ล่องเรือสัมผัสธรรมชาติ เขาสก - ขนอม

สืบเนื่องมาจากโปร 0 บาทของแอร์เอเชีย (อีกแล้ว)  ทำให้ผมและเพื่อนๆ เริ่มที่จะคิดถึงการออกเดินทางอีกครั้ง ... ในที่สุด โชคชะตาก็นำพาให้เรามาพบเจอกับที่นี่ .. นครศรีธรรมราช
จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งตอนแรก ผมยอมรับเลยว่าไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ^^ เพราะว่าข้อมูลและการประชาสัมพันธ์น้อยมากจริงๆ  

ด้วยเวลา 3 วัน 2 คืน ใจเริ่มมองไกลไปยังจังหวัดข้างเคียง คือ สุราษฎร์ธานี  เมืองสวยซึ่งโด่งดังในเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
โดยผมมี choise ให้เพื่อนๆ เลือก 2 ข้อ คือให้เลือกระหว่างเกาะสมุย และ เขื่อนรัชชประภา เขาสก

แน่นอน .. เพื่อนๆ เลือกเขาสกครับ และเป็นการตัดสินใจที่ดีมากด้วย ..  

จุดมุ่งหมายแรกของเรา หลังจากที่ลงเครื่องที่สนามบิน นครศรีธรรมราชคือ เขื่อนรัชชประภา เขาสก
ส่วนจุดหมายอีกจุด เป็นสิ่งที่ผมไฝฝันว่าจะมาชมนานแล้ว .. คืออยากจะดูปลาโลมาแหวกว่ายในอ่าวขนอมดูสักครั้งหนึ่งครับ 


08/09/2012 เราลัดฟ้าจากกทม  เวลา 08:00 น. ก็ถีงแล้วครับ เมืองนครศรีธรรมราช พี่สำราญ คนขับรถตู้สุดใจดี รอรับเราอยู่ที่นี่แล้ว ..
เป็นธรรมเนียมของทุกทริป เราจะต้องเดินทางไปไหว้พระ ขอพรให้การท่องเที่ยวของเราเป็นไปได้ด้วยดีก่อน ที่นี่ครับ "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" 


วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่า วัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็น มิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชนทั้งหลาย
สัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่รู้จัก กันแพร่หลายก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์  ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เนื่องจากเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า


ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศจดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้


พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีจุดเด่นที่ยอดเจดีย์ ซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้
จากความเชื่อ เล่าสืบตอบกันมาว่าองค์พระธาตุประกอบด้วยทองรูปพรรณและของมีค่ามากมายจรดปลายเจดีย์ ซึ่งสิ่งของมีค่าเหล่านี้
พุทธศสานิกชนนำมาถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อให้ตนได้พบกับนิพพาน


ความ มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของ องค์พระบรมธาตุ คือ องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางใด
ซึ่งยังไม่มีใครหาคำตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร จากความมหัศจรรย์นี้ ท.ท.ท. จึงให้เจดีย์นี้เป็น 1 ใน unseen Thailand ของเมืองไทย


นอกจากพระบรมธาตุเแล้วเจดีย์องค์เล็กที่รายล้อมรอบองค์พระธาตุมากมายเป็นสิงที่แปลกตาแก่นักท่องเที่ยว ที่ได้พบเห็น เจดีย์นี้เรียกว่า องค์เจดีย์บริวาร ซึ่งมีทั้งหมด 149 องค์


เจดีย์บริวาร คือ เจดีย์ที่ลูกหลานบรรพบุรุษ ได้สร้างไว้สืบต่อกัน มาเรื่อยๆเพื่อบรรจุอัฐิของญาติผู้ล่วงลับไปแล้วโดยอธิษฐานว่าขอให้ญาติของตนได้มาเกิด ในศาสนา ของพระพุทธองค์อีกครั้งในภพหน้า
นอกจากความหัศจรรย์ของพระธาตุไร้เงาแล้ว เจดีย์บริวารที่ เรียงราย ล้อมรอบองค์พระบรมธาตุเป็นสิ่งมหัศจรรย์ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นจากที่ใดเช่นกัน


