ดอยสอยมาลัย .....​ คืนวัน ที่ ร อ ค อ ย



เรื่องโดย     น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา     ภาพโดย     น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา   และ   เพื่อน



สักวันหนึ่ง ผมจะขับ!ขึ้นไปบนนั้น ผมพูดพรางชี้มือขึ้นไปยังทิศที่มุ่งสู่ยอดดอยสอยมาลัย นั่นเป็นคำพูดเมื่อหลายปีมาแล้ว ระหว่างขับรถผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น หลังกลับจากม่อนกระทิงดินแดนแห่งมนต์ทะเลหมอก ..... สักวันหนึ่งผมจะขับขึ้นไป .. สักวันหนึ่ง ... สักวัน ... เหมือนเด็กน้อยที่มักพูดกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งหนูจะโต เวลาผ่านไป ปีแล้ว ปีเล่า ดอยสอยมาลัย ก็ยังคงสงบนิ่งท้าทายผมอยู่อย่างนั้น ภาพการผจญอุปสรรค์นานัปการกับการที่จะขับรถตะลุยขึ้นไป ภาพกลุ่มรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่บรรจุอุุปกรณ์เต็มพิกัด สภาพความสะบักสะบอมของนักเดินทางที่ต่อสู้กับความโหดของเส้นทาง มันฉายอยู่ในหัวของผมมาตลอด ได้แต่มองรถยนต์ขับสี่เดิม ๆ ไม่มีแต่งของตัวเอง แล้วก็บ่นไปว่า สักวันหนึ่งเอ็งจะต้องเต็มพิกัดแน่ งือ ๆ และแล้ววันนั้นที่รอคอยก็มาถึง ขณะขับผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นอีกครั้ง หลังกลับจากชมความมหัศจรรย์ของทะเลหมอกแห่งม่อนกระทิงเช่นเคย เราแวะพักพูดคุยกับ จนท.ที่ปากทางขึ้นดอย ข้อมูลที่ได้รับคือ "สภาพเส้นทางวันนี้ดีมาก นี่ก็มีกลุ่มนึง ประมาณซัก 6-7คัน ขับขึ้นไปแล้ว รถเดิม ๆ อย่างพี่นี่แหละก็ขึ้นไปกะกลุ่มเหมือนกัน" ผมตัดสินใจทันทีตั้งแต่พี่จนท.ยังไม่ทันพูดจบ วันนี้แหละที่เราจะขึ้นสู่ยอดดอยสอยมาลัย การรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว และการเดินทางตามความฝันกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ บ่ายแล้ว เราต้องรีบทำเวลา เสบียงยังพอเหลือสำหรับอีก 2มื้อ "ออกเดินทาง !"

เส้นทางขึ้นที่เห็นตรงหน้าเป็นลูกรังภูเขาแคบ ๆ เริ่มจากหักศอกซ้าย 90องศา เชิดหน้าขึ้นแล้วก็หักศอกขวาอีก 90องศาหายวับขึ้นไปเลย ผมกำลังประเมินสภาพทางอยู่ พลันก็ได้ยินเสียงแตร์รถสวนลงมา เป็นคณะที่ขึ้นไปข้างบนตามที่พี่จนท.บอกนั่นเอง กลับลงมากันหมดแล้ว สอบถามดูได้ความว่า คณะพี่เค้ามีทั้งเด็ก ผู้หญิง ไม่สะดวกที่จะค้าง ห้องน้ำห้องท่าข้างบนก็ไม่มี จึงตัดสินใจกลับลงมา ข้างบนไม่เหลือใครแล้ว อากาศเย็นมากด้วย หมอกลงตลอด พื้นทางบางช่วงแฉะน้ำต้าง ผมฟัง .......... นิ่ง ...........คิด ..........ลุย ! ผมตัดสินใจแล้วและดูจากสภาพรถแต่ละคันก็ดูออกว่าทางไม่โหดเท่าไหร่ บางคันที่สวนลงมาก็เป็นรถขับสี่สภาพเดิม ๆ แบบเรา คันเดียวนี่แหละ อย่างมากถ้าไปไม่ได้ก็จอด เด็ดกระหล่ำดอยกินกัน .......... "เย้ ! ป่าป๊าสู้ สู้ ดอยสอยมาลัย ๆ " เสียงสนับสนุนจากลูกสาววัย 5ขวบของผม

ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตรงปากทางสูง 920 เมตร !! ระยะทางทั้งหมด 9.7กิโลเมตรถึงยอดดอย ช่วง 4 กิโลเมตรแรกเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านชาวเขาใช้เพื่อขึ้นมาปลูก ดูแล และเก็บกะหล่ำปลี พบกันได้ทั่วทั้งภูเขาแถบนี้ ลูกแล้ว ลูกเล่า กะหล่ำดอย (อร่อยมากขอบอก) กลางทางตรงประมาณกิโลเมตรที่ 5กว่า ๆ คือทางแยกลงหน่วยจัดการต้นน้ำเขื่อนภูมิพล บางคนบางคณะนิยมเข้าไปพักที่นั่น ทางช่วงสุดท้ายอีก 4กิโล จะเป็นทางขึ้นสู่ยอดดอยโดยตรงแล้ว ไร้ผู้คน ! ไม่ควรจะเจอคน !

