บ้านกกกอด- ถ้ำธารลอด ทริปแรงบันดาลใจ จากภาพถ่ายเพียงภาพเดียว


เหตุเกิดจากที่ผมได้เห็นภาพๆ  นึงจากที่ไหนก็ไม่ทราบได้  เป็นภาพกระโจมที่พักเรียบง่ายในธรรมชาติ  มีสะพานไม้ไผ่ทอดยาวไปยังผืนน้ำและทิวเขาเบื้องหน้า สะพานนั้นโอบล้อมไปด้วยต้นกกที่ขึ้นหนาแน่นโดยรอบ   สายลมพัดเอื่อยๆ  พาต้นกกไหวเอนพลิ้วไปตามกระแสลม 
คิดแล้วรู้สึกว่าที่นี่สวยมาก อยากไปชะมัดเลย มันเป็น Location ที่ perfect เหมาะสำหรับการนั่งชื่นชมบรรยากาศหรือถ่ายหนังเลยทีเดียว  แต่ก็ได้แต่เก็บไว้ในใจ รอโอกาสเหมาะๆ แล้วจะไปเที่ยวชม 


เวลาล่วงเลยไป หลายเดือน และในที่สุดผมก็ไม่อาจปฏิเสธความความปรารถนาในใจของผมได้ เมื่อได้เห็นภาพๆ นั้น ได้ Feed ขึ้นมาใน Facebook   … โอย อยากไป จึงได้ชักชวนสมัครพรรคพวกที่สนิทเข้าขั้นและพร้อมจะไปกันได้ทุกที่  .. บอกคุณๆ เหล่านั้นว่า ผมจะจองบ้านพักที่นี่นะ … บ้านกกกอด  .. แน่นอนครับ ทุกคน OK 

ทริปสนุกๆ ของเราจึงได้เกิดขึ้นมา ณ จุดๆ นี้ 


30/11/2013 
เวลาประมาณ 08:30 น. พวกเราพร้อมหน้ากันที่หน้าเซเว่นแถวกระทรวงสาธารณสุข ออกเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยพาหนะคู่ใจของผม  การเดินทางของเราในครั้งนี้ เราใช้เส้นทาง งามวงศ์วาน – ตลิ่งชัน – นครปฐม- บ้านโป่งและเข้าไปยังเมืองกาญจนบุรีทางนี้ เส้นทางค่อนข้าง OK ครับแต่ติดที่ไฟแดงเยอะไปหน่อยจึงใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมาก ..
เวลาประมาณ 09:30 น. เราเดินทางถึงนครปฐม อาการหิวก็เริ่มเกิดขึ้น .. เราแวะทานอาหารเช้า (ต้องอาหาร สายสินะ ) ที่ร้านปฐมโภชนา ด้วยเมนู ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดงและอะไรก็ไม่รู้(จำไม่ได้แล้วแหะๆ)  นั่งทานอาหารได้สักพัก พลันรู้สึกถึงกระแสลมหนาวพัดมา ทำเอาตัวสั่น  เราสามคนก็คุยกันขำๆ ว่า เราโชคดีนะ มาตอนหน้าหนาว อากาศดีแน่ๆ 
หลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อย เรายังไม่มีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน จึงได้สอบถามสมาชิกว่าอยากไปที่ไหนกันบ้าง แต่ละท่านก็ตามใจผมซึ่งเป็นคนขับ และอยากไปชิวๆ ที่น้ำตกสักแห่ง ติดแต่น้ำตกเอราวัณที่ผมอยากไปนั้น แต่ละท่านก็ไปกันเกินสองรอบแล้ว 555  งั้นก็เหลือน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นล่ะ เคยไปกันมาคนละรอบเดียว งั้นได้ข้อสรุปละ … บึ่งรถไปที่เมืองกาญจน์เพื่อที่จะขึ้นไปยังน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น เหนือเขื่อนศรีนครินทร์กันดีกว่าครับ


