ตราด เมืองเกาะในฝัน ... ตอนที่ 2 >> 9จุดแวะ เกาะช้างเลี้ยวซ้าย




กลับมาพบกันในตราด เมืองเกาะในฝันตอนที่ 2 ครับ เรื่องราวในตอนแรกเน้นไปในเรื่องราวตราดบนฝั่ง ให้รู้ว่าตราดมิได้มีเพียงเกาะในฝัน บนฝั่งก็ชวนฝันไม่น้อยเช่นกัน

สำหรับตอนนี้จะพาไปขึ้นเกาะกันแล้ว ทีมงานของเราได้ใช้เวลาในทริปสั้นๆ เท่าที่เวลาอำนวย ออกเดินทางสู่เกาะช้างเพื่อนำเรื่องราวมาบอกเล่า 
สิ่งที่เราได้รับรู้มาก่อนหน้าการเดินทางคือ ผู้คนส่วนใหญ่มาตราดเพื่อขึ้นเกาะช้าง และเที่ยวเกาะช้างกันอยู่เพียงซีกตะวันตก หรือลงจากเรือเฟอร์รี่ก็เลี้ยวขาวกัน 
พวกเราจึงตั้งธงไปทำความรู้จักเกาะช้างในอีกฟากฝั่ง นั่นคือ ฝั่งด้านทิศตะวันออก เกาะช้างเลี้ยวซ้าย กับจุดน่าสนใจตลอดแนวฝั่งนี้ที่พอสรุปได้คร่าวๆ 9 จุดมาบอกเล่า



9 จุดแวะ
เกาะช้างเลี้ยวซ้าย




บนระยะทางขับรถท่องเที่ยวทั้งหมดราวๆ 30 กว่ากิโลเมตร ไปดูกันว่าเกาะช้างเลี้ยวซ้ายมีอะไรกันบ้าง





หลังจากพวกเราออกจากบ้านน้ำเชี่ยว ก็เดินทางสู่แหลมงอบมุ่งหน้าท่าเรือเฟอร์รี่ที่ใกล้สุด ซึ่งก็คือท่าเรือเฟอร์รี่เซ็นเตอร์พอย 
แต่หากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเพื่อจะมุ่งหน้าขึ้นเกาะ โดยไม่ผ่านตัวเมืองก็จะถึงเฟอร์รี่เอ็กเพรชก่อน
ซึ่งระยะทางเดินเรือดูจากแผนที่แล้วเราใช้ระยะทางไกลกว่ากันนิดหน่อย โดยใช้เวลาอยู่บนเฟอร์รี่ประมาณ 50 นาที นั่งชิลๆ รับลมเย็นๆ พร้อมเครื่องดื่มโปรดที่มีจำหน่ายบนเรือ








จุดแวะที่ 1
ชมต้นสีระมัน (ลิ้นจี่ป่า) อายุกว่า 200 ปีที่วัดคลองนนทรี


ทำไมเรียกลิ้นจี่ว่าสีระมัน ผมเองก็งงจนต้องไปยืนอ่านป้าย ได้ความว่า สีระมันเป็นลิ้นจี่พันธุ์ดั้งเดิมมาจากแถบจีนตอนใต้ แพร่หลายไปประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย 
คงมากับเรือสำเภาจีน พ่อค้าชาวจีนเดินเรือโล้สำเภามาค้าขายกับไทยแต่ยุคโบราณกาล  ชาวจีนคงหลบมรสุมมาพักบนเกาะช้าง กินลิ้นจี่แล้วทิ้งเมล็ดไว้ 
ทำให้มีต้นลิ้นจี่กระจายไปทั่วเกาะ กลายเป็นลิ้นจี่ป่า //แพร่พันธุ์ง่ายราวกะปล่อยกระต่ายเข้าป่า อิอิ

 ชาวเกาะช้างเรียกลิ้นจี่ป่าพวกนี้ว่า "สีระมัน" หากจะออกเสียงเข้มๆ สำเนียงท้องถิ่นก็ต้องสีหระมัน :)