เราโยก ๆ คลอน ๆ ไปตามสภาพเส้นทางข้างหน้า ไม่มีความรีบร้อนใด ๆ เราไปอย่างพิมพ์รอยยางยนต์บนทาง ไม่ได้หวดเท้าย่ำคันเร่งชนิดจะไปให้ถึงที่หมายไว ๆ สำหรับเราแล้ว ระหว่างทางไปก็คือจุดมุ่งหมายของเราเหมือนกัน มันไม่ใช่แค่ปลายทาง มันไม่ใช่แค่ให้ถึง เราต้องการซึบซับบรรยากาศรอบข้างให้มากที่สุดด้วย กระจกทุกบานลดลง แอร์รถถูกปิดไปนานแล้ว อากาศเย็น ๆ ภายนอกรถรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอากาศภายในแล้ว ความเร็วเฉลี่ยที่ใช้อยู่ในระดับขับเคลื่อนโฟว์สโลว์ เกียร์2 หยุดรถสลับเกียร์1 เป็นระยะยามพบอุปสรรค์











เราไต่ระดับทำความสูงขึ้นมาตลอด ต่อเนื่อง สองข้างทางเริ่มปรากฏยอดเขาน้อยใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาแล้ว ที่ระยะทาง 3กิโลเมตรกว่า ๆ ที่ความสูง 1280เมตรจากระดับน้ำทะเล เราผ่านสันดอยยาว ลักษณะเป็นกิ่วลมธรรมชาติ ปุยเมฆลอยไหลเคลื่อนข้ามแนวสันจากฝั่งหนึ่งไปยังฝั่งตรงข้ามตามความแรงของกระแสลมที่หอบพาไป "สวรรค์ ! นี่ไงลูก สวรรค์บนดิน เห็นมั๊ย"





ความงดงามของธรรมชาติตรงหน้า ทำให้เราไม่อาจผ่านเลยไปได้ เราหยุดรถ ลงอ้อยอิ่ง เชิดจมูกขึ้นสูดตุนโอโซน กางแขนขึ้น เงยหน้า หลับตา ยิ้ม หมุนตัวไปรอบ ๆ ช้า ๆ ปล่อยบรรยากาศรอบกายสัมผัสทุกอณูเนื้อของเรา ลูกสาววิ่งเล่นไล่จับเมฆ เพื่อนเดินเก็บบันทึกภาพความงาม สุดยอด นี่แหละ อืมส์ ^ ^ มีความสุขจริง ๆ อยากหยุดเวลาไว้แบบนี้นาน ๆ อยากให้เวลามันหมุนวนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ให้นานสักหน่อย





เราจำต้องจากสันดอยแห่งความสุข เวลาไม่ได้หยุด และไม่ได้หมุนวน เราต้องเดินทางต่อ เรามาหยุดรถอีกครั้งตรงกิโลเมตรที่ 5กว่า ๆ ตรงทางแยกเข้าหน่วยฯเขื่อนภูมิพล ทางช่วงนี้เป็นทางแยกสองง่าม ทางเข้าหน่วยฯต้องแยกไปง่ามขวา เป็นทางลาดลง ทางง่ามซ้ายเป็นทางไต่ขึ้นเพื่อไปยังยอดดอยสอยมาลัย บริเวณปากทางนี้กว้างขวางพอควร มีป้อมอยู่หนึ่งป้อม ป้อมอะไรจำไม่ได้ ป้อมยาม ? ป้อมรักษาการณ์? อะไรทำนองนั้น บริเวณนี้วิวเปิด สูงจากระดับทะเล 1350 เมตร สวยงามเหลือเกิน เหลี่ยมเขาน้อยใหญ่ตรงหน้า แสงแดดสีทองยามเย็นกำลังทำมุมกับขุนเขา เพิ่มความสวยงาม สุนทรีย์ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ผสมกับเกลียวเมฆหมอก จับใจจนเราต้องใช้เวลาอยู่ที่นี่อีกพักใหญ่ แล้วก็ต้องทิ้งความสวยงามตรงนี้ไว้เบื้องหลังอีก เราไม่อยากจะมืดค่ำกลางทาง