เวลาประมาณ 12:00 น. เราเดินทางถึงเขื่อนศรีนครินทร์แล้ว หากใครเดินทางมาถึงที่นี่คงจะเห็นรีสอร์ทสวยๆ อยู่บนเนินเขาและเบื้องล่างเป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ กันบ้างล่ะ ผมซึ่งผ่านไปทางนั้น อดทนที่จะไม่ชื่นชมความงามของรีสอร์ท ณ จุดนั้นไม่ไหว  เลยขอแวะชมบรรยากาศกันก่อนครับ รีสอร์ทนี้ชื่อว่า .. กินลมชมวิว  กะจะแวะทานอาหาร สั่งกาแฟสักแก้ว .. พนักงานใจดี แจ้งว่าที่นี่ไม่มีไฟฟ้า และอาหารคร๊าบ สั่งเครื่องดื่มได้อย่างเดียว  ส่วนเครื่องดื่มก็จะเป็นพวกชา- กาแฟหรือน้ำหวานก็ได้ .. ด้วยความเกรงใจจึงสั่งเนสกาแฟเย็นมา 1 แก้ว  ค่าวิวครับ ^^


ชมวิวสวยๆ กันได้สักพัก เราคงต้องหาอะไรทานกันแล้วล่ะ  ตกลงเราจะไปทานอาหารกันที่น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นกัน .. เราจึงออกเดินทางต่อ  ด้วยถนนลาดยาง ที่วิ่งค่อนข้างสบายๆ ใช้เวลาเดินทาง ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วล่ะครับ


ตัวน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 100 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เกิดจากลำห้วยแม่ขมิ้นที่ไหลผ่านเทือกเขาหินปูนลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ ก่อให้เกิดน้ำตกที่สวยงามทั้งหมด 7 ชั้น คล้ายกับน้ำตกเอราวัณ


แต่ละชั้นมีชื่อเรียกเรียงลำดับจากชั้นที่ 1 - 7 ดังนี้ คือ ดงว่าน ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า ระยะทางรวม 2,270 เมตร นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติของป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง โดยจะผ่านจุดชมทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ผู้สนใจติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว


วันนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ต่างคนต่างเริ่มจับจองสถานที่กางเต๊นท์กัน ส่วนผมซึ่งไม่ได้ค้างแรมก็ต้องหาร้านอาหารทานแล้วล่ะครับ เพราะนี่ก็บ่ายคล้อยละ โรคกระเพาะจะถามหาเอา ^^ 
เราทานอาหารกันที่ศูนย์อาหารของอุทยาน ด้วยความหิวเราสั่งอาหารมากันเยอะมาก ปลาทอด ส้มตำ แกงป่า ไก่ย่าง น้ำตก  แต่เราสามคนก็ทานหมด ^^ ยังไม่ทันได้นั่งพัก ผมก็ชักชวนสมาชิกร่วมทริปให้ออกมาเดินเล่นกันซะแล้ว  .. 


จุดที่จะเข้าชมน้ำตกในรอบนี้ผมขอเน้นน้ำตกชั้นสูงๆ นะครับ (ชั้นล่างๆ เคยเดินมาแล้ว) เราเดินชมตั้งแต่น้ำตกชั้นที่ 4 ขึ้นไปยังชั้นที่ 5 และ Hi-Light คือชั้นที่ 6 ซึ่งผมคิดว่าชั้นที่ 6 นี่แหละคือชั้นที่สวยงามที่สุดของน้ำตกแห่งนี้ ..  เวลาบ่าย  ไร้นักท่องเที่ยว  แสงตะวันสาดส่องลอดเงาไม้มายังตัวน้ำตกที่ไหลเอื่ยๆ  ความรู้สึกนี้ มันใช่มาก !!!






เราใช้เวลาที่ชั้น  นานมากครับ แต่ก็ใกล้จะเย็นแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องออกจากน้ำตกเพื่อกลับที่พักแล้วล่ะ 


เราบึ่งรถเพื่อจะย้อนกลับไปยังที่พักที่เราได้จองไว้ ตอนนี้ ยังพอมีเวลา ขอแวะพักผ่อนที่สันเขื่อนศรีนครินทร์สักพักนึงครับ  ตอนนี้บ่ายแก่ๆ จากแดดแรงก็เปลี่ยนเป็นแสงสีทองสวยๆ แล้วครับ  



ได้เวลาอันสมควรที่เราจะเข้าที่พักกันเสียที เราเดินทางย้อนกลับมาทางเมืองกาญจน์เพื่อเตรียมเข้าที่พักของเราในค่ำคืนนี้ .. เดินทางแค่เพียงอึดใจเดียวก็ถึงแล้วครับ “บ้านกกกอด”  ไม่รอช้า เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย เราก็ขอชื่นชมบรรยากาศสวยๆ ของที่นี่กันเลยครับ ใกล้มืดแล้ว แสงกำลังสวย เราเดินไปที่ท่าน้ำเพื่อเก็บภาพประทับใจกันอย่างสนุกสนาน ..  บ้างก็นั่งสงบนิ่งฟังเสียงลมหนาวพัดมากระทบกับต้นกก .. มีความสุขและสงบอย่างพิลึก ^^





