น.  

 

อรุณสวัสดิ์จ้ะ ตาหยีลูกเลิฟ

แม่่มาโหวตให้บักหำน่อยของแม่นะ
มาโหวตให้กับบล๊อกที่สวยเริ่ดที่สุดในพันทิพย์
สวยที่สุดในสามโลก คริ ๆ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog




 

โดย: พรหมญาณี 17 เมษายน 2558 7:13:55 น.  

 

แว๊ก เม้นท์โดนแบนอ่ะ ตาหยี

ไรเว้....??????

 

โดย: พรหมญาณี 17 เมษายน 2558 7:14:25 น.  

 

สวัสดีอีกรอบค่าเฮีย

แหมๆๆ ค่า เฮียน่ะเล็งแต่หนุ่มๆ แต่หนูถ่ายหมดนะทั้งหนุ่มทั้งสาว

นอกจากวัดพระธาตุแช่แห้ง น่านยังมีวัดสวยๆ อีกเพียบเลยพี่หยี

ถ้าชอบวัด ไปน่านน่าจะสุขสุดๆ เลยแหละค่ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 17 เมษายน 2558 11:59:50 น.  

 

เหมือนได้ทบทวนความทรงจำค่ะ ภาพสวยค่ะ

 

โดย: mariabamboo 17 เมษายน 2558 18:52:10 น.  

 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

ชอบภาพไฟแสงสี ถ่ายได้เยี่ยมจริงๆ

 

โดย: ดาวริมทะเล 17 เมษายน 2558 21:14:47 น.  

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 18 เมษายน 2558 3:12:35 น.  

 

กุ้งเจี๋ยนไม่หวานครับ เป็นอาหารไม่ใช่ขนม อิอิ...

 

โดย: เนินน้ำ 18 เมษายน 2558 11:30:09 น.  

 

อลังการงานภาพกับ6 วัน 6 เมือง เหนือจรดใต้ 1900 กิโลเมตร น่าจะเหนื่อยแต่หนุกนะคะ


น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

 

โดย: ร่มไม้เย็น 18 เมษายน 2558 12:05:44 น.  

 

สุดยอดเลยเอนทรี่นี้

ประเทศนี้เจออะไรหลายๆ อย่าง สมัยก่อนยังใช้อักษรจีนอยู่เลย เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นภาษาเวียดนาม (ตัวอักษรอังกฤษ) ตอนฝรั่งเข้ายึดครอง

จากภาพหลายๆ อย่างออกไปในทางจีนเยอะนะครับ โดยเฉพาะถ้ำ ถ้ำในจีนส่วนมากก็สไตน์นี้เหมือนกัน

+

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 18 เมษายน 2558 14:58:09 น.  

 

ผมพลาดบล็อกนี้ของพี่หยีได้ยังไงครับเนี่ย 555
ปกติผมไม่พลาดบล็อกพี่เลยนะครับ
บล็อกเก่าๆผมก็ย้อนไปดูจนครบ

ไฟล์ภาพรูปตอนกลางคืน
ไฟล์ใสมากๆ ถ้าผมถ่ายมุมเดียวกับพี่หยี
ภาพของผมน๊อยซ์กระจายแน่นอนครับ 555

เวียดนามใครไปส่วนใหญ่ก็เจอฝนตลอดเลยนะครับพี่
ตอนแม่ผมไป นั่งทำรูปให้ ไม่มีวันไหนฟ้าใสเลย
มีแต่เมฆทึมๆ

ภาพในบล้อกพี่หยีสุดยอดเสมอครับ


ปล. หินสามก้อน น้ำสามหยด
ผมสื่อถึงไตรลักษณ์น่ะครับ
ไม่ว่าหิน หรือน้ำ หรือสิ่งใด
เกิดขึ้นมา ดำรงอยู่ได้ชั่วขณะเวลา
และเสื่อมสบายไปจนหมดครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 18 เมษายน 2558 15:13:19 น.  

 

เปิดหน้าบล๊อกทิ้งไว้เดี๋ยวมาดูใหม่ จะได้ดูรูปสวยๆให้ครบ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 18 เมษายน 2558 18:27:22 น.  

 

เย้ !!!! ดูได้หมดเลย สวยมากไม่เสียทีรอเวลา อิอิ

แต่โหวดให้แล้วตั้งแต่ยังไม่ได้ดูน่ะ

คุ้มอ่ะ...

อยากได้รองเท้าคีนนิ หาซื้อยังไม่ได้เล๊ย

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 18 เมษายน 2558 18:36:42 น.  

 

เอ๊า..เอ๊ย . โดนแบน อะไรหว่า
ยิ่งกว่าเน็ตพังอีก แงๆ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 18 เมษายน 2558 18:37:39 น.  

 





อั๊ย .. ยะ ..

พี่ป๋อง มา รำลึกชาติ .. ได้ที่นี่ค่ะ ..


เอ่ .. มัน ..

คู้นนนนนนนนน .. คุ้น .. ค่ะ ..