^ ช ม วิ ว ต ร ง แ ย ก ห น่ ว ย จั ด ก า ร ต้ น น้ ำ เ ขื่ อ น ภู มิ พ ล





^ สู ง เ ที ย ม ฟ้ า 1350 เ ม ต ร จ า ก ร ะ ดั บ น้ ำ ท ะ เ ล   ณ   แ ย ก ห น่ ว ย จั ด ก า ร ต้ น น้ ำ เ ขื่ อ น ฯ





สภาพทางหลังจากแยกสองง่ามหลายช่วงลาดชัน เปียกชื้น ร่มครึ้ม ผ่านป่าดิบเป็นช่วง ๆ สังเกตุเห็นป่าที่ต้นไม้ใหญ่มีแต่มอสเฟิร์นขึ้นปกคลุม ต้นไม้ห่มผ้า แบบที่พบเห็นบนยอดดอยอ่างกา และตามยอดดอยหนาวต่าง ๆ แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า บนนี้นั้นสภาพอากาศเย็น ชื้นตลอดปีตลอดชาติ














'<' ส ภ า พ ค ว า ม อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ ข อ ง ผื น ป่ า แ ม่ ตื่ น









ภ า พ ล่ า ง อี ก มุ ม ห นึ่ ง ข อ ง ผื น ป่ า แ ม่ ตื่ น   ณ   จุ ด ช ม วิ ว แ ย ก ห น่ ว ย ฯ









ป า ก ท า ง แ ย ก ห น่ ว ย ฯ แ ย ก ส อ ง ง่ า ม   แ ย ก ซ้ า ย โ ค้ ง ขึ้ น เ ข า มุ่ ง ห น้ า ย อ ด ด อ ย ส อ ย ม า ลั ย






ยอดดอยสอยมาลัย ในที่สุดเราก็เดินทางขึ้นมาถึง หลังคาจังหวัดตาก ทุกทิศทุกทางรอบตัวเราอยู่ต่ำกว่าระดับสายตา ไม่เว้นแม้กระทั่งเมฆ และดวงอาทิตย์ที่กำลังใกล้จะลาลับขอบฟ้า ยกเว้นแต่ดวงดาวที่ยังอยู่เหนือเรา มองไปยังฝากตะวันออกเฉียงเหนือ แลเห็นทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพลอยู่ลิบ ๆ ฝากตะวันตกเป็นผืนป่าแม่ตื่นอันกว้างใหญ่ไพศาล ใกล้ ๆ กันมีหอคอยหลังหนึ่งที่คนขึ้นมาปลูกไว้ เป็นหอสูง ลักษณะเหมือนจะเป็นหอสังเกตุการมัง ทำไว้สูงต้องขึ้นบันไดลิง แต่บันไดไม่มีให้ขึ้นแล้ว ถ้ามีก็คงจะดีเราจะได้ขึ้นไปนอนหลบหนาวบนนั้น บันไดคงถูกคนรื้อไปสุมทำฟืนอบอุ่นร่างกาย ลมค่อนข้างแรง และอากาศก็เย็นมาก และมีท่าทีว่าจะเย็นลงกว่านี้เรื่อย ๆ เราเดินหาทำเลที่จะหลบลมและวิวดีที่สุด แล้วรีบจัดแจงหาไม้มาตุนเพื่อเป็นฟืน รอค่ำคืนที่อาจหนาวเหน็บต่ำกว่าสิบองศาในคืนนี้ ความจริงเส้นทางไม่ได้มาสุดที่ยอดดอยแห่งนี้ อันที่จริงทางยังต่อไปได้อีกไกล ไปถึงยังหน่วยย่อยดอยสอยมาลัย บางคนลุยจริงสามารถลงถึงริมทะเลสาบเหนือเขื่อนได้เลย แต่มีป้ายเตือนว่าทางต่อจากยอดดอยนี้ไปอันตรายมาก ไม่ควรที่จะเสี่ยงเข้าไป และจุดหมายของเราอยู่ที่นี่ ตรงนี้ เราถึงแล้ว เราต้องการเดินทางมาถึงแค่นี้จริง ๆ ที่ความสูงระดับ 1664 เมตร หลังคาจังหวัดตาก



