ไปกระบี่ เที่ยวพีพี นอนเกาะไผ่ ตอนที่ 1 ทะเลใส ไกลจังเลย..

มีเรื่องอยากจะเล่ามากกมายครับ ... เอ แต่ รูป อ่างขางยังไม่ได้ลงเลย ... ไง ขอแซงคิวก่อนนะครับ กำลัง ถึงฤดูเที่ยวทะเล ขอลงรูปเรียกน้ำย่อย เพื่อนๆ ก่อนละกัน อิอิ
สวัสดีครับพี่น้อง .. หายไปกันนานเชียว ขอโทษที ไม่อยากจะแก้ตัวว่างานยุ่งมากๆๆ เลยไม่มีเวลามาทักทายกันครับ.. ที่จริงก็ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น ก็แอบเข้ามาดูรูปเพื่อนบ้านบ้าง อิอิ .. แอบเจ้านายดู สองสามนาที ..
เรื่องของเรื่อง คืออาทิตย์ที่แล้ว .. ผมกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ Office ไปเที่ยวทะเลมาครับ .. แต่รูปแบบการไปเที่ยวทะเลของเรา ไม่เหมือนใครแน่นอน .. อิอิ ตกระกำลำบากไปตามๆ กัน (ไม่อยากจะ Said)
โจทย์ของการไปเที่ยวครั้งนี้ คือ ประหยัด และ คุ้มค่าที่สุด !! โดยเก็บเงินเพื่อนๆ คนละ 4500 บาท สำหรับโปรแกรมทัวร์ครั้งนี้ เงินเท่านี้ เนี่ย ...รวมหมดทุกอย่างแล้วครับ (แล้วก็ไม่พอ ก๊ากๆ)

และแล้ว วันที่ 26/02/2010 เวลา 19.30 น. เราก็ออกเดินทางจาก กทม. ครับ .. 22.30 น.แวะทานข้าวที่หัวหิน และลุยยาวเลย...ถึงกระบี่เมือตอน 06.30 น. เวลานี้ใช้ได้เลยครับ ตื่นมาบนรถ เจอขุนเขาสวยงามข้างทาง เยี่ยมมาก !!
เราไปทานติ่มซำกันที่ร้าน ฮกกี่เหล่า อร่อยดีราคา OK หลังจากนั้นก็เข้าที่พัก ที่ "ชานชเล" เกสท์เฮ้าส์ชื่อดังของเมืิองกระบี่กันครับ .. ทาครีมกันแดด เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย .. เราจะไปเที่ยว 4 เกาะกัน !!

เวลา 09.00 น. มีรถตู้มารับที่ชานชเล ครับ เราจะไปขึ้นเรือที่อ่าวนางกันครับ ..







เรือหางยาวที่เราจะัขึ้นกันครับ

เรือแล่นไปเรื่อยๆ จุดแรกที่เราจะแวะกันคือ หาดไร่เลย์ที่โด่งดัง ที่นี่มีภูเขาและหน้าผาที่สวยงามมากๆครับ







ผีนน้ำสีเขียวเข้ม







จะถึงแล้วครับ ภูเขาแถวนี้สวยจัง !!







ลุงคนขับเรือ พาอ้อมเกาะ ให้ตื่นตาตื่นใจเล่นๆ

พอลุงขับเรือมาถึง ก็ให้พวกเราลงมาเดินเล่นกันข้างล่างครับ คนเริ่มเยอะกันแล้ว ฝรั่งเยอะมากๆๆๆๆ เขามาเล่นน้ำและนอนอาบแดดกัน ดูท่าทางคงจะมีความสุขกันมาก อิอิ !!
พวกขอโอกาส ..ลงมาเดิน ดื่มด่ำและซึมซับความงาม กันบ้างครับ







ช่วงสายๆ ฟ้าใสๆ อากาศดีๆ







ไปไหนกันหละพี่ ..







เดินตามสาวๆ







เล่นน้ำกันไหมครับ

หลังจากเลินเล่นกันจนพอใจ เราก็ออกเดินทางต่อครับ ไป ที่นั่นแหละ คงไม่ต้องเดาครับ ทะเลแหวก !!







ออกเดินทางได้ !!