หลังจากที่ไหว้พระธาตุกันเป็นที่เรียบร้อย ผมและเพื่อนๆ ก็ออกเดินทางสู่ เขื่อนรัชชประภา เขาสกกันแล้วล่ะครับ  วันนนี้ บรรยากศที่สุราษฏร์ค่อนข้างมืดครึ่ม สลับกับฝนตกหนัก
ทำให้ผมและเพื่อนๆ ใจเสียกัน กลัวว่าจะเที่ยวกันไม่สนุก แต่ปาฎิหาริย์ก็บังเกิดครับ ^^ ฝนหยุดตก ตอนที่เราเดินทางถึงเขื่อนรัชชประภาพอดีเป๊ะเลย 


เราจึงนั่งเรือหางยาว ชมบรรยากาศสวยๆ และอลังการกันอย่างเต็มอิ่มครับ บรรยากาซที่นี่สวยงามชวนฝันจริงๆ พื้นน้ำสีเขียวมรกต กับภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา เข้ากันได้ดีจริงๆ


บรรยากาศภายในเรือ เต็มไปด้วยความสุข


การเดินทางไปแพที่พักที่ผมได้จองไว้เรียบร้อย (แพนางไพร) ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะใช้เวลาประมาณเกือบ 1 ชม ตอนแรกคิดว่านานมาก
แต่ตอนที่นั่งเรือจริงๆ กลับคิดว่าอยากให้การเดินทางใช้เวลานานกว่านี้ ^^ วิวสวยจริงๆ


zone นี้เป็นเทือกเขาหินปูนที่ยาวมากครับ อย่างกับกำแพงเลย


..... เก็บบรรยากาศมาให้เต็มที่ครับ คุ้มค่ามากที่ได้มาเที่ยวชม


เวลานี้เย็นแล้วครับ บรรดาเขาสูงเริ่มปล่อยสายหมอกออกมาสู่บรรยากาศแล้ว


เขาหินปูนแต่ละลูก สูงมากครับ


เรือแล่นเข้ามาใกล้ที่พักขึ้นไปทุกที .. กับวิวเบื้องหน้าที่ทำให้ผมต้องชะงักงัน..


มันสวยมาก ... เราจะได้มาแรกตัวอยู่ในสถานที่แบบนี้หรือนี่...สวรรค์ชัดๆ


ขอมุมก้มบ้างครับ การมาท่องเที่ยวที่เขื่อนนี่ มันมีจุดที่น่ากลัวอยู่อย่างนึง ก็คือเรือนี่แหละ ..  อีกนิด น้ำก็จะถึงขอบเรือแล้วครับ ...

เรือแล่นถึงที่พักแล้วครับ .. แพนางไพร วิวที่นี่สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ วันนี้คนที่มาพักค่อนข้างหนาตา 

เจ้าหน้าที่พาไปดูที่พักครับ .. เป็นแพหลังเล็กๆ ติดกัน 4 หลัง อยู่ริมสุดเลย .. ผมจองห้องสุดท้าย เพราะว่าวิวสวยเทพ ครับ


วิวหลังห้องผม

จากนั้นพวกเราก็เล่นน้ำกันสนุกสนานทีเดียว .. น้ำที่นี่เป็นสีเขียว ใส และ ไม่เย็นยะเยือก .. และไม่เห็นพื้น .. 
แรกๆ อาจจะกลัวเพราะว่าน้ำลึกมาก .. แต่เล่นไปเล่นมา ชักติดใจครับ .. เล่นน้ำกันจนมืดค่ำเลยทีเดียว 

เวลาเย็นย่ำ แสงอาทิตย์เริ่มสาดสีทองใส่เทือกเขา ... ผมและเพื่อนนัดแนะกันไปพายเรือ ชมบรรยากาศยามเย็นที่แสนสวยงามกันครับ ...