เต้นท์กางเสร็จแล้ว ดวงอาทิตย์กำลังจะถูกขอบฟ้าสึแดงส้มกลืนหายไป เราเก็บภาพบรรยากาศประทับอีกครั้ง 4 ชีวิต รถ 1 คัน กับเต้นท์ 2 หลัง คืนนี้เราคือเจ้าของยอดดอยแล้ว เราเริ่มก่อกองไฟ ทำอาหารเย็นกินกัน ลูกสาวชอบมาก ตื่นเต้นดีใจและสนุกสนานตลอดเวลา และก็รู้จักช่วยผู้ใหญ่หาฟืนด้วย ช่วยทุกอย่างเลย ^ ^ รสชาติของไข่ปิ้ง ที่โยนลงกองไฟอร่อยดี เป็นกิจกรรมบันเทิงเล็ก ๆ ของเรา ความมืดเข้ามาแทนที่ไปทุกส่วนของท้องฟ้าแล้ว มวลหมู่ดวงดาวดารดาษระยิบระยับ เยอะ ..........มากมายเหลือเกิน ผมเริ่มหยิบไฟฉายมาบีบลำแสงให้พุ่ง เป็นลำตรงขึ้นสู่ท้องฟ้าชี้ดวงดาว แนะนำให้ลูกน้อยรู้จักกับดวงดาวต่าง ๆ เล่านิทานท้องฟ้าให้ลูกฟัง ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว ถุงมือถุงเท้าหยิบขึ้นมาใส่หมดแล้วก็ยังหนาว เราจำต้องเข้าไปนอนในเต้นท์กันเร็วขึ้น เพราะเริ่มทนลมหนาวไม่ไหว คืนนี้แล้ว เรากำลังนอนอยู่ ณ ยอดดอยสอยมาลัย คืนวันที่รอคอยมานานเหลือเกิน เราอยู่บนนี้แล้ว ... บนนี้แล้ว

















เช้าวันใหม่เราตื่นมาพบกับหมอกที่
ลงจัด มองเห็นได้เพียงระยะใกล้ ๆ
ดวงอาทิตย์ถึงแม้จะโผล่พ้นฟ้าขึ้นมานานแล้ว
แสงก็ยังไม่แรงพอที่จะส่องทะลุม่านหมอกหนาออกมาได้ สภาพอากาศหนาวเย็น ชื้น
น้ำค้างเมื่อคืีนแรงมาก
ทุกอย่างเปียกแฉะไปหมดเหมือนโดนฝนกระหน่ำตลอดคืน เรายังคงไม่เก็บข้าวของ
และเต้นท์ เผื่อว่าแดดจะแรงจนไล่หมอกให้จางลงได้
แล้วจะได้ส่งความร้อนมาช่วยให้เต้นท์เราแห้งกว่านี้หน่อย
เราซึบซับกับบรรยากาศยามเช้า เก็บความประทับใจทุกสิ่งทุกอย่างไว้
ดื่มด่ำกับบรรยากาศตอนนี้ให้ได้มากที่สุด ท้องเริ่มร้อง
เราจัดการกับอาหารแห้งที่ยังคงเหลืออยู่เป็นมื้อเช้าแก้ขัดไปก่อน
สภาพชื้นแฉะแบบนี้หุงหาอาหารยากเต็มที หมอกไม่มีทีท่าจะจางลงเลยแม้แต่น้อย
และน่าจะปกคลุมอย่างนี้ตลอดวัน







เราตัดสินใจเก็บของ เก็บเต้นท์เปียก ๆ และอำลาดอยสอยมาลัย ระหว่างทางลงเราจอดถ่ายภาพทะเลหมอกเป็นระยะ ตอนผ่านชาวบ้านที่กำลังง่วนกับการเรียงกะหล่ำปลีขึ้นรถเราขอแบ่งซื้อ ชาวบ้านใจดีมีน้ำใจ ให้กะหล่ำปลีหัวใหญ่ ๆ ฟรี ๆ แก่เราตั้งหลายหัว

























กลับลงมาถึงปากทาง เราแวะทักทายและขอบคุณจนท.อีกครั้ง แวะหม่ำมื้ออร่อย จิบเบียร์เย็นฉ่ำเล็กน้อย ที่ร้านครัวบุญเติม อยู่ห่างจากปากทางเพียง 3 กิโล ร้านอาหารที่บรรยากาศดีที่สุดบนเส้นทางสายนี้ เส้นทางหลวงหมายเลข 1175 จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ เดินทางกลับเข้าสู่ชีวิตประจำวัน





...


....


.....


ผมเคยเจอคำถามว่าขึ้นไปทำไม นอนคืนนึง แค่นั้นหรือ บนนั้นมีอะไรเที่ยวชม ทางขึ้นก็ลำบาก สำหรับผมแล้วคำตอบก็อาจจะเหมือนกับคำตอบอมตะของนักไต่เขานามกระฉ่อนโลกผู้ทิ้งร่างไว้บนยอดเขาเอเวอเรส George Mallory ต่อคำถามที่ถามเขาว่า"why do you want to climb Mt.Everest?" .............. คำตอบของMallory "because it's there" ผมเพียงแค่เติมเต็มฝัน ๆ หนึ่งของผมเท่านั้น พร้อมกับปลูกฝังความรักธรรมชาติแก่ลูกน้อยไปด้วย เพียงหวังว่าสัญชาตญาณแห่งการคืนสู่ธรรมชาติจะซึมซับอยู่ในตัวของเค้า ^ ^







Create Date : 21 สิงหาคม 2552
Last Update : 3 พฤษภาคม 2557 8:53:54 น. 45 comments
Counter : 4926 Pageviews.