วิวสวยๆ ระหว่างเดินทาง







เริ่มเห็นน้ำใสๆ แล้วครับ ตื่นเต้นๆ

ทะเลแหวก อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุด Unseen Thailand ความภูมิใจของชาวกระบี่ที่มีจุดสวยงามอย่างมหัศจรรย์ ที่เราสามารถเดินเหยียบทรายขาวละเอียด จากเกาะหนึ่งไปยังอีกเกาะหนึ่งได้เวลาน้ำลด
ทะเลแหวกเกิดจากสันทรายจากเกาะสามเกาะ คือเกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ ทั้งสามเกาะนี้เป็น3 เกาะเด่นที่อยู่ใน หมู่เกาะปอดะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน มีสันฐาณติดกัน
เมื่อคลื่นพัดทรายมาพบกันที่จุดนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวสันทรายเชื่อมเกาะทั้งสามเกาะนี้ให้ถึงกัน






ถึงแล้วครับ ทะเลแหวก .. แต่ยังไม่แหวกเลย กำลังจะเริ่ม !!







ทะเลสวยๆ ด้านเกาะไก่ ครับ







มองไปทางเกาะปอดะ ก็สวย..







มุมมองจากเกาะหม้อ

สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง เมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้้แยกออกกันเป็นสามส่วน
สันทรายจะโผล่ในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำสุด แต่ถึงแม้ว่าสันทรายจะไม่โผล่เราก็สามารถเดินเล่นได้






ไ่ม่แหวกซะที อิอิ







น้ำใสๆ

หาดทรายของทะเลแหวกนี้ขาวสะอาดน่าเล่นน้ำ
การท่องเที่ยวทะเลแหวกจะนิยมท่องเที่ยวทั้งหมด 4 เกาะ คือเกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ เกาะปอดะ ทั้ง 4 เกาะเด่นของหมู่เกาะปอดะ ซึ่งสามารถเที่ยวได้ใน 1 วัน
ข้อมูลจาก : http://www.paiduaykan.com








เพื่อนตั้ว ขอตัวเล่นน้ำก่อนใครเพื่อน !!







แต่เห็นแล้วมันก็อดไม่ได้ จริงๆ!!

มาครั้งนี้ คงรอทะเลแหวกไม่ไหวแล้วครับ อิอิ ตัดสินใจไปยังจุดต่อไปดีกว่า !!! ลุงเขาจะพาไปที่เกาะไก่ ครับผม !!







หัวไก่


เกาะไก่ ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สามารถมองเห็นได้ชัดเจน จากชายฝั่งบริเวณ สุสานหอย และอ่าวนาง เกาะไก่ อยู่ห่างจากชายฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร
อยู่ใกล้ๆ กับเกาะปอดะ ไปทางทิศใต้เล็กน้อย สาเหตุที่เรียกว่า "เกาะไก่" เนื่องจากยอดเขาด้านหลังเกาะมีลักษณะ เหมือนไก่ บ้างก็มอง ว่ามีลักษณะเหมือนไก่งวง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลจะจินตนาการ
เกาะไก่ เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ ที่เรียกว่า "ทะเลแหวก"






แวะดำน้ำ ที่นี่กันแหละครับ

ที่เกาะไก่นี่ปะการัง เ่อ่อ จะพูดว่าอย่างไรดีหละ ไม่มาก็ไม่เสียดาย ละกันครับ เพราะความสวยงามนี่ ได้คะแนนค่อนข้างน้อยครับ !! เหอๆๆๆๆๆๆ
ถ้าใครต้องการมาหัดดำน้ำ แบบขำๆๆ ที่นี่ก็ถือว่า พอ OK แล้วหละครับท่าน
พวกเราดำน้ำกันพอเหนื่อย แล้วก็ขึ้นมาทานอาหารกันบนเรือครับ !!!
อร่อยมากๆๆๆๆๆ โดนเฉพาะ แตงโม กับ สับปะรดที่ทำให้เรา สดชื่นขึ้นมา หลังจากแหวกว่ายในน้ำ จนเหนื่อย
ต่อกันที่เกาะปอดะ ครับ !





เกาะปอดะ มุมบังคับ !!!