ตอนนี้มืดแล้ว เราออกเดินทางไปทานอาหารค่ำที่ครัวคุณลุง ร้านอาหารรสเด็ดอยู่หน้าปากซอยทางเข้าบ้านกกกอด เป็นร้านริมแม่น้ำแควที่ราคาอาหาร OK เลยทีเดียว ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ ทำให้หนาวสั่นตอนที่ทานอาหาร (ทรมานแท้ๆ)   วันนี้เราสั่งกับข้าวหลายอย่างครับ แต่ที่ติดใจก็คือ ปลาแรกทอดสมุนไพร (กินหมดยันก้างเลยล่ะครับ)  เมื่อเรา ทานอาหารเสร็จ เราก็ขับรถอออกไปเที่ยวแถวๆ  นี้ อยากรู้ว่าช่วงหัวค่ำ ชาวบ้านแถบนี้มีกิจกรรมอะไรกันบ้าง …  สรุปว่าเงียบครับ ไม่มีกิจกรรมอะไรเลย เราจึงตัดสินใจซื้อขนมขบเคี้ยว และ แคนตาลูปข้างทาง  มาทานในระหว่างที่นั่งชมดวงดาวกันตรงท่าน้ำครับ (โรแมนติกไหมล่ะ)   



เรานั่งชมดาวกันอยู่สักพัก ก็ได้เวลานอนเอาแรงกันแล้วล่ะครับเพราะเหนื่อยกันมาทั้งวัน  จะได้รีบตืนมาดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วย

01/12/2013



เราตื่นมาท่ามกลางความหนาว เช้านี้ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่อย่างที่เคย  เมื่อบิดขี้เกียจและล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เราก็ชักชวนกันเดินมาที่ท่าน้ำหน้าบ้าน เพื่อชมพระอทิตย์ขึ้นกันครับ  
วันนี้ท้องฟ้าเป็นสีส้ม สวยงามและอบอุ่นมากครับ










จากนั้นเราก็ทานอาหารเช้า ที่นี่มีอาหารเช้าให้บริการครับ  เราทานอาหารพร้อมกับเล่นกลับสุนัขของที่นี่ มีสามตัว ชื่อ ขนมหวาน ขนมผิง และขนมถ้วยครับ  สุนัขที่นี่เชื่องและเป็นมิตรกับแขกมากเลยทีเดียว ^^ 



สายแล้ว ได้เวลาที่เราจะอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะไปยังจุดหมายปลายทางของเราอีกที่สักทีนะ “อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์”  โดยต้องเดินทางไปยังอีกด้านของเขื่อนศรีนครินทร์ครับ เรียกว่าอ้ปมโลกกันเลยทีเดียว 
เบื้องต้นเรามารู้จักกับอุทยานอแห่งชาตินี้กันก่อนครับ 



อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่ไม่มาก แต่มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์


มีจุดเด่นและธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา และถ้ำธารลอด ที่นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูน ประกอบกับการกัดเซาะของน้ำทำให้เขาหินปูนกลายเป็นสะพานธรรมชาติขนาดมหึมา และมีหลักฐานแสดงถึงด้านประวัติศาสตร์เป็นทางเดินทัพของพม่าและกองทัพญี่ปุ่น


ใช้เวลาสักพักใหญ่ เราก็เดินทางมาถึงกันแล้วล่ะครับ    ด้วยความหิว เราตัดสินใจทานอาหารเที่ยงประเภทไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียวกันที่นี่แหละ อากหารอร่อยจนต้องเบิ้ลเลยทีเดียว 
เมื่อทานอากหารเสร็จ เราก็เริ่มเดินเท้าเข้าเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอุทยานแห่งนี้กันครับ  ซึ่งก็คิอ ถ้ำธารลอดน้อย และถ้ำธารลอดใหญ่ 


ถ้ำธารลอดน้อยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 100 เมตร ตัวถ้ำจะมีความยาวประมาณ 300 เมตร
ปากถ้ำกว้างประมาณ 25 เมตร สูงประมาณ 10 เมตร มีธารน้ำไหลลอดใต้ถ้ำ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย 