 
สวยจังเลยครั้งหน้าขอตามไปด้วยคน


โดย: kwan_3023 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:7:47:29 น.  

 
น่าไปมากเลยค่ะ ชอบเหมือนกันเลยค่ะผจญภัยแบบเนี๊ยะ

ชอบภูเขามากมาย เห็นแล้วสดชื่น
หนทางน่าจะทรหดจริงๆ นะคะ
มีหนทางให้รถสวนกันได้ม๊ยคะเนี่ย
ขอบคุณที่นำภาพสวยๆ มาฝากนะคะ


&#3617;&#3634;&#3650;&#3588;&#3619;


โดย: sunsmile_a วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:9:31:50 น.  

 





สวัสดีค่ะ ... จูนขอตามไปเที่ยวด้วยคนนะคะ

เห็นภาพวิวแล้วใจแทบขาด .. ถ่ายภาพได้สวยจับใจเลยค่ะ ชอบมากมาย

และเล่าเรื่องได้ละเอียดดี จนนึกภาพตามไปได้เลย.

ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ ... ขออนุญาติแอด Blog ด้วยเลยนะคะ

Have a nice day ค่่ะ


โดย: June4 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:9:57:24 น.  

 
สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมบล็อกคุณครับ น่าสนใจ สวยดีครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ
แวะมาเยี่ยมเราบ้างนะครับ ในเรื่องของประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวชนเผ่าอาข่าที่แฝงไว้ซึ่งความสวยงาม และเคารพในธรรมชาติ
ผู้ประสานงาน somsakbannok@yahoo.com
Tel 081-7655352 ;053-737373
www.hilltribeguide.com


โดย: พรานไพร ณ.ดอยบ่อ (guide doi ) วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:10:13:10 น.  

 
โห สวยมากๆ ยิ่งตอนหมอกลงยิ่งงาม


โดย: ณ มน วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:10:37:02 น.  

 
เกือบจะได้ไปม่อนกระทิงแล้วค่ะ ถ้าไปที่ตากอีกจะได้ไปดอยสอยมาลัยด้วย

เห็นภาพถ่ายแล้วนึกอยากแพ๊คกระเป๋าไปทันทีเชียวค่ะ


โดย: ด า ว ท ะ เ ล IP: 118.173.90.248 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:10:47:33 น.  

 
สวยมากๆค่ะ เราชอบแบบนี้จังเลย หมอกจางๆ น่าไปจริงๆเห็นเส้นทางแล้วแอบกลัวเลย นึกถึงตอนไปสันป่าเกี๊ยะ (ยังไม่ได้ทำรีวิวเลย)


โดย: อยากเป็นไกด์ ใครช่วยที วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:11:00:13 น.  

 
ทริปหน้าไปด้วยคนน้าาาา


โดย: หมูน้อย IP: 61.90.80.155 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:12:27:53 น.  

 

ว๊าววววว .... สวยมากครับ ทางขึ้นต้อง 4WD อย่างเดียวเลย



โดย: akae (akae ) วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:12:52:36 น.  

 
เจอคนรักธรรมชาติเหมือนกันอีกคนแล้ว..

ส่วนตัวแล้วก็ชอบธรรมชาติและรักที่จะเดินทางขับรถเอง

เพราะไม่มีเพื่อนร่วมเดินทาง!!เป็นงั้นไป..อิอิ

อยู่ที่จ.แพร่ค่ะ..จังหวัดแถบภาคเหนือตอนบน

ไปมาเองหมดแล้ว..หากมีโอกาสลองไปเที่ยวจ.น่านสิคะ

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติแม่จริม

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน...สวยทั้งสามแห่ง ไปเองตลอด

หากรักการเดินทาง ธรรมชาติ ถ่ายรูป แล้วล่ะก็...

เรามีเรื่องคุยกันได้นานแน่เลยเจ้าค่ะ..


โดย: เจ้าตัวดี659 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:12:53:51 น.  

 
ไปแต่ละที่ น่าอิจฉามากมาย ^_^"

ขอบคุณที่พาเที่ยวนะครับ : )



... บุญรักษาครับ : )


โดย: Bother Boy ! IP: 125.25.108.173 วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:13:13:00 น.  

 
เป็น Review ที่สนุก และได้อารมณ์ลุยมากๆครับ ชมภาพสวยๆแล้วมันกระตุ้นต่อมอยากเดินทางขึ้นมาอีกแล้วล่ะสิ

สุดยอดดด


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:13:25:02 น.  

 
เป็นรีวิวที่เนื้อหาดี รูปสวยมากเลย โดยเฉพาะภาพตอนกลางคืนที่เห็นดาว ชอบ ๆ ๆ


โดย: Pooh (ภูผาวารี ) วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:17:59:12 น.  