พายไป พายมา ยังไม่ถึงไหนสักที .. เนื่่องจากพายกันไม่เป็นครับ ..  เรือหมุนเป็นวงกลมเลย ^^ เหนื่อยแล้ว จึงกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันดีกว่าครับ  
ห้องน้ำที่นี่ค่อนข้าง ok ครับน้ำไหลแรงและดูสะอาดดี


บรรยากาศที่แพ ยามเย็น


กับแสงสุดท้ายของวันครับ

เรานัดทานอาหารมื้อค่ำ กับทางแพไว้ว่าจะรับประทานในเวลา 19:00 น. อาหารที่นี่มีให้เป็น Set  จะมีปลาแรดทอด ผัดผัก แกง และไข่เจียว ประมาณนี้ครับ ผมชอบปลาทอดและผัดผักมากครับ อร่อยมาก
ทุกอย่างเติมได้ไม่อั้น ยกเว้นปลาทอด ซึ่งราคาตัวละ 400 บาท T-T  

ค่ำคืนนี้ผ่านไปด้วยความสุข เพื่อนๆ สนุกไปกับการนั่งนับเลข ส่วนตัวผม ...เจ็บปวดทรมานไหล่ เพราะพายเรือผิดท่าแน่ๆ เลย Y-Y

09/09/2012

เราตื่นแต่เช้าเพื่อชมไอหมอกไล่เรี่ยตามยอดเขา ... สวยงามเหนือคำบรรยาย อากาศออกจะหนาวนิดๆ ด้วยล่ะ ...ไม่รอช้า หยิบกล้องเดินออกมาถ่าบแบบไม่ยั้งครับ


ไอหมอกเหนือยอดเขายามเช้าเนี่ย นับว่าเป็น Hi-Light ของการมาท่องเที่ยวที่นี่เลย ใครพลาดำปล่ะก็เสียดายแย่เลยครับ


เราโชคดีมาก ที่อากาศมีความชื้นจากฝนตกเมือวาน  ตอนนี้ ...แสงอาทิตย์ก็ค่อยๆ สาดส่องผ่านยอดเขาออกมาสวยงามมากครับ


ยามเช้า 


ไอหมอกเรี่ยยอดเขา กระทบกับแสงสีทอง สวยดีเหมือนกันครับ



เรือคายัคที่เราผูกไว้หน้าบ้าน กะกันไว้ว่าจะเอาออกไปพายเล่นยามเช้า ... ตอนนี้ไม่พายละครับ อาไว้เป็น Prop ประกอบฉากดีกว่า ...


แสงอาทิตย์ ปลุกคนและวิถีการท่องเที่ยวให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ..
เสียงเรือหางยาว ลอยตามลมมาเป็นระยะ ...


วิวจากหน้าแพนางไพร ... ได้รับการพิสูจน์จากหลายต่อหลายคน ว่าเป็นแพที่วิวสวยสุดในเขื่อนแห่งนี้ ..
จริงดั่งเขาว่า ...


เวลา 07.30 น. เรือท่องเที่ยว ที่พวกเราได้นัดไว้ว่าจะให้พาไปชมกุ้ยหลินมืองไทย .. ก็มาเทียบท่าแล้วครับ ..
หลายต่อหลายคน ก็ออกไปท่องเที่ยวยามเช้า เวลาเดียวกับพวกเรา ... เขื่อนแห่งนี้เริ่มคึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง ..


ภาพเรือหาง แล่นลัดเลาะไปตามช่องเขารูปร่างแปลกตา .. กลางผืนน้ำสีเขียวมรกตที่ราบเรียบ เป็นภาพสวยๆ ที่มองอย่างไรก็ไม่มีวันเบื่อเลยครับ


เรือเราเริ่มออกเดินทางแล้ว รอบนี้ผมขอจองที่นั่งหน้าสุด เพราะว่าอยากได้ภาพของหัวเรือ ^^
วิวสองข้างทาง ทำให้เราตกอยู่ในภวังค์ ... ได้แต่พูดคำว่า .. สวยเนอะ สวยจัง .. กับเพื่อนร่วมทางทั้งหลาย ..