เกาะปอดะ เป็นเกาะเิอกชน แห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่ ที่นยังคงความสวยงาม และสามารถดึงดูนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้แวะมาพักผ่อนยังเกาะแห่งนี้





เกาะปอดะอยู่ ห่างไปทางทิศใต้ของ ชายฝั่งทะเลอ่าวนาง ประมาณ 8 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจึงสามารถมองเห็น เกาะปอดะ ได้ จากชายฝั่งทะเลอ่าวนาง




เกาะปอดะตั้งอยู่ใกล้กับ กับเกาะทับ เกาะหม้อ และเกาะไก่ เกาะปอดะ มีหาดทรายที่ขาวสะอาด ล้อมรอบ ทั้งสามด้าน ยกเว้นทางด้านทิศตะวันตก จะเป็นหน้าผาสูงชัน คอยรับคลื่น
นักท่องเที่ยวนิยมเดินทาง มาพักผ่อนโดยการเดินเล่นตามชายหาด นอนอาบแดด และเล่นน้ำทะเลที่ใสสะอาด ถ่ายภาพ ชื่นชมทิวทัศน์รอบๆ เกาะเป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาพักผ่อนที่ เกาะปอดะ ได้โดยไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมขึ้นเกาะ ดังนั้นนัก ท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยือนยังเกาะแห่งนี้ จึงต้องช่วยกันรักษาความสะอาด และสภาพแวดล้อมภายในเกาะ ให้ยังคง ความสวยงาม เพื่อให้นักท่องเที่ยวและคนรุ่นหลังได้สัมผัสกับความงามของเกาะแห่งนี้แบบดั้งเดิม
ที่มา : http://www.go2krabi.com/

ที่เกาะปอดะ ผมมีโอกาสได้ลงไปดำน้ำตื้นดู ปลาเยอะดีครับ เป็นปลานกแก้ว ปลาเก๋า และอื่นๆที่ไท้รู้จัก ดำได้เพลิดเพลิืนดีทีเดียว .. เพราะน้ำใส และตื้นครับ
สมควรแก่เวลาแล้ว ได้เวลากลับขึ้นฝั่งเพื่อไปพักผ่อนสักหน่อย เตรียมตัวออกมาเที่ยวต่อกันตอนเย็นครับ !






ทิวเขาที่ฝั่งครับ






ถึงอ่าวนางแล้ว !!

เรากลับถึงที่พักแล้วครับ นอนงีบได้สักพัก แล้วก็ออกมาเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองกระบี่กันครับ !!





จังหวัด กระบี่ ตั้งขึ้นในปลายรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในอดีต กระบี่ เป็นเพียงแขวงหนึ่ง อยู่ในอำนาจการปกครอง และบังคับบัญชาของเมืองนครศรีธรรมราช "แขวงเมืองปกาสัย"
พระยาผู้ครอง เมือง นครศรธรรมราช อพยพมา ตั้งหลักแหล่งทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น พระยาปลัดเมืองฯ ได้ยกตำบลปกาสัยขึ้นเป็น "แขวงเมืองปกาสัย" ขึ้น ต่อเมือง นครศรีธรรมราช"






ประมาณปี พ.ศ.2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะ ขึ้นเป็นเมืองปกาสัย และทรงพระราชทานนามว่า "เมืองกระบี่" เมื่อได้ประกาศตั้งขึ้นเป็นเมืองแล้ว โปรด เกล้าฯ ให้ตั้งที่ ทำการอยู่ที่ตำบล กระบี่ใหญ่ (บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมือง กระบี่




ปัจจุบัน มีหลวงเทพเสนาเป็น เจ้าเมือง กระบี่ คนแรก ต่อมาในปี พ.ศ.2418 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมือง กระบี่ ออกจากการปกครอง ของ เมืองนครศรี ธรรมราช เป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และในปี 2443 สมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุ หเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้พิจารณาเห็นว่าศาลากลางจังหวัดที่บ้าน ตลาดเก่าไม่สะดวกต่อ การคม นาคม เพราะสมัยนั้นต้องอาศัยเรือเป็นพาหนะ จึงได้ย้ายที่ตั้งเมืองไปอยู่ตำบลปากน้ำ อยู่ใกล้ปากอ่าวเป็นร่องน้ำลึก เรือใหญ่สามารถ ข้าเทียบท่าได้สะดวก เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดจนถึงปัจจุบัน





ความหมายของคำว่า "กระบี่" มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ชาวบ้านได้ขุดพบกระบี่หรือ อาวุธโบราณ ใหญ่ เล่มหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับกระบี่เล่มใหญ่ จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมือง กระบี่ เช่นกัน เจ้าเมืองกระบี่เห็นว่าเป็น อาวุธ โบราณ สมควรเก็บไว้เป็น กระบี่คู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นสิริมงคล แต่ขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จ จึงได้นำมาเก็บ ไว้ในถ้ำ เขาขนาบน้ำหน้าเมืองโดยวางไขว้กัน