และที่วัดคลองนนทรีนี้เค้าอนุรักษ์ให้เราได้เห็นต้นลิ้นจี่ที่ว่า ซึ่งมีอยู่ด้วยกันประมาณ 7 ต้น ขึ้นป้ายไว้ว่ามีอายุกว่า 200 ปี ก็เรียกว่าเลี้ยวซ้ายมาแล้วอย่าให้เสียเที่ยว 
แวะมาชมต้นลิ้นจี่ป่าเป็นขวัญตากันหน่อย มองย้อนกลับไปภาพด้านบนเหนือภาพแผนที่ นั่นล่ะครับ ร่มเงาเขียวชอุ่มของเหล่าสีระมัน 












วัดคลองนนทรี เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของเกาะช้าง ที่อนุรักษ์ต้นสีระมันไว้ภายในวัด ภายในเงียบสงบมาก ใบเสมาของวัดดูขลังดี 
นอกจากวัดกับต้นสีระมันแล้ว ละแวกนี้หากมีเวลาสามารถแวะชมวิถีชีวิตชาวบ้านด่านใหม่ มีพิพิธภัณฑ์หนังสือเก่าของลุงแดง
ที่มีหนังสือประวัตินางสาวไทยตั้งแต่คนแรกถึงคนปัจจุบันให้ได้ชม มีศาลเจ้าเกาะช้างที่คนแถบนี้เคารพสักการะมาก 





นี่ต้นไทรใหญ่มาก หน้าวัด แหม กำลังบึ่งรถเพื่อจะเดินทางต่อพอเหลียวมาเห็นเข้าผมงี้เรียกจอดๆๆๆๆ เลยครับ คว้ากล้องมาถ่ายต้นนี้ได้ทัน ไปกันต่อครับ 
เกาะช้างเลี้ยวซ้ายไปยาวไปโลด 







จุดแวะที่ 2
อ่าวสลักคอก

สิ่งน่าสนใจสุดของการมาที่นี่ในพ.ศ.นี้คงจะเป็นการมาเพื่อสัมผัสอ่าวสลักคอกแบบใกล้ชิดด้วยการนั่งเรือมาด (เรือกอนโดล่าแห่งสยาม) ติดต่อลงเรือได้ ณ ร้านอาหารสลักคอกซีฟู๊ด
เสียดายตอนที่เราเดินทางมาถึงนั้นเป็นช่วงน้ำทะเลลง ลงเยอะด้วย เยอะจนเรือออกได้ลำบาก แต่ที่ลำบากใจกว่านั้นโดยการแนะนำของเจ้าของเรือก็คือ ออกไปตอนนี้ก็จะไม่ค่อยแจ่ม 
เพราะว่าน้ำแห้งคอดจนกลายเป็นร่องน้ำเล็กๆ จะไม่สามารถพาเรือไปลอยลำเล่นตรงจุดที่เป็นไฮไลค์ของเส้นทาง ดังนั้นใครตั้งใจจะมาทันสมัยอินเทรนนั่งเรือมาดล่ะก็ 
โทรสอบถามสลักคอกซีฟู๊ดให้เค้าแนะนำช่วงเวลาของวันที่เหมาะสมก็จะดีมาก พวกเราจึงได้แต่เก็บข้อมูลมาฝากคร่าวๆ แบบนี้ และขับรถเลยลึกเข้ามาอีกหน่อย 
ที่ท่าเทียบเรืออ่าวสลักคอก มายืนมองท้องน้ำที่ใช้เรือมาดใช้เป็นเส้นทาง ซึ่งทัศนียภาพก็สวยงามไม่เสียเที่ยวเลยที่แวะเข้ามา
ใครยังไม่รู้จักว่าเรือมาดหน้าตาเป็นอย่างไรคลิกที่นี่จ้า google image