ทิวเขาสลับซับซ้อน .. ก่อนให้เกิดมุมมองที่แปลกตา 
ในระหว่างที่นั่งเรือลำนี้ .. ไม่แปลกใจเลยที่จะได้ยินเสียงชัตเตอร์เป็นระยะ ๆ


ใช้เวลาไม่นานนัก.. เรือก็ได้เดินทางมาถึงจุดที่เรียกว่าเป็น Hi-light ของเขื่อนรัชชประภาครับ นั่นคือ .. กุ้ยหลินเมืองไทย..


กุ้ยหลินมืองไทย ... หรือจุดที่เค้าเรียกกันว่าเขา 3 เกลือ ..เป็นยอดเขาหินปูน 3 ลูกอยู่ติดกัน ตรงกลางภาพ .. แปลกดีเหมือนกันครับ ..
ส่วนภูเขาทางด้านซ้าย ... ทางพี่คนขับเรือบอกว่า รูปร่างเหมือนกับพระราชานั่งบนลัลลังก์ และหันหลังให้เราอยู่ ... คล้ายๆนะครับว่าไหม.. 

เรือจอดที่นี่นานพอควรให้เราได้ชมความงามของธรรมชาติ  ..  ถ่ายรูปกุ้นหลินกันจนจุใจ ก็ได้เวลากินทางกลับไปยังแพที่พักกันแล้วล่ะครับ ..


เรือแล่นได้ไม่นานก็ถึงที่พักแล้วล่ะครับ .. แดดกำลังออกสวยเลยทีเดียว .. อาหารเช้าของเราวันนี้จะเป็นข้าวต้มครับ ข้าวต้มหมู ..


ที่แพนางไพรก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง เรือนักท่องเที่ยวหลายลำเริ่มมาจอดครับ .. 
เราหิวกันมาก ไม่รอช้า ไปโซ้ยข้าวต้มกันทันที  ...ไม่รู้ใครกินไปท่าไหร่บ้าง แต่...ผมกินไป 4 ถ้วย  5555


ทานไปได้สักพัก ... ก็มีพี่เจ้าหน้าที่เรียกไปดูอะไรบ้างอย่างที่หลังแพ ... มันมีต้นไม้ ไหวๆ อยู่ไกลลิบ ... 
ใช้สายตาเพ่งไปตรงจุดนั้น .. พบว่าป็นฝูงค่างครับ  .. 

หลังจากนั้นก็ได้วลาลงเล่นน้ำกันอีกครั้ง.... ก่อนเดินทางกลับกันครับ 


เวลา 10:30 เราเดินทางกลับกันแล้ว  เพราะว่าเราจะต้องไปเที่ยวที่ขนอมต่อ... จัดแจงเก็บข้าวของ พร้อมกับชมวิวไปพลางๆ ครับ ^^


เป็นห้องพักที่ผมขอบอกว่าวิวสวยที่สุดเท่าที่คยพักมาเลยล่ะ ..





11:00 เรือค่อยๆ ล่องผ่ายผืนน้ำสีมรกตอีกครั้ง ยังไม่อยากจะกลับเลย.... เขาสก เราจะกลับมาอีกแน่นอน

เรือถึงฝั่งเรียบร้อย เราตัดสินใจทานอาหารกันที่นี่ครับ ^^ ครัวกุ้ยหลิน .. ร้านอาหารอร่อย วิวสวยใช่เล่นเลยครับ เป็นวิวสนามกอล์ฟรัชชประภา


หลังจากที่ทานอาหารเที่ยงกันเสร็จแล้ว .. เราก็ต้องร่งออกดินทางไปที่ขนอมกันแล้วล่ะครับ คืนนี้  เราจะต้องเข้าพักที่ ต้นธารรรีสอร์ท แอนด์ สปา .. ที่ อ.ขนอม .. 
รีสอร์ทนี้มีชื่อสียงโด่งดังในเรื่องของสปา ปลา ... ไม่ใช่ปลานวดเท้าในอ่างสี่เหลี่ยมแบบที่เรารู้จักนะครับ .... แต่ป้นปลาในลำธารตามธรรมชาติเลย ... เจ๋งไหมล่ะ ..