ซึ่งลักษณะการวาง กระบี่ ดังกล่าว ก็ได้นำมา เป็นส่วนหนึ่งของ สัญลักษณ์ ตราประจำจังหวัดคือ "รูปกระบี่ไขว้เบื้องหลังมีภูเขา และทะเล" ซึ่งบ้านที่ขุดพบเล่มใหญ่ได้ตั้งชื่อว่า "บ้านกระบี่ใหญ่" และบ้านที่ขุดพบเล่มเล็กได้ตั้งชื่อว่า "บ้านกระบี่น้อย"
แต่มีอีกตำนานหนึ่งสันนิษบานว่า "กระบี่" อาจเรียกชื่อต่ามพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่มีมากในท้องถิ่ คือต้น "หลุมพี" จึงเรียกชื่อท้องถิ่นนี้ว่า "บ้านหลุมพี" มีชาวมลายู และชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น "กะ-ลู-บี" หรือ "คอโลบี" ต่อได้เพี้ยนเป็นสำเนียงไทยว่า "กระบี่"
จาก : http://www.go2krabi.com/
วันนี้เราทานอาหารเย็นกันที่ร้าน กุ๊กนันท์ หน้าเทศบาลเมืองกระบี่ครับ ... อร่อยมากๆๆๆๆ ครับ ราคารับได้ ยังไงผ่านไปก็อย่าลืมไปลิ้มลองกันนะครับ !!
....หัวค่ำเราได้มีโอกาสไปเดินถนนคนเดินเมืองกนะบี่ แถวๆ ห้่าง Voke ครับ เดินเล่่นสบายๆของขายเยอะแยะทีเดียว มีทั้งของกิน ของที่ละรึก ผ้าบาติก ภาพวาดโอยเยอะแยะไปหมด ..




ถ้าอากาศดีๆำ ไม่ร้อนอบอ้าว คงจะดีมากเลยทีเดียว ยังดีนะ ได้ลอดช่องแสนอร่อย จากแม่ค้าสุดสวย มาดับความร้อน อิอิ! .. ค่ำคืนนี้ ตบท้ายด้วย โรตีชื่อดังของเมืองกระบี่ หน้าร้านขายยาครับ !!
อร่อย ไม่อร่อย ดูจากจำนวนคนที่มานั่งรอสิ !! แล้วจะรู้ ..

วันรุ่งขึ้น เราไปทานโจ๊กและติ่มซำที่ร้าน KU กันครับ พี่ที่ชานชเลเขาแนะนำมา อร่อยใช้ได้เลยครับ !!!




หลังจากทานโจ๊ก เราก็เตรียมตัวเก็บข้าวของใส่รถ !! คืนนี้เราจะไปนอน เกาะ กัน !!
แหม ดูดีใช่ไหมหละ !! แต่หารู้ไม่ว่า ทริปที่ดูแสนสบายแบบนี้ มันจะมีอะไรมากกว่าที่คิด หุหุ




เราออกเดินทางมาที่ หาดนพรัตน์ธารา ครับ อีกหาดแสนสวยของเมืืองกระบี่ .. มาที่นี่เพราะเราจะมาขึ้นเรือกันครับ !!  วันนี้เราจะออกเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ท ไปที่หมู่เกาะพีพี และจะนอนค้างที่เกาะสวยๆ นามว่า เกาะไม้ไผ่ 1 คืนครับ ..

พร้อมกันหรือยังเอ่ย !! เตรียมรับความสวยแบบสุดยอดทะเลไทยได้เลยครับท่าน !!!

เราออกเดินทางกันประมาณ 10.00 น. พร้อมเสบียงครบครัน. ตรงดิ่งไปที่เกาะพีพีเลยครับ มีผมนั่งหน้าเรือ อยู่คนเดียว คนอื่นไปนั่งหลังกันหมด ..
เวลา เรือที่แล่นเร็วๆ กระแทกกับคลื่น .. นี่สุดบรรยายจริงๆ ใส้จะหลุด ..