จุดแวะที่ 3
จุดชมวิวอ่าวกะรัง

เส้นทางที่ขับรถเข้าไปยังอ่าวสลักคอกนั้นเป็นเส้นทางแยกย่อยออกจากเส้นทางหลักของเกาะช้างเลี้ยวซ้าย 
ขากลับก่อนจะออกสู่ทางหลักอีกครั้งจะมีเส้นทางแยกสู่เส้นทางรอบอ่าวสลักเพชร อ่าวที่ใหญ่ที่สุดของเกาะช้าง เป็นเส้นทางมุ่งตรงไปทางบ้านเจ๊กแบ้
เราตั้งใจจะไปให้ถึงปลายสุดของเกาะ แต่แล้วก็มากันสุด ณ จุดนี้ จุดชมวิวอ่าวกะรัง เพราะว่าน้ำมันจวนเจียนจะหมดถัง เหอะๆ แต่วิวที่เห็นก็คุ้มค่าอีกแล้ว
 ว้าวกับภาพมุมสูงของดงมะพร้าวที่มีฉากหลังเป็นเวิ้งอ่าวและทิวเขาสูงของเกาะช้างเป็นฉากหลังดั่งภาพนี้ไงครับ บริเวณนี้จอดรถสะดวก และจัดทำเป็นศาลาชมวิว








จุดแวะที่ 4
บ้านรักกะลา
Hand Made Coconut Shell

จุดแวะที่ไม่อาจผ่านเลย ไม่ต้องลังเล และไม่ต้องล้งไม่ต้องเลี้ยวไหน ทางผ่านอยู่แล้ว สังเกตเพียงนิดเดียว ถ้ากลัวเลยผ่านก็จดพิกัด ใส่นำทางด้วยมือถือได้เลยให้สมเป็นยุคไฮเทค 
บ้านแห่งนี้คือศูนย์การเรียนรู้ ฝึกฝนฝีมือ สร้างอาชีพให้คนละแวกนี้ ถ่ายทอดวิชากันอย่างไม่คิดมูลค่า จากกะลามะพร้าวที่หาประโยชน์ได้พื้นฐาน ถูกต่อยอดสร้างสรรค์เป็นสิ่งประดิษฐ์ 
เป็นของชำร่วยเล็กๆ น้อยๆ กุ๊กกิ๊ก จุ๋มจิ๋ม ยันของใช้นานาชนิด และเป็นเครื่องประดับกิ๊บเก๋ เป็นโมบาย เป็นสารพัดจากไอเดียที่พรั่งพรู นอกจากเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้แล้ว 
เมื่อชาวบ้านทำได้ทำเป็นบ้านรักกะลายังรับซื้อกลับอีกด้วย เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายเพิ่มรายได้ ซึ่งชุมชนที่นี่มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวมากว่า 10 ปีแล้ว 
ผมเองซื้อของยาก ยังอดใจไม่ไหวอุดหนุนกำไลเก๋กู้ดมาอยู่บนข้อมือใส่อยู่ทุกวันนี้ อย่าพลาดแวะกันนะครับ




หลังบ้านเป็น work shop โรงผลิตย่อมๆ ส่วนในบ้านเป็นโชว์รูม โชว์ผลิตภัณฑ์ให้ได้อุดหนุนกัน








จุดแวะที่ 5
วัดสลักเพชร

มุ่งหน้าต่อสู่บ้านสลักเพชร วัดสลักเพชรเป็นวัดที่สวยมากอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะลักษณะที่เด่นสะดุดที่สุดเห็นจะได้แก่รั้วพญานาคล้อมโบสถ์ นอกจากนี้ถ้าเดินเข้าไปชมภายในโบสถ์ 
จะพบความวิจิตรของภาพวาดจิตรกรรมบนฝาผนัง ด้านหน้าวัดมีพิพิธภัณฑ์วัดสลักเพชร จัดแสดงสิ่งของมีค่าสวยงามทางศิลปะอีกจำนวนมาก 
เป็นอีกที่ที่น่าแวะมา บนเส้นทางเกาะช้างเลี้ยวซ้าย