อุทยานแห่งชาติได้จัดทำระบบไฟฟ้าสำหรับส่องสว่างและทางเดินลัดเลาะไปตามลำห้วยในถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยปรากฏเป็นรูปต่างๆ ยามเมื่อกระทบกับแสงไฟจะส่องประกายระยิบระยับงามจับตามาก โดยเฉพาะบริเวณกลางโถงถ้ำ ผนังถ้ำด้านขวามือเป็นหินปูนฉาบลักษณะคล้ายน้ำตก สวยงามมาก 
ภายในถ้ำยังมี “หมาน้ำ” หรือเขียดว้าก ซึ่งส่งเสียงร้องคล้ายสุนัข เมื่อเดินทะลุถ้ำธารลอดน้อยแล้ว จะพบกับสภาพป่าที่ร่มรื่น และมีทางเดินต่อไปถ้ำธารลอดใหญ่ ซึ่งมีระยะทางอีกประมาณ 2,200 เมตร


ระหว่างทางเดินไปถ้ำธารลอดใหญ่ ช่วง 1000 เมตรแรกจะเป็นทางเดินสบายๆ ครับ หลังจากนั้นล่ะ เอาเรื่องเลย ต้องปีนป่ายบันไดที่มีความสูงกับภูเขาลูกย่อมๆ  ลุยน้ำลุยโคลนนิดหน่อย หลบเลี่ยงต้นไม้บ้างและต้องใช้วิชาตัวเบา หาร่องหินเหมาะๆ ในการถีบตัวขึ้นไปด้านบน … จนมีนาทีนึง ที่ผมบอกตัวเองว่า ไม่ไหวแล้ว .. แต่ก็ได้แรงฮึกมาจากเพื่อนร่วมทริปนั่นแหละครับที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ..




ผมใช้เวลาไปร่วม 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว กับการเดินขึ้นมาที่ยอดเขา และได้มาเที่ยวชมถ้ำที่สุดยิ่งใหญ่อลังการแห่งนี้   



ถ้ำธารลอดใหญ่มีลักษณะคล้ายสะพานหินธรรมชาติ มีความกว้าง 60 เมตร ตัวถ้ำด้านล่างยาว 60 เมตร กว้าง 40 เมตร และสูง 40 เมตร บนเพดานถ้ำมีโพรงขนาดใหญ่ที่แสงแดดส่องลอดเข้ามาในถ้ำได้ ทำให้ภายในถ้ำสว่างและมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ตามพื้นถ้ำ 




ที่ฟากหนึ่งของผนังถ้ำมีภาพเขียนสีรูปพญานาค ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของพญานาค นอกจากนี้แล้วยังมีหลักฐานปรากฏว่าบริเวณนี้เป็นที่ฝังศพของมนุษย์โบราณ 
จากการค้นพบโครงกระดูกเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนำไปจัดไว้ให้ชมที่พิพิธภัณฑ์วัตถุโบราณ โครงการพระราชดำริห้วยองคต อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี





เรานั่งเล่น และเดินชมความอลังการที่นี่กันสักพัก พลันก็นึกถึงความยากลพบากในการเดินขึ้นมา ทำให้เราไม่อยากจะเดินลงกันซะแล้ว Y-Y เ วลาก็ใกล้ค่ำแล้วสินะ
.. แต่ก็ทำไงได้  เราเดินลงรวดเดียวออกมาถึงปากถ้ำกันในเวลา 17:00 น. ครับ  และตัดสินใจเดินทางออกจากอุทยาน เพื่อเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายถัดไปของเราเลย … หมู่บ้านมังกรสวรรค์  ..

เราใช้เวลาประมาณ 2 ชม เลยทีเดียวในการเดินทางมาถึงที่นี่ … เส้นทางที่เราเดินทาง รถค่อนข้างเยอะและถนนมืดมากครับเลยใช้เวลาไปพอสมควรเลย 





หมู่บ้านมังกรสวรรค์สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งใหม่ตั้งอยู่ภายในอุทยานมังกรสวรรค์ (ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง) และพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร
รูปแบบของหมู่บ้านได้จำลอง "เมืองลีเจียง" ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่โบราณ และมีรูปแบบที่สวยงามจนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลก ตั้งอยู่ในสาธาราณรัฐประชาชนจีน