ทุกที่ๆ คุณหยี ไป .. ล้วนแล้วแต่ ...




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น









 

โดย: foreverlovemom 18 เมษายน 2558 19:39:40 น.  

 

โอ้วโหว เหนือจรดใต้กันเลยทีเดียว ผมเคยเที่ยวแค่เวียดนามกลาง แถวๆเว้-ดานัง-ฮอยอันเองครับ
เวียดนามมีประวัติศาสตร์การต่อสู้มากมาย และชนะในศึกที่น่าทึ่งได้หลายครั้งด้วยนะครับ เลเวลความภาคภูมิใจในชาตินี่ไม่แพ้ประเทศไหนแน่ๆ
เจ้ากลองมโหรทึกนี่ผมสงสัยมากเลย มันเป็นศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่รูปร่างมันกลับเหมือนกันไม่ว่าจะขุดพบที่ไหน แล้วเจอเยอะด้วยนะ ไม่รู้ว่ามันเผยแพร่มาจากไหนนะครับ
ร่างของลุงโฮเป็นไงบ้างครับ? ช่วยบรรยายซักกะติ๊ด... (เพิ่งรู้ว่าต้องบินไปอาบน้ำยาที่รัสเซียด้วย)
วัดแรกก็เก่ากว่าสุโขทัยซะแล้ว ประวัติศาสตร์เขายาวนานจริงๆ (ยกให้เป็นความผิดหลวงวิจิตรนะครับ ที่ไม่เริ่มประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่ทวารวดี) แต่วัดทำด้วยไม้รักษาสภาพมาหลายร้อยปีที่ทึ่งจริงๆ อยากรู้ว่าก่อนฝรั่งเศสจะบอมบ์ทิ้งมันหน้าตาเป็นไง
พี่หยีติดใจเบียร์ 333 เข้าแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าเบียร์เวียดนามจะอร่อยกว่าเบียร์บ้านเรานะเนี่ย
ฮาลองเบย์เป็นที่เที่ยวสุดฮิตของเวียดนามเลย (ซึ่งผมไม่เคยไป) ล่องเรือชมหมอกก็เป็นทัศนียภาพที่หาชมในทะเลไทยไม่ได้นะครับ ส่วนผมก็เที่ยวอ่าวพังงาไปพลางๆก่อน
ถ้ำเทียนกุงก็สวยดีครับ พูดถึงแสงสีผมงี้คิดถึงถ้ำเชียงดาวเลย ส่องฟลูออเรสเซนซ์จนต้นไม้ขึ้นเหอะ
อาหารทะเลแต่ละมื้อนี่ระดับ VIP จริงๆ ทั้งปูทะเล ทั้งกั้ง ตอนผมไปทัวร์ได้กินแค่ปูม้าสามจุดที่มันถูกที่สุดในตระกูลปูม้า เนื้อก็ไม่ค่อยจะมี
วัดหง็อกเซินสร้างหลังสงครามมองโกลตั้ง 500 ปี อะไรมันจะความรู้สึกช้าขนาดน้าน โชคดีว่าเจงกิสข่านไม่สนใจสยามนะครับ แต่พุกามนี่โดนตีสิ้นอาณาจักรไปเลย
พี่หยีอุตส่าห์แอบวิเคราะห์หมากรุกจีนได้ขนาดนั้น ผมเคยเล่นเลียบตุ่ยแต่ไม่เคยเอามาเล่นบนกระดานเลย

รอชมเว้ครับ เมืองนี้ผมเคยไปๆ

ก่อนอื่นโหวตก่อน

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

 

โดย: ชีริว 18 เมษายน 2558 20:58:30 น.  

 





ดูแล้ว ..


คอ แห้ง ..








 

โดย: foreverlovemom 18 เมษายน 2558 21:23:12 น.  

 

สุดยอดคร้าคุณหยี ตามไปเที่ยวด้วยภาพสวยๆ
ทำให้อยาากไปเที่ยวที่นี่เร็วขึ้นเลยค่ะ
ชอบมุมกล้องทุกภาพ ๆสวยสมใจผู้แช๊ะมาฝากแน่นอน
อลังการงานเที่ยวที่น่าอิจฉาที่ซู๊ดดดดดด ได้รู้เรื่องราวมากขึ้น
เกี่ยวกับประเทศเวียตนามนี้เลยคร้า....ชอบมากๆ
ขอขอบคุณค่ะ ... บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

 

โดย: Tui Laksi 19 เมษายน 2558 0:28:14 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่หยี

โหวต Travel blog ครับ

แต่เอ...ผมว่าขาดอะไรไปอย่างแน่ๆ
ใช่แล้วครับพี่


สาวเวียดนามสวยๆ ในชุดประจำชาติของเธอครับ 555





 

โดย: กะว่าก๋า 19 เมษายน 2558 6:49:13 น.  