เราถึงรีสอร์ทในเวลาประมาณ 17:00 น. ครับ นับว่าย็นมากเลยเพราะว่าเหลวไหลไปนิดกับการช๊อปปิ้งที่เมืองสุราษฎร์ ^^ 
พอถึงรีสอร์ทเราก็ตรงบึ่งไปยังลำธารที่มีสปา ปลากันลย เจ็บๆ คันๆ แต่สนุกมากครับ ... พี่ๆ บางคน ถอดเสื้อลงไปนั่งในลำธารทั้งตัว ให้ปลาตอดหลัง ตอดคอ ตอดหมดทุกอย่างเลยครับ ^^

ค่ำคืนนี้เราฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารซีฟู้ด ..ชื่อร้านครัวกุ้งเผา  อร่อยใช้ได้ครับ เราไม่ลืมที่จะสอบถามเรื่องเรือที่ไปดูโลมาอ่าวขนอมด้วย
.. ปรากฎว่าทางร้านจะติดต่อให้ และให้เรามาขึ้นเรือวันรุ่งขึ้่น เวลาประมาณ 07:30 น. ครับ 

10/09/2012

เรามาขึ้นเรือกันที่อ่าวท้องเนียน ขนอม ขอบอกว่าที่นี่เป็นทะเลที่สวยมากครับ .. ที่เห็นไกลๆ ด้านหน้าของเราป็นเกาะสมุย


เวิ้งอ่าวที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติอยู่มาก  ขออย่าเพิ่งมีใครซื้อไปทำรีสอร์ท หรือโรงแรมห้าดาวเลย เสียดายครับ


วันนี้สมาชิกที่จะไปดูปลาโลมามี 7 คน .. เมื่อพร้อมแล้วก็เดินทางขึ้นเรือกันเลยครับ 


สีของน้ำทะเลที่นี่จะไม่ใสนัก เพราะว่าคงอยู่ใกล้กับปากน้ำและมีตะกอนอยู่มาก ... แต่ดูจากน้ำทะเลที่นี่ น้ำสะอาดมากครับ 


เรือแล่นไปเรื่อยๆ  พร้อมใจที่อยากดูปลาโลมามาก ผมอยากจะเห็นจะแย่ ว่าปลาโลมาตามธรรมชาติว่าเป็นอย่างไร จะน่ารักเหมือนปลาโลมาที่เขาเลี้ยงไว้แสดงโชว์หรือเปล่า ... แต่ก็ยังไม่พบสักทีครับ ..
พี่คนขับเรือ .. เมื่อเห็นเรือประมงจอดเก็บปลาจากตาข่ายก็คอยเข้าไปถามครับ ว่าเห็นปลาโลมาไหม .... แต่คนเรือที่เข้าไปถามก็ไม่ห็นกันสักคน .. 

ในใจก็ริ่มคิดแล้ว ... ไม่ห็นก็ไม่เป้นไรนะ จะเอาอะไรกับธรรมชาติล่ะเนอะ ^^

เรือวนไปวนมา ถามได้สักพัก .. ก็เปลี่ยนแผนครับ  ไปชมสิ่่งมหัศจรยย์ของขนอมกันก่อนดีกว่า .. คือ น้ำทะเลจืดที่เกาะนุ้ย และ หินพับผ้าครับ ..


บ่อน้ำธรรมชาติ แห่ง เกาะนุ้ย นอก เป็นบ่อน้ำจืดทั้งๆ ที่อยู่ในบริเวณทะเล ช่วงเวลาน้ำขึ้น น้ำทะเลจะกลบบ่อน้ำจนมองไม่เห็น
และช่วงเวลาน้ำลง น้ำทะเลจะลดลงสุด จนเผยให้เห็นบ่อน้ำ ชาวท้องถิ่นเชื่อว่า บ่อน้ำจืดแห่งนี้ คือบริเวณที่หลวงปู่ทวดได้เคยมาเหยียบน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดตามตำนาน


ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้วพบว่า บ่อน้ำจืดกลางทะเล นี้เกิดจาก รอยแยกของเปลือกโลกที่ไปตรงกับสายของทางน้ำใต้ดินที่ต่อเนื่องกันมาจากทางผืนแผ่นดินใหญ่พอดี
จึงทำให้น้ำจืดใต้ดินนั้นดันน้ำเค็มที่อยู่ทางปากบ่อออกจนหมด เมื่อน้ำทะเลลดลง จึงทำให้น้ำในบ่อเป็นน้ำจืด


บนยอดเขาของ เกาะนุ้ย จึงเป็นที่ประดิษฐานของ หลวงปู่ทวด เพื่อให้ประชาชนได้สักการะ
ช่วงเวลาที่ควรไปเที่ยว เกาะนุ้ยคือเวลาเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลยังไม่ขึ้น หากไปช่วงสาย จะเสียโอกาสชิมน้ำจืด พิสูจน์ความอัศจรรย์

ระหว่างการเดินทางนั้น ตามหน้าผาจะมีหินสวยๆ เรียงตัวเป็นชั้นๆ สวยงามมาก ชาวบ้านที่นี่เรียกว่า ..หินพับผ้า ครับ


หินพับผ้า ปรากฎการณ์ทางธรณีวิทยา ที่เห็นได้บนเขาหิน และเกาะบางเกาะในทะเลขนอม บริเวณหน้าอ่าวเตล็ด คือที่เกาะท่าไร่ เกาะนุ้ยนอก เขาหลักซอ และชายฝั่งอ่าวเตล็ด
ลักษณะที่เห็นจะเหมือนเป็นแผ่นหินที่ทับซ้อนเรียงกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไป ด้านบนมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมหลากหลายชนิด บางชนิดก็ดูแปลกตาออกไป บางแห่งก็จะพบกล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่ด้วย


การเกิดของเขาหินพับผ้า เกิดจากกระบวนการหินตะกอน (sedimentary process) ที่มีการตกตะกอนของหินที่มีส่วนประกอบและความแข็งต่างกัน เป็นชั้นๆ ในท้องทะเล 
ต่อมามีการเอียงและยกตัวของเปลือกโลกชั้นหินดังกล่าวก็เกิดเป็นหน้าผา เมื่อถูกกระแสน้ำ และลม กัดกร่อนเอาชั้นที่อ่อนกว่าออกเหลือชั้นที่แข็งแกร่งกว่า ก็จะดูเหมือนแผ่นหินที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ



หน้าตาของหินหล่านี้ ..เปรียบเหมือนขนมชั้น หรือผ้าที่พับไว้ จึงเป็นที่มาของชื่อ " หินพับผ้า "   


อีกอย่างหนึ่ง คือเขาหินลักษณะนี้คล้ายกับ Pancake rock ที่เมือง Punakaiki ประเทศนิวซีแลนด์ ครับ

จะบอกว่าตอนที่ขึ้นไปสักการะหลวงปู่ทวด ผมได้อธิษฐานอะไรแปลกๆ ไปนิดนึง คือ ขอให้หลวงปู่ทวดดลบันดาลให้ได้เจอปลาโลมาครับ ^^ ดูไม่ค่อยมีสาระแต่ก็ขอไปแล้ว อิอิ
เรือกำลังแล่นกลับครับ .. วิวทิวทัศน์ของอ่าวขนอม สวยงามมาก บางจุดน่ะเหมือนกับมีนักจัดสวน มาจัดไว้เลย



สวนสวยกลางทะเล

สายตาของพวกผมยังไม่ลดละที่จะต้องเจอปลาโลมาให้ได้ .. และแล้วก็เจอครับ .. ปลาโลมาสีชมพู แห่งน่านน้ำขนอม อวดโฉมคู่กับเรือประมงของชาวบ้าน


ได้ยินมาว่า ปลาโลมาสามารถปรับตัวให้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อชาวบ้านจับปลาได้ ก็จะมีการแบ่งปัยให้กับเจ้าโลมากินเป็นอาหารบ้างครับ