 
ขอบคุณที่แวะชมบล็อกนะคะ

เป็นทริปที่สมบุกสมบันจังเลยค่ะ สุดยอออดดดด

บางภาพทำให้เห็นธรรมชาตินั้นช่างกว้างใหญ่ มนุษย์เราตัวเล็กกะจิ๋วเดียวเอง

ไปเที่ยวไหนมาอีก ก็เขียนมาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ


โดย: นู๋เมี่ยง (มามะ.. เมี่ยงเองค่ะ ) วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:20:48:00 น.  

 
งามมาก ทิวทิศน์สวยดีจังเลย

ไม่เคยได้ยินชื่อที่นี่เลย ดูแล้วน่าไป ไปมาช่วงไหนเหรอคะ แล้วที่นี่ไปได้ช่วงไหนบ้าง ถ้าตรงปิดเทอมจะแจ่มมาก

ไปแต่ป่าเดิมๆซ้ำๆชักเบื่อแล้ว


โดย: SCOTCLOVER IP: 58.10.93.236 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:0:37:05 น.  

 
ขอบคุณทุก ๆ คอมเม้นท์ครับ
แรงใจคนทำบล๊อคก็อยู่ตรงนี้แหละเน้อะ ^ ^
แวะไปแป่ะขอบคุณหลังไมค์เป็นการส่วนตัวทุกคนแล้วนะครับ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา IP: 58.9.65.69 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:0:45:15 น.  

 
ขอบคุณเจ้าค่ะที่เข้ามาทักทายที่บล็อก "เจ้าตัวดี"

ไว้เราคงมีเรื่องราวท่องเที่ยวมาแชร์ความสุขในการเดินทาง

กันนะจ่ะ


โดย: เจ้าตัวดี659 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:10:16:20 น.  

 
อ่านเพลินเลยครับ
ภาพเล่าเรื่องราวได้น่าประทับใจจริงๆ
หากมีโอกาสคงต้องขอไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

ขอบคุณอีกครั้ง


โดย: ขึ้นเป้ วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:12:07:48 น.  

 
เฮ้อ เห็นแล้ว อยากกลับไปเดินป่าอีก งะ อดมายาวมาก คะครั้งนี้ เกือบ 4 ปีแล้วคะที่ไม่ได้เดินป่า เลย

ปีที่แล้วไปเดินขึ้นเขาคิชูฏ อุ้มลูกเดินขึ้น ขางี้สั่นเชียว เอ......เรา ม่ะได้เดินนานขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่มีแรงเอาขนาดนั้น


แวะมาทักทายคะ


ปล. ม่ะได้ล๊อคอิน ค๊า

บล๊อคตัวเอง ยังม่ะได้อัพเลย อะ



โดย: ผู้สัญจร........แวะมาทักคร้าบ IP: 125.27.215.88 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:13:02:22 น.  

 
อยากไปเที่ยวบ้างจังเลยคับ
..สวยจัง
ผมเคยอยู่ที่ตาก แต่ไม่เคยมีโอกาสไปเลย


โดย: ibozla วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:14:54:26 น.  

 
สนุกจังค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:16:26:33 น.  

 
เพิ่งเห็นหลังไมค์เลยแวะมาทักทายก่อนค่ะ

เห็นบล็อคครั้งแรกถึงกับเหวอ เพราะทำบล็อคสวยมากค่ะ

เรื่องราวและรูปประกอบสวยงาม ยอดเยี่ยมไปเลย

เอาไว้เปิดบล็อคอีกครั้งแล้วจะแวะเข้ามาทักทายบ่อยๆน่ะค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปส่งเทียบเชิญน่ะจ๊ะ


โดย: มาเรีย ณ ไกลบ้าน IP: 58.8.71.33 วันที่: 23 สิงหาคม 2552 เวลา:22:09:46 น.  

 
ทำบล็อคได้ดีมากครับ เหมือนอ่านหนังสือเล่ม ถ่ายภาพได้สวยรับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม


โดย: ปาวนู IP: 118.173.152.170 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:12:37:50 น.  

 
น่าตามไปเที่ยวจัง


โดย: memorystick IP: 124.121.81.237 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:19:25:25 น.  

 
เพิ่งเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ

ดูเขาสามหลั่นก่อนเพราะอยากเห็น ซึ่งสวยมั๊กๆ

พอเข้ามาบล็อคนี้ก้อไม่ผิดหวังอีกเช่นกัน

สวยทั้งรูป ทั้งบล็อค และก้อถ้อยพรรณาโวหาร

จัดกรุ๊ปทัวร์เถอะค่ะ



โดย: pbussarin วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:22:08:22 น.  