หมู่เกาะพีพี อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะกลางทะเล ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีซึ่งประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน

เล่ากันว่า เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะแห่งนี้ว่า “ปูเลาปิอาปิ” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ คำว่า “ปิอาปิ” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมา เมื่อชาวมุสลิม และผู้คนจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาอยู่ จึงเรียกชื่อเกาะนี้สั้นๆว่า “ปีปี” ซึ่งภายหลังกลายเสียงมาเป็น “พีพี”หมู่เกาะพีพี ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวหมู่เกาะแห่งนี้ส่วนใหญ่ มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีสันที่สวยงาม






อ่าวมาหยา




เวิ้งอ่าวมาหยา ที่มีพื้นที่หลบอยู่ในภูเขาหินประมาณความยาว ๒๕๐ เมตรนั้น ส่วนหนึ่งถูกตกแต่งโดยธรรมชาติให้เป็นพื้นที่หาดทรายกว้างประมาณ ๕-๑๕ เมตร

ทันทีที่ก้าวลงจากเรือและย่ำลงไปบนพื้นหาดทราย จะรู้สึกได้ว่า หาดทรายผืนเล็กผืนนี้ มันช่างนุ่มเท้าและขาวสะอาด ถึงขนาดต้องหลับตาให้ม่านตาได้ทุเลาลงจากแสงแดดที่ส่องสะท้อนขึ้นมากระทบบ้างในบางครั้ง







น้ำทะเลสีสวยมากๆๆ




หากลองย้อนกลับไป ความผ่องใสพิสุทธิ์ เนื้อทรายที่เป็นปุยนุ่มนวลเท้าของหาดทรายแห่งนี้ ล้วนเป็นผลพวงอย่างหนึ่งที่เกิดจาก ซากของปะการังที่ถูกทำลายจนย่อยยับ แหลกละเอียดเป็นชิ้นเป็นผง ตามวัฏจักรแห่งธรรมชาติ

ในท้ายที่สุดถึงถูกเกลียวคลื่นสาดซัดขึ้นมากองทับถมมานานนับแรมปี







ทรายขาว นุ่ม ละเอียดสุดๆ




การเดินทางเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ของทีมงานต่างประเทศ เรื่อง “เดอะบีช” กลายเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สื่อมวลชนแทบจะทุกแขนง ได้พากันนำเสนอข่าวภาพยนตร์เรื่องนี้ ยิ่งกว่านั้น การกำหนดตัว นายลีโอนาโอ ดิ คาปิโอ ที่เขย่าโลกในบทของ “แจ็ค” จากภาพยนตร์เรื่อง “ไททานิค” ให้เป็นตัวพระเอก ยิ่งทำให้ข่าวดังกล่าวลุกกระพือกลายเป็นที่สนใจ  
ด้วยความงามของหาด และความโด่งดังจากภาพยนต์เรื่อง “เดอะบีช” ทำให้ในแต่ละวัน มีนักท่องเที่ยวมาเยือนอ่าวแห่งนี้มากมาย


หลังจากชื่นชมความงามกันจนเต็มอิ่ม เราก็ได้มาอีกอ่าวหนึ่งที่สวยงามแม่แพ้กันครับ อ่าวปิเละ !!



อ่าวปิเละ เมื่อ หลายพันหลายหมื่นปีมาแล้ว ผนังถ้ำใต้ทะเลของเกาะแห่งนี้ทนรับน้ำหนักหินปูนหลายหมื่นตันที่อยู่ด้านบน ไม่ไหว ถึงแก่กาลพังทลายยุบตัวลงมาพร้อมกัน เกิดเป็นแอ่งกว้างเกือบเป็นรูปทรงกลม การยุบตัวในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย บางบริเวณที่อยู่บนบก แอ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกลายเป็นบึง เช่น ทะเลบัน (สตูล) บึงแฝด (อุ้มผาง)ฯลฯ





น้ำทะเลสีเขียวใส ที่อ่าวปิเละ


ขณะที่แอ่งกลางเกาะในทะเลกลาย เป็น Lagoon หรือ “ทะเลใน” มีถ้ำทะเลเชื่อมต่อกับด้านนอก น้ำทะเลไหลผ่านเข้าถึง ภายในแอ่งเหล่านี้เป็นเสมือนอีกโลกหนึ่งที่โอบล้อมไว้ด้วยผาหินปูน แต่ครั้งอดีต ไม้ชายเลนเติบโตในที่ตื้นจนกลายเป็นป่าชายเลนขนาดย่อม มนุษย์ใช้ทะเลในเป็นแหล่งท่องเที่ยว






สวยย งามม มากกกก



หลายแห่งโด่งดังมีชื่อเสียงขจรไกล เช่น ทะเลใน (หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ฯ) ถ้ำมรกต (ตรัง) เกาะห้อง (พังงา)เกาะห้อง (กระบี่) ฯลฯ และรวมถึงสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน เรือแล่นอ้อมหน้าผาสูงใหญ่ จนมาถึงปากทางเข้าแคบๆ ทันทีที่เรือผ่านเข้าไป อ่าวใหญ่ปรากฏตรงหน้า







