สดชื่นเหนือคำบรรยาย กับ เชียงรายหน้าฝน ตอนที่ 2 ยลดอยตุง มุ่งภูชี้ฟ้า

มาต่อกับตอนที่ 2 ของการทริปเชียงรายของผมแล้วนะครับทุกท่าน ^^ 



21/07/2013

เราตื่นเช้า เพื่อเตรียมไปทำภารกิจสำคัญ .. พระขี่ม้าบิณฑบาต ที่วัดถ้ำป่าอาชาทอง

ระหว่างรอสมาชิกทำธุระส่วนตัว ..ผมขอปลีกตัวเพื่อสัมผัสบรรยากาศของดอยแม่สลองกันอย่างเต็มอิ่ม มองไปไกลๆ เห็นสายหมอกสัมผัสยอดเขาอย่างแผ่วเบา.. 
เช้านี้ ... ถึงแม่ว่าแสงอาทิตย์ไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่  ฝนก็ทำท่าว่าจะตกแต่เช้าเลย
ไม่เป็นไร เราต้องมีดวงบ้างแหละน่า...



การเดินทางจากแม่สลองเอ้าท์ดอร์ ไปยังวัดถ้ำป่าอาชาทองนั้น สามารถไปได้หลายเส้นทาง เส้นทางแรกเลย เป้นเส้นทางที่ลัเดลาะไปตามหุบเขา เป้นทางลูกรัง
กับอีกเส้นทางนั้น จะเป็นถนนราดยางที่ค่อนข้างดีหน่อย แต่ก็วกไกลเหมือนกัน .... แน่นอนล่ะ ผมเลือกเส้นทางที่สอง กลัวติดหล่มในป่า ^^

การเดินทางมายังวัดนั้นง่ายมาก จากรีสอร์ท ต้องขับออกมายังถนน(เส้นทางขึ้นดอยแม่สลอง)  เราต้องย้อนกลับมาทางเชียงราย พอถึงป้อมตำรวจก้เลี้ยวซ้าย
จะมีป้ายแจ้งเส้นทางอยู่เรื่อยๆ 

เส้นทางนั้นผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย หุบเขา แปลงผัก แม่น้ำสายเล็กๆ เพลินตาเลยทีเดียว ชมวิวไปสักพัก เรามาถึงวัดก็เกือบแปดโมงแล้วล่ะครับ ที่วัดจะมีข้าวสารอาหารแห้งจัดขายเป็นชุดๆ สำหรับนักท่องเที่ยว  และยังมีหญ้า สำหรับให้อาหารม้าด้วยหละครับ  รับทราบจากทางวัดว่า พระออกไปบิณฑบาต และจะกลับมาที่วัดเกือบๆ เก้าโมงเช้า 



ลานธรรม



หมาน้อยนอนหลับอย่างสบายใจ

สำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง เป็นถิ่นกันดารอยู่ห่างไกล ชาวบ้านนิยมใช้ม้าแกลบในการบรรทุกต่างสัมภาระสิ่งของต่างๆ 
เจ้าอาวาสของสำนักซึ่งเคยเป็นทหารม้าเก่า จึงให้พระและเณรของสำนักนี้ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านสี่หมื่นไร่ ซึ่งมีระยะทางร่วม 5 กิโลเมตร 
ในวัดมีสวนธรรมซึ่งมีรูปปั้นแม่ไม้มวยไทยท่าทางต่างๆ ไว้เพื่อการศึกษา บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุอินยอง



ชุดใส่บาตรที่ทางวัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยว



พระธาตุอินยอง

    สำนักปฏิบัติธรรมสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีครูบาเหนือชัย โฆษิโต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ครูบาเสือโคร่ง เป็นผู้ดูแล 
เป็นสำนักปฏิบัติธรรมสงฆ์แห่งแรกที่สร้างโอกาสให้ชาวไทยภูเขาบนดอยสูง ห่างไกลตัวเมือง ได้เข้าถึงพระธรรมคำสอนขององค์พระพุทธเจ้า 
ลูกหลานชาวเขาจะเข้ารับการบวชเณรเพื่อศึกษาพระธรรมและเรียนหนังสือไทยควบคู่กันไป 



แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่รอบถ้ำป่าอาชาทองอยู่ติดแม่น้ำคำและอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-พม่า แวดล้อมด้วยภูเขาสูง การเดินทางด้วยรถยนต์จะทำได้ไม่สะดวก 
ดังนั้น ม้าจึงกลายเป็นพาหนะที่ถูกเลือกในการเดินทาง พระและสามเณรจะได้รับการฝึกการขี่และเลี้ยงม้า ซึ่งปัจจุบันมีม้าสายพันธุ์ต่างๆ กว่า 70 ตัว 



ในขณะที่ขี่ม้าบิณฑบาตตามหมู่บ้าน พระและสามเณรก็จะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทางการในการสำรวจพื้นที่ และสอดส่องปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดด้วย 
ทั้งนี้ด้วยแนวทางที่สอดคล้องกัน กองทัพภาคที่ 3 จึงเข้ามาร่วมดูแลภารกิจของพระเณรวัดถ้ำป่าอาชาทอง ทั้งในส่วนของการจัดออกเป็นวิทยากรถ่ายทอดศาสนา
แก่ประชาชน การอบรมเทคนิคการขี่ม้าให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ในการขี่ม้าเพื่อภารกิจหาข่าวและตรวจสอบความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนจุดต่างๆ



บรรยากาศการบิณฑบาต



ครูบาเหนือชัย 

หลังจากใส่บาตรเรียบร้อย ครูบาเหนือชัย ก็แสดงพระธรรมเทศนาบนหลังม้า ให้กับญาติโยมผู้มาทำบุญในวันนี้  อิ่มบุญกันเลยทีเดียวครับ ^^
กลับมาที่รีสอร์ท คุณต้อมก็จัดแจงยกข้าวต้มหม้อใหญ่มาให้ อร่อยมากกกกก ครับ  จัดไปคนละสามชาม แทบอ้วกเลย



อร่อยสุดยอดเลยครับ

จะสิบเอ็ดโมงแล้ว ได้เวลาเคลื่อนพลเสียที เราเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่าย สรุปว่า ค่าห้อง 700 เฉลี่ยห้องละ 350 รวมค่าข้าวต้มซึ่งเป็นอาหารเช้าอีก 150 ครับ ถูกแสนถูก 





ผีเสื้อตัวน้อยที่รีสอร์ท

และเราก็มุ่งหน้าขึ้นไปที่ดอยตุงกันเลย ส่วนเส้นทางนั้น แนะนำให้ลงมายังถนนพหลโยธินก่อน และไปตามเส้นทางปกติ อย่าไปเส้นทางลัดจากดอยแม่สลอง เ
พราะถนนไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ครับ ใช้เวลาไม่นาน เราก็ถืงดอยตุงกันแล้วครับ อากาศที่ดอยตุงนี่ครึมฟ้าคร้มฝนเลยทีเดียว เราจอดรถ ซื่อตั๋วเข้าชม และก็ลุยกันเล้ย



ในส่วนแรกเราจะเข้าชมที่พระตำหนักดอยตุงครับ สวยงามมาก แม้กระทั่งหน้าฝน



มีจุดให้นั่งชมบรรยากาศกระจายอยู่แทบทุกมุมของพระตำหนัก

พระตำหนักดอยตุงเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานเพื่อทรงงานของสมเด็จย่า ปลูกแบบง่ายๆ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 
พระตำหนักสร้างด้วยไม้ทั้งหลังโดยมีโครงเหล็กอยู่ภายใน ไม้ในการสร้างเป็นไม้ลังใส่สินค้าที่การท่าเรือฯ คลองเตย ทูลเกล้าถวายแด่สมเด็จย่า เมื่อสร้างออกมาแล้วสวยงามยิ่งนัก 



บรรยากาศหน้าพระตำหนัก



อีกมุมหนึ่งของพระตำหนัก



สวนหย่อมจัดได้สวยงามทีเดียวครับ

รูปแบบการสร้างเป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมล้านนากับบ้านพื้นเมืองสวิตเซอร์แลนด์ ที่เพดานห้องโถงทำเป็นเพดานดาว



บริเวณด้านหลังพระตำหนักมีระเบียงยืนออกไป เมื่อยืนที่ระเบียงจะเห็นทัศนียภาพของดอยตุงที่สวยงาม
บริเวณขอบระเบียงมีกระบะปลูกไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม พระตำหนักเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม โดยจะต้องมีมัคคุเทศก์ของพระตำหนักเป็นผู้นำเยี่ยมชม