 
ดูรูปแล้วเกิดกิเลส มีโอกาสไปแถวนั้นอีกยังไงก็ต้องแวะขึ้นไปมั่งแล้วล่ะครับ ขอบคุณมากครับ



โดย: Prinzknecht วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:9:14:34 น.  

 
ชักคิดถึงเมืองเหนืแล้วเหมือนกันนะเนี่ย เสียดายว่าไปคราวนึงเสียเวลากับการเดินทาง (รถยนตฺ) ไปร่วม 4 วันแน่ะ เหนื่อยขาลากทุกที อิอิ

ผมสบายดีครับ แต่เข้าบล็อกไม่บ่อยนัก คุณน้ำฟ้าป่าเขาลุยน่าดูเลยนะ พาลูกเที่ยวทั่วไทยรึยังล่ะเนี่ย...


โดย: เขาพนม วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:22:48:56 น.  

 
จ.ตาก สวยใช่มั๊ยหล่ะ
ถ้ามาเที่ยวอีก ก็มาแวะพัก เข้าห้องน้ำ ซื้อเสบียง
เตรียมตัวขึ้นดอยได้น่ะค่ะ
.....จาก ร้านพยอม...... ขอบคุณค่ะ


โดย: jittinapa@hotmail.com IP: 117.47.94.143 วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:1:09:15 น.  

 
ยินดีค้า

ตาคลีเป็นอำเภอเล็กๆๆ

แต่น่่าอยู่ มีพระเกจิชื่อดังตั้งหลายท่านค่ะ

ตากน่าไปเที่ยวจังค่ะ

เคยแต่ขับรถผ่าน ไม่มีโอกาศได้แวะสักที

ชอบบรรยากาศจัง


โดย: mookung_kamon วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:8:22:08 น.  

 
บล็อกสวยและรูปสวยค่ะ แต่ปกติถ้าบล็อกไหนเขียนยาว ๆ มักจะอ่านแบบ scan ค่ะ

จากบล็อก ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าวัดเบญจะบูรณะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ท่าทางจะหลายเดือนแล้วค่ะ วันที่ไปยังคิดว่าจะเสร็จแล้วเลย


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:9:38:22 น.  

 
เป็นบล็อคที่สวยงามมากค่ะ
การท่องเที่ยวแบบนี้เป็นการเดินทางที่ใฝ่ฝันเลยค่ะ
แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเองได้ชมผ่านบล็อคนี้ก็ดีใจแล้วค่ะ
ความงามของแต่ละภาพ"สวรรค์บนดินจริงๆค่ะ"

เรือดูโลสเมื่อ4ปีก่อนก็พลาดเหมือนกันค่ะเค้าไปจอดที่ท่าเรือจุกเสม็ดสัตหีบ
คราวนี้มาจอดที่ท่าเทียบเรือคลองเตยเลยไม่พลาดค่ะ
ได้ยินน้องคนนึงบนเรือบอกว่าปลายปีจะมาจอดที่ภูเก็ตนะคะ
เท็จจริงอย่างไรคงต้องตามข่าวดูอีกที
หลังจากนี้คงอีกหลายปีกว่าจะมาไทยอีกครั้ง

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: ขนมไทยห่อใบตอง วันที่: 27 สิงหาคม 2552 เวลา:10:05:58 น.  

 
เข้ามาดูอีกครั้งครับ

งั้นผมขอสมัครเป็นแฟนประจำเลยแล้วกัน


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:23:08:27 น.  

 
ผมก็แฟนประจำคุณกาแฟเย็นฯเหมือนกันครับ ชอบทั้งเนื้อหา ชื่นชมทั้งฝีมือถ่ายภาพ ประทับใจสุด ๆ จากริวิวภูสอยดาวของคุณเลยนะ ^ ^


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 29 สิงหาคม 2552 เวลา:10:41:04 น.  

 
Photobucket


โดย: sunsmile_a วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:22:37:57 น.  

 
บอกตามตรงว่าไม่เคยได้ยินชื่อดอยสอยมาลัยมาก่อนเลยครับ สงสัยเพราะทางข้นค่อนข้างโหดแบบนี้เลยไม่ค่อยมีคนมาแนะนำให้รู้จักซักเท่าไหร่ เห็นทางขึ้นแล้วผมคงไม่มีโอกาสไปที่นี่ ขอตามไปเที่ยวเอาจากใน blog นี้แล้วกันนะครับ


โดย: NET-MANIA วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:23:33:13 น.  

 
แอบติดใจ ดอยสอยมาลัยแล้วค่ะ เห็นไอหมอก แล้วรู้สึกสดชื่น ชอบไปที่สวยๆ คนไม่เยอะมาก ที่พัก สะดวกไหม เนี่ย ..ขอมีที่อาบน้ำเป็นพอ ..แฮะ ๆ ชอบจริงๆ แล้วจะเข้ามาใหม่นะ..