ภายในหมู่บ้านที่ออกแบบได้สวยงามลงตัว เหมือนหนึ่งได้เดินเข้าไปในหมู่บ้านโบราณของเมืองจีน ซึ่งแต่ละหลังก็เป็นสถานที่ที่ให้บริการต่างกันออกไป มีร้านขายสินค้า และของที่ระลึก (ร้านสำเพ็ง) โรงหนัง โรงนวด โรงเตี๊ยม ร้านอาหาร ปฎิมากรรมที่งดงามอย่างเสามังกรฟ้า จากเมืองฉงอู่ สาธาราณรัฐประชาชนจีน และยังขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา บนหอคอยชมวิว ที่จะได้เห็นทิวทัศน์โดยรอบของอุทยานมังกรสวรรค์ 

เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพที่หนึ่งของเมืองสุพรรณ และช่วงเวลาเย็นค่ำ นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับน้ำพุและแสงสีที่สวยงามด้วยล่ะครับ 



เราปิดทริปที่แสนสนุกแห่งนี้กันที่นี่ และเดินทางกลับเข้าสู่กทม ในเวลาประมาณ 23:00 น.  นับเป็นทริปประทับใจที่เกิดจากภาพถ่ายภาพเดียว  
ซึ่งภาพๆ นั้นทำให้นึกถึงภาพอีกหลายๆ ภาพที่ได้วนเวียนเข้ามาในชีวิต เอามาร้อยเรียงกันเป็นทริปๆ หนึ่งที่สามารถเป็นไปได้จริง ในเวลาสองวันครับ ^^  

- บ้านกกกอด , น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น , กินลมชมวิว, หมู่บ้านมังกรสวรรค์ ( ผ่านตาใน Facebook) 
- ถ้ำธารลอด  (ภาพยนตร์เรื่อง 5 แพร่ง)



ขอบคุณข้อมูลบางส่วน จาก
 http://www.suphan.biz/Dragonvillage.htm 
http://www.dnp.go.th/




 

Create Date : 06 เมษายน 2557
10 comments
Last Update : 20 เมษายน 2557 21:10:16 น.
Counter : 4191 Pageviews.

 

กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ Photo Blog

งามอย่างกะไม่ใช่ประเทศไทยค่ะ
เห็นแล้วอยากตามเที่ยว สวย

 

โดย: mariabamboo 6 เมษายน 2557 13:36:48 น.  

 

วะว้าว เห็นชื่อกาแฟเย็นใส่นมเยอะๆนี้เป็นต้องรีบคลิก รับประกันได้ว่าคลิกเข้ามาต้องได้เห็นรูปวิวสวยๆ+จุใจ

ไม่ผิดหวังเช่นเคย หายไปนานเลยนะครับ //ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายหายไปนาน

2วันคุ้มค่าสุดๆกับโปรแกรมเที่ยวจัดเต็มแบบนี้ เพิ่งเห็นว่ามังกรสุพรรณกลางคืนสวยขนาดนี้

 

โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา 6 เมษายน 2557 13:51:52 น.  

 

thx u crab

 

โดย: Kavanich96 7 เมษายน 2557 4:57:45 น.  

 

เห็นรูป แล้วอยากตามไปเที่ยวซะเด๋วนี้เลยค่ะ

 

โดย: Nongpurch 10 เมษายน 2557 9:16:13 น.  

 

สวัสดีครับ
สวยงามทุกรูปเลยครับ ประทับใจมาก โหวตให้นะครับ

 

โดย: หมอหว่อง 13 เมษายน 2557 14:12:29 น.  

 

ขอบคุณทุก Comment ครับ ^^

 

โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ 17 เมษายน 2557 22:48:33 น.  

 

ภาพสวยโพด ๆ ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 3 พฤษภาคม 2557 10:26:59 น.  

 

นานๆ ได้เข้ามาชมที เห็นแล้วอยากไปเที่ยวคราบ

 

โดย: ขึ้นเป้ 20 พฤษภาคม 2557 17:29:08 น.  

 

เห็นภาพบล็อคนี้แล้วบอกเลย หัวใจละลายให้กับภาพสวยๆเหล่านี้ค่ะ
ไม่ได้เห้นมาอัพบล็อคนานมาก สบายดีนะคะ

 

โดย: มิลเม 29 สิงหาคม 2557 15:16:33 น.  

 

สุดยอดค่ะ ประเทศไทยเราสวยจริงๆ

 

โดย: pasiri IP: 110.77.238.99 26 ตุลาคม 2557 12:41:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#10


 
กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




กล้องเก่าๆ เลนส์เดิมๆ กับการท่องเที่ยวในสไตล์ของฉัน
ความคิดเห็นล่าสุด
Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.