ต้นไม้ออกดอกสะพรั่ง แสดงถึงการดูแลอย่างดีทีเดียวเลยล่ะครับ



บรรยากาศภายนอกเมื่อมองออกจากพระตำหนัก


หลังจากที่เข้าชมพระตำหนักดอยตุงเสร็จเรียบร้อย .. ฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาห่าใหญ่ แต่โชคดีมากที่ตกลงมาแค่สิบนาทีเท่านั้น ..  
เราจึงเข้าชมสวนแม่ฟ้าหลวงกันต่อครับ 



สวนแม่ฟ้าหลวง ย่อมคู่กับดอกไม้เมืองหนาวนะครับ

สวนแม่ฟ้าหลวง หรือสวนดอยตุง เป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวบนพื้นที่ 25 ไร่ อยู่ในแอ่งที่ราบด้านทิศเหนือของพระตำหนัก สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2534 



ไม้ดอกและไม้ใบ นานาพันธุ์



ผมชอบดอกไม้สีนี้เป็นพิเศษ ^^

ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี กลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว 
งานประติมากรรมนี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า " ความต่อเนื่อง " 



งานประติมากรรม ชื่อ ความต่อเนื่อง



บรรยากาศโดยรวมของสวนแม่ฟ้าหลวง

นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ ที่มีดอกสวยงามมาก 



รองเท้านารี



กล้วยไม้นานาพันธุ์ แข่งกันชูช่อ

ได้เวลาที่จะต้องเดินทางกันต่อแล้ว จุดหมายปลายทางของวันนี้อยู่ที่ภูชี้ฟ้า ... ดูนาฬิกาก็หวั่นๆ อยู่นิด นี่ก็บ่ายสามแล้ว เรายังอยู่ดอยตุงอยู่เลย ><
เราแวะจุดชมวิว ซื้อเสบียงเล็กน้อยและก็เตรียมออกเดินทางกันครับ 



บ่ายคล้อยที่ดอยตุง



จุดชมวิวกม.12

การเดินทางไปภูชี้ฟ้า เราตัดสินใจเริ่มจากสี่แยกแม่กรณ์ตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1020 (เชียงราย-เทิง) ระยะทาง 64 กม. ถึง อ.เทิง 
และตรงขึ้นไปตามเส้นทางที่ขึ้นภูชี้ฟ้าครับ โดยจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ด้วยเส้นทางที่ค่อนข้างลาดชันและวิวข้างทางที่ หวาดเสียวและสูงมาก T-T  เราจึงค่อยๆขับกันไปครับ 
วิวสองข้างทางยามเย็นเป็นอะไรที่สวยมาก เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพมาให้ชมได้ แนะนำให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์กันโดยตรง ^^



บรรยากาศหน้ารีสอร์ท

เราเดินทางถึงภูชี้ฟ้าฮิลล์ รีสอร์ทที่สูงที่สุดบนขุนเขาแห่งนี้ในเวลา 18:00 น. (เกือบมืดแล้วล่ะครับ) อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบาย 
เป็นโชคดีของเราวันนี้แขกไม่ค่อยเยอะเนื่องจากเป็นฤดูฝน เราจึงสามารถเดินเล่นชมวิวบริเวณรีสอร์ทได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร ... 

จู่ๆ ความคิดก็แว๊บเข้ามาในหัว ... อยากขึ้นไปภูชี้ฟ้าตอนนี้ คงจะดีนะ  
เราจึงได้ลองสอบถามทางเจ้าของรีสอร์ท .. พี่ชินวัตร ว่ายอดภูชี้ฟ้านี่ไกลไหม .. ก็ได้รับคำตอบว่า กิโลเดียวเองน้อง ^^ .. จึงตัดสินใจจะเดินขึ้นไปกัน กิโลเดียวเอง จิ๊บๆ 

ความคิดในหัวก็แปล๊บขึ้นมาอีกที ขับรถไปจะดีกว่ามั้ย ไป 1 กิโล กลับ ก็ 1 กิโล ขาลากแน่เบย...
คิดถูกครับ .. 1 กิโลที่พี่เค้าว่า คือ กิโลแม้วชัดๆ ทางลากชันมาก พร้อมทั้งโค้งหักศอกซ้าย หักศอกขวา ถ้าเดินไปจริงๆ คงจอดตั้งแต่ร้อยเมตรเรกเลยทีเดียว ^^