อ่าวปิเละ มี หน้าผาสูงชันปิดล้อมเกือบรอบด้าน น้ำทะเลลงต่ำและเรียบกริบ ปราศจากคลื่นลม ดูแล้วช่างเหมือนสระว่ายน้ำที่โรงแรม น้ำทะเลใสสะอาด พื้นน้ำนิ่ง จนมองเห็นพันเห็นหมื่นปะการังอยู่ด้านล่างปะการังหลากหลายรูปทรง ทั้งปะการังแผ่น ปะการังเขากวาง ปะการังพุ่ม สีเขียว สีเทา สีฟ้า มีให้เลือกเกือบทุกสี กลายเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของปลาไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยชนิด


ออกจากอ่าวปิเละ .. มาต่อที่ถ้ำไวกิ้งกันครับ





ถ้ำไวกิ้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “ถ้ำพญานาค” ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๘๐ เมตร มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม จึงเป็นที่อาศัยของนกนางแอ่น






ทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ประมาณ ๗๐ ภาพ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น เนื่องจากภาพส่วนใหญ่เป็นภาพเรือ จึงมีคนคิดว่าเป็นเรือของพวกไวกิ้ง นักรบและนักเดินเรือชาวยุโรป เลยตั้งชื่อว่า “ถ้ำไวกิ้ง” สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก

บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซมเรือได้





ปลาลายเสือ จำนวนมากมายที่หน้าถ้ำไวกิ้ง

หลังจากที่แวะถ้ำไวกิ้ง พวกเราแวะทานข้าว และเดินเลือกซื้อของที่เกาะพีพีดอน และไปดำน้ำต่อครับ ประมาณบ่าย 3 โมงก็ได้เวลาเตรียมตัวเข้าไปที่เกาะไม้ไผ่กันแล้วครับ
แต่ก่อนที่จะถึงเกาะไม้ไผ่ มีจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่งที่สวยงามมากครับ "หินกลาง" ปะการังที่นี่สวยและสมบูรณ์มากๆเลย





หินกลาง

อยู่ระหว่างเกาะพีพีดอนกับเกาะไผ่ ตรงจุดนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อนหลากสีสันและมากด้วยฝูงปลาสีสันสวยงามนานาพันธุ์
ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่เช่าเหมาเรือทั้งวันไปเกาะไผ่มักแวะชมก่อนเสมอ







น้ำทะเลสีสวยมากครับ บรรยายไม่ถูก ..
หลังจากดำน้ำกันจนหนำใจแล้ว พวกเีราก็เตรียมตัวเข้าสู่ที่พักของเราคืนนี้กันครับ "เกาะไม้ไผ่"
วินาทีแรกที่ได้สัมผัสกับเกาะนี้ เห็นน้ำทะเลสีฟ้าใสๆ ก็หลงรักทันที ..

แม่เจ้าโว๊ย.. อะไรจะสวยขนาดนี้ ..






ก้าวแรก ..ที่เกาะไม้ไผ่


เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะที่พี่เบิร์ดถ่ายภาพยนต์โฆษณาให้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อยู่ห่างฝั่งกระบี่ประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงเกาะพีพีประมาณ 3 กิโลเมตร
เกาะไผ่เป็นเขตอุทยาแห่งชาติ อยู่ในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี




วิวสวยๆ

เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะขนาดเล็ก ด้านหน้ามีชายหาดยาวตลอดแนวตั้งแต่หัวเกาะยังท้ายเกาะ ด้านหลังเกาะเป็นโขดหิน น้ำทะเลที่นี่สีเขียวสวย หาดทรายขาวเนียนนุ่นสะอาดตา
โลกใต้น้ำรอบๆ เกาะไผ่มีความสวยงามเหมาะกับการดำน้ำชมปะการัง มีปะการังหลากหลายกระจายอยู่เป็นบริเวณกว้าง




ความใส ระดับเทพ


เกาะไม้ไผ่มีหาดทรายสวยเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด เล่นน้ำ นอกจากหาดทรายที่ขาวสะอาดแล้ว เกาะไผ่ยังมีแนวปะการังให้ชมด้วย
แนวปะการังเกาะไผ่กระจายเป็นหย่อมๆ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะ สังเกตุเห็นได้ง่ายจากทุ่นลอยที่ทางอุทยานแห่งชาติได้นำมาล้อมไว้เพื่อกันพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ดำน้ำกันโดยไม่มีเรือเข้าไปรบกวน