จุดแวะที่ 6
ป่าชายเลนบ้านนาใน

อีกหนึ่งไฮไลค์ประจำเส้นทาง ป่าชายเลนบ้านนาในสวยไม่ซ้ำเส้นทางเดินป่าชายเลนที่ไหน อยู่ห่างจากวัดสลักเพชรมาไม่ไกลนัก ถามทางไปจากชาวบ้านละแวกวัดได้ หาไม่ยาก
เป็นเทรลเดินชมป่าชายเลนที่น่าเดินมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ธรรมชาติแปลกแตกต่างจากที่อื่น ตลอดเส้นทางมีต้นฝาดแดงขึ้นแซมเต็มไปหมด เทรลเดินที่นี่ระยะทางเดินพอเหมาะพอสม 
เดินไปกลับหนึ่งกิโลเมตรเศษเอง เหงื่อน่าจะยังไม่ทันออก ที่ปลายของเส้นทางเป็นจุดที่น่าเดินไปกันให้ถึงอย่างยิ่ง ดั่งภาพข้างล่างนี้ วิวก้นอ่าวสลักเพชร



เรามานอนเล่นรับลมเย็นๆ มองเมฆเคลื่อนผ่านยอดไม้เพลินมาก จากที่ตอนแรกน้ำลดจนเห็นแต่เลน นอนไปนอนมาลุกขึ้นนั่งอีกทีน้ำทะเลขึ้นแล้ว เร็วมาก!!









จุดแวะที่ 7
ท่าเทียบเรือบ้านสลักเพชร

ปลายทางของเส้นทางเกาะช้างเลี้ยวซ้ายของพวกเราอยู่ที่สุดเส้นทางสายหลัก เมื่อออกจากป่าชายเลน ผ่านวัดสลักเพชรอีกครั้งจึงมุ่งหน้าลงใต้ต่อ 
จุดหนึ่งก่อนถึงปลายทางจะผ่านที่นี่ครับ ท่าเทียบเรือบ้านสลักเพชร แวะสักหน่อยไม่เสียเวลา เค้าทำไว้สวยดี 
ที่สะพานท่าเทียบเรือแห่งนี้นอกจากจะใช้เทียบเรือแล้วยังเป็นสะพานเอนกประสงค์คนมาเดินวิ่งจ๊อกกิ่งกันเยอะเลย






ชมท่าเทียบเรือเสร็จก็ออกเดินทางต่อ ขับรถมาอีกกิโลเมตรเดียวก็สุดเส้นทางถนนสายนี้ ที่ลานจอดรถหน้าร้านสลักเพชรซีฟู๊ด 
ปลายทางต่อจากนี้เป็นเส้นทางลำลองเลาะไปแบบคล้ายๆ เข้าซอย ซึ่งจะมีโฮมสเตย์เรียงรายอยู่หลายเจ้า ไหนๆ ก็จอดหน้าร้านซีฟู๊ดกันแล้วมาทะเลก็ต้องมีซีฟู๊ดใช่มั้ยครับ งั้นจัดเลย 

สลักเพชรซีฟู๊ด N11° 58.916' E102° 22.609'



วิวท่าเทียบเรือบ้านสลักเพชร มองไกลๆ จากสลักเพชรซีฟู๊ด






จากนั้นพวกเราทีมงานตราดก็เข้าที่พักกัน 
จอดรถไว้ที่หน้าร้านสลักเพชรนี่แหละ โทรเหาทางโฮมสเตย์ สักพักเค้าก็ส่งเด็กลากเอารถเข้นออกมาบรรทุกกระเป๋าสัมภาระของพวกเรา 
เดินตามเค้าต้อยๆ 





ลักษณะทางเข้า





ถึงแล้ว มองข้างนอกอาจดูเหมือนเดินเข้ามาในชุมชน และแม้ป้ายที่แขวนไว้จะเขียนลงท้ายว่ารีสอร์ทแต่สภาพปัจจุบันน่าจะเรียกว่าโฮมสเตย์ได้เต็มปาก
อันเนื่องมาจากสมัยก่อนตอนที่จดทะเบียนแจ้งเปิดบริการที่พักสมัยเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้วตอนนั้นยังไม่มีคำว่าโฮมสเตย์นะ แต่ปัจจุบันกระแสโฮมสเตย์กำลังมา 
และครัวแสงอรุณก็มีสิ่งแวดล้อมองค์ประกอบหลายอย่างเข้าสูตรโฮมสเตย์ได้ อีกอย่างนึงตอนค้นหาข้อมูลที่พักใน google maps เราก็กวาดตามองหาโฮมสเตย์ล่ะ 
เพราะตั้งใจว่าทริปนี้ขอสัมผัสอย่างน้อยหนึ่งคืนกับชีวิตพักผ่อนในที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งบน google maps ก็จะเห็นว่าที่พักบริเวณนี้พากันเรียกตัวเองว่าโฮมสเตย์กันหมดแล้ว 
อย่างไรก็ตามจะละม้ายรีสอร์ทหรือละม้ายโฮมสเตย์คงต้องมาพิสูจน์กันนะครับ 