โดย: tifun วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:14:04:25 น.  

 
เห็นอย่างนี้แล้วก็อยากไปบ้างจัง เป็นสคนจังหวัดตากแท้ๆ ไม่ไปเสียหน้าแย่เลย


โดย: คนรักป่า IP: 118.172.215.21 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:29:00 น.  

 
นี่ก้สวย


โดย: พระจันทร์สัญจร วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:20:48:26 น.  

 
ทั้งภาพทั้งคำบรรยายได้เห็นแล้วอยากไปเชียวครับ เก็บตังค์แปลงร่างเจ้าไมตี้เอ็กซ์เป็นขับสี่ก่อน แล้วเจอกันแน่ยอดดอยสอยมาลัย


โดย: บั้ม ณ โขทัย IP: 110.49.193.111 วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:17:42:23 น.  

 
เข้ามาอ่านดอยสอยมาลัยค่ะ
ในชีวิตอยากเที่ยวแบบนี้บ้าง ลุยๆดีค่ะ แต่ไม่มีโอกาสเลยค่ะ
เข้ามาอ่านก้อนึกว่าตัวเองได้ไปเที่ยวด้วย ตื่นเต้นไปด้วยค่ะ
อยากถ่ายรูปสวยๆและบรรยายภาพความงามของธรรมชาติที่ได้พบเจอให้คนอื่นได้ฟังและเก็บเป็นบันทึกเรื่องราวของตัวเองไว้ให้นึกถึงเมื่อเวลาผ่านไป มีความสุขดีนะค่ะ
ภาพสวย เขียนบรรยายได้ดี แล้วมีเวลาจะแวะมาอ่านอีกนะค่ะ


โดย: ดาวริมทะเล วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:37:53 น.  

 
ผมฝันเห็น ว่าไปเที่ยวเขานี้ได้ไงทั้งที่ไม่รู้จัก เลยลองเข้าgoogle หาดู เเต่ว่าฝันว่าอยู่ตีนเขานะไม่ได้ขึ้นเขา แล้วก็มีเด็กมาบอกว่าถ้าเอารถขึ้นเขา เสีย 5 บาทผมบอกว่ารถจอดไว้ ไกล ๆ ไม่ได้เอารถขึ้นต้องเสียด้วยป่าว เด็กน่ารักมากผู้ชาย เด็กก็บอกว่างั้นก็(หน้าเศร้า ๆ )ผมก็เลยให้ไป 5 บาท ถามว่าเขาชื่อ อะไร เค้าก็บอกว่าเขาลอยมาลัย
เเต่ผมก็ไม่ได้ขึ้นเขาอยู่ดี เดินหน้าไป สามเก้า เห็นวิวสวยมากคล้าย ๆ ในรูปมันเเปลกดี มีใครพอเข้าใจไหมว่ามันมีความหมายอะไรรึป่าว บอกผมได้ คับที่เมลล์ thanagon_ball@hotmail.com ขอบคุณอย่างสูงคับ


โดย: บอล_ราชบุรี IP: 101.108.171.202 วันที่: 27 เมษายน 2554 เวลา:12:28:35 น.  

 
อยากทราบว่าปรับปรุงสถานที่ข้างบนจุดชมวิวยังค่ะและทางข้างหน้าผาขาดหรือป่าวค่ะอยากไปอีกค่ะเพราะสวยมากๆๆๆสมกับเป็นธรรมชาติมากๆๆๆเลยค่ะ


โดย: kook IP: 202.28.201.62 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:50:04 น.  

 
สวยงามมากค่ะ อยากไป แต่กลัวขึนไม่ไหว (แก่แล้ว(รถ)) ไม่แน่ใจปีนีเป็นอย่างไรบ้างหนอ


โดย: huam วันที่: 5 ธันวาคม 2554 เวลา:10:56:42 น.  

 
เป็นอีกหนึ่งแรงบัลดาลใจดีๆ ให้อยากขึ้นไปสัมผัสยอดดอยสอยมาลัยบ้าง
สักวันผมต้องขึ้นไปด้วยมอเตอร์ไซค์ ไปกางเต็นท์นอนที่นั่นให้ได้ครับ


โดย: ลูกเมืองด้ง (ลูกเมืองด้ง ) วันที่: 22 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:38:06 น.  

 
ขอบคุณพี่มากเลนค่ะที่แชร์รูปสวยๆ พอดีเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมครั้งแรก และคงเข้ามาเยี่ยมชมเรื่อยๆค่ะ ประทับใจ อยากมีโอกาสไปสัมผัสสักครั้ง ^-^


โดย: Mayji IP: 1.47.170.226 วันที่: 26 เมษายน 2558 เวลา:18:27:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
21 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.