วิวตรงที่จอดรถ ก่อนเดินขึ้นภู 450 เมตรครับ



ทางเดินขึ้นภู

ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น สูงจากระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร ด้านที่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 
มีหน้าผาสูงชัน เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด ในฤดูหนาวจะมีทิวทัศน์สวยงามเป็นพิเศษ 



บรรยากาศยามเย็น ที่ภูชี้ฟ้า



เดินกันเหนื่อยนะครับ ไม่ใช่ชิวๆ ^^



ถึงแล้ว ยอดภูชี้ฟ้า

ผาชี้ฟ้า เป็นหน้าผาหินที่มีลักษณะโดดเด่น คือ คล้ายนิ้วชี้ที่ชี้ตรงออกไปยังทิศตะวันออก  หน้าผาหินเป็นทางลาดชัน ปกคลุมด้วยหญ้า ไม้พุ่ม และโขดหิน ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้นเลย 
สามารถเดินลัดเลาะไปจนถึงสุดปลายของหน้าผา ที่ยื่นออกไปได้ แต่จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ จะเป็นหมู่หินใหญ่ริมหน้าผา ก่อนถึงปลายสุดของภูชี้ฟ้าประมาณ 300 ม. 



บรรยากาศยามเย็น



หายเหนือยเป็นปลิดทิ้ง



เส้นทางลื่นมาก ต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง

เราสามคนนั่งเล่นกันอยู่บนยอดภูชี้ฟ้า ชมแสงสุดท้ายจนท้องฟ้าใกล้มืดสนิท .. เป็นบรรยากาศที่สวยงามมากจริงๆครับ
ขากลับ... เป็นอะไรที่ทรมานมาก เราขับรถลงเขาด้วยเส้นทางแคบ ลาดชัน และเต็มไปด้วยโค้งหักศอก .. แต่ก็ถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย ^^

เมื่อกลับมาที่รีสอร์ท ความหิวก็เริ่มบังเกิด ด้วยค่าที่พักของเราในค่ำคืนนี้ ได้รวมค่าอาหารเย็นและอาหารมื้อเช้า ไว้หมดแล้ว 
เรานั่งทานอาหารไปพลางฟังพี่ชินวัตรเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไปด้วย 

และได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับการปักปันเขตแดนระหว่างไทย-ลาว ซึ่งอาจทำให้จุดชมวิวภูชี้ฟ้าอันโด่งดังเหลือแต่ภาพอดีต ขึ้นได้ แต่ไปไม่ถึงครับ ^^ 
ด้วยการมีปัญหาเรื่องเขตแดนนี่เอง ภูชี้ฟ้า จึงเป็นสถานที่ซึ่งไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายในการเข้าชม ใครจะขึ้นไปเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะหากมีเม็ดเงินมาเกี่ยวข้อง คงต้องมีปัญหาเรื่องส่วนแบ่งแน่นอน 

ค่ำคืนนี้บรรยากาศไม่ค่อยดีนัก ครึ้มฟ้าครึ่มฝน  เรานอนหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน และต้องออมแรงขึ้นยอดภูอีกครั้งในเวลาตีสี่ครึ่งพรุ่งนี้ 

22/07/2013

ติ๊ดๆๆๆๆ... นาฬิกาปลุกเราตื่นในเวลาตีสี่ .. เราเตรียมออกเดินทางท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ..  พี่ชินวัตรตื่นแล้วครับ ให้เรานั่งรอดูท่าทีของสายฝนว่าจะซาลงหรือไม่

ธรรมชาติยังคงปราณีเรา .. สายฝนเบาบางลง กลายเป็นละอองฝนเม็ดเล็กๆ เราออกเดินทางโดยไม่ลืมที่จะพกร่มติดตัวไว้ 