ครัวแสงอรุณ Home Stay












ก่อนจะไปลงรายละเอียดของโฮมสเตย์ขอนำเสนอจุดแวะต่อไป 
โดยทางครัวแสงอรุณเค้าจัดแพ็คเก็จที่พัก+ทัวร์เกาะ 2 วัน 1 คืนคิดคนละ 1500 บาท หรือ 3 วัน 2 คืนคิดคนละ 2600 บท 
แต่ถ้าต้องการที่พักอย่างเดียวคิดห้องละเพียง 500 บาท (พร้อมแอร์คอนดิชั่น) โดยแพ็คเกจทัวร์เกาะจะพาไปดำน้ำ 
ล่องเรือเที่ยวหมู่เกาะเหลายา และอาจเลยไกลไปถึงเกาะหวาย เกาะรัง ซึ่งเป็นจุดดำน้ำชมปะการังที่สวยงาม 
และก็ไม่ต้องไปลงเรือที่ไหนไกล ที่ครัวแสงอรุณมีท่าจอดเรือและเรือทัวร์ของตัวเองพร้อมบริการแล้ว
สองเท้าก้าวฉับๆ ออกจากห้องพักตรงไปลงเรือกันได้เลย




จุดแวะที่ 8
เกาะเหลายาใน
เพชรเม็ดงามแห่งทะเลตะวันออก
พิกัดเกาะ N11° 56.624' E102° 24.445'

ระยะทาง 6 กิโลเมตรจากท่าจอดเรือหน้าแสงอรุณโฮมสเตย์  ใช้เวลาฝ่าคลื่นประมาณ 20 นาทีเท่านั้นเอง แม้ตะวันจะเป็นใจ ฟ้าแจ้งแจงแวง แต่คลื่นสูงพอควรในฤดูนี้ 
เรือต้องเปลี่ยนร่องน้ำไปอ้อมหลังเกาะพร้าว และคลื่นลมที่แรงพอควรทำให้เราแวะชมความงามเพียงเกาะเหลายาใน ออกเรือไกลไปกว่านั้นไม่ได้




บนเกาะมีรีสอร์ทชื่อดังนาม เหลายารีสอร์ท ได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วสวยบรรยากาศดีน่ามาพักมาก แต่วันนี้เงียบสงบไร้นักท่องเที่ยวคงเป็นเพราะว่าอยู่นอกฤดูกาลนั่นเอง 
และซ้ำยังเป็นวันธรรมดาด้วย
ในภาพคือสะพานเทียบเรือของรีสอร์ท






ลัลล้าเลย
หาดสวย ทิวมะพร้าวงาม ทัศนียภาพตรงเส้นขอบฟ้าดารดาษไปด้วยแนวทิวเขาของทั้งเกาะช้างและหมู่เกาะน้อยใหญ่ แลดูสวยงามกว่าเป็นเส้นขอบฟ้าตัดขอบน้ำเรียบๆ 










ย้อนกลับมาที่โฮมสเตย์ ย้อนเรือกลับฝั่ง กลับสู่ที่พัก มุมมองจากบนเรือ ขณะจะเข้าเทียบท่าจอด







ทางรีสอร์ทหรือโฮมสเตย์ กำลังจับปูปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชังขึ้นมา เพื่อเอาไปเข้าครัวเตรียมทำมื้อเย็นเสริฟแขกผู้มาเยือน