 

เพียงสองวันของการเดินทางในเวียดนามครั้งแรก
คุณหยีพาเที่ยวสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง
ภาพสวยมากและยังได้ความรู้อีกด้วย ขอบคุณนะคะ

อ่าวฮาลองสวยมีเสน่ห์มากค่ะ
คุณหยีได้ทานอาหารทะเลสดๆหลากเมนูกลางทะเล
บนเรือวีไอพี
ถ้าเป็นต๋าคงอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเลย เยี่ยมมากค่ะ

การจัดแสงในถ้ำเทียนกุงก็สวยแปลกตา มีเอกลักษณ์ทำให้จดจำได้ง่าย
เจอทัวร์จีนพอดีเหรอคะ เพิ่มสีสันและเสียงให้การท่องเที่ยว อิอิ

ครั้งหน้าจะตามคุณหยีไปเที่ยวเมืองเว้ต่อ
โหวตท่องเที่ยวให้คุณหยีค่ะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

-------------------------

 

โดย: Sweet_pills 19 เมษายน 2558 10:11:34 น.  

 

ขอบคุณท่านพี่ที่แวะไปเยี่ยมกันค่ะ ^^
จะว่าไป นู๋เองก็ไม่ใช้คนพื้นที่เท่าไหร่หรอกค่ะ อาศัยสะพายกล้อง เดินดุ่มๆไปเรย บางทีเค้าก็งง เอ๊ะ มาทำไม 5555 ยิ้มหวานให้แล้วก็บอกว่า "ขอถ่ายภาพนิดนึงนะคะ".....คริๆ

 

โดย: auau_py 19 เมษายน 2558 15:20:18 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันที่บล็อกนะครับ คุณพี่หยี (ของอนุญาติเรียกตามเพื่อนๆท่านอื่น ^_^ )
ยังไงผมก็ยังรอชม สาวงามชาวเวียดนามอยู่นะครับ ผมยังไม่ลืม

 

โดย: Ariawah Auddy 19 เมษายน 2558 15:25:42 น.  

 

โอ้โห บล็อคสวยมากๆค่ะ
สวัสดีค่า คุณหยี ^^
มาช้าไปหน่อยค่ะ แปะโป้งก่อนนะคะ
พรุ่งนี้มาใหม่ จะมาอ่านละเอียดอีกทีค่า

เวียดนามเป็นอีกที่นึงที่อยากไปมากๆ เลยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ มีความสุขมากมายในวันทำงานวันแรกของสัปดาห์นะคะ

 

โดย: lovereason 20 เมษายน 2558 2:25:43 น.  

 





อ่ะ ..









 

โดย: foreverlovemom 20 เมษายน 2558 16:48:37 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขอบคุณคุณหยีที่พาไปเที่ยวจ้า
ยังคงรักษาคุณภาพบล็อกได้เหมือนเดิม


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


 

โดย: หอมกร 21 เมษายน 2558 12:39:22 น.  

 


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog

ลุงโฮแกไปรัสเซียทุกปีเลยแฮะ
นึกถึงร่างของเลนินเลยที่อาบน้ำยาแช่ศพรักษาสภาพไว้เหมือนกัน

เห็นบอกว่าเจอทัวร์จีนด้วยคิดภาพออกเลย กำลังภายในเค้าเยอะเราสู้บ่ไหว 555
มาทริปเหนือจรดใต้แบบนี้
เหมือนตามรอยเส้นปะสมัยที่เค้าแยกฝ่ายกันเลย น่าสนุกดี
ปล.รถไฟบ้านเขา14 ชม.นี่คงไม่ดีเลย์แบบบ้านเราใช่ไหม อิอิ


 

โดย: กาบริเอล 21 เมษายน 2558 14:37:41 น.  

 

ทรืปหน้าไปอีกเมื่อไหร่หรา

ชีพจรลงเท้าตาหลอด
แต่ดีได้ดูรูปสวยๆอีก
อย่าเอาแต่รูปมาฝากเอาสาวมาฝากด้วยเด้อ

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 21 เมษายน 2558 19:25:12 น.  

 

ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การเดินทาง
ของนายน้ำฟ้าที่ได้รู้ได้เห็นโลกอีกมุมหนึ่ง

ได้เดินทางยาวไกลได้นั่งรถไฟทั้งคืน
ได้เห็นสาวเวียดนาม
ได้ใส่คีนไปเที่ยว 555


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
anigia Parenting Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


 

โดย: Rinsa Yoyolive 22 เมษายน 2558 0:14:39 น.  

 


แหล่มเเลยน้อง

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

 

โดย: อุ้มสี 22 เมษายน 2558 11:11:37 น.  

 

มาดูภาพสวย ซ้ำอีกครับคุณหยี เปล่าเร่งรัด
อัพบล๊อกนะจะบอกให้ มาดูเพราะความสวยของ
สถานที่

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 23 เมษายน 2558 5:18:09 น.  

 

คุณไวน์ไม่ได้เร่งรัด
แต่แม่ซองฯมากดดัน

ดองต่อไปคุณหยี

 

โดย: ซองขาวเบอร์ 9 23 เมษายน 2558 20:10:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 110 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 เมษายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.