ฝูงปลา ว่ายวนรอบตัวเรา .. เยอะมากครับ


สิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะไม้ไผ่ มีลานกางเต็นท์ มีเต็นท์ของทางอุทยานกางไว้ให้บริการ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่เกาะตลอดเวลาครับ

จาก : http://www.tomyumkung.com








หาดทรายสวยๆ

เกาะไผ่หรือที่เรียกกันว่าเกาะไม้ไผ่ มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์มาก หาดทรายขาวสะอาดรอบๆ เกาะนั้นร่มรื่นด้วยทิวสน น้ำทะเลสี่สวยดุจมรกต
มากมายไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นทั้งปะการังเขากวาง ปะการังแผ่น ปะการังสมอง ปะการังก้อน รวมทั้งเจ้าถิ่นอย่างฝูงปลาหลากสีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว







แนวปะการังเขากวาง ..โผล่พ้นน้ำ เมื่อยามน้ำลด







ชาวประมง ง่วนอยู่กับการซ่อมแซมเรือ เพื่อที่จะออกเรือ ตอนน้ำขึ้น ..







ขอบอกว่า เกาะนี้ สวยงามมากครับ







ปะการังสมบูรณ์ และสวยงาม ทุกคนช่วยกันรักษา นะครับ



ผมไม่พลาดที่จะลงไปดำน้ำ ดูความสวยงามของโลกใต้น้ำที่นี่ สวยมากครับ !! ฝูงปลาสีสันสดใสพากันแหวกว่ายอวดโฉมกันอย่างไม่เกรงกลัวผู้คนเลย
จนกระทั่ง นักท่องเที่ยว กลับไปกันหมด .. ผมก็ได้รับรู้ว่า .. ที่นี่ ไม่มีน้ำจืดให้อาบ


เอ่า แล้วมีที่กางเต๊นท์นี่นะ

ตรูหละ งง !!



ตกเย็น .. พวกเี่ตรียมทำอาหารกันกินครับ วันนี้ที่เราบอกว่าพวกเรานำเสบียงมา นั่น ..คือ มาม่า นั่นเอง .. ก๊ากๆ
ไม่ได้มีแค่นี้ครับ ยังมีกุ้งสดๆ ที่ซื้อจากชาวประมง ใหม่ๆ (หวานกรอบมาก) ปลาหมึกหอม สดมากๆๆๆ ตัวเท่าแขน แต่โลละร้อยบาทถ้วน .. จากชาวประมงที่เป็นด้านบน ..

และที่สำคัญ เป๊บซี่ ... อร่อยสุดๆๆ สำหรับค่ำคืนนี้

เรานำมาปิ้ง ย่างกันครับ ถ่าน ถ้วยชาม และเตา โดยความอนุเคราะหฺ์จากพี่ๆ เจ้าหน้าที่บนเกาะ ขอบคุณมากๆๆๆครับ

เป็นอีกมื้อที่น่าจดจำครับ ... ถึงแม้ว่าบนเกาะจะไม่มีน้ำจืดให้อาบ ทุกอย่าง ใช้น้ำเค็มหมด .. ..ขอเตือนว่าผู้ที่ทนความลำบากไม่ได้ อย่าได้ลองมานอนครับ เพราะ เหนียวทั้งคืนเลย อิอิ

ค่ำคืนนี้สวยงามมาก .. พระจันท์สีแดงแผยโฉมท่ามกลางขุนแขาและ .. ทะเลสีน้ำเงิน

..วันนี้วัน มาฆะบูชา..





พวกเรานั่งทานข้าว บางคนรู้สึกเหนียวตัวและไม่กล้าเข้าห้องน้ำก็ขอโทษที ตอนแรกนึกว่าจะมีน้ำจืดให้ใช้ อิอิ..
หลังจากทานข้้าวเสร็จ เราก็ออกมาเดินเล่นริมหาด..ท่ามกลางแสงจันทร์ ปูตัวโตๆ ..มันก็คงออกมาชมจันทร์เหมือนกัน วิ่งกันขวักไขว่ .. ที่ดีใจมาก ก็คือ ..โชคดีมากที่เจอ แพลงก์ตอนเรืองแสงได้ สีฟ้า สวยงามมากครับ

สนุกตามประสา นักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวบนเกาะ อิอิ (ที่จริงมีฝรั่งอีก 4 คน)







Full Moon

..ต่อตอน 2 ครับ ครั้งนี้ลงทีเดียวสองตอนเลย อิอิ ความประทับใจ ไม่หมดง่ายๆครับโผ้มมมม >>> คลิกจ้า







Create Date : 06 มีนาคม 2553
Last Update : 3 ตุลาคม 2553 1:15:39 น. 10 comments
Counter : 13938 Pageviews.