ผมงี้รีบคว้ากล้อง มานั่งมองกิจกรรมช้อนปูช้อนปลา 





เต็มอิ่มกับมื้อดินเนอร์ซีฟู๊ด และปูปลาทะเลสดจากกระชัง กินกันจนพุงแทบแตก กินจนปูเหลือเพราะหมดเนื้อที่ในกระเพราะ 55555








เช้าวันใหม่ บรรยากาศอ่าวสลักเพชรมองทอดสายตาจากชายคาแสงอรุณโฮมสเตย์ กลางสายฝนโปรย สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแสงอรุณโฮมสเตย์นี้ 
และที่พักอื่นตลอดทริปคลิกลิงค์น้องรินหนึ่งในทีมงานที่เจาะลึกด้านที่พักได้ที่ลิงค์ด้านล้างสุดของบทความจ้ะ




มีใครนั่งนับจุดแวะทั้ง 9 อยู่บ้างมั้ย เรายังขาดอีกจุดนึง อีกหนึ่งจุดสุดท้ายที่แนะนำ แต่จุดนี้อาจไม่เรียกว่าจุดแวะไม่เต็มปากแล้ว เพราะต้องทุ่มเวลาและกำลังกายใจกันหน่อย 



จุดแวะที่ 9
ยอดเขาแหลม
พิกัดจุดเริ่มเดิม 12.007557, 102.354751

เอาใจนักท่องเที่ยวขาลุยผู้นิยมไพรและผู้มีหัวใจพิชิต ทีมงานตราด TTBN09 ของเรามีหัวหน้าทีมเป็นถึงนักเดินป่า โดม สะพายเป้แห่งสะพายเป้ดอทคอม 
คนๆนี้นอนฟูกหลับลงซะที่ไหน ต้องนอนตามป่าตามเขาโน่น 555 หัวหน้าทีมของเราจึงขันอาสาปลีกตัวขึ้นพิชิตยอดเขาแหลม 
อันเป็นยอดสูงอันดับสองของเกาะช้างรองจากยอดที่ชื่อว่ายอดเขาใหญ๋ แบกเป้ขึ้นลงไปกลับกว่า 6-7 ชม.  
ไปนอนลุ้นฝนตกไม่ตกอยู่บนนั้นคืนนึงและเก็บภาพงามๆ ยามเย็น ยามเช้ารวมทั้งเรื่องราวมาฝากกัน เรื่องราวบนนั้นจะเป็นอย่างไร สนุก มันส์ คุ้มค่าแก่การเสียเหงื่อแค่ไหน 
ขอยกเรื่องราวทั้งหมดไปขยายความในรีวิวของหัวหน้าทีมครับ
 (ระหว่างนี้ในวงเล็บนี้สำรองไว้รอลิงค์รีวิวแล้วจะมาแปะ)


ภาพบรรยากาศตอนไปส่งหัวหน้าทีม ณ จุดเริ่มเดินขึ้นเขา



เกาะช้างเลี้ยวซ้ายเหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวบนเกาะช้างที่กำลังหามุมสงบ ปลีกตัวจากอีกฟากฝั่งที่เต็มไปด้วยความเจริญ เกาะช้างฝั่งนี้ยังเงียบสงบ
และเต็มไปด้วยวิถีชีวิต ทั้ง 9 จุดแวะนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่น่าสนใจที่เรามีโอกาสไปสัมผัสมา เกาะช้างเลี้ยวซ้ายยังมีสิ่งน่าสนใจนอกเหนือจากที่กล่าวนี้อีกมาก
เช่นมีกิจกรรมปั่นจักรยานไปตามเส้นทางในย่านอ่าวสลักเพชร และยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวผจญภัย 

สำหรับเรื่องราวในส่วนที่ผมได้รับมอบหมายจากทีมคงจบลงแต่เพียงเท่านี้ 
พบเรื่องราวตราด เมืองเกาะในฝัน เพิ่มเติมในรีวิวของเพื่อนร่วมทีมได้อีกที่







ให้กำลังใจทีม T09 ได้ด้วยการกดโหวตที่ ลิงค์นี้จ้า ขอบคุณฮับ ;) 


ขอบคุณทุกๆ ผู้สนับสนุนดังรายนามต่อไปนี้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ttBn TheThailandBloggerNetwork.com
NOK AIR
Thai Rent a Car
KEEN
Outdoor Innovation 













<<< Previous Blog : Slow Life @ เกาะหมาก สุดยอด Low Carbon Destination

สารบัญบล็อก

Next:
9 จุดแวะ เกาะช้างเลี้ยวซ้าย ... ตราด เมืองเกาะในผัน ตอนที่ 2 (ตอนจบ)




Create Date : 13 สิงหาคม 2558
Last Update : 17 สิงหาคม 2558 19:13:03 น. 16 comments
Counter : 6763 Pageviews.