เราจึงเห็นปลาโลมา ชอบมาว่ายวนเวียนอยู่แถวเรือประมงนั่นเอง

ที่จริงแล้ว ปลาโลมาที่เราได้เห็นจะมีประมาณ  3-4 ตัว  แต่จะมีอยู่ตังนึง ขี้เล่นที่สุด ชอบเข้ามาอวดโฉมและกระโดดโลดเต้นใกล้ๆ เรือ คือเจ้าตัวนี้ครับ 


เข้ามาแล้วครับ


กระโดดสูงซะด้วย


ตูมม... แล้วก็หายไปครับ ..

พวกเราสนุกสนานกับการถ่ายรูปโลมาอยู่นานมาก .. จนเกือบ 10 โมง .. ได้เวลากลับฝั่งกันแล้วครับ
ถึงรีสอร์ท ไม่รอช้า พวกเรารีบเดินลงไปที่ลำธารหลังรีสอร์ท เนื่องจากติดใจสปาปลา มาก ..  มันตอดแรงได้ใจ บางทีก็จั๊กจี้มากครับ 


สังเกตว่ารูปข้างบน ปลาเท้าจิกเลยครับ ^^ 


เนื่องจากกำลังเพลิน .. เราจึงสั่งข้าวเที่ยงกัน ทานที่รีสอร์ทเลย และเดินทางกลับกทม  ที่สนามบินนครศรีธรรมราชครับ 



จบแล้วครับ ทริปสนุก ชวนฝันและดื่มด่ำกับธรรมชาติของ 2 จังหวัดสวยแห่งภาคใต้ 

** ผมแนะนำให้ไปเที่ยวกันครับ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจ่ายไปคนละ 2500 บาทเท่านั้น เชื่อไหม

การเดินทางจบเพียงเท่านี้ แต่ความสนุกยังไม่จบ เมื่อได้ทราบว่า เพื่อนๆ ร่วมทริป ป่วยเป็นหวัด 2009 กัน 3 คน Y-Y ไม่รู้ว่าไปติดมาจากไหน  555

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.paiduaykan.com , http://travel.mthai.com



Create Date : 07 ตุลาคม 2555
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 16:14:37 น. 9 comments
Counter : 7432 Pageviews.

 
รูปสวยมากเลยค่ะ ขอตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 7 ตุลาคม 2555 เวลา:22:09:23 น.  

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:4:47:39 น.  

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 9 ตุลาคม 2555 เวลา:7:38:37 น.  

 
จัดทริปเข้าป่าขึ้นเขาทิ้งท้ายปลายปีทีสิคุณเพื่อน...กระสันมากๆเลย


โดย: JimmyHitboy IP: 58.8.218.141 วันที่: 12 ตุลาคม 2555 เวลา:16:27:58 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ ^^ รูปสวยมาก เล่นเอาอยากตามรอยไปบ้างเลย ...

ได้เห็นโลมาสีชมพูด้วย เคยเห็นในรายการเนวิเกเตอร์ค่ะ เป็นที่เดียวกันรึเปล่าคะ (ดูแล้วลืมแล้ว - -") สีชมพูน่าร้ากกกกอ่ะ ^3^


โดย: :D keigo :D วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:12:56:57 น.  

 
รูปสวยมากกกกกก

ได้เห็นอะไรที่ไม่มีโอกาสจะได้เห็นค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:21:02:36 น.  

 
ชอบปลาโลมามันน่ารักดีนะ...ชอบๆๆๆรูปสวยด้วยสดชื่น


โดย: หมูตอนพ่อเต๊าะ IP: 58.137.174.228 วันที่: 19 ตุลาคม 2555 เวลา:9:11:30 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:16:47:15 น.  

 
Photobucket


โดย: chaangfun2020 วันที่: 31 ธันวาคม 2555 เวลา:23:37:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




กล้องเก่าๆ เลนส์เดิมๆ กับการท่องเที่ยวในสไตล์ของฉัน
ความคิดเห็นล่าสุด
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กาแฟเย็นใส่นมเยอะๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.