 
สวยมาก ๆ ค่ะ อย่างนี้ตัวดำกว่านี้อีกสิบ shade สีก็คุ้มมักมัก


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 7 มีนาคม 2553 เวลา:22:01:35 น.  

 
วู้ โว้วววววว ๆๆๆๆๆ สุดยอด ซะใจ เต็มอิ่ม สมกับที่หายไปนาาน เยื่ยมยอดเหมือนเดิม สวยขนาดนี้ดูครั้งเดียวเดี๋ยวก็หิวอีก ต้องย้อนกลับมาดูอีกเรื่อย ๆ เนี่ย แต่ขอไปเบิ่งตอนสองก่อนนะ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา (น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา ) วันที่: 8 มีนาคม 2553 เวลา:21:27:25 น.  

 
สวยแบบใจจะขาด
อยากไป อยากไป

พีพี สักวันเราจะไปฝากรอยเท้าเอาไว้


โดย: Sleeping_prince วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:12:46:44 น.  

 
ไปที่เดียวกันเลยครับ
พอดูภาพแล้วนึกออกทันทีว่าแต่ละภาพถ่ายมาจากที่ไหนบ้าง ^^

แต่ทริปที่ผมไปไม่ได้ล่องเรือในตัวเมืองนะครับ
เวลามีไม่พอครับ น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

แล้วก็ได้แวะไปเยี่ยมเกาะไม้ไผ่เฉยๆ แต่ไม่ได้พักค้างคืน
ได้เห็นทิวปะการังตอนน้ำลดแล้วดูสวยไปอีกแบบนะครับ



โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:12:46:55 น.  

 
testๆ ลองส่งข้อความ


โดย: wekini IP: 222.166.115.12 วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:19:44:01 น.  

 
เคยส่งข้อความไว้อ่ะคะ ว่าจะขอนำรูปไปลงประกอบบล็อกนำเที่ยวประเทศไทยให้คนต่างชาติ ได้เข้ามาท่องเที่ยวและรักธรรมชาติของประเทศไทยเหมือนเรา เลยมาขออนุญาตก่อน เพราะถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ ขนาดเราไปเที่ยวบ่อยๆดูแล้วยังอดคิดถึงอยากไปอีกไม่ได้


โดย: wekini IP: 222.166.115.12 วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:19:49:56 น.  

 
โฮ้ๆๆๆ ขอบคุณที่ให้เกียรติครับ ...ได้ครับผม ถ้าอย่างไรรบกวนแจ้งกลับด้วยครับว่าไปลงที่ได ถ้ามีโอกาสจะช่วยเผยแพร่ครับ


โดย: กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:23:06:38 น.  

 
ขอบคุณ คร้าบบบบบบบบบบบ
ทำให้อยากไปเที่ยวจัง
ก่อนอื่นขอนำภาพไปเผยแพร่ ได้ไหมคะ
ขายทัวรือยู่ภูเก้ตค่ะ


โดย: มู๋แหม่ม IP: 180.183.220.135 วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:4:03:00 น.  

 
ถ่ายภาพได้สวยงามมากๆค่ะ ดูเพลินเลย


โดย: ลูกกวาดมอมแมม วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:07:07 น.  

 
เมืองไทยน่าเที่ยว ได้เที่ยวเมืองไทยมาก เมื่อตอนไปอยู่ต่างประเทศนี่หละ แปลกแต่จริง คุณโชคดีมากที่อยู่เมืองไทย แล้วได้เที่ยวเมืองไทย สาเหตุที่เรา
ไม่ได้เที่ยว เพราะทำแต่งานๆๆๆ ไม่มีเวลา และไม่มีเงิน เพราะช่วงนั้นมีหลายสิ่งต้องรับผิดชอบ ดีใจกับน้องๆหลายๆคนที่มีโอกาสได้เที่ยว ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ทำเพื่อตัวเองบ้าง อย่างทำเพื่อคนอื่นจนลืมตัวเองนะคะ


โดย: สา IP: 37.59.6.32 วันที่: 2 มกราคม 2559 เวลา:5:34:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




กล้องเก่าๆ เลนส์เดิมๆ กับการท่องเที่ยวในสไตล์ของฉัน
ความคิดเห็นล่าสุด
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
6 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.