 
ยังไม่เคยเลี้ยวซ้ายไปซะที.... ดูจะมีป่าไม้ธรรมชาติ
มากกว่า เลี้ยวขวา

น่าสนใจเกาะเหลายา... คงต้องไปพักหลายคนหน่อย
จะได้ไม่เหงา..

เสียดายสะพานไม้เขาใช้สีรุนแรงไปเนาะ ...

ช่างภาพหญิง ดูแข็งแรง มั่นคงในการถ่ายภาพอิ อิ

งั้นโหวต

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ญามี่ Literature Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:13:37:28 น.  

 
หาดขาวจั๊วเลยจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:14:33:26 น.  

 
มาชม มาโหวต ให้นะคะ


น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog




โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:15:51:12 น.  

 
เกาะช้างเลี้ยวซ้าย
จะกลายเป็นวลีฮิตเหมือนสระบุรีเลี้ยวขวาซะแระ อิอิ

ภาพเปิดเท่โพด แคปชั่นกินขาดชนะทุกสิ่ง






บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog






โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:22:45:20 น.  

 
มีจุดชมวิวมากกว่าที่รู้มาแหะ แต่ละจุดก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไปนะ

เห้นซีฟู๊ดแล้วหิว เหมือนโดนยั่วตอนดึกๆ เลย

ไม่รู้เป็นที่คอมผมรึเปล่า ครั้งนี้ภาพในบล็อกดูไม่เป็นรูปแบบนิตยสารเท่าไหร่ แถมขนาดของภาพทำให้บล็อกขยายไปด้านข้างมากกว่าเอนทรี่ที่เฮียเคยทำในครั้งก่อนๆ ด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:1:26:56 น.  

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:2:53:10 น.  

 
ที่นี่สวยมากจริงๆครับ เห็นแล้วอยากไปเลย

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog


โดย: PZOBRIAN วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:13:28:38 น.  

 
พี่หยีอ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ถ่ายภาพสวยเกินไปแล้ว
ดูแล้วอิจฉา
อยากไปเที่ยว อยากถ่ายภาพเก่ง ๆ แบบพี่บ้างจัง อิอิ


โดย: Close To Heaven วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:13:37:25 น.  

 
ตามมาเที่ยวแบบไม่ทันแล้ว

หนีบล๊อกไปหลายวันเลย

เบื่อบล๊อกมาก อิอิ

พรุ่งนี้มาใหม่ หมดสะต๊อกแระ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:15:03:02 น.  

 
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โย่วๆ มาตอนสอง ..ลงเรือเฟอรี่ บอกตรงเลี้ยวขวา ฟ้าบเลย แหะๆๆ ไม่เคยไปซ้าย โอ้ววว !! บ้านกะลา อยู่นี่เอง เราเคยเห็นเขาเอามาขาย เยอะแยะ ของกุ๊กกิ๊ก นึกว่าทำตรงไหน ..
ไปไกลสุด แค่หาดไก่แบ้ มันก็ไกลแล้วนะ ทางขึ้นเขาลงเขาตื่นเต้นดีเหมือนกัน..
ที่เที่ยวมากมาย ต้องอยู่หลายวันเลยเนี่ย..
บล็อกนี้ มีนางแบบกิติมศักดิ์ ด้วย นี่นา อิอิ
สุดท้าย ใจ จะละลายกะเกาะเหลายา สวยมาก ๆๆไม่แ้พ้อันดามัน เลยขอบอก
เคยดูในเน็ต และเคยคิดจะไปสุดท้าย ไม่ได้ไป เทียบดูแล้ว ค่าใช้จ่ายค่าเดินทางแพง พอ ๆ ไปทางเกาะหมากเลย มีความสงบ ส่วนตัวดี..
เที่ยว ฝั่งตะวันออก อิ่มแปร้ กะอาหารทะเลสุดๆๆไปเลย ..กุ้งหอย ปู ปลา ตัวใหญ่ ..สดๆ แว๊ก หิว..แต่พอไปเห็น เขาจับ สดๆจิง มันจะกินไม่ลง นะ สงสารมัน แต่คุณหยี คงไม่ หุหุ.
ชม ภาพแล้วเกกิดกิเลส นี่ไม่ได้เที่ยว นานแล้วนะ.
ขอบคุณ รีวิว งามๆที่ตั้งใจทำมาให้ชม ทุกชอ๊ตทุกภาพ สวยงาม
ขอปรบมือ
ยิ้มแก้มปริ