ภูชี้ฟ้า ตอนเช้ามืด



พักเหนื่อยกันตรงนี้่ วิวดีสุดๆ

เราเดินขึ้นยอดภูชี้ฟ้าท่ามกลางสายหมอกในความมืดยามรุ่งสาง ไฟฉายและร่มที่พี่ชินวัตรให้ติดมือมาด้วยมีประโยชน์กับเรามาก ใช้เวลาไม่นาน เราก็ถึงยอดภูชี้ฟ้า นั่งพักบนโขดหิน รอฟ้าเปิด
แต่ธรรรมชาติชอบเล่นตลก.. วันนี้เมฆหมอกหนาตา มีบางช่วงเท่านั้นที่ฟ้าจะเผยให้เห็นยอดชี้ฟ้าให้เราดีใจเล่น... นี่สินะ คุณค่าของการรอคอย



เมื่อยามฟ้าเปิด 



คุ้มค่าแก่การรอคอย

จริงๆแล้ว การเดินทางขึ้นยอดภูในฤดูฝนแบบนี้ นับว่ามีเสน่ห์เป็นอย่างมากครับ เราได้โอกาสสัมผัสธรรมชาติและความสดชื่นเต็มที่  
ไม่ต้องเบียดเสียด ยัดเยียด ชมสถานที่ต่างๆแบบชะโงกทัวร์ ได้เห็น แต่ไม่ได้สัมผัส  



ยอดภูชี้ฟ้า ในวันที่ไร้ซึ่งผู้คน

เกือบแปดโมงเช้า เราเรียกพี่ชินวัตรขบรถมารับเรากลับ สายฝนเริ่มโปรยปราย..  
เรานั่งทานอาหารเช้ากลางสายฝนกันครับ .. 


เช้านี้ เราได้มีเวลานั่งชมบรรยากาศรีสอร์ท สัมผัสลมเย็น สายฝนที่ตกปรอยๆ ทำให้ไอหมอกลอยขึ้นมาเยอะมาก



สายหมอกจางๆ พัดผ่านยอดเขา เพลินตา  



แต่งเติมสีสันให้การเดินทางครั้งนี้ สวยงามและสมบูรณ์



สีสันของธรรมชาติ คืนความสดชื่นให้แก่ชีวิตไม่มากก็น้อย

เมื่อได้เวลาอันสมควร .. เราก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง ^^
แต่ขอเล่าต่อตอนหน้านะคร๊าบ เนื่องจากภาพเยอะมาก ..  แถมตัวอย่างภาพตอนต่อไปคร๊าบ ^^



ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าที่ไหน

ที่มา :  
http://www.traveleradvisor.net
http://www.tourismchiangrai.com/



Create Date : 23 สิงหาคม 2556
Last Update : 23 สิงหาคม 2556 0:45:49 น. 11 comments
Counter : 6952 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 24 สิงหาคม 2556 เวลา:4:08:22 น.  

 
ไปตอนคนน้อย ๆ นี่สุขจังเนาะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 สิงหาคม 2556 เวลา:16:09:15 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ ดูสดชื่น สมกับเป็นอากาศเมืองเหนือเลย


โดย: ข้าวหมก วันที่: 5 กันยายน 2556 เวลา:20:19:42 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะค่ะ

ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง

และมีรักที่สมหวังตลอดไปด้วยค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:6:13:54 น.  

 
สวยงามทั้งวิว ทั้งฝีมือครับน้า รูปใหญ่ดูจุตา ข้อมูลที่เล่าก็แน่น

..........................

HBD ครับ ขอให้ร่ำรวยความดี มีความสุขมากๆ นะครับ



โดย: yyswim วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:9:43:52 น.  

 
Hbd 2u ja


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:9:46:24 น.  

 
Hbd 2u ja


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:9:50:49 น.  

 


มีความสุขมากในวันเกิดนะค่ะ



โดย: Pikake วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:12:07:51 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ
ภาพสวยมากๆ สุดยอดค่ะ


โดย: andrex09 วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:11:31:08 น.  

 
ชอบทุกภาพ ชอบทุกมุม สวยมากมายค่ะ ชอบชอบ


โดย: CJ_April วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา:20:07:58 น.  

 
สวยทุกรูปค่ะ สีสดภาพคมชัดจุงเบย


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 6 มีนาคม 2557 เวลา:10:03:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




กล้องเก่าๆ เลนส์เดิมๆ กับการท่องเที่ยวในสไตล์ของฉัน
ความคิดเห็นล่าสุด
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.