..ขอให้โชคดีนะคะ




โดย: tifun วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:15:35:40 น.  

 
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog

มาแระ ตามสัญญา !!!!


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 15 สิงหาคม 2558 เวลา:15:19:31 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ
ภาพสวยจัง
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชีริว Cartoon Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 16 สิงหาคม 2558 เวลา:1:42:13 น.  

 





เฮ้อ ..

เมืองนอก ก้อ ไม่ได้ ไป ..

เมืองไทย .. ก้อ ไม่ได้ เที่ยว ..

ปีนี้ .. กระเป๋า .. "แล้งงงงง " หนัก ..








บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Maeboon Travel Blog ดู Blog
น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Photo Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น















โดย: foreverlovemom วันที่: 16 สิงหาคม 2558 เวลา:12:27:39 น.  

 
ขอบคุณคุณหยีที่ทำบล็อกดีดีให้ได้ชมกัน

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา Travel Blog ดู Blog



โดย: หอมกร วันที่: 16 สิงหาคม 2558 เวลา:20:43:33 น.  

 
บาปๆ ปลา-ปูจากกะชัง สั่งฆ่าชัดๆ นะ



โดย: หอมกร วันที่: 16 สิงหาคม 2558 เวลา:20:49:10 น.  

 
ยังเป็นบล๊อกเดิมเนาะ

โหวตแล้วนี่หว่า


โดย: พรหมญาณี วันที่: 17 สิงหาคม 2558 เวลา:8:08:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 184 คน [?]







ทำไมต้อง น้ำ ฟ้า ป่า เขา
เริ่มท่องเที่ยวไกลบ้านครั้งแรกตอนอายุได้ 12 ขวบ ไปไกลถึงเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ครั้งนั้นได้วิ่งไล่จับเมฆบนดอยปุย ก็ใจแตกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชอบถ่ายภาพเพราะหนังสือถ่ายภาพท่องเที่ยวของ"ทอม เชื้อวิวัฒน์"
รักภูเขาเพราะหนังสือ "คืนสู่ภูเขา" ของดวงดาว สุวรรณรังษี
ภาพถ่ายผลงานของคุณดวงดาวในหนังสือเล่มนั้นมันสร้างแรงบันดาลใจแก่ผม ให้ผมหลงรักเหลี่ยมเขา และอยากถ่ายทอดเป็นภาพถ่าย เมื่อถึงเวลาต้องใช้นิคเนม เลยเลือกคำสั้น ๆ 4 คำที่เกี่ยวกับธรรมชาติที่เราชอบมาเป็นชื่อ น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา
ความตั้งใจ: ยังมีอีกหลายภู หลายดอย ที่ยังไม่ได้พิชิต เรี่ยวแรงก็เริ่มน้อยถอยลง พักนี้ของชีวิตก็ได้แต่เที่ยวฉาบฉวย สไตล์แคมป์คาร์ ไปเรื่อย ๆ
ยังจะเดินทางต่อไป ต่อไป ... และต่อไป

รู้จักจขบ.เพิ่มเติมได้ที่บทสัมภาษณ์พิเศษ
Interview The Blogger น